- หน้าแรก
- ระบบไม่มี แต่ฝีมือเกินมนุษย์
- บทที่ 19 - คู่ซ้อมมือชั้นดี อย่าปล่อยให้เสียของ
บทที่ 19 - คู่ซ้อมมือชั้นดี อย่าปล่อยให้เสียของ
บทที่ 19 - คู่ซ้อมมือชั้นดี อย่าปล่อยให้เสียของ
บทที่ 19 - คู่ซ้อมมือชั้นดี อย่าปล่อยให้เสียของ
สไนเปอร์ข้าศึกป้วนเปี้ยนอยู่ในป่าทึบติดกับแนวป้องกันของกองพันที่ 1
แน่นอนว่ากองพันที่ 1 ก็มีสไนเปอร์ของตัวเอง เพื่อจัดการกับสไนเปอร์ข้าศึก พวกเขาจึงวางกำลังดักซุ่ม แต่ผลปรากฏว่าเมื่อสไนเปอร์ข้าศึกปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ทั้งสองฝ่ายก็ได้ปะทะกัน
จุดจบคือ กองพันที่ 1 เสียสไนเปอร์ไปอีกหนึ่งนาย ส่วนสไนเปอร์ข้าศึกก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับภูตผี
เสียงปืนดังอยู่พักหนึ่งก็เงียบลง ไม่นานศพสไนเปอร์ฝ่ายเราก็ถูกหามกลับมา นี่เป็นศพที่สี่แล้วที่หลี่อันเห็นว่าถูกสไนเปอร์ข้าศึกจัดการ
ถูกยิงแสกหน้าเสียชีวิต
"พวกนายคิดว่ายังไง?"
หลี่อันมองศพแล้วเอ่ยถาม
ชิฟตี้สำรวจศพพลางวิเคราะห์ "ในสี่คน มีสามคนที่ถูกยิงหัวระเบิด แสดงว่าสไนเปอร์คนนี้มั่นใจในฝีมือตัวเองมาก และการเล็งหัวคงเป็นความเคยชินของเขา
แต่คนสุดท้ายกลับถูกยิงที่หน้าอกจนตาย แสดงว่าตอนยิง สไนเปอร์อาจตกอยู่ในสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวย หรือไม่ก็ขาดความมั่นใจ จึงเลือกเป้าใหญ่กว่าอย่างหน้าอกแทน"
เขาเว้นจังหวะ เงยหน้ามองหลี่อัน
"ผมสงสัยว่าสไนเปอร์ข้าศึกมีอย่างน้อยสองคนครับ!"
หลี่อันพอใจกับคำตอบของชิฟตี้มาก การที่เขาอ่านข้อมูลได้ขนาดนี้จากศพ พิสูจน์ให้เห็นถึงพรสวรรค์ด้านสไนเปอร์ของเขา
"แล้วนายล่ะ เจออะไรบ้าง?"
หลี่อันหันไปถามจอห์น
จอห์นจ้องมองไปยังจุดที่สไนเปอร์ข้าศึกซ่อนตัวอยู่อย่างครุ่นคิด "นอกจากร้อยตรีที่ตายระหว่างไล่ล่า อีกสามคนล้วนถูกสไนเปอร์ที่ซ่อนตัวอยู่แถวๆ นี้ยิงทิ้ง และทุกครั้งมันก็หายตัวไปได้เหมือนผี แสดงว่าก่อนลงมือ มันวางแผนเส้นทางหลบหนีไว้เรียบร้อยแล้ว"
"มีอีกไหม?" หลี่อันถามต่อ
จอห์นหันกลับมามองหลี่อัน "หัวหน้า ผมสังหรณ์ใจว่าไอ้หมอนั่นต้องกลับมาอีกแน่"
หลี่อันพยักหน้า "พวกนายวิเคราะห์ได้ถูกต้อง
ในสี่คน สามคนโดนยิงหัว หนึ่งคนโดนยิงหน้าอก
ตามหลักแล้วถ้ายิงโดนหน้าอกได้ แสดงว่าเป้าหมายเปิดโล่งพอสมควร ในจังหวะนั้นย่อมมีโอกาสยิงหัวได้เช่นกัน
การละทิ้งโอกาสยิงหัวแล้วเลือกยิงอก ก็อย่างที่ชิฟตี้บอก ฝ่ายตรงข้ามอาจไม่มั่นใจ
ในทางกลับกัน สไนเปอร์ที่เลือกยิงหัวทั้งสามครั้งล้วนยิงจากละแวกใกล้เคียงกัน แสดงว่าเป็นคนที่มีความมั่นใจสูงมาก
จากสองจุดนี้วิเคราะห์ได้ว่า พวกมันไม่ใช่คนเดียวกัน ข้าศึกมีอย่างน้อยสองคน
และอย่างที่จอห์นเพิ่งบอก สไนเปอร์ที่มั่นใจคนนั้นหนีรอดไปได้ทุกครั้ง แสดงว่าเตรียมทางหนีทีไล่ไว้ดี
ยิงเสร็จแล้วถอยทันที ไม่ยิงซ้ำนัดที่สองในจุดเดิม บวกกับเส้นทางหนีที่เตรียมไว้ สไนเปอร์คนนี้ต้องผ่านการฝึกมาอย่างดี
ถ้าให้ฉันเดา เขาคงเป็นมืออาชีพที่จบจากโรงเรียนสไนเปอร์ของเยอรมันมาโดยตรง"
ชิฟตี้ก็เป็นสไนเปอร์ แต่ไม่ได้เรียนโรงเรียนสไนเปอร์โดยตรง เมื่อเทียบฝีมือกับเจ้านั่นแล้วยังถือว่าห่างชั้นกันอยู่
"หัวหน้า เราจะเอายังไง จะบุกเข้าไปลากคอมันออกมาไหมครับ?"
จอห์นถาม
หลี่อันลอบสังเกตชิฟตี้และจอห์น ที่เขาจงใจพูดเยอะขนาดนี้ นอกจากอยากให้ทั้งคู่เข้าใจสถานการณ์แล้ว ยังต้องการเตือนว่าภารกิจนี้อันตรายมาก
การเผชิญหน้ากับสไนเปอร์มืออาชีพ พลาดนิดเดียวอาจได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วง
สิ่งที่ทำให้หลี่อันรู้สึกเบาใจคือ ทั้งจอห์นและชิฟตี้ไม่มีแววตาหวาดกลัวเลย กลับดูตื่นเต้นกระหายอยากจะดวลกับยอดฝีมือเสียอีก
ต้องกล้าเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งถึงจะเติบโตได้ ผ่านศึกนี้ไป ชิฟตี้กับจอห์นจะแกร่งขึ้นอีกขั้น
หลี่อันพูดต่อ
"ความมั่นใจที่มากเกินไปคือความประมาท
สไนเปอร์คนนั้นโผล่มาสามครั้งติดๆ กัน แถมทิ้งช่วงเวลาสั้นมาก เขาต้องโผล่มาครั้งที่สี่แน่
ในเมื่อมันต้องมาอีก เราก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปตามหา แค่ซุ่มรออยู่แถวนี้ เดี๋ยวเหยื่อก็มาเอง"
ชิฟตี้กับจอห์นเห็นด้วยไม่มีข้อโต้แย้ง
ก่อนเริ่มปฏิบัติการต้องเตรียมตัวให้พร้อม อย่างแรกคือชุดพรางตัวกิลลี่สูททำมือ จากนั้นก็ไปยืมอุปกรณ์อื่นๆ จากกองพันที่ 1
เมื่อทุกอย่างพร้อม หลี่อันทั้งสามก็มุดเข้าป่าทึบ วิเคราะห์จุดที่สไนเปอร์ข้าศึกน่าจะปรากฏตัวจากข้อมูลเก่า แล้วหาที่ซุ่มรอ
ตอนแรกทางกองพันที่ 1 อยากจะส่งสไนเปอร์ที่เหลือกับทหารอีกหนึ่งหมู่มาช่วย อย่างน้อยก็เป็นกำลังหนุน
แต่หลี่อันไม่เชื่อฝีมือพวกนั้น คนยิ่งเยอะยิ่งวุ่นวาย ศัตรูเป็นมืออาชีพ ขืนมีคนเยอะเดี๋ยวไก่ตื่น
ไล่ตะเพิดจนเหยื่อหนีไปจะทำยังไง?
กองพันที่ 1 จึงจำต้องถอนกำลังทั้งหมดกลับเข้าแนวป้องกัน
ที่กองบัญชาการกองพันที่ 1
ผู้พันกองพันที่ 1 ยืนส่องกล้องทางไกลอยู่หลังหน้าต่าง มองดูหลี่อันทั้งสามหายลับเข้าไปในป่า
ดูมีฝีมือใช้ได้
ผู้พันกองพันที่ 1 ค่อนข้างคาดหวังกับการล่าสไนเปอร์ครั้งนี้ เพราะกิตติศัพท์ของทั้งสามคนเขาก็ได้ยินมาแล้ว
สามคนใช้วิธีซุ่มยิงถล่มฐานยิงที่มีทหารสี่สิบคน ผู้พันยอมรับเลยว่าคนของเขาทำไม่ได้แน่
เขาวางกล้องลงแล้วหันไปมองนายทหารข้างหลังที่ดูหดหู่ ก็อดกังวลไม่ได้
ถ้าหลี่อันทำพลาด แล้วมีนายทหารตายเพิ่มอีก การรบนี้คงไปต่อลำบาก
ดังนั้น ต้องสำเร็จให้ได้นะ
ในป่าทึบ
หลี่อันแยกไปซุ่มคนเดียว ส่วนชิฟตี้กับจอห์นจับคู่เป็นทีมสไนเปอร์
นอกจากอาวุธกระสุน หลี่อันยังขอหมวกและเสื้อทหารจากกองพันที่ 1 มาจำนวนหนึ่ง แล้วเอาไปกระจายไว้ตามพงหญ้าเพื่อเป็นเป้าลวง
เสียงปืนใหญ่ดังตลอดคืน นกและสัตว์ป่าหนีไปหมดแล้ว ยามไม่มีเสียงปืน ป่าจึงเงียบสงัดวังเวง
"แกรก"
หูของหลี่อันกระดิกเล็กน้อย การได้ยินของเขาดีกว่าคนทั่วไปมาก เขาจับเสียงที่คนธรรมดาไม่ได้ยินได้ สายตาพุ่งไปยังทิศทางของเสียงทันที
ฝั่งตรงข้ามดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ แต่สิบกว่าวินาทีต่อมา เงาร่างหนึ่งก็แวบออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ขนาดคนโอบ แล้วหายวับเข้าไปในพงหญ้าข้างหน้าในพริบตา
ชิฟตี้กับจอห์นยังไม่เห็นเป้าหมาย แต่หลี่อันเห็นชัดเจน
ชุดกิลลี่สูทแบบมืออาชีพ ในมือถือปืนไรเฟิลซุ่มยิง 98K รุ่นดัดแปลง
ปืน G43 ของเยอรมันพัฒนามาจาก G41 เพิ่งเข้าประจำการได้ปีเดียว ผลิตได้จำกัด สไนเปอร์ส่วนใหญ่ของเยอรมันจึงยังนิยมใช้ 98K อยู่
โดยเฉพาะพวกสไนเปอร์รุ่นเก๋าที่ชินมือกับปืนรุ่นนี้แล้ว ยากที่จะเปลี่ยนไปใช้ G43 ที่เพิ่งมาใหม่
ดังนั้น พอเห็น 98K ก็ต้องระวังตัวให้ดี ฝ่ายตรงข้ามอาจเป็นเสือเฒ่าเจนสนาม
หลี่อันล็อกเป้าหมายไว้แล้ว รอจังหวะอีกฝ่ายขยับตัวอีกทีเขาก็สามารถสังหารได้ทันที
แต่หลี่อันกลับใจเย็น เขาตัดสินใจปล่อยให้จอห์นกับชิฟตี้จัดการ
คู่ซ้อมมือชั้นดีขนาดนี้ อย่าปล่อยให้เสียของ
[จบตอน]