- หน้าแรก
- ปฏิวัติจักรวาลทมิฬด้วยเทคโนโลยีต่างมิติ
- บทที่ 36 - เคออสผู้ตื่นกลัวกับกองทัพเสริมที่มาล้างบางสนามรบ
บทที่ 36 - เคออสผู้ตื่นกลัวกับกองทัพเสริมที่มาล้างบางสนามรบ
บทที่ 36 - เคออสผู้ตื่นกลัวกับกองทัพเสริมที่มาล้างบางสนามรบ
บทที่ 36 - เคออสผู้ตื่นกลัวกับกองทัพเสริมที่มาล้างบางสนามรบ
ยานวิจัยลำหนึ่งกำลังแล่นฝ่าความเวิ้งว้างในอวกาศ
ภายในยานไม่ได้มีโรงงานสำเร็จรูป ไม่มีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์จำนวนมาก และไม่มีลูกเรือประจำการ มีเพียงคลังแสงที่อัดแน่นไปด้วยอาวุธและสายพานการผลิตอาวุธที่น่าสะพรึงกลัว
ปืนไรเฟิลเกาส์แต่ละกระบอกที่เพิ่งผลิตเสร็จถูกส่งต่อให้เหล่าทหารทันที
เครื่องจักรสงครามแต่ละเครื่องเรียงรายเป็นระเบียบพร้อมติดตั้งอาวุธที่ดีที่สุด
นอกจากระบบขับเคลื่อนแล้ว ส่วนอื่นๆ ทั้งหมดถูกรื้อออกไปจนหมดสิ้น
เหลือทิ้งไว้เพียงสายพานการผลิตที่ส่งเสียงคำรามกึกก้องอยู่ภายในห้องเหล็กกล้า
โลกแกมม่าได้ดัดแปลงยานวิจัยลำนี้ให้กลายเป็นโรงงานผลิตอาวุธเคลื่อนที่
ตลอดเส้นทางการขนส่ง ยานลำนี้ยังคงเดินหน้าสร้างอาวุธทำลายล้างออกมาอย่างต่อเนื่อง
[เข้าสู่วงโคจรแล้ว]
[กำลังลดความเร็วเพื่อล็อกเป้าหมาย ปล่อยยานขนส่ง]
ประตูยานวิจัยค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ
ยานวิจัยในห้วงอวกาศปล่อยยานขนส่งที่เดินทางมาจากโลกแกมม่าออกจากตัวยาน
ประกายไฟพลาสมาถูกจุดระเบิดขึ้น เกิดเป็นวงแหวนมัคสีฟ้าหลายวงพวยพุ่งออกมาจากท้ายยานขนส่ง
ภายในนั้นบรรทุกกองกำลังรบชั้นยอดจากโลกแกมม่ามาเต็มลำ
รถถังที่สร้างจากเซรามิตซึ่งแข็งแกร่งดุจไททันร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าราวกับห่าฝน
ตอร์ปิโดอวกาศที่บรรจุดินระเบิดอานุภาพทำลายล้างสูงถูกยิงพุ่งเข้าใส่ยานรบของศัตรูที่ไร้การป้องกัน
[ปล่อยกองกำลังทางอากาศ]
[ปล่อยกองกำลังรถถัง]
ทุกภาคส่วนเริ่มปฏิบัติการเต็มกำลัง
บนพื้นดิน
สมรภูมิกำลังเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ แนวรบถูกบีบอัดเข้ามาทุกขณะ
จากแนวป้องกันด่านแรกถูกดันร่นมาจนถึงด่านที่สอง และถูกบีบจนต้องรวมกลุ่มกันเป็นค่ายเล็กๆ เพื่อรับมือศัตรู ตาชั่งแห่งสงครามกำลังเอียงไปทางฝั่งเคออสสเปซมารีน
"ศัตรูมันเร็วเกินไปแล้ว!"
"ต้านไว้! ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องต้านไว้ให้ได้!"
ฟิ้ว!
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ดรอปพอดแต่ละลูกร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า
ทหารเคออสหลั่งไหลเข้าสู่สนามรบอย่างไม่ขาดสาย
ฆ่าไปชุดหนึ่งก็ยังมีอีกชุดโผล่ออกมา
พวกเคออสเหล่านี้ทำให้เกิดความรู้สึกเหนื่อยล้าและสิ้นหวังราวกับว่าฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่หมด
ทำไมถึงยังมีอีกนะ
ศัตรูพวกนี้มันมีจำนวนไม่สิ้นสุดหรือไงกัน
สิ้นหวังเหลือเกิน
"ท่านบราวน์!"
"อย่ามัวแต่พล่าม ต้านเอาไว้ ศัตรูมันจนตรอกแล้ว"
บราวน์เองก็เริ่มเหนื่อยล้าเช่นกัน การควบคุมชุดเกราะพาวเวอร์อาร์เมอร์เป็นเวลานานแถมยังต้องเพ่งสมาธิทั้งหมดไปที่การล็อกเป้าศัตรู ทำให้พลังใจลดฮวบลงอย่างมาก
แต่เขาจะล้มลงไม่ได้
ปืนไรเฟิลเกาส์โอเวอร์โหลดไปนานแล้ว พลังงานหมดเกลี้ยงจนไม่สามารถยิงรังสีแห่งความกลัวเพื่อต้านทานศัตรูได้อีก
แต่เขาก็ยังต้องยืนหยัดต่อไป
"คอยดูเถอะ รอตาแก่อย่างฉันกลับไปได้ก่อน รอให้ทีมวิจัยของฉันสร้างอาวุธที่แรงกว่า อึดกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ได้เมื่อไหร่ ฉันจะเผาพวกเอเลี่ยนอย่างพวกแกให้วอดวายไปทั้งจักรวาลเลยคอยดู"
"คนแก่แบบฉันเนี่ย เป็นพวกเจ้าคิดเจ้าแค้นนะเว้ย! แค้น (กัดฟันกรอด) มากด้วย!!!"
บราวน์กัดฟันกรอดขณะขับเคลื่อนชุดเกราะพาวเวอร์อาร์เมอร์กางโล่พลังงาน พยายามอย่างสุดชีวิตที่จะรับดาเมจแทนกองกำลังด้านหลัง
สายตาของเขามองไปยังทิศทางที่ซิสเลนจากไปอยู่ตลอดเวลา
เป็นห่วงแต่ก็ปลีกตัวไปไม่ได้
อารมณ์เหล่านี้แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นขั้นสุดที่มีต่อสิ่งมีชีวิตแห่งเคออสพวกนี้
เขาต้องการปืนใหญ่ที่ใหญ่กว่า แรงกว่า และน่ากลัวกว่านี้
เขาต้องการอาวุธทำลายล้างที่มีประสิทธิภาพ สั่งตายได้ทันที และโหดเหี้ยม
เขาต้องการ...
เขาต้องการ...
เขาต้องการทุกสิ่งทุกอย่าง
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่น
นักรบแกมม่าคนหนึ่งกำลังจะระเบิดตัวเองไปพร้อมกับศัตรู แต่วินาทีถัดมาเคออสสเปซมารีนตนนั้นก็ถูกวัตถุขนาดมหึมาจากบนฟ้าหล่นทับจนจมดิน
วัตถุยักษ์นั้นแยกตัวออกจากตรงกลาง มันดูเหมือนโรงงานอัตโนมัติพวกนั้น แต่ทว่าโรงงานอัตโนมัติเครื่องนี้ติดตั้งปืนไรเฟิลเกาส์จำนวนมหาศาล และกำลังค้นหาศัตรูในสนามรบโดยอัตโนมัติ
ฟิ้ว!
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
กองกำลังทางอากาศเริ่มลงสู่สนามรบ
ประตูยานขนส่งเปิดออก แสงสีเขียวจำนวนนับไม่ถ้วนถูกยิงลงมาจากท้องฟ้า
"ท่านบราวน์ กำลังเสริมมาถึงแล้วครับ"
"กำลังเสริมเหรอ"
"กำลังเสริมงั้นรึ เหอะ พวกมันจะได้เห็นแค่กองกระดูกของพวกแกเท่านั้นแหละ! เลือดของผู้นำพวกแกจะถูกพวกข้าสูบจนแห้ง ดินแดนของพวกแกจะกลายเป็นสวนหลังบ้านแห่งใหม่ของพวกข้า ส่วนพวกแก..."
เคออสสเปซมารีนที่ยังพูดไม่ทันจบประโยค จู่ๆ ก็พบว่าตัวเองเตี้ยลง เขายังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าขาหายไปตอนไหน แถมแสงสีเขียวที่ขาเนี่ยยังลามขึ้นมาเรื่อยๆ มันกำลังสลายร่างกายของเขา แยกองค์ประกอบร่างกายออกเป็นอะตอมที่เล็กที่สุด
เขาหันกลับไปมองบนท้องฟ้า
ยานรบลำหนึ่งกำลังร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน
ยานรบที่กำลังลุกไหม้
การเสียดสีกับชั้นบรรยากาศทำให้ไฟลุกโชนอย่างรุนแรงและมีควันดำพวยพุ่งออกมา...
นั่น... นั่นมันยานรบของพวกเรานี่หว่า!!!
"ไม่นะ!"
แต่สิ่งที่ตอบกลับเขามามีเพียงรังสีสีเขียวอันเย็นเยียบ
เหมือนกับการกวาดล้างขยะ ร่างกายของเขาถูกแสงสีเขียวจากปืนไรเฟิลเกาส์ยิงใส่จนสลายหายไปอย่างสมบูรณ์
บนยานขนส่งกลางเวหา ทหารระดับแนวหน้าของโลกแกมม่ากำลังโรยตัวลงมา
แสงสีเขียวแต่ละเส้นสาดส่องเข้าใส่พวกเคออสที่เหลือรอด เป็นการเปิดฉากโต้กลับอย่างดุเดือด
"ฉันไม่มีความอดทนและเวลามาเล่นเกมกับพวกแกหรอกนะ"
ซิสเลนหมดความอดทนที่จะเล่นเกมรุกรับสลับไปมากับพวกนี้แล้ว เขายังมีสัญญาณเคออสอีกนับสิบจุดที่ต้องไปจัดการ เมื่อเทียบกับภารกิจพวกนั้นแล้ว เจ้าพวกที่อยู่ตรงหน้าก็เป็นแค่ปลาซิวปลาสร้อย การมาเสียเวลามากเกินไปกับเจ้าพวกกระจอกนี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการเลย
เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าแนวป้องกันด้านหลังต้องแตก
เป็นไปไม่ได้ที่แนวป้องกันจะต้านทานศัตรูได้ทั้งหมด เขาเองก็รู้เรื่องนี้ดี
แต่ชาวโลกแกมม่าไม่ใช่ดอกไม้ในเรือนกระจก
มนุษย์ต้องผ่านสงครามถึงจะเติบโต
และพวกเขาที่ผ่านการชุบตัวจากเปลวเพลิงแห่งสงครามจะเข้าใจถึงความโหดร้ายของสงครามอวกาศ และตระหนักว่าการก้าวเดินออกไปของโลกแกมม่านั้นต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงลิ่วเพียงใด
ส่วนเขาได้ช่วยจัดการปัญหาที่น่ากังวลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว
ตอนนี้กองหนุนมาถึงแล้ว
เขาเองก็ต้องเร่งมือทำภารกิจให้จบเสียที
เท้าของซิสเลนเหยียบลงบนร่างของเคออสสเปซมารีนตนหนึ่ง
ขวานยักษ์ผ่าไหล่ของมันแยกออกเป็นสองซีก ลากยาวไปจนถึงหัวใจ
ซิสเลนเดินข้ามศพมันไปแล้วดึงขวานออกมา
ดรอปพอดร่วงหล่นลงมารอบตัวเขาอย่างต่อเนื่อง
พวกเคออสที่อยู่รอบๆ ภายใต้การควบคุมของ 'ผู้ใช้พลังจิต' ที่ซ่อนตัวอยู่ เริ่มดาหน้าเข้ามาหาเขา
ซิสเลนสะบัดเลือดที่ติดอยู่บนขวานทิ้ง เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์สีทองเริ่มลุกโชนขึ้นบนตัวขวานยักษ์
"..."
ดูออกเลยว่าเคออสสเปซมารีนพวกนี้มาจากคนละกองพัน
พวกมันขโมยยีนมาจากคลังพันธุกรรมของเหล่านักรบอวกาศ แล้วใช้พลังเคออสจากมิติย่อยมาทำให้ยีนอันศักดิ์สิทธิ์แปดเปื้อน เพื่อเพาะพันธุ์สมุนเคออสขึ้นมา
เคออสสเปซมารีนแต่ละตนล้อมซิสเลนเอาไว้
ในมือของพวกมันบ้างก็ถือขวาน บ้างก็กำค้อนสายฟ้า บ้างก็ถือดาบเลื่อยอันเป็นสัญลักษณ์ของจักรวรรดิ หรือไม่ก็ชูง้าวพลังงานขึ้นสูง แต่กลับไม่มีใครกล้าบุกเข้ามา
เคออสสเปซมารีนที่นอนตายเกลื่อนกลาดราวกับมนุษย์ธรรมดาบนพื้นดิน ได้ปูทางสู่ 'ความเป็นเทพ' ใต้ฝ่าเท้าของเขาเรียบร้อยแล้ว
ส่วนยานรบแบทเทิลชิปของพวกมันที่ไม่ได้กางโล่พลังงานและถูกทำลาย กำลังร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า
พวกมันแพ้แล้ว
พวกมันดันมาแพ้ในสวนหลังบ้านของตัวเองเสียด้วย
"ไสหัวไป"
ซิสเลนที่อาบไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางฝูงเคออสราวกับเทวทูตองค์จริง ทำให้เหล่าเคออสสเปซมารีนหวาดกลัวจนต้องก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว
[จบตอน]