- หน้าแรก
- สร้างเกมอยู่ดีๆ คู่รักในเกมดันเป็นซุปตาร์ตัวแม่ซะงั้น
- บทที่ 6 สิ่งที่ออกมาจากกองขยะ... ก็ยังเป็นขยะอยู่วันยังค่ำ
บทที่ 6 สิ่งที่ออกมาจากกองขยะ... ก็ยังเป็นขยะอยู่วันยังค่ำ
บทที่ 6 สิ่งที่ออกมาจากกองขยะ... ก็ยังเป็นขยะอยู่วันยังค่ำ
บทที่ 6 สิ่งที่ออกมาจากกองขยะ... ก็ยังเป็นขยะอยู่วันยังค่ำ
SY: เกมธุรกิจงั้นเหรอ?
ฉือเวิน: จริงๆ แล้วเหมือนบริษัทเราโดนตบหน้ากลางสี่แยกมากกว่า ตอนทานข้าวเย็นเราดันไปเจอกลุ่มพนักงานเก่าที่ลาออกไปน่ะครับ
ก่อนหน้านี้เขาเคยเล่าเรื่องซุบซิบภายใน 'อาจูร สตูดิโอ' ให้ SY ฟังแล้ว แถมยังช่วยกันรุมสับ 'เหลียวเฉิง' จนเละเทะมาแล้วด้วย
SY: ถ้างั้นก็น่าสังเวชจริงๆ นั่นแหละ
SY: โดยเฉพาะบอสของคุณ คงจะโกรธจนควันออกหูแน่ๆ
ฉือเวิน: ถูกต้องที่สุดครับ
เขาเพิ่งจะพิมพ์ตอบกลับไป ไม่คิดเลยว่าไฟสงครามจะลามมาถึงตัว
เหลียวเฉิงแค่นหัวเราะ "เมื่อกี้ฉันได้ยินพวกแกพูดว่าอะไรนะ? ผู้จัดการโปรเจกต์? คงไม่ใช่ไอ้หนูคนนี้หรอกใช่มั้ย?"
เขามองฉือเวินด้วยสายตาดูแคลน "ฉันยังจำไอ้หนูนี่ได้นะ มันเป็นเด็กฝึกงานที่เพิ่งเข้ามาวันที่พวกเราลาออกกันไม่ใช่รึไง?"
"อาจูรตกต่ำถึงขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย? เด็กฝึกงานที่เพิ่งทำมาได้ครึ่งเดือนดันขึ้นมาเป็นผู้จัดการโปรเจกต์ซะแล้ว?"
"อย่างไอ้หนูนี่จะสร้างเกมอะไรได้? เกมจับคู่หรรษา หรือพวกเกมเรียงเพชรสามอันรึไง ฮ่าๆๆๆ..."
ดูเหมือนเขาจะคิดว่าตัวเองกำลังเล่นมุกตลกที่ฮาที่สุดในโลก บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่สูบฉีด เขาจึงระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
สีหน้าของเถาซินอวี่ย่ำแย่ลงไปอีก "ดูแลเรื่องของตัวเองเถอะเหลียวเฉิง นายไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายคนอื่น"
เหลียวเฉิงยังไม่ทันได้อ้าปากเถียงต่อ ฉือเวินก็เงยหน้าขึ้น ราวกับเพิ่งได้รับแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ เขาพยักหน้าหงึกหงัก "เกมจับคู่หรรษา... เป็นไอเดียที่ไม่เลวเลยแฮะ"
"พรืด... ฮ่าๆๆๆ!"
คราวนี้เหลียวเฉิงหัวเราะจนตัวงอ กุมท้องแข็ง เพื่อนร่วมงานที่โต๊ะของเขาเริ่มทนดูไม่ไหว ต้องลุกขึ้นมาปราม
"เหล่าเหลียว คุณดื่มเยอะไปแล้วนะ"
"คุณเหลียว จะไปทะเลาะกับเด็กมันทำไม..."
"พี่เหลียว ดื่มน้ำสร่างเมาหน่อยเถอะ"
เถาซินอวี่หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เธอตบไหล่ฉือเวินเบาๆ เพื่อปลอบใจ "ไม่เป็นไรนะฉือเวิน พวกเขาทำอะไรเราไม่ได้หรอก"
ทว่าฉือเวินกลับคิดว่าข้อเสนอเรื่อง 'เกมจับคู่หรรษา' นั้นยอดเยี่ยมจริงๆ
ในโลกใบนี้ที่อุตสาหกรรมเกมเสียสมดุลอย่างรุนแรง นอกจากพวกเกมระดับ AAA และเกมอินดี้ที่หายสาบสูญแล้ว "เกมจับคู่หรรษา" ก็ไม่เคยปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์เกมมือถือมาก่อนเช่นกัน
เกมแนวเรียงเพชร (Match-3) สไตล์แคชชวลเกมนี้ พัฒนาโดยบริษัทเล่อหยวนและจัดจำหน่ายโดยเทนเซ็นต์ในปี 2013 หลังจากเปิดตัวบน PC ก็ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม และเมื่อพอร์ตลงมือถือในอีก 5 เดือนให้หลัง ก็กวาดผู้เล่นรายวัน (DAU) ไปได้หลายสิบล้านคน
หลังจากเปิดตัวบน iOS ได้ไม่นาน ก็สามารถไต่ขึ้นอันดับ 5 บนชาร์ตมือถือ และอันดับ 1 บนชาร์ตแท็บเล็ตได้อย่างสวยงาม
อาจกล่าวได้ว่า "เกมจับคู่หรรษา" นี้ทำลายกำแพงแห่งวัยลงอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่คนเฒ่าคนแก่ไปจนถึงเด็กน้อยที่เพิ่งหัดเล่นมือถือ ต่างก็ตกหลุมรักในเสน่ห์ของมัน
ถ้าใช้เกมนี้เป็นเกมเปิดตัวของฉือเวินเพื่อบุกตลาดเกมมือถือ เขาอดสงสัยไม่ได้ว่ามันจะประสบความสำเร็จถล่มทลายเหมือนในโลกเดิมหรือไม่...
ขณะที่เขากำลังขมวดคิ้วครุ่นคิด เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นข้างหู
[ภารกิจ: กอบกู้ชื่อเสียงของ 'อาจูร สตูดิโอ' ในเหตุการณ์ระเบิดอารมณ์เพียงฝ่ายเดียว]
[รางวัลภารกิจ: เกม "จับคู่หรรษา"]
เห็นไหม? ระบบมาช้าแต่มาชัวร์ ทันทีที่เขาคิดถึงมัน
แต่ว่า... เหตุการณ์ระเบิดอารมณ์เพียงฝ่ายเดียว?
ฉือเวินมองไปที่เหลียวเฉิงซึ่งยังคงไม่ยอมหุบปาก และรู้สึกว่าคำบรรยายของระบบนั้นช่างแม่นยำเหลือเกิน
"ท่านประธานเถาน้อย คุณรู้ไหมว่าพลังของเงินน่ะมันยิ่งใหญ่ที่สุด?"
เขาสั่งสอนเถาซินอวี่ด้วยน้ำเสียงของผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน "เกมตัวใหม่ของ 'เหลียวเหลียว สตูดิโอ' ของพวกเราเข้าสู่ช่วงทดสอบบั๊กแล้วนะ คาดไม่ถึงล่ะสิ?"
"ช่วงนี้ทุกคนต่างสมัครใจทำงานล่วงเวลา เพื่อให้เกมเปิดตัวได้เร็วขึ้นอีกแค่วันเดียว เพราะเปิดเร็วขึ้นวันหนึ่ง ก็ได้เงินเร็วขึ้นวันหนึ่ง... เมื่อเทียบกับไอ้พวกศิลปะหรือความฝันเพ้อเจ้อนั่น เงินนี่แหละคือสิ่งที่จับต้องได้ที่สุด!"
"เหอะ ผมเกรงว่าพวกคุณคงแอบซุ่มทำกันตั้งแต่ตอนยังอยู่ที่อาจูรแล้วล่ะสิ?"
เถาซินไป๋แค่นเสียงเยาะ "ไม่อย่างนั้นลำพังพวกคุณที่เขียนได้แต่พล็อตเรื่องปัญญาอ่อนกับใช้แต่แอสเซทสำเร็จรูป จะสร้างเกมเสร็จภายในครึ่งเดือนเหรอ? ไปหลอกผีเถอะ!"
รอยยิ้มของเหลียวเฉิงเริ่มแข็งค้าง
เป็นความจริง ตอนที่พวกเขาวางแผนลาออกยกทีม พวกเขาก็ทิ้งงานของอาจูรแล้วหันมาซุ่มพัฒนาเกมของตัวเองกันแล้ว
"เถาซินไป๋! ปากเก่งนักนะ! แต่ตอนนี้เราวัดกันที่ผลลัพธ์เว้ย!"
เขาตะโกนเสียงดัง "เกมใหม่ของพวกเรา ไอ้พวกที่เขียนได้แต่พล็อตปัญญาอ่อนแถมใช้แอสเซทสำเร็จรูปเนี่ย กำลังจะเปิดตัวแล้ว แล้วความฝันของพวกแกล่ะ? เกมอินดี้ของพวกแกล่ะไปถึงไหนแล้ว?"
"เร็วๆ นี้แหละ ก็ใกล้เสร็จแล้วเหมือนกัน"
ฉือเวินก้มหน้าก้มตาใช้ตะเกียบคีบลิ้นวัวย่างเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ พลางตอบกลับเสียงอู้อี้
อื้ม... ไอ้เจ้านี่อร่อยใช้ได้เลยแฮะ นุ่มเด้งสู้ลิ้น แต่ให้น้อยไปหน่อย คีบทีเดียวหมดจานละ
เมื่อได้ยินดังนั้น ไม่เพียงแค่เหลียวเฉิง แต่แม้กระทั่งสองพี่น้องตระกูลเถายังหันขวับมามองเขาเป็นตาเดียว
"เสร็จแล้ว?"
เหลียวเฉิงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "ใครทำ? ฝีมือแกเหรอ? อ้อ จริงสิ~ มินิเกมบนเว็บก็ถือเป็นเกมเหมือนกันนี่หว่า!"
เถาซินไป๋กลับมีท่าทีประหลาดใจ "นายทำเกมนั้นใกล้เสร็จแล้วเหรอ?"
ส่วนเถาซินอวี่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก "เกมอะไร? นี่พวกนายสองคนแอบซุบซิบอะไรลับหลังฉันเนี่ย?!"
"ผมบอกว่าใกล้เสร็จแล้ว..."
ฉือเวินจัดการฟาดจานรวมมิตรย่างไฟราคาแพงระยับจนเกลี้ยงด้วยความเร็วแสง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วพูดต่อ
"แน่นอนว่าต้องเป็นฝีมือผม เพราะผมมันอัจฉริยะไงครับ"
"ไม่งั้นจะเป็นฝีมือคุณเหรอ? เมนแพลนเนอร์วัยใกล้ฝั่งอย่างคุณที่สร้างได้แต่เกมขยะอย่าง 'นิทานแม่มด' กับ 'ตำนานกระบี่วิญญาณ' เนี่ยนะ?"
สิ้นคำพูดนั้น สีหน้าของทุกคนในวงสนทนาก็เปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวทันที
ไม่ว่า 'นิทานแม่มด' หรือ 'ตำนานกระบี่วิญญาณ' จะห่วยแค่ไหน แต่มันก็เป็นผลงานที่พวกเขาทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างมา คำพูดประโยคเดียวของฉือเวินเหมือนตบหน้าพวกเขาทุกคนฉาดใหญ่
"เกมขยะ?" เหลียวเฉิงหัวเราะทั้งที่โกรธจัด "แกรู้ไหมว่าไอ้ 'เกมขยะ' สองเกมที่แกพูดถึงทำรายได้ให้อาจูรไปเท่าไหร่?!"
"ผมจะไปรู้ได้ไง? ผมเพิ่งเข้าบริษัทมาเมื่อต้นเดือน"
ฉือเวินตอบกลับอย่างฉะฉาน "ผมรู้แค่ว่าตอนนี้ ผ่านไปเจ็ดเดือนหลังจาก 'ตำนานกระบี่วิญญาณ' เปิดตัว รายได้รายเดือนของมันไม่พอจ่ายค่าน้ำค่าไฟบริษัทด้วยซ้ำ!"
"เกมออนไลน์ที่สูญเสียชีวิตชีวาไปหลังจากเปิดตัวได้แค่เจ็ดเดือน... นั่นแหละเรียกว่าเกมขยะ! ขยะเปียกชัดๆ!"
"สิ่งที่พวกคุณสร้างออกมาก็คงจะมีสภาพไม่ต่างจากขยะสองชิ้นนี้หรอก กลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านไปครึ่งปีก็แทบไม่มีใครจำชื่อได้แล้ว!"
"และพวกคุณเอง... ก็เป็นแค่กลุ่มขยะเหมือนกัน! พวกกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา!"
ดวงตาของเหลียวเฉิงแดงก่ำด้วยความเดือดดาล
เขาอยู่ในวงการนี้มาเป็นสิบปี ไม่เคยมีใครกล้าชี้หน้าด่าเขาต่อหน้าแบบนี้มานานแล้ว!
"ดี! ดีมาก! เถาซินอวี่ นี่ลูกน้องเธอสินะ!"
เขาหัวเราะด้วยความโกรธถึงขีดสุด "ฉันล่ะอยากจะเห็นนักเชียวว่าระหว่างเกมต่อไปของอาจูรกับของเหลียวเหลียว ใครมันจะอยู่ได้นานกว่ากัน ไอ้เวรเอ้ย!"
"จะพนันกันไหมล่ะ? เรามาร่างสัญญากัน... อ้อ ลืมไป ทำไม่ได้นี่หว่า..."
ฉือเวินส่ายหัวอย่างครุ่นคิด "คนอย่างพวกคุณจะไปมีความซื่อสัตย์ต่อสัญญาได้ยังไง ขนาดบริษัทยังรวมหัวกันหักหลังได้ลงคอ..."
เสี่ยวฉือ...
เถาซินอวี่กระพริบตาปริบๆ ส่งสัญญาณปากบอกเขา: ถ้าขืนพูดอีกคำเดียว หมอนี่ระเบิดตัวตายแน่...
งานเลี้ยงมื้อค่ำของฝั่งเหลียวเหลียวจบลงด้วยความขุ่นมัว ในขณะที่สามคนจากอาจูรทานกันจนพุงกางด้วยความเปรมปรีดิ์
เถาซินไป๋กระดกโค้กเข้าปาก "ถึงแม้จะไม่สร้างความเสียหายที่เป็นรูปธรรมให้อีกฝ่ายได้ก็เถอะ..."
"ผมถามแค่ว่าคุณสะใจไหมครับ!" ฉือเวินหัวเราะร่า
"สะใจ! โคตรจะสะใจเลย!"
เถาซินอวี่เองก็หัวเราะร่าเริง แต่หลังจากหัวเราะได้สักพัก เธอก็มองจานเปล่าตรงหน้าด้วยความงุนงง
"เอ๊ะ? แล้วเนื้อย่างรวมมิตรของฉันหายไปไหนหมด?"