- หน้าแรก
- สร้างเกมอยู่ดีๆ คู่รักในเกมดันเป็นซุปตาร์ตัวแม่ซะงั้น
- บทที่ 5 เกมธุรกิจ
บทที่ 5 เกมธุรกิจ
บทที่ 5 เกมธุรกิจ
บทที่ 5 เกมธุรกิจ
วันที่สามของการทำงาน: อู้งาน
วันที่สี่ของการทำงาน: รับเงินเดือนมานั่งดูซีรีส์แบบมาราธอน
วันที่ห้าของการทำงาน: นั่งคุยกับ SY ทั้งวัน
วันหยุดสุดสัปดาห์
วันที่หกของการทำงาน: ไม่ได้การละ ฉันต้องทำตัวให้เกิดประโยชน์! ว่าแล้วก็ใช้เวลาทั้งวันไปกับการฝึกวาดภาพแบบดิจิทัล
วันที่เจ็ดของการทำงาน: อู้งาน
โดยไม่รู้ตัว ฉือเวินทำงานที่นี่มาได้ครึ่งเดือนแล้ว
และในครึ่งเดือนมานี้ เถาซินอวี่ก็ยังหาพนักงานใหม่ไม่ได้สักคน
"เสี่ยวฉือ"
เถาซินอวี่ส่งเสียงเรียกฉือเวินที่เพิ่งผ่านพ้นวันแห่งการอู้งานและกำลังจะก้าวเท้าออกจากประตู "อย่าเพิ่งรีบกลับสิ"
มาแล้ว... มันมาแล้ว! วัฒนธรรมการทำงานล่วงเวลาอันน่าสะพรึงกลัวของวงการอินเทอร์เน็ต ในที่สุดมันก็มาถึง!
เขาอยากจะประณามพฤติกรรมผิดกฎหมายนี้เหลือเกิน!
คนเงินเดือนสามพันห้าเขาไม่ทำงานล่วงเวลากันหรอกนะโว้ย!
"เดี๋ยวเราไปกินเลี้ยงมื้อค่ำกัน ไปกินอาหารญี่ปุ่นนะ"
เถาซินอวี่พูดพลางเก็บกระเป๋าถือใบเล็กของเธอแล้วหันมาบอก
"โอเคครับบอส ขอบคุณครับบอส ไม่รีบครับบอส"
ด้วยความซาบซึ้งในพระคุณของบอส วันนี้เขาประหยัดค่าข้าวไปได้อีกมื้อแล้ว
วันนี้เถาซินไป๋เองก็ปิดไลฟ์สตรีมเร็วกว่าปกติ เขาจัดการลบเครื่องสำอางและถอดวิกผมในห้องแต่งตัว เผยให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มรูปหล่อหน้าหวานหยด
"การเลี้ยงมื้อค่ำเป็นธรรมเนียมที่เราทำกันทุกเดือน ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านนั้นเราไปกันบ่อย รสชาติยังดีเหมือนเดิม"
เถาซินอวี่ยิ้มให้เขา "เราลดเงินเดือนพนักงานไปแล้ว จะให้ลดสวัสดิการอีกก็คงดูใจร้ายเกินไป"
เถาซินไป๋เบะปาก "ผมว่าเจ๊แค่อยากกินเองมากกว่ามั้ง?"
"ถ้าแกไม่อยากไปก็ไม่ต้องไปสิ จะได้ประหยัดงบ"
"ทำไมผมจะไม่ไปล่ะ?! ตอนนี้บริษัทใช้เงินผมหมุนอยู่นะ!"
สองพี่น้องเถียงกันไปตลอดทางขณะเดินลงบันได ร้านอาหารญี่ปุ่นเป้าหมายตั้งอยู่ตรงข้ามตึกบริษัทนี่เอง
เวลานี้เพิ่งจะเลยหกโมงเย็นมานิดหน่อย เป็นช่วงไพร์มไทม์ของมื้อค่ำ ร้านอาหารญี่ปุ่นจึงเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
พวกเขาหาโต๊ะริมหน้าต่างนั่ง และสังเกตเห็นว่าดูเหมือนจะมีบริษัทอื่นมาจัดงานเลี้ยงกระชับมิตรที่ร้านนี้เหมือนกัน
"เมื่อก่อนเวลาคนของ 'อาจูร' ออกมากินข้าวกันทีก็เอิกเกริกแบบนี้แหละ"
น้ำเสียงของเถาซินอวี่ฟังดูหดหู่เล็กน้อย "แต่ตอนนี้พอพวกเราออกมา กลับนั่งไม่เต็มโต๊ะด้วยซ้ำ"
"ถ้าพี่อยากจ้างคน ก็น่าจะหาได้ไม่ใช่เหรอครับ? จ่ายเงินเดือนไม่ไหวเหรอ?"
ฉือเวินรู้สึกว่าช่วงนี้เธอมัวแต่ติดซีรีส์ 'เจินหวน' จนอู้งานหนักเกินไปแล้ว
เถาซินอวี่ส่ายหน้า "บัญชีบริษัทเพิ่งมีเงินก้อนเข้ามา ถ้าจะจ้างคนจริงๆ ก็พอจ่ายไหว"
"แต่เราไม่ต้องการเด็กจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ ตอนนี้เราต้องการพนักงานที่เข้ามาแล้วทำงานได้เลย"
"หัวหน้าฝ่ายวางแผนที่เคยคุมโปรเจกต์, อาร์ตติสที่ปิดงานได้ด้วยตัวคนเดียว, โปรแกรมเมอร์หัวล้าน..."
"แต่พนักงานระดับนี้หายากมาก และที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่าคือ..."
เถาซินอวี่เม้มปากแน่น ไม่พูดต่อ
เถาซินไป๋แค่นเสียงเฮอะแล้วพูดแทรกขึ้นมา "ที่น่าเจ็บใจกว่าคือ 'เลี่ยวเฉิง' ไอ้สารเลวนั่นดันเปิดสตูดิโอใหม่ทันที แถมพนักงานแทบทั้งหมดก็คือทีมงานเก่าของอาจูรทั้งนั้น"
"ตอนนี้วงการเกมทั่วทั้งหนานจิงเขารู้กันหมดแล้วว่าอาจูรของเราโดนเจาะไข่แดงจนกลวงโบ๋ ที่นี่มีแต่เปลือก ไม่มีใครกล้ามาสมัครงานหรอก!"
ฉือเวินพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ไม่มีพนักงานคนไหนอยากเข้ามาร่วมหัวจมท้ายกับสตูดิโอที่เหลือแต่ซากปรักหักพังหรอก
เพราะนั่นหมายความว่าหลังจากเข้ามาแล้ว คุณอาจต้องแบกรับภาระงานเกินหน้าที่ และต้องทำงานล่วงเวลาแบบไม่มีที่สิ้นสุด
"และเพราะขาดคนทำงาน เกมออนไลน์สองเกมที่พัฒนาไปก่อนหน้านี้เลยต้องหยุดชะงักไปโดยปริยาย"
เถาซินอวี่นวดขมับอย่างอ่อนล้า "ถ้าไม่ใช่เพราะเราจ้างทีมซัพพอร์ตภายนอกมาช่วยตอบคำถามผู้เล่น ชื่อของ 'อาจูรเกมส์' คงเน่าเฟะไปนานแล้ว"
"พูดกันตามตรง ตั้งแต่ปล่อยเกมหลอกกินตังค์สองเกมนั้นออกไป ชื่อเสียงเราก็เน่าสนิทมาตั้งแต่แปดร้อยปีก่อนแล้ว"
เถาซินไป๋มองโลกตามความเป็นจริง อาจเพราะเขาใช้เวลาท่องโลกอินเทอร์เน็ตค่อนข้างเยอะ
"เรายังมีบัญชีเวยป๋ออยู่ไหมครับ?" ฉือเวินถามขึ้นหลังจากครุ่นคิด
"มีสิ บัญชีเวยป๋อทางการของอาจูร แล้วก็บัญชีทางการของเกมอีกสองเกม ทั้งหมดอยู่ในมือเรา แต่แทบไม่ได้อัปเดตอะไรแล้ว"
เถาซินอวี่ตอบ
"งั้น... ขอยกให้ผมดูแลได้ไหมครับ?" ฉือเวินเกาหัวแก้เก้อ แม้ทั้งบริษัทจะมีกันอยู่แค่สามหน่อ แต่เขาก็ยังเป็นแค่เด็กฝึกงานที่เพิ่งเข้ามาได้ครึ่งเดือน
บัญชีเวยป๋อทางการถือเป็นช่องทางโซเชียลมีเดียที่สำคัญมาก เป็นกระบอกเสียงของบริษัทในการสื่อสารกับภายนอก
"ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้หรอกนะ..." เถาซินอวี่หยิบโทรศัพท์ออกมา ค้นหารหัสผ่านเวยป๋อจากบันทึกข้อความแล้วส่งให้เขา
"แต่นายจะเอาไปทำอะไร? ถึงเวยป๋อเราคนตามจะไม่เยอะ แต่นายจะโพสต์อะไรสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้นะ ต้องระวังด้วย..."
"เอาไปโปรโมตเกมใหม่ไงครับ" ฉือเวินตอบเหมือนเป็นเรื่องปกติ "ก่อนเกมจะวางขาย เราก็ต้องมีการวอร์มอัปกระแสกันหน่อยสิ"
"เกมใหม่?" บอสสาวทำหน้างง "เรามีเกมอะไรด้วยเหรอ?"
ฉือเวินกับเถาซินไป๋หันมาสบตากัน แววตาของทั้งคู่ฉายแววระอาใจ
"เอาเป็นว่า มันเป็นของใหม่มากๆ..."
เถาซินไป๋นึกย้อนไปถึงภาพประกอบต่างๆ ที่ฉือเวินวาดในช่วงที่ผ่านมา แล้วช่วยอธิบายแทน "ถ้าเกมนี้สร้างเสร็จจริงๆ เจ๊คงต้องมอบตำแหน่งผู้จัดการโปรเจกต์ให้เขาแล้วล่ะ..."
ยังไม่ทันที่เสียงของเถาซินไป๋จะจางหาย จู่ๆ คนคุ้นหน้าคนหนึ่งก็หันขวับมาจากโต๊ะข้างๆ
ตอนนั้นเองที่ฉือเวินเพิ่งสังเกตเห็นว่า คนที่นั่งหันหลังให้พวกเขามาตลอดคือ 'เลี่ยวเฉิง' ผู้จัดการโปรเจกต์ที่เขาเคยเจอหน้าแค่ครั้งเดียวคนนั้น
ตอนนี้เลี่ยวเฉิงดูภูมิฐานเต็มไปด้วยราศีจับ ที่คอห้อยป้ายพนักงานใหม่ เขียนตัวอักษรตัวเป้งว่า 'เลี่ยวเลี่ยว สตูดิโอ'
...อืม ที่แท้สตูดิโอที่มาจัดงานเลี้ยงทีมบิวดิ้งวันนี้ ก็คือพวกเขานั่นเอง
"ผู้จัดการโปรเจกต์?"
สีหน้าเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเลี่ยวเฉิงเขากวาดตามองสองพี่น้องตระกูลเถา ก่อนจะหันมาพินิจพิเคราะห์ฉือเวิน แล้วทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้
"อ้อ~ นึกว่าใคร! ที่แท้ก็นายจ้างเก่านี่เอง!"
ใบหน้าของเถาซินไป๋เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำราวก้นหม้อทันที
ก็เพราะเลี่ยวเฉิงนี่แหละ ที่ทำให้ธุรกิจของอาจูรต้องตกระกำลำบากตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา
เถาซินอวี่ขมวดคิ้วแน่น "ไม่เจอกันแค่ครึ่งเดือน คุณดูเจริญรุ่งเรืองดีนี่ เลี่ยวเฉิง"
"แน่นอน แน่นอน ก็ต้องขอบคุณคุณนั่นแหละ ผมถึงตั้งตัวใหม่ได้สำเร็จ"
บนโต๊ะของเลี่ยวเฉิงมีขวดเหล้าสาเกวางอยู่หลายขวด ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ บ่งบอกชัดเจนว่าดื่มไปไม่น้อย
"ถ้าไม่ใช่เพราะคุณมัวแต่ดึงดันจะทำเกมอินดี้บ้าบออะไรนั่น ผมคงไม่มีทางเกลี้ยกล่อมให้พวกนี้หนีตามผมออกมาได้หรอก!"
ไม่ใช่ทุกคนจะหน้าหนาไร้ยางอายเหมือนเลี่ยวเฉิง พนักงานหลายคนในโต๊ะนั้นต่างพากันหันหน้าหนีด้วยความกระอักกระอ่วนใจ
"คนเรามีปณิธานต่างกัน... พี่ซินอวี่ ผมขอโทษนะ..."
"บอสเถา พวกเรามันพวกหัวไม่ถึงทางศิลปะจริงๆ... เรื่องเงินปากท้องมันสำคัญกว่า..."
จู่ๆ โทรศัพท์ในกระเป๋าของฉือเวินก็สั่นขึ้น เขาหยิบออกมาดูและเห็นข้อความจาก SY
SY: ทำอะไรอยู่?
SY: พระจันทร์คืนนี้ดูเหมือนจะกลมเป็นพิเศษเลยนะ! กลมดิ๊กแถมสว่างจ้าเลย!
SY: [แนบรูปภาพ]
ฉือเวินแตะดูรูปภาพ เป็นรูปที่น่าจะเพิ่งถ่ายสดๆ ร้อนๆ พระจันทร์ในรูปดวงโตเท่าจานข้าวเลยทีเดียว
ฉือเวิน: น่าจะเพราะเป็นช่วงกลางเดือนหรือเปล่า? กลางเดือนพระจันทร์ก็ต้องโตอยู่แล้ว
ฉือเวิน: ส่วนฉันกำลังอยู่ในสมรภูมิสงครามธุรกิจ