- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นพี่สาวคนโตพร้อมมิติน้ำทิพย์ ภัยแล้งนี้พี่เลี้ยงเอง
- บทที่ 26 พี่เฉิน ลองดูสักหน่อยเถอะ
บทที่ 26 พี่เฉิน ลองดูสักหน่อยเถอะ
บทที่ 26 พี่เฉิน ลองดูสักหน่อยเถอะ
บทที่ 26 พี่เฉิน ลองดูสักหน่อยเถอะ
"เจ้าสาม เอาข้าวสารคืนมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!"
แม่เฒ่าหานกวาดตามองคนแก่ คนอ่อนแอ คนป่วย และคนพิการที่อยู่ในบ้าน แล้วแสยะยิ้ม "สามสิบชั่ง ห้ามขาดแม้แต่ขีดเดียว"
"เหอะ ท่านไม่เคยให้ข้าวสารข้า แล้วข้าจะเอาที่ไหนมาให้ท่าน?"
"ข้าไม่สน ถ้าเจ้าไม่เอาข้าวสารมา ข้าก็จะอยู่ที่บ้านเจ้า อะไรที่เจ้ากิน ข้าก็จะกินด้วย!"
"ท่าน..."
หานหมิงหยวนกำหมัดแน่น อย่างไรเสีย ในฐานะลูก เขาก็ลงมือทำร้ายแม่บังเกิดเกล้าไม่ได้
"โอ้โฮ ข้าเพิ่งจะกลับถึงบ้าน ก็ได้ยินเสียงหมาเห่าเลยรึ?"
หานลั่วเสวี่ยวางตะกร้าลง แล้วเดินกอดอกเข้ามาในบ้าน
แม่เฒ่าหานหน้าเปลี่ยนสีเมื่อเห็นหน้านาง แต่พอมองไปเห็นคนที่มากับนาง นางก็คลายกังวลลง
"นังตัวดี เจ้ามาทำอะไรที่นี่?"
"นี่มันบ้านข้า ข้ากลับบ้านตัวเองแล้วจะทำไม?"
หานลั่วเสวี่ยกวาดตามองสถานการณ์ในลานบ้าน โดยเฉพาะเมื่อเห็นรอยตบแดงเถือกบนใบหน้าของน้องสาวและมารดา สีหน้าของนางก็พลันเย็นเฉียบ
"ท่านแม่ ใครตีท่าน?"
หยุนเหนียงไม่ตอบ ได้แต่มองไปทางแม่เฒ่าหาน
เพียะ! ฝ่ามือฉาดใหญ่ฟาดลงบนใบหน้าของแม่เฒ่าหานจนหน้าหัน พอหันกลับมา เลือดสดๆ ก็ไหลซึมออกมาจากมุมปาก
แรงข้าเยอะขนาดนี้เชียวหรือ? หานลั่วเสวี่ยแอบตกใจ ต่อไปเวลาลงมือคงต้องระวังออมแรงไว้บ้างแล้ว
"เจ้า... นังเด็กเวร เจ้ากล้าตบข้ารึ?"
แม่เฒ่าหานก็คาดไม่ถึงว่าจะโดนตบ นางจ้องมองหานลั่วเสวี่ยด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายดั่งงูพิษ
"ท่านตบแม่ข้าก่อน"
"แก... โอ๊ย ตายแล้ว หลานตบย่า ฟ้าผ่าแน่ๆ..."
แม่เฒ่าหานหยิกต้นขาตัวเองแล้วทรุดลงนั่งกับพื้น งัดลูกไม้เดิมๆ ออกมาใช้
"แล้วเจ้าล่ะ?"
หานลั่วเสวี่ยเมินนางโดยสิ้นเชิง เดินไปหาน้องสาวแล้วถามเสียงนุ่ม
"ท่านย่าก็ตีข้า"
นางอีกแล้วรึ คราวนี้หานลั่วเสวี่ยขยับตัว เดินตรงเข้าไปหาแม่เฒ่าหานที่กำลังโวยวาย
"นังตัวดี ถ้าไม่เอาข้าวสามสิบชั่งมาคืน ไม่สิ เจ้าตบข้าด้วย ต้องเอามาอย่างน้อยห้าสิบชั่ง ถ้าไม่ให้ ข้าไม่ลุกแน่"
แม่เฒ่าหานคิดว่าหานลั่วเสวี่ยกลัว จึงยื่นข้อเสนอขูดรีดอย่างหน้าไม่อาย
"ไม่ลุกงั้นรึ?"
หานลั่วเสวี่ยตบหน้าแม่เฒ่าหานฉาดใหญ่อีกครั้ง แต่คราวนี้ออมแรงไว้หน่อย หน้าแค่หันแต่ไม่มีเลือดออก
"แก..."
แม่เฒ่าหานอยากจะลุกขึ้นมาตบสวน แต่พอนึกถึงข้าวสาร ก็แกล้งร้องไห้โฮเสียงดังกว่าเดิม
หานลั่วเสวี่ยลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีสบายๆ ยืดเส้นยืดสายเล็กน้อยแล้วยิ้ม "ไม้กระบองของข้าอยู่ไหน?"
หานลั่วอวี่รำคาญแม่เฒ่าหานเต็มทน นางวิ่งไปหยิบไม้กระบองขนาดเท่าแขนที่หลังประตูมายื่นให้พี่สาว
หานลั่วเสวี่ยรับมาถือไว้ ชั่งน้ำหนักในมือ อืม ไม่เลวถนัดมือดี
จากนั้น...
"กรี๊ด... นังหานลั่วเสวี่ยมันบ้าไปแล้ว มันจะฆ่าคน..." ฟังเสียงกรีดร้องโวยวาย หานลั่วเสวี่ยเพียงแค่ยิ้มมุมปาก
เมื่อเห็นตัวหัวโจกวิ่งหนีไปแล้ว สะใภ้ทั้งสามคนก็รีบแจ้นหนีตามไปด้วย
พอคนบ้านใหญ่สกุลหานไปกันหมด หานลั่วเสวี่ยก็ประคองทุกคนเข้าบ้าน
นางตักน้ำจากสระวิเศษใส่ชาม ให้หยุนเหนียงและหานลั่วอวี่เช็ดหน้าเช็ดตา
"หานอวี้เจ๋อ ให้เจ้ามาเห็นเรื่องน่าขายหน้าเสียแล้ว"
หยุนเหนียงมองหานอวี้เฉินด้วยความเกรงใจ เขาอุตส่าห์ไปเป็นเพื่อนลูกสาวนาง พอกลับมาข้าวปลาอาหารก็ยังไม่ได้เตรียม
"เย็นนี้เจ้ากับท่านอาแปดมากินข้าวที่นี่นะ"
หานลั่วเสวี่ยก็รู้สึกเกรงใจเช่นกัน
หานอวี้เฉินพยักหน้ารับแล้วขอตัวกลับบ้านไปก่อน
ในขณะเดียวกัน หมอเทวดาสวีที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ก็ถอนหายใจออกมา
"ย่าของพวกเจ้านี่ช่างหาตัวจับยากจริงๆ ในโลกนี้"
เขาไม่เคยเห็นใครยอมแลกขาของลูกชายกับหมูแค่ครึ่งตัวมาก่อน เขาถึงกับสงสัยว่าหานหมิงหยวนอาจจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของบ้านสกุลหาน
"เจ้าเป็นลูกแท้ๆ ของพวกเขาแน่หรือ?"
หมอเทวดาสวียังอดถามไม่ได้
"น่าจะใช่นะขอรับ"
หานหมิงหยวนตอบอย่างจนใจ พลางอธิบาย "ตอนพี่ใหญ่เกิด เขาเป็นลูกชายคนแรกที่จะสืบทอดวงศ์ตระกูล ท่านพ่อท่านแม่ย่อมดีใจมาก พี่รองก็เป็นผู้ชายอีก สมัยนั้นในหมู่บ้านไม่ค่อยมีลูกชายติดต่อกันแบบนี้ พวกท่านก็ยิ่งดีใจ พอท้องข้า พวกท่านก็คาดหวังว่าจะเป็นลูกสาว จะได้มีลูกครบทั้งชายหญิง เสียดายที่ออกมาเป็นลูกชายอีก"
"จนกระทั่งพี่สาวคนโตเกิด ท่านแม่ตื่นเต้นดีใจเหมือนเด็กๆ พี่สาวคนรองเกิดมาหน้าตาสะสวย ท่านแม่ก็รักนางที่สุด"
"ส่วนเจ้าสี่ ตอนนั้นท่านแม่บอกว่ามีลูกห้าคนแล้วไม่อยากมีอีก แต่ท่านพ่ออยากให้เป็นเลขคู่ ท่านพ่อเลยตามใจเจ้าสี่มาก"
"ท่านพ่อ ในเมื่อท่านปู่ตามใจท่านอาสี่ขนาดนั้น ทำไมปีนั้นที่ท่านอาสี่ไข้ขึ้นสูงเกือบตาย ท่านปู่ถึงไม่พาไปหาหมอล่ะเจ้าคะ?"
คำถามของหานลั่วเสวี่ยทำเอาหานหมิงหยวนพูดไม่ออก
ตอนนั้นเขาเองก็ไม่เข้าใจ แต่เมื่อเร็วๆ นี้เขาเริ่มคิดได้แล้ว เพราะทั้งสองคนกลัวตายไงล่ะ
ไม่ว่าจะพ่อหรือแม่ พวกเขากลัวตายทั้งคู่ พวกเขารักลูก ตามใจลูกได้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ไม่กระทบกระเทือนผลประโยชน์ของตนเอง
เมื่อเทียบกับชีวิตของตนเอง ลูกทุกคนก็สามารถถูกทอดทิ้งได้โดยไม่ลังเล
"ใครจะรู้ บางทีตอนนั้นพวกเขาอาจจะไม่ได้รักอาสี่ของเจ้าขนาดนั้นก็ได้"
หานหมิงหยวนไม่อยากวิจารณ์พ่อแม่มากนัก เรื่องมันผ่านไปแล้ว พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ หมอเทวดาสวียังบอกว่าขาของเขามีโอกาสหายสูง และเขาเชื่อในตัวหานลั่วเสวี่ย
เขารู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของหานลั่วเสวี่ย เขาไม่รู้ว่าน้ำวิเศษของลูกสาวมาจากไหน แต่ร่างกายของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหลังจากย้ายมาอยู่ที่นี่
"จริงสิ ท่านพ่อ ต่อไปถ้าคนบ้านใหญ่สกุลหานมาอีก เราก็แค่ตีให้กระเจิงไปเลย"
หานลั่วเสวี่ยพูดพลางยิ้มกว้าง หานหมิงหยวนยิ้มขื่นๆ แม้จะตัดขาดกันแล้ว แต่จะให้เขาลงมือตีพ่อแม่จริงๆ ก็คงทำไม่ลง
หานลั่วเสวี่ยเดินไปหาหานอวี้เฉิน นางดึงเขาไปคุยกันตามลำพัง
"หมอเทวดาสวีฝีมือดีมากนะ ขาพ่อข้าเริ่มมีความรู้สึกแล้ว เท้าน้องสาวข้าก็เริ่มเจ็บแล้วเหมือนกัน เท้าของเจ้า..."
หานอวี้เฉินเป็นคนดีและเคยช่วยเหลือนาง หานลั่วเสวี่ยจึงหวังว่าจะช่วยเขาได้บ้างถ้าทำได้
"เท้าของข้าไม่เหมือนพวกเขาหรอก คงรักษาไม่หายแล้วล่ะ"
พอพูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของหานอวี้เฉินก็หม่นหมองลง เขานึกถึงตอนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ท่านปู่ของเขาวิ่งเต้นหาหมอมากมายด้วยความร้อนใจ แต่สุดท้าย แม้จะทุ่มเทรักษาอย่างเต็มที่ ก็ทำได้แค่ยื้อชีวิตเขาไว้เท่านั้น
แผลเป็นบนหน้าและขาที่เดินกะเผลก แม้แต่หมอทหารยังจนปัญญา แล้วหมอชาวบ้านในที่กันดารแบบนี้จะทำอะไรได้?
"ลองดูหน่อยเถอะน่า ยังไงก็ไม่เสียหายอะไรนี่"
ไม่รู้ทำไม พอเห็นท่าทางหดหู่ของหานอวี้เฉิน หานลั่วเสวี่ยก็รู้สึกไม่สบายใจและอึดอัดใจแปลกๆ นางรู้สึกว่าหานอวี้เฉินไม่ควรจะเป็นแบบนี้
"ลองคิดดูสิ ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดก็แค่เป็นเหมือนเดิม จะมีอะไรแย่ไปกว่านี้ได้อีก?"
หานอวี้เฉินคิดตามแล้วก็เห็นด้วย เขาชินชากับความผิดหวังจนไม่รู้จะผิดหวังอย่างไรแล้ว
"แต่ถ้ามันได้ผลล่ะ? เจ้าไม่อยากเป็นคนปกติหรือ? เจ้ายังหนุ่มยังแน่น ต่อไปต้องแต่งเมียนะ?"
แต่งเมีย... หานอวี้เฉินมองใบหน้างดงาม ดวงตาสุกสกาว ฟันขาวสะอาดตรงหน้า ครอบครัวนางจะยอมให้เขาแต่งกับนางหรือ?
"นี่ พี่เฉิน ลองดูสักหน่อยเถอะนะ พลีสสส" หานลั่วเสวี่ยจนปัญญา คนผู้นี้ดูเย็นชาจะตายไป ทำไมบทจะเป็นเด็กดื้อก็ดื้อตาใสแบบนี้ ต้องให้นางลงทุนอ้อนวอนเลยรึไง?