เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 ของไม่ออกหน้าออกตา

บทที่ 27 ของไม่ออกหน้าออกตา

บทที่ 27 ของไม่ออกหน้าออกตา


บทที่ 27 ของไม่ออกหน้าออกตา

"อืม"

เมื่อเห็นเขายอมรับปาก หานลั่วเสวี่ยก็ถอนหายใจ เฮ้อ นางไม่ได้เป็นอะไรกับเขาสักหน่อย แต่กลับต้องมาคอยเป็นห่วงเป็นใยเขา มันช่าง...

"เดี๋ยวข้าจะตักน้ำให้ท่าน ต่อไปนี้ท่านต้องดื่มน้ำนี้ โดยผสมกับน้ำที่บ้านอย่างละครึ่ง อ้อ แล้วถ้าว่างก็เอาน้ำนี้เช็ดแผลด้วยนะ ห้ามขี้เกียจล่ะ ถ้ามีแรงก็จำไว้นวดแผลด้วย ว่าแต่ข้าขอดูแผลของท่านหน่อยได้ไหม?"

หานลั่วเสวี่ยพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด หากเป็นคนอื่น หานอวี้เจ๋อคงรำคาญไปแล้ว แต่ตอนนี้หัวใจเขากลับรู้สึกอบอุ่น

ตั้งแต่เขาขาพิการ จะมีสักกี่คนกันที่ห่วงใยเขาอย่างจริงใจ ทั้งที่เขากับนางเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน

"พี่เฉิน เร็วเข้าสิ"

หานลั่วเสวี่ยตั้งท่ารอช่วยเขา แต่แล้วก็เห็นว่าชายหนุ่มเอาแต่เหม่อลอย นางจึงทำหน้ามุ่ยอย่างขัดใจ

นางไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยหรือไง? หานอวี้เจ๋อนี่ตาต่ำชะมัด

"อ่า... จำเป็นต้องดูจริงๆ หรือ?"

พอนึกถึงคำขอของหานลั่วเสวี่ย ใบหน้าคล้ำเข้มของหานอวี้เจ๋อก็แดงระเรื่อ

ดูแผลหรือ? มันอยู่ที่ขานะ เขาไม่อยากให้นางเห็นสภาพอัปลักษณ์ของตนเอง

"นี่ พี่เฉิน ท่านอายหรือไง? เร็วเข้า ข้ายังต้องสอนท่านนวดอีกนะ!"

"เจ้าหนุ่มนี่ ชักช้าอยู่ได้ รีบให้แม่หนูเสวี่ยดูเร็วเข้า"

ท่านอาแปดแอบฟังอยู่ข้างนอกตั้งนานแล้ว เห็นหานอวี้เจ๋ออิดออดก็ทนไม่ไหว พุ่งเข้ามาลากหานอวี้เจ๋อไปนั่งบนม้านั่ง แล้วจัดการถอดรองเท้าและถลกขากางเกงของเขาขึ้นอย่างคล่องแคล่ว เผยให้เห็นขาข้างที่บาดเจ็บ

สภาพของมันชวนสยดสยอง รอยแผลเป็นนั้นน่ากลัวยิ่งกว่ารอยบนใบหน้าของเขาเสียอีก

หานอวี้เจ๋อมองหานลั่วเสวี่ยอย่างกังวล กลัวว่านางจะรังเกียจแผลน่าเกลียดน่ากลัวนี้

แต่ทว่า สีหน้าของหานลั่วเสวี่ยกลับเป็นปกติ นางไม่มีท่าทีหวาดกลัวหรือรังเกียจแม้แต่น้อย นางจ้องมองมันอย่างจริงจังแล้วถอนหายใจ

"ตอนนั้นคงเจ็บมากเลยสินะ?"

นางพูดพลางยกมือขึ้นสัมผัสแผลเป็นนั้น มันลึกมาก ดูรุนแรงกว่าแผลของท่านพ่อและน้องเล็กมากนัก นางสงสัยว่าน้ำพุวิญญาณจะช่วยเขาได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม นางเคยเห็นอานุภาพของน้ำพุวิญญาณมาแล้ว นางเชื่อว่าต่อให้ไม่หายสนิท อย่างน้อยอาการก็น่าจะดีขึ้นบ้าง

"มันผ่านไปแล้วล่ะ" หานอวี้เจ๋อไม่กล้ามีความหวังใดๆ

"แผลแบบนี้รักษาให้หายขาดยากมาก เว้นแต่จะมีโอสถฟื้นฟู!"

เสียงที่ดังขึ้นกะทันหันทำเอาหานลั่วเสวี่ยสะดุ้ง

เสียงจากระบบหรือ? หานลั่วเสวี่ยไม่คิดว่าจู่ๆ ระบบจะพูดขึ้นมา แต่มันก็แปลก ทำไมตอนรักษาขาของท่านพ่อกับน้องเล็ก ระบบถึงไม่เตือนอะไรเลย?

"แล้วข้าจะหาโอสถฟื้นฟูได้จากที่ไหน? ต้องหลอมเองหรือ?"

หานลั่วเสวี่ยแอบถามในใจ

"โฮสต์ โปรดรีบอัปเกรดโดยเร็ว ท่านอาจได้รับมันในภายหลัง"

ระบบตอบแบบกำกวม แต่หานลั่วเสวี่ยก็เข้าใจ น้ำพุวิญญาณอาจรักษาหานอวี้เจ๋อให้หายขาดไม่ได้ แต่ระบบยังมีหนทางอื่น

ส่วนการอัปเกรด ก็ทำได้ด้วยการปลูกพืชเท่านั้น อ้อ จริงสิ การปลูกพืชไร้ดินที่นางคิดไว้เมื่อหลายวันก่อน ที่ดินที่ระบบให้มามีไม่พอ นางสามารถทำเกษตรไร้ดินได้นี่นา

หานลั่วเสวี่ยระงับความตื่นเต้นในใจ แล้วยิ้มให้ทั้งสองคน

"ข้ามีลางสังหรณ์ว่าขาของพี่เฉินจะหายดีจนเป็นปกติ"

เมื่อเห็นทั้งสองคนทำหน้าไม่เชื่อ หานลั่วเสวี่ยก็ทำแก้มป่องอย่างงอนๆ "เมื่อหลายวันก่อน ข้าก็บอกว่าขาของท่านพ่อกับน้องเล็กจะหายดี พวกเขาก็ไม่เชื่อเหมือนกัน แต่ตอนนี้ขนาดท่านหมอเทวดาสวียังบอกว่าอาการดีขึ้นมาก และน่าจะหายเร็วๆ นี้"

"ท่านแม่บอกว่าข้าเป็นดาวนำโชค ข้าสังหรณ์ใจอย่างแรงกล้าว่าขาของพี่เฉินก็ต้องหายสนิทแน่นอน"

แม้คำพูดจะฟังดูเหลวไหล แต่ท่านอาแปดก็หวังลึกๆ ว่ามันจะเป็นจริง

"เสวี่ยเอ๋อร์ ถ้าขาของพี่เฉินเขาหายดีจริงๆ เจ้าถือเป็นผู้มีความดีความชอบสูงสุดเลยนะ"

หานลั่วเสวี่ยหัวเราะคิกคักในใจ แน่นอนว่านางต้องเป็นผู้มีความดีความชอบสูงสุด เพราะโอสถฟื้นฟูต้องพึ่งพาระบบของนาง

นอกจากนางแล้ว คงไม่มีใครในโลกนี้ที่จะช่วยหานอวี้เจ๋อได้อีก

"ตกลงตามนั้น ข้าจะรับความดีความชอบนี้ไว้เอง อ้อ พี่เฉิน ข้าจะสอนวิธีนวดให้ ท่านต้องจำให้ดี และพยายามนวดทุกวันนะ"

หานลั่วเสวี่ยเริ่มสาธิตวิธีนวด ถูกสาวงามสัมผัสเนื้อตัวแบบนี้ หานอวี้เจ๋อก็หน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นรัว ใบหูแดงเถือกไปหมด

คราวนี้ท่านอาแปดก็ตั้งใจดูด้วย พยายามจดจำทุกท่วงท่าของหานลั่วเสวี่ย

ผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อ นางก็หยุด พอนวดเสร็จนางก็เหงื่อซึมเล็กน้อย

"เอาล่ะ เย็นนี้พวกท่านมากินข้าวที่บ้านข้านะ แล้วอย่าลืมเอาถังน้ำติดมือมาด้วย"

หานอวี้เจ๋อพยักหน้า ไม่กล้าสบตาหานลั่วเสวี่ย

...

"เจ้าคนไม่ได้เรื่อง ลูกสาวเราหายไปไหน?"

พอรู้ว่าลูกสาวถูกเอาไปแลกเสบียง หลี่ซื่อ ภรรยาของหานหมิงเกา ไม่กล้าไปอาละวาดกับแม่เฒ่าหาน จึงกลับมาที่ห้องแล้วเริ่มด่าทอสามี

หานหมิงเกายังเจ็บแผลอยู่ อารมณ์ก็หงุดหงิดเป็นทุนเดิม พอโดนเมียด่าก็ยิ่งโมโห ตบหน้านางฉาดใหญ่

"นังแก่ปากเน่า ถ้าเจ้าพูดอีกคำเดียว ข้าจะเอาเจ้าไปแลกด้วย"

"เจ้า... เจ้าว่าอะไรนะ? หมายความว่ายังไง?"

"ก็เอาเจ้าไปแลก แล้วหาเมียเด็กมามีลูกชายให้ข้าไง นังตัวไร้ค่า มีลูกชายให้ข้าก็ไม่ได้ ยังจะกล้ามาเถียงอีก!"

หานหมิงเกามองหลี่ซื่อด้วยสายตาเย็นชา ผู้หญิงคนนี้อายุสามสิบกว่าแล้ว ท้องครั้งสุดท้ายเมื่อกี่ปีมาแล้วนะ สงสัยคงมีลูกไม่ได้แล้วกระมัง

ฮึ ความคิดเมื่อกี้เข้าท่าดีเหมือนกัน ทำไมเขาต้องทนอยู่กับนังแก่นี่ด้วย?

เมื่อเห็นสายตาอำมหิตของสามี หลี่ซื่อหน้าซีดเผือดด้วยความกลัว นางอ้าปาก เสียงสั่นเครือ ตะโกนด้วยความโกรธแค้น "เจ้า... หานหมิงเกา ข้าอยู่กินกับเจ้ามาตั้งหลายปี ถึงไม่มีความดีความชอบก็มีความลำบากร่วมกันมา เจ้ากล้าคิดจะขายข้าเชียวรึ?"

การแลกคนตอนนี้ มันไม่ใช่แค่แลกเปลี่ยน แต่มันคือการส่งไปตายชัดๆ

นางมีชีวิตมาหลายปี อยู่กินกับเขามากว่าสิบปี ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะถูกขาย แถมยังเป็นแบบที่ถูกขายไปเป็นอาหารอีกต่างหาก

ได้ยินคำพูดของหลี่ซื่อ หานหมิงเกาก็แค่นเสียงเยาะ "พูดซะดิบดี สิบปีมานี้ อยู่บ้านสกุลหานข้าเคยทำร้ายเจ้าหรือไง? เจ้าเคยอดอยากปากแห้งหรือเปล่า?"

"นังไก่ไม่ออกไข่ มีลูกชายให้ข้าสักคนก็ไม่ได้ ยังมีหน้ามาทวงบุญคุณว่าลำบากอีกรึ? หลี่ซื่อ เอ๋ย หลี่ซื่อ ทำไมเจ้าถึงได้หน้าด้านขนาดนี้?"

"ข้าได้ยินมาว่านังจูฮวา นังเด็กผีคนนั้น จงใจเอาโคลนทาหน้าตัวเอง เด็กตัวแค่นั้นจะไปรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง? เจ้าลองตรองดูให้ดีเถอะ ที่ลั่วฮวาต้องถูกขายก็เพราะความผิดเจ้านั่นแหละ"

ได้ยินดังนั้น หลี่ซื่อก็รู้สึกขมขื่นใจ ตอนนั้นนางก็อยู่ในห้องด้วย และสงสัยว่าพี่สะใภ้ใหญ่หายไปไหน นางช่างไม่ฉลาดทันคนเท่าพี่สะใภ้ใหญ่จริงๆ แต่ลูกของนางผิดอะไรด้วยเล่า?

"จะว่าไป ก็เป็นความผิดของนังหานลั่วเสวี่ยตัวดีนั่นแหละ ถ้านางยอมแต่โดยดีป่านนี้เราคงได้ข้าวโพดแปดสิบชั่งมาแล้ว ไม่ต้องเสียของรักของหวงแบบนี้ ครอบครัวเราคงมีกินไปอีกนาน แม่ก็เหลือเกิน เรื่องนั้นเป็นความสะเพร่าของจูฮวาแท้ๆ ข้าว่าน่าจะเอานังจูฮวาไปแลกซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราว"

หลี่ซื่อฟังคำพูดของสามีแล้วก็สับสนไปหมด ไม่รู้จะโกรธเกลียดใครดี

"เรื่องลั่วฮวาจบแค่นี้ ถ้าเจ้ายังโวยวายไม่เลิก ข้าจะขายเจ้าทิ้งจริงๆ"

เห็นท่าทางสำนึกผิดของหลี่ซื่อ หานหมิงเกาก็เลิกขู่ เขาตบลงบนเตียงเตา "ขึ้นมานี่ เร็วเข้า มาทำลูกชายให้ข้าอีกสักคน ไม่งั้นล่ะก็..."

เขาพูดไม่ทันจบประโยค แต่หลี่ซื่อกลัวจนลนลาน รีบคลานขึ้นไปบนเตียง ไม่นานเสียงครวญครางก็ดังลอดออกมาจากในห้อง

แม่เฒ่าหานเดินผ่านมาพอดี ได้ยินเสียงเข้าก็แค่นเสียงอย่างดูแคลน

"จะอดตายกันอยู่รอมร่อ ยังจะมีอารมณ์มาทำเรื่องพรรค์นั้นอีก สันดานไพร่จริงๆ"

นางคร้านจะสนใจพวกเขา จึงเดินกระย่องกระแย่งกลับห้องด้วยขาสั้นๆ ของนาง ครอบครัวสกุลหานมีหลานชายน้อยเกินไปจริงๆ นางมีลูกชายตั้งสี่คน แต่สะใภ้สี่คนกลับมีหลานชายให้แค่สองคน ช่างไร้น้ำยา ไร้ค่าสิ้นดี

จบบทที่ บทที่ 27 ของไม่ออกหน้าออกตา

คัดลอกลิงก์แล้ว