- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นพี่สาวคนโตพร้อมมิติน้ำทิพย์ ภัยแล้งนี้พี่เลี้ยงเอง
- บทที่ 18 งามหยดย้อยจริงๆ
บทที่ 18 งามหยดย้อยจริงๆ
บทที่ 18 งามหยดย้อยจริงๆ
บทที่ 18 งามหยดย้อยจริงๆ
หญิงสาวผู้นั้นตื่นขึ้นแล้ว ดวงตาเล็กหยีแทบจะเป็นเส้นขีด ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยหลุมฝีดาษหนาเตอะ ปากเบี้ยวผิดรูป
เมื่อนางเห็นทุกคน ก็เหยียดยิ้มที่ชวนให้ผู้คนรู้สึกคลื่นเหียนอาเจียนออกมา "ไหนล่ะ ผัวที่พวกเอ็งหามาให้ข้า?"
หานต้าโถว... ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร?
เจ้ารองและเจ้าสามตระกูลหาน: พวกเขามั่นใจว่าไม่ได้สับเปลี่ยนคนกลางทางแน่ๆ เพื่อจะรีบเอาเสบียง พวกเขาแทบจะไม่ได้หยุดพักเลยด้วยซ้ำ
ดวงตาของคนขายเนื้อแซ่หลิวเบิกกว้าง พอเห็นหน้านาง เขาแทบจะสำรอกอาหารมื้อเที่ยงออกมาให้หมดไส้หมดพุง
นี่น่ะหรือสาวงามที่พวกมันว่า? งามที่สุดในรัศมีสิบลี้แปดหมู่บ้าน?
น่าจะอัปลักษณ์ที่สุดเสียมากกว่า
"นี่น่ะหรือหญิงงามที่พวกเอ็งหามาให้ข้า?"
คนขายเนื้อแซ่หลิวกำหมัดแน่น มือที่กุมดาบใหญ่กระชับแน่นขึ้นด้วยความโกรธ
"ข้า... หานลั่วเสวี่ย? เจ้าใช่หานลั่วเสวี่ยหรือเปล่า?"
แม้แต่เจ้ารองหานที่หัวไวที่สุด ตอนนี้ก็ยังไปไม่เป็น ได้แต่ลองเอ่ยถามดู
"หือ? ท่านลุง ไม่ใช่ท่านบอกว่าจะหาผัวรูปงามมากๆ มาให้ข้าหรอกหรือ?"
สิ้นเสียงหานลั่วเสวี่ย คนขายเนื้อแซ่หลิวก็พุ่งเข้าไปตบหน้าเจ้ารองหานฉาดใหญ่
"อ้า เข้าใจผิดแล้ว เข้าใจผิดกันใหญ่แล้ว นายท่านหลิว นางสวยจริงๆ นะขอรับ วันนี้แค่อาจจะ..."
หานต้าโถวรีบแก้ตัวพัลวัน แต่คนขายเนื้อแซ่หลิวฟังแล้วนอกจากจะไม่ใจเย็นลง กลับยิ่งเดือดดาลหนักกว่าเก่า!
สวยจริงๆ? สภาพนี้น่ะนะ?
คนขายเนื้อแซ่หลิวเป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่ทรมานผู้หญิงจนตายไปถึงหกศพ ร่างกายเขาก็แข็งแรงกำยำ แถมยังเชือดหมูมาหลายปีจนมีพละกำลังมหาศาล การจัดการกับพ่อลูกสกุลหานสามคนนี้ มันง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก
หลังจากโดนทั้งหมัดทั้งเท้าชุดใหญ่ ถ้าเพื่อนบ้านแถวนั้นไม่เข้ามาห้ามทัพเพราะกลัวจะมีคนตาย สามพ่อลูกสกุลหานคงได้ไปเฝ้ายมบาลตั้งแต่วันนี้แล้ว
และสามพ่อลูกสกุลหานก็ไวทายาทนัก พอเห็นมีคนมาห้าม ก็อาศัยจังหวะชุลมุนหนีไปทันที แม้จะเจ็บตัวแต่ก็วิ่งเร็วยิ่งกว่าลมพัด กลัวว่าถ้าช้ากว่านี้จะโดนจับตัวได้
แล้วหานลั่วเสวี่ยล่ะ?
พอนางเห็นคนขายเนื้อแซ่หลิวเริ่มลงมือ นางก็ค่อยๆ ถอยฉากออกมาเงียบๆ ทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด
ส่วนเชือกที่มัดมือมัดเท้า นางจัดการตัดเองเรียบร้อยแล้ว ในมิติของนางมีเคียวเกี่ยวข้าวอยู่
มองดูสามพ่อลูกสกุลหานโดนซ้อมปางตาย หานลั่วเสวี่ยแอบสะใจ สมน้ำหน้าพวกมัน
เมื่อก่อนบ้านใหญ่สกุลหานรังเกียจบ้านสามของนางว่าเป็นตัวถ่วง แล้วดูสภาพบ้านใหญ่ตอนนี้สิ
แม่เฒ่าหานตัวต้นเรื่องก็เอวเคล็ด หานหมิงซิ่นคนที่ใจดำที่สุดก็ขาเดี้ยง
แล้วสามคนนี้ยังมาโดนกระทืบอีก...
พอนึกถึงสภาพอันน่าสมเพชของบ้านใหญ่สกุลหาน หานลั่วเสวี่ยก็หัวเราะออกมาอย่างไม่ค่อยมีคุณธรรมนัก
แต่ทว่า การถูกแบกใส่กระสอบมาตลอดทางแบบนี้มันไม่สนุกเอาเสียเลย
โชคดีที่นางดื่มน้ำพุวิญญาณเข้าไปเยอะ อาการพะอืดพะอมในท้องจึงค่อยยังชั่วขึ้นบ้าง
ตอนนี้ การแต่งหน้าแปลงโฉมของนางถือว่าสมบูรณ์แบบ แม้แต่ท่านพ่อท่านแม่มาเห็นก็คงจำไม่ได้
นางไม่คาดคิดมาก่อนว่ามิตรอัจฉริยะจะมีฟังก์ชัน 'แปลงโฉมอัปลักษณ์' ด้วย
เพียงแต่ฟังก์ชันนี้มีระยะเวลาคูลดาวน์ค่อนข้างนาน
แต่โชคดีที่ข้าวฟ่างในมิติสุกงอมพอดี
นางตรวจสอบคุณภาพของข้าวฟ่าง — เกรดดีเยี่ยม
หานลั่วเสวี่ยไม่รอช้า รีบปลูกรุ่นต่อไปด้วยเมล็ดพันธุ์ชั้นยอดทันที
รอบนี้นางเก็บเกี่ยวข้าวฟ่างได้ถึงสิบห้าชั่ง รวมกับผักที่เก็บสะสมมาตลอดสองวันนี้ ในเมื่ออุตส่าห์มาถึงในเมืองแล้ว นางตัดสินใจว่าจะแลกเปลี่ยนเป็นของอย่างอื่นให้หมด
จะเอาของดีไปแลกที่ไหนดีล่ะ? แน่นอนว่าต้องเป็นบ้านเศรษฐีอันดับหนึ่งในเมือง
"เฮ้ย ได้ยินข่าวหรือเปล่า? นายน้อยตระกูลหลิวอดอาหารประท้วงอีกแล้ว"
หานลั่วเสวี่ยกำลังจะหาคนถามทาง ก็บังเอิญได้ยินเรื่องคนอดอาหารประท้วง นางจึงอดไม่ได้ที่จะเงี่ยหูฟัง
"เขาไม่ได้อดอาหารวันเว้นวันอยู่แล้วเรอะ?"
"เฮ้อ วาสนาดีแท้ ไม่เหมือนพวกเรา ข้าวมื้อเดียวยังหากินยากเลย"
หานลั่วเสวี่ยฟังอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อก่อนนางเคยเข้าเมืองมาไม่กี่ครั้ง ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับข่าวซุบซิบในเมืองเลย และคนพวกนี้ก็คุยกันไม่เข้าประเด็นสักที
ช่วยไม่ได้ นางคงต้องเข้าไปถามเอง นางกระตุกแขนเสื้อคนข้างๆ แล้วถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"พี่ชาย เรื่องนายน้อยตระกูลหลิวที่พวกท่านพูดถึงมันเป็นยังไงหรือจ๊ะ?"
พอมีคนถาม ทุกคนก็หันมามอง!
พอเห็นหน้าหานลั่วเสวี่ย ทุกคนแทบจะพากันสำรอก
ยัยตัวประหลาดนี่มาจากไหนกัน?
"ออกไปให้ห่างๆ พวกข้าเลยนะ"
หานลั่วเสวี่ยหน้าชา นี่นางน่าเกลียดขนาดนั้นเลยหรือ? แต่นางก็ยอมหยุดและถอยหลังไปสองก้าว เพื่อรักษาระยะห่างจากทุกคน กลุ่มคนที่คุยกันเมื่อครู่กลัวนางจะเข้ามาใกล้ เลยรีบพูดแย่งกันอธิบายเรื่องบ้านนายน้อยหลิวจนเกือบหมดเปลือก
ครึ่งชั่วยามต่อมา หญิงสาวอัปลักษณ์ที่สุดในปฐพีก็มายืนอยู่หน้าประตูบ้านเศรษฐีหลิว
"ไปๆๆ! ขอทานน้อยมาจากไหนเนี่ย? บ้านข้าไม่มีอะไรจะให้หรอกนะ"
หานลั่วเสวี่ย (ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นขอทาน): นางแต่งตัวปกติดีนะ ก็แค่เสื้อผ้ามีรอยปะชุนแบบชาวบ้านทั่วไป แต่ก็ซักสะอาดดี นี่กลายเป็นขอทานไปได้ยังไง?
ช่างเถอะ อย่าไปใส่ใจรายละเอียดหยุมหยิม หานลั่วเสวี่ยกระแอมไอ ประสานมือคารวะคนเฝ้าประตู แล้วเอ่ยอย่างสุภาพ
"พี่ชาย ข้ามีของดีมาเสนอ ไม่ทราบว่าทางคฤหาสน์ของท่านจะสนใจรับซื้อหรือไม่?"
คนเฝ้าประตูมองหานลั่วเสวี่ยอย่างหวาดระแวง สีหน้าไม่เชื่อถืออย่างเห็นได้ชัด
หานลั่วเสวี่ยรู้ตัวว่าเครดิตนางตอนนี้ติดลบ นางจึงหยิบผักชีล้อมกำใหญ่ออกมาจากตะกร้า
ใบเขียวขจีสดใหม่ สีสันชวนมอง
คนเฝ้าประตูตาเบิกกว้าง ถ้าพูดถึงผัก คนในคฤหาสน์เคยกินมาหมดแล้ว ไม่ใช่ของหายากอะไร
แต่นั่นมันเมื่อก่อน ภัยแล้งกินเวลามาเกือบสามปีแล้ว จะไปหาผักที่งามขนาดนี้ได้จากที่ไหน?
เห็นเขาทำตาโต หานลั่วเสวี่ยก็แอบขำในใจ ใครจะไปคิดว่าผักป่าธรรมดาๆ จะมีเสน่ห์ดึงดูดใจผู้คนได้ขนาดนี้ในยุคข้าวยากหมากแพง
"เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ? ทางคฤหาสน์สนใจไหม?"
"สน... สนสิ สนใจ"
คนเฝ้าประตูถึงกับพูดติดอ่างด้วยความตื่นเต้น นายน้อยของเขากำลังอดอาหารประท้วงอีกรอบ ถ้ามีผักดีๆ แบบนี้ ไม่แน่นายน้อยอาจจะยอมกิน...
ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะได้ความดีความชอบครั้งใหญ่ไม่ใช่หรือ? คนเฝ้าประตูมองเห็นภาพข้าวสารจำนวนมหาศาลกำลังกวักมือเรียกเขา ฝีเท้าของเขาจึงว่องไวปานลมกรด
เขาพาหานลั่วเสวี่ยตรงดิ่งไปหาพ่อบ้านใหญ่ทันที
พ่อบ้านใหญ่เป็นชายวัยกลางคน พอเห็นผักชีล้อม เขาก็ตาโตด้วยความตกตะลึงเช่นกัน
แต่เขาก็ตั้งสติได้เร็วและกลับมาสำรวมกิริยา แม้น้ำเสียงจะยังสั่นเครือเล็กน้อย
"แม่นาง ข้าขอดูหน่อยได้ไหม?"
หานลั่วเสวี่ยยื่นผักชีล้อมให้เขาอย่างใจกว้าง พ่อบ้านยกขึ้นดม แล้วเด็ดใบมาชิม ร้องอุทานว่า
"ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริงๆ แม่นางจะขายผักพวกนี้เท่าไหร่หรือ?"
ในเมื่อคุยเรื่องราคา หานลั่วเสวี่ยก็ไม่เกรงใจ นางหยิบผักออกมาเพิ่มจากตะกร้า กะดูแล้วน่าจะประมาณสามสี่ชั่ง
"ข้าวสารสี่สิบชั่ง"
ปีที่แห้งแล้งเช่นนี้ ข้าวสารยิ่งมีค่ายิ่งกว่าทอง พ่อบ้านลังเล ถ้าแลกผักกับเงินก็เรื่องหนึ่ง แต่ถ้าแลกกับข้าวสาร...
เสบียงในคฤหาสน์ก็ไม่ได้มีเหลือเฟือ และไม่รู้ว่าภัยแล้งจะลากยาวไปอีกนานแค่ไหน เขาไม่อยากจะจ่าย แต่พอมองดูผักสดๆ ตรงหน้า ก็ตัดใจไม่ลง
"แม่นาง นี่มัน..."
"ท่านพ่อบ้าน ข้าเชื่อว่าในเมืองนี้ยังมีคฤหาสน์อีกหลายแห่งที่มีข้าวสาร ท่านคิดว่าพวกเขาจะไม่อยากได้ผักแบบนี้บ้างหรือ?"
มุมปากของพ่อบ้านกระตุก นังหนูนี่ถึงจะขี้เหร่ แต่หัวไวเป็นกรด เปลี่ยนเรื่องขู่กันดื้อๆ เลยนะ