- หน้าแรก
- เกิดใหม่วันสิ้นโลก สร้างยอดทีมพิฆาตอสูร
- บทที่ 20: พ่อสารเลวบุกมาเยือน
บทที่ 20: พ่อสารเลวบุกมาเยือน
บทที่ 20: พ่อสารเลวบุกมาเยือน
ช่วงค่ำ ณ วิลล่าหรูใจกลางเมือง
ลูกน้องรายงานด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "ท่านประธานเย่ครับ เราตามสืบจนรู้ที่อยู่ของคุณหนูใหญ่แล้วครับ ตอนนี้คุณหนูพักอยู่ที่อะพาร์ตเมนต์เล็กๆ ในเมือง วันนี้คุณหนูไปเดินตลาดค้าส่งอาหารด้วย จากข้อมูลที่ได้มา เธอซื้ออาหารจำนวนมหาศาลเลยครับ เห็นพ่อค้าแม่ค้าลือกันว่าเธอจะเปิดซูเปอร์มาร์เก็ต"
พ่อสารเลวขมวดคิ้วแน่น ตวาดเสียงกร้าวด้วยความโมโห "ยัยเด็กบ้านั่น! จะเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตเรอะ? มันคิดจะทำบ้าอะไรของมัน..."
ลูกน้องถามอย่างระมัดระวัง "ท่านประธานครับ ให้ผมสืบเจตนาจริงๆ ของคุณหนูใหญ่ต่อไหมครับ"
พ่อสารเลวครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ "ไปสืบมาให้ได้ว่ามันวางแผนจะทำอะไรกันแน่ แล้วคอยรายงานความเคลื่อนไหวของมันให้ฉันรู้ตลอดเวลา"
"รับทราบครับท่านประธาน ผมจะรีบดำเนินการทันที" ลูกน้องรับคำ
"เดี๋ยวก่อน..." พ่อสารเลวเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ
ผ่านไปครู่ใหญ่... เขาก็ทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง "ไม่ต้องสืบแล้ว แกออกไปได้ ส่งที่อยู่มาให้ฉัน ถึงเวลาที่ฉันต้องไปเจอมันด้วยตัวเองแล้ว"
ลูกน้องรีบขานรับ "ครับท่าน" ก่อนจะโค้งคำนับเล็กน้อยแล้วถอยออกไป
รุ่งเช้า แสงแดดสาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาในอะพาร์ตเมนต์เล็กๆ ที่เย่เหยาอาศัยอยู่ เสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังรัวเร็วปลุกเธอตื่นจากห้วงนิทรา เย่เหยาลุกขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ขยี้ตาพลางบ่นพึมพำ "ใครมาแต่เช้าเนี่ย"
เมื่อเดินไปเปิดประตู ร่างของเธอก็แข็งทื่อไปชั่วขณะ ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูคือประธานเย่ ผู้มีใบหน้าเคร่งขรึม... พ่อสารเลวของเธอนั่นเอง
สีหน้าของเย่เหยาเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยถาม "พ่อมาทำไม"
พ่อสารเลวขมวดคิ้ว มองสำรวจเย่เหยาตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมของเธอถูกตัดสั้น ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน เธอดูเปลี่ยนไปราวกับคนละคน เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม "จะทำตัวมีปัญหาไปถึงไหน บ้านช่องดีๆ มีไม่อยู่ ดันมาซุกหัวนอนในรูหนูแบบนี้ กลับบ้านกับพ่อเดี๋ยวนี้ อยู่ข้างนอกคนเดียวมันอันตราย"
เย่เหยาแค่นหัวเราะ "หนูไม่กลับ อยู่คนเดียวสบายดีออก"
คำพูดของเย่เหยาทำเอาพ่อสารเลวพูดไม่ออกไปชั่วขณะ น้ำเสียงของเขาจึงอ่อนลงเล็กน้อย "ยังไงแกก็เป็นลูกพ่อ จะปล่อยให้แกทำตัวเหลวไหลแบบนี้ไม่ได้ กลับบ้านเถอะ เรื่องหุ้นขายไปแล้วก็แล้วไป พ่อไม่โทษแกหรอก"
เย่เหยามองใบหน้าเสแสร้งของผู้เป็นพ่อ ความรู้สึกซับซ้อนตีตื้นขึ้นในอก สีหน้าท่าทางที่คุ้นเคยนี้เหมือนกับในชาติที่แล้วไม่มีผิดเพี้ยน ความหนาวเหน็บแล่นจับขั้วหัวใจ
สายตาของเธอจดจ้องใบหน้าพ่อ ราวกับมองทะลุเวลาไปเห็นวันคืนอันน่าเวทนาหลังจากที่เขาหลอกให้เธอกลับไปตอนวันสิ้นโลก วันที่เธอต้องตกเป็นทาสรับใช้คนในครอบครัวทั้งสามคน ความทรงจำอันเลวร้ายเหล่านั้นไหลบ่าเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ ทำให้ร่างของเธอสั่นเทาเล็กน้อย
ทว่าเหตุผลเตือนสติว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาแตกหัก ในเมื่อเขารู้ที่อยู่ของเธอแล้ว ขืนดึงดันต่อไปก็รังแต่จะทำให้แผนการล่าช้า
เย่เหยาสูดหายใจลึก "กลับก็ได้ แต่พ่อไม่มีสิทธิ์มาควบคุมชีวิตหนูนะ"
แววตาประหลาดใจวาบผ่านดวงตาของพ่อสารเลว เขาไม่คิดว่าเย่เหยาจะยอมตกลงง่ายๆ แบบนี้ ทั้งที่เตรียมคำพูดเกลี้ยกล่อมและข่มขู่มาสารพัด แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นหมันไปหมด เขาหรี่ตาลง จ้องจับผิดเย่เหยาเพื่อหาพิรุธ แต่ใบหน้าของเธอกลับเรียบเฉย มีเพียงความเย็นชาจางๆ เท่านั้น
พ่อสารเลวคิดในใจว่าลูกสาวคนนี้ดูเปลี่ยนไปจากแต่ก่อน แต่บอกไม่ถูกว่าเปลี่ยนไปตรงไหน เขาแสร้งกระแอมแก้เก้อแล้วพูดว่า "ในเมื่อคิดได้แล้วก็รีบไปเก็บของ กลับบ้านกัน"
"พวกพ่อออกไปรอข้างนอกก่อน" เย่เหยาไล่เสียงเรียบ
ทันทีที่พ่อสารเลวก้าวพ้นประตู เย่เหยาก็ปิดประตูลงกลอนทันที เธอหันหลังเดินกลับเข้าห้องเพื่อเก็บของอย่างเงียบเชียบ ทุกการกระทำรวดเร็วและเด็ดขาด ข้าวของในตู้เสื้อผ้าที่ขนไปไม่ได้ เธอจัดการเก็บเข้ามิติจนเกลี้ยง
เมื่อเก็บของเสร็จ เย่เหยาเดินออกมาพร้อมเป้สะพายหลังใบเดียว แววตาที่มองพ่อสารเลวนั้นสงบนิ่ง
เมื่อเห็นเย่เหยาออกมา พ่อสารเลวก็ส่งสัญญาณทางสายตาให้ลูกน้อง ลูกน้องรู้กาลเทศะ รีบเข้ามาแย่งกระเป๋าเดินทางจากมือเย่เหยาไปถือโดยไม่พูดอะไร
เย่เหยาขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร
"ไปกันเถอะ" พ่อสารเลวพูดด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
เย่เหยาเดินตามหลังพ่อสารเลวไปเงียบๆ จนถึงรถหรูสีดำที่จอดรออยู่ คนขับรถยืนรอเปิดประตูอย่างนอบน้อม
พ่อสารเลวขึ้นรถไปก่อน ตามด้วยเย่เหยา บรรยากาศภายในรถอึดอัดและหนักอึ้ง ไม่มีใครปริปากพูดอะไร
รถเคลื่อนตัวออกช้าๆ มุ่งหน้าสู่วิลล่ากลางเมือง
เมื่อกลับมาถึงวิลล่า ทันทีที่เย่เหยาเดินเข้าประตู กลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมาแตะจมูก ป้าหวังรีบออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น "คุณหนูใหญ่กลับมาแล้ว อาหารเสร็จพอดีเลยค่ะ รอคุณหนูคนเดียวเลย"
เย่เหยาพยักหน้าเบาๆ โดยไม่พูดอะไร เธอเดินเข้าไปในห้องอาหาร เห็นแม่เลี้ยงหวังฮวากับเย่เชียนเชียนนั่งรออยู่พร้อมหน้า
ทันทีที่เห็นเย่เหยา แม่เลี้ยงหวังฮวาก็รีบลุกขึ้นเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "เหยาเหยา ในที่สุดก็กลับมาสักที พวกเราเป็นห่วงแทบแย่ตอนหนูไม่อยู่"
มองดูความห่วงใยจอมปลอมของแม่เลี้ยง เย่เหยารู้สึกคลื่นไส้ เธอตอบกลับเสียงเย็น "เหรอคะ ดูทุกคนก็สุขสบายดีนี่ ไม่เห็นจะดูเป็นห่วงอะไร"
สีหน้าแม่เลี้ยงเจื่อนไปนิดหนึ่ง แต่ก็ปรับกลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว "เหยาเหยา พูดอะไรอย่างนั้นล่ะจ๊ะ จะไม่ห่วงได้ไง ลูกนี่นะ ดื้อจริงๆ"
เย่เหยาไม่อยากเสวนากับแม่เลี้ยงอีก เธอเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร มองดูอาหารเต็มโต๊ะ แต่กลับไม่มีความอยากอาหารเลยสักนิด
แม่เลี้ยงยังคงพูดยืดยาว "เหยาเหยา อยู่ข้างนอกลำบากแย่เลยใช่ไหม ต่อไปอย่าเอาแต่ใจอีกนะ มีอะไรก็บอกกัน เราคนกันเองทั้งนั้น"
เย่เชียนเชียนเสริมขึ้นบ้าง "ใช่ค่ะพี่ พี่คงหิวแล้วสินะคะ ทานข้าวก่อนเถอะ" เธอยิ้มใสซื่อ แต่เย่เหยามองเห็นความสะใจที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
จากนั้นทุกคนก็นั่งลงประจำที่ มองดูใบหน้าเสแสร้งเหล่านี้ เย่เหยารู้สึกรำคาญใจเต็มทน แต่เมื่อเห็นอาหารหลากหลายบนโต๊ะ เธอก็รับรู้ได้ว่าป้าหวังตั้งใจทำแต่ของโปรดของเธอทั้งนั้น คิดไปคิดมา เธอยังไม่ได้กินมื้อเช้าเลยนี่นา กินๆ ไปเถอะ หลังวันสิ้นโลกคงหากินของอร่อยแบบนี้ยากแล้ว
คิดได้ดังนั้น เย่เหยาก็ลงมือจัดการอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย ราวกับโลกนี้มีแค่เธอคนเดียว ครอบครัวพ่อสารเลวต่างพากันทำหน้าดูถูก เย่เชียนเชียนอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำ "พี่คะ ไปอดอยากมาจากไหนเนี่ย กินมูมมามจัง"
เย่เหยาทำหูทวนลม ไม่สนใจเสียงนกเสียงกา ตั้งหน้าตั้งตากินของอร่อยตรงหน้า บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน มีเพียงเสียงเคี้ยวตุ้ยๆ ของเย่เหยาที่ดังชัดเจน
สักพัก เย่เหยาก็อิ่ม เธอวางตะเกียบลง เช็ดปากด้วยผ้าเช็ดปากอย่างเบามือ แล้วเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองครอบครัวพ่อสารเลวอย่างเรียบเฉย บางคนทำหน้าไม่พอใจ บางคนฉายแววดูถูก แต่เย่เหยาไม่แคร์
เธอลุกขึ้น เชิดหน้าเล็กน้อย "อิ่มแล้วค่ะ เชิญทานต่อตามสบาย" พูดจบก็หันหลังเดินออกจากห้องอาหาร
น้องสาวต่างแม่ตะโกนไล่หลัง "พี่คะ ไร้มารยาทจัง กินเสร็จก็ลุกหนีเลยเหรอ"
เย่เหยาคร้านจะต่อปากต่อคำ เดินตรงดิ่งเข้าห้องตัวเอง
เมื่อกลับถึงห้อง เย่เหยาปิดประตูลงกลอน สมองเริ่มขบคิดหาข้ออ้างที่จะออกไปข้างนอก ยังมีเรื่องต้องทำอีกเพียบ แต่นี่ก็เสียเวลาไปครึ่งค่อนวันแล้ว