เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23 : รอคอยความหวังเพื่อต่อลมหายใจ

ตอนที่ 23 : รอคอยความหวังเพื่อต่อลมหายใจ

ตอนที่ 23 : รอคอยความหวังเพื่อต่อลมหายใจ


ประตูห้องหมายเลข 48 เปิดแง้มอยู่ ซานชีเดินออกมาพอดี เมื่อเธอเหลือบเห็นอันหรานจึงรีบวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาด้วยสีหน้าดีใจ “อันหราน! พี่ลงมาพอดีเลย ฉันกำลังจะขึ้นไปหาอยู่เชียว”

อันหรานหยุดก้าวพลางกวาดสายตามองซานชี “ตื่นนานหรือยัง? แล้วพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ล่ะ เป็นยังไงบ้าง?”

“ตื่นตั้งแต่เช้ามืดแล้วจ้ะ อาการดีขึ้นมาก” ซานชีตอบพลางยิ้มกว้าง

“เมื่อกี้เพิ่งซดซุปเนื้อเข้าไป พี่ใหญ่บอกว่าพอได้กินน้ำซุปอุ่นๆ อาการปวดหัวก็ทุเลาลงเยอะเลย”

อันหรานพยักหน้าเล็กน้อย เธอไม่ได้พูดอะไรแต่ลอบใช้ทักษะดวงตาแห่งการสำรวจใส่ซานชีทันที

 

[ใช้จิตวิญญาณ 1 แต้ม ค่าประสบการณ์การสำรวจ +10]

[เป้าหมาย: ซ่งซานชี | อายุ: 18 ปี | ร่างกาย: 10 | ความแข็งแกร่ง: 15 | ความคล่องตัว: 6 | จิตวิญญาณ: 4 (อยู่ในภาวะบาดเจ็บเล็กน้อย) | สถานะ: พลังยังไม่ตื่น]

อันหรานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มิน่าล่ะซานชีถึงแรงเยอะนัก ค่าความแข็งแกร่งของยัยเด็กนี่ตั้ง 15 แต้ม สูงกว่าเธอในช่วงแรกเสียอีก

ซานชีคะยั้นคะยอให้อันหรานเข้าห้อง “ฉันเพิ่งต้มบะหมี่เสร็จ มาทานด้วยกันเถอะจ้ะ ทานเสร็จแล้วฉันจะออกไปช่วยพี่จัดการพวกแมลงข้างนอกด้วย”

“ฉันกินมาแล้วล่ะ เธอรีบไปกินเถอะ”

อันหรานมองเข้าไปในห้อง เห็นซ่งต้าไห่และภรรยาที่หน้าตายังซีดเซียวอยู่จึงเอ่ยทักทาย พร้อมกับโยนทักษะสำรวจใส่อีกครั้ง

[เป้าหมาย: ซ่งต้าไห่ | อายุ: 23 ปี | ร่างกาย: 10 | ความแข็งแกร่ง: 10 | ความคล่องตัว: 8 | จิตวิญญาณ: 1 (อยู่ในภาวะบาดเจ็บปานกลาง) | สถานะ: พลังยังไม่ตื่น]

อันหรานขมวดคิ้วแน่น ค่าจิตวิญญาณของซ่งต้าไห่ติดสถานะดีบัฟบาดเจ็บปานกลางส่วนพี่สะใภ้ซ่งก็ไม่ต่างกัน แถมค่าจิตวิญญาณยังดิ่งลงไปเหลือเพียง 0.5 เท่านั้น หากปล่อยไว้แบบนี้ ไม่นานทั้งคู่คงได้สลบไปอีกรอบ หรือไม่ก็กลายเป็นคนปัญญาอ่อนไปตลอดกาลแน่

เธอใช้เวลาตัดสินใจเพียงครู่เดียวก่อนจะหยิบยาฟื้นฟูจิตวิญญาณระดับเริ่มต้นสองขวดออกมาส่งให้ “นี่... เอาไป ดื่มซะเดี๋ยวนี้”

ส่วนหนึ่งเธอต้องการช่วย แต่อีกส่วนคืออยากสังเกตว่ายาตัวนี้ส่งผลต่อจิตวิญญาณของคนธรรมดาอย่างไร

“แต่นี่มัน...” ซ่งต้าไห่ลังเล เขาเกรงใจเกินกว่าจะรับน้ำใจจากอันหรานซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ผมรู้สึกดีขึ้นมากแล้วล่ะ ของล้ำค่าแบบนี้ คุณอันหรานเก็บไว้ใช้เองเถอะครับ”

อันหรานยัดขวดพลาสติกใส่มือเขาด้วยใบหน้าเย็นชาและน้ำเสียงเด็ดขาด “จิตวิญญาณของพวกคุณเสียหายหนัก ถ้าไม่รีบรักษา เตรียมตัวเป็นคนเอ๋อได้เลยนะ”

มันไม่ใช่คำขู่ ในฐานที่มั่นมีตัวอย่างให้เห็นถมเถไป แม้แต่ผู้มีพลังพิเศษ หากจิตวิญญาณบอบช้ำแล้วรักษาไม่ทันท่วงที ก็มีสภาพไม่ต่างจากซากศพที่เดินได้

ซ่งต้าไห่และภรรยาหน้าถอดสี รีบดื่มยาลงไปทันทีพลางกล่าวขอบคุณไม่ขาดปาก “ขอบคุณจริงๆ ครับ... ค่ายาพวกนี้ พวกเราจะหามาคืนให้แน่นอน”

หลังจากดื่มยา อันหรานจ้องมองหน้าต่างระบบอย่างจดจ่อ ค่าจิตวิญญาณของทั้งคู่ค่อยๆ ขยับขึ้น จนกระทั่งหยุดนิ่งอยู่ที่ 6 แต้ม ซึ่งน่าจะเป็นขีดจำกัดของคนปกติ แต่คำว่าบาดเจ็บยังไม่หายไปเสียทีเดียว เธอไม่แน่ใจว่ามันจะลดลงอีกหรือไม่

“แล้วพี่อวี้กังล่ะ?” อันหรานถามเมื่อไม่เห็นคู่สามีภรรยาอวี้

“พี่อวี้กังพาสะใภ้อวี้ไปหาพี่เขยน่ะจ้ะ แขนพี่สะใภ้ขยับไม่ได้ เขาเลยไม่อยากอยู่เป็นภาระพวกเรา” ซานชีเป็นคนตอบ

“เข้าใจแล้วล่ะ” อันหรานพยักหน้าพลางเดินออกจากห้อง

“พวกเธอรีบกินข้าวซะ ฉันจะไปที่จุดแลกเปลี่ยน ไว้เจอกันที่นั่นนะ”

เธอยังมีธุระต้องซื้อเป้ใหม่และถุงซิปล็อค

เมื่ออันหรานลงมาถึงชั้นล่าง เธอต้องชะงักกับสภาพของลานกว้างที่เต็มไปด้วยเต็นท์เบียดเสียดกันจนแทบไม่มีทางเดิน และทันทีที่ก้าวพ้นตึก 7 ภาพตรงหน้าก็ทำเอาเธอต้องขมวดคิ้ว

แมลง... แมลงยั้วเยี้ยเต็มไปหมด หลากชนิด หลายสีสัน แผ่ไอทมิฬจางๆ ที่บ่งบอกถึงพิษร้ายแรง โดยเฉพาะบุ้งร่านกลายพันธุ์ตัวยาวครึ่งเมตรที่ขนของมันสามารถปลิดชีวิตคนได้เพียงแค่สัมผัส

“แม่งมาจากไหนเยอะแยะวะ! จะไม่ให้คนอยู่รอดเลยหรือไง!” ใครบางคนตะโกนก้องพลางใช้ค้อนทุบแมลงพิษจนไส้แตก

“ทุกปีมันก็มี แต่อย่างมากก็แค่คลานหาที่จำศีล ปีนี้มันบ้าอะไรกันเนี่ย!” อีกคนสำลักความสิ้นหวัง

“พืชกลายพันธุ์ข้างนอกถูกพวกมันเขมือบเรียบ แล้วพวกเราจะเอาอะไรประทังชีวิตกันเนี่ย?”

“เฮ้อ อีกไม่ถึงเดือนหน้าหนาวก็มาแล้ว ถ้ายังกักตุนอาหารไม่ได้... ก็รอวันตายอย่างเดียวละมั้ง”

เสียงถอนหายใจและบรรยากาศแห่งความสิ้นหวังปกคลุมไปทั่ว อันหรานกรามขบกันแน่น หากป่าถูกกินจนเกลี้ยง คนสามแสนกว่าในฐานที่มั่นชิงเชว่จะอยู่รอดได้อย่างไร?

อันหรานวิ่งฝ่าฝูงแมลงไปที่โถงแลกเปลี่ยน แต่ทันทีที่ก้าวเข้าไป กลิ่นอายของการปะทะก็พุ่งเข้าชนหน้า มีเสียงเอะอะโวยวายของพวกทหารรับจ้างจนบรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด

“ไอ้ระยำ! มึงกล้าบอกว่าของหมดสต็อกเหรอ? กูออกไปเสี่ยงตายกับสัตว์กลายพันธุ์มาทั้งคืน แต่มึงบอกว่ายาหมด? แม้แต่เนื้อระดับ 3 ก็ไม่เหลือสักชิ้นเนี่ยนะ!”

ชายร่างยักษ์ในชุดลายพรางกระชากคอเสื้อหัวหน้าหน่วยคุมค่ายขึ้นมา ตวาดลั่นใส่หน้า “ลูกน้องกูบาดเจ็บสามสิบกว่าคน สาหัสอีกหก! มึงจะบอกว่าไม่มีปัญญาช่วยงั้นเหรอ!”

หัวหน้าหน่วยหน้าเขียวคล้ำ พยายามแกะมือหนาออก คนรอบข้างรีบเข้าห้ามปราม “ใจเย็นก่อนกัปตันเฉิน มีอะไรค่อยๆ คุยกันนะ!”

“เย็นห่าอะไรล่ะ!” กัปตันเฉินผลักคนห้ามออกห่าง

“เมื่อคืนกูรู้ว่ามีคนปล่อยเนื้อระดับ 3 ออกมาตั้งหลายสิบชั่ง พอเช้านี้กูมา มึงกลับบอกว่าไม่มี? เห็นกูเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง!”

หัวหน้าหน่วยสูดหายใจเฮือกใหญ่พยายามอธิบาย “กัปตัน... ไม่ใช่ผมไม่อยากให้ แต่มันไม่มีจริงๆ...”

“กูไม่เชื่อ!” กัปตันเฉินกัดฟันกรอด

“สัตว์ระดับ 3 ตัวหนึ่งเนื้ออย่างน้อยต้องมีห้าหกร้อยชั่ง เมื่อคืนปล่อยไปไม่กี่สิบ เช้านี้มึงบอกหมด? หลอกเด็กอนุบาลหรือไง!”

“ม... หมดจริงๆ ครับ” หัวหน้าหน่วยชี้ไปที่พนักงานหนุ่มที่ยืนตัวสั่นอยู่หลังเคาน์เตอร์

“เมื่อคืนไอ้เสี่ยวชุยเป็นคนรับซื้อ มันรู้ดีที่สุด ไม่เชื่อไปถามมันเลยครับ!”

กัปตันเฉินหันขวับ ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องไปที่พนักงานหนุ่ม เสี่ยวชุยกลัวจนแทบร้องไห้ ถอยกรูดไปชนชั้นวางของด้านหลัง “ผ... ผมรับมาแค่ 77 ชั่งจริงๆ ครับ ในบัญชีมีบันทึกอยู่...”

ปัง!

ฝ่ามือหนาฟาดลงบนเคาน์เตอร์หินจนแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ “บัญชีมันจะมีค่าอะไร! ใครก็รู้ว่าพวกมึงแอบเก็บของดีไว้กินเอง!”

“ไม่มีครับ... จริงๆ นะครับ...” เสี่ยวชุยปล่อยโฮออกมา

กัปตันเฉินขมวดคิ้วอย่างรำคาญใจที่เห็นผู้ชายร้องไห้ “ถ้ามึงไม่มีของ งั้นก็บอกมาว่าใครเป็นคนเอามาขาย! ลูกน้องกูรอความตายอยู่นะ กูไม่มีเวลามาฟังมึงพล่ามไร้สาระ!”

เสี่ยวชุยปาดน้ำตาพัลวัน พอเงยหน้าขึ้น สายตาเขาก็ปะทะเข้ากับร่างของเด็กสาวคนเมื่อคืนที่กำลังยืนคุยกับเสี่ยวหลี่อยู่พอดี!

จบบทที่ ตอนที่ 23 : รอคอยความหวังเพื่อต่อลมหายใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว