เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 10 คู่รักหวานชื่น

ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 10 คู่รักหวานชื่น

ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 10 คู่รักหวานชื่น


ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 10 คู่รักหวานชื่น

หญิงชุดเขียวมีรอยยิ้มที่อ่อนโยนและรูปร่างที่เพรียวบาง

การที่สามารถตบแต่งเป็นสามีภรรยากับหญิงที่อ่อนโยนและงดงามได้ นับเป็นสิ่งที่ชายหลายคนใฝ่ฝัน

มือปราบทุกคนอิจฉาคงหนิง จางหรงหัวหน้าหน่วยกิจการสายตรงผลักคงหนิงออกไป แล้วกล่าวว่า “ไปเถอะ ข้าจะช่วยเจ้าดูคนเหล่านี้เอง จะทำให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาดเชียวล่ะ”

ในลานแถวนั้นก็มีเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมา

ท่ามกลางสายตาของฝูงชนที่มองมา คงหนิงก็เดินมาตรงหน้าซูหยานแล้ว

ก่อนที่คงหนิงจะทันได้พูดอะไร ซูหยานก็คว้าข้อมือของคงหนิงเอาไว้ต่อหน้าต่อตาทุกคนแล้วพูดว่า “สามี ข้ามีเรื่องจะบอก”

เมื่อพูดจบ หญิงสาวชุดเขียวก็จูงคงหนิงออกไป

เมื่อเห็นฉากนี้ มือปราบที่เฝ้าดูอยู่ด้วยความตื่นเต้นจากด้านหลังพลันหัวเราะคิกคักกันใหญ่ ถ้าไม่ใช่เพราะห้ามส่งเสียงดัง มือปราบกลุ่มนี้คงโห่ร้องป้องปากกันไปนานแล้ว

ด้วยแรงกระชากของซูหยาน คงหนิงก็รีบออกมาด้านหน้าโถง และหามุมเงียบๆ แถวลานด้านหน้านี้

ที่นี่เงียบสนิท ไม่มีผู้คนผ่านไปมา

จากนั้นซูหยานก็ปล่อยมือคงหนิง หันหลังกลับมาแล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ทำไมคืนนี้ไม่กลับไปกินข้าวเย็นที่บ้านล่ะ? ไม่ว่าศาลาว่าการจะยุ่งแค่ไหน ก็อย่าได้หลงลืมจนไม่กลับบ้าน”

“และในศาลาว่าการก็มีอาหารอยู่แค่นั้น แทบจะไม่พอเลี้ยงผู้คน แล้วลูกของเราเล่า?”

ซูหยานยิ้ม เปิดกล่องอาหารหยิบอาหารด้านในออกมาแล้วพูดว่า “ตอนนี้สามีอุ้มท้องลูกของพวกเราแล้ว จะต้องกินต้องดื่มให้อิ่มท้อง พักผ่อนให้เพียงพอทุกวัน ลูกในครรภ์จะได้มีพัฒนาการที่ดี”

กับข้าวสองอย่างที่ซูหยานนำออกมา หนึ่งเป็นหมูตุ๋น อีกหนึ่งเป็นหัวสิงโตนึ่ง[1] ของเหล่านี้ล้วนเป็นอาหารจานโปรดของคงหนิง

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงมีความสุขจนล้นปรี่ แต่ตอนนี้เขากลับไม่พูดอะไรเลย

คงหนิงนั่งลงและเริ่มกินอาหารเย็นอันโอ่อ่าน่ารับประทานที่'ภรรยา'ของเขานำมาให้

แม้ว่าพลังปีศาจสี่สิบปีจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเขาอย่างมาก แต่เมื่อเผชิญหน้ากับปีศาจแมงป่องที่แปลงกายเป็นมนุษย์ได้ คงหนิงเชื่อว่าตัวเขายังไม่ใช่คู่ต่อสู้

เมื่อพิจารณาจากความทรงจำของปีศาจกินวิญญาณ การแบ่งขอบเขตของปีศาจนั้นง่ายมาก

โดยทั่วไปแล้วหลังจากที่บ่มเพาะบำเพ็ญตนมาสิบปีจึงจะสามารถพูดได้ บ่มเพาะหนึ่งร้อยปีสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ หลังจากบำเพ็ญตบะสามร้อยปี จะสามารถโบยบินไปบนท้องนภาได้......

คงหนิงไม่รู้ว่าซูหยานสามารถบินได้หรือไม่ แต่การที่อีกฝ่ายแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง แมงป่องปีศาจตนนี้มีพลังตบะอยู่ที่หนึ่งร้อยปีเป็นอย่างน้อย ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่คงหนิงจะยั่วยุได้ในยามนี้

คงหนิงต้องแสดงออกให้เห็นว่าเขาอ่อนแอและเคลื่อนไหวให้ช้าลง ต้องไม่ทำให้ปีศาจตนนี้รู้ตัวว่าเขาแข็งแกร่งขึ้น......

คงหนิงกินอาหารในชามโดยไม่พูดอะไรสักคำ

หญิงชุดเขียวนั่งอยู่ด้านข้าง เอามือขวาเท้าแก้มของตนไว้แล้วมองมาด้วยรอยยิ้ม

ใครก็ตามที่เห็นฉากนี้ก็คงคิดว่านี่เป็นความรักอันลึกซึ้งระหว่างคู่สามีภรรยา

ความเงียบพิกลนี้กินเวลาค่อนข้างนาน เมื่อคงหนิงเกือบจะกินหมูตุ๋นจนเสร็จ ในที่สุดซูหยานก็พูดขึ้น

“สามี ข้าได้ยินมาว่าวันนี้ท่านสังหารปีศาจได้......เป็นความจริงหรือ” ซูหยานกล่าวด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความหยอกเย้า “แม้ว่าชาวบ้านจะกล่าวกันว่าปีศาจถูกกลุ้มรุมด้วยกลุ่มมือปราบจากศาลาว่าการ แต่หยานเอ๋อรู้สึกว่าปีศาจจะต้องถูกฆ่าโดยสามีของข้า.......อย่างไรเสีย สามีของข้าก็เป็นมือปราบอันดับหนึ่งในเขตชานหลานแห่งนี้!”

มีร่องรอยของการเสียดสีเล็กน้อยแฝงอยู่ในเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของนางปีศาจ เปลือกตาของคงหนิงก็กระตุกเล็กน้อย

แต่สถานการณ์แบบนี้ก็ทำได้เพียงจำทน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ปีศาจตนนี้หัวเราะเยาะเย้ยตนเลย แม้ว่านางจะตบหน้าคงหนิงในที่สาธารณะ แต่คงหนิงก็ทำได้เพียงอดทน

คงหนิงพูดอย่างสงบว่า “พวกเราฆ่ามันด้วยกัน......ฉือหยงจากโรงสีจานหินได้บอกว่าน้องชายของเขาไม่ออกจากบ้านเลยช่วงเร็วๆ นี้ ฉือหยงจึงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่จึงมาแจ้งให้เราไปตรวจสอบ เมื่อเราไปถึงที่นั่นเราก็พบว่าปีศาจตนนั้นได้ร่ายมนตร์สะกดฉือกุ้ยเอาไว้ พวกเราทุกคนเลยร่วมมือกันจัดการปีศาจจนตาย”

คงหนิงเหลือบตาขึ้นมาและพูดโป้ปดออกไป อธิบายสถานการณ์ทุกอย่างเหมือนดั่งที่ศาลาว่าการได้ประกาศให้ภายนอกได้รับรู้

เพื่อลดปัญหาที่จะตามมา คงหนิงไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ว่าปีศาจตนนั้นถูกเขาจัดการ

ไม่เช่นนั้น หากปีศาจที่บ้านถามเขาว่าทำไมถึงคิดอยากจะไปที่โรงสีจานหินด้วยตัวเอง......นี่คงกลายเป็นอีกปัญหาหนึ่งเป็นแน่ คงหนิงทำตาแข็งพูดเรื่องโป้ปด ในขณะที่ซูหยานหัวเราะแล้วพูดว่า “เป็นเช่นนั้นเอง......แต่ในเมื่อสามีอยู่ด้วย ก็ต้องเป็นสามีที่ทำงานหนักที่สุดแน่นอน เพราะอย่างไรก็มันก็เป็นปีศาจ แม้ว่าจะเป็นเพียงปีศาจกินวิญญาณที่มีร่างกายแสนจะบอบบาง แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะสามารถรับมือได้ พวกท่านสังหารปีศาจกินวิญญาณได้โดยที่ไม่มีใครตกตาย บทบาทของสามีจะต้องมีมากไม่น้อยทีเดียว”

ซูหยานยิ้มและจับจ้องไปที่คงหนิงราวกับว่านางต้องการจะเห็นอะไรบางอย่าง

คงหนิงพูดด้วยความประหลาดใจ “ปีศาจกินวิญญาณ? ปีศาจตนนั้นเรียกว่าปีศาจกินวิญญาณงั้นหรือ? เจ้ารู้จักมัน?”

คงหนิงไม่ได้ปกปิดความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้ซูหยานหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วกล่าวว่า “หยานเอ๋อไม่รู้จักมันหรอก ตอนที่เห็นศพมันก็เพิ่งรู้นี่แหละ ปีศาจอย่างสมเสร็จห้วงฝันนั้นหายากมาก”

“นอกจากนี้......สามี หยานเอ๋อมีคำแนะนำจะต้องบอกแก่ท่าน ในฐานะมนุษย์ ท่านไม่ควรรู้เรื่องโลกของปีศาจหรือข้องเกี่ยวกับพวกมันมากจนเกินไป”

“สำหรับท่านที่เป็นมนุษย์ธรรมดา ยิ่งรู้ความจริงเกี่ยวกับโลกนี้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งตายง่ายมากขึ้นเท่านั้น”

“แม้แต่เมืองเล็กๆ ในเขตชานหลานที่ดูเงียบสงบราบเรียบเช่นนี้ก็ยังแฝงอันตรายอย่างยิ่ง แม้จะเป็นหยานเอ๋อเองก็ยังอยู่อย่างลำบากไม่น้อย”

“และปีศาจกินวิญญาณตนนั้นก็เป็นเพียงตัวตนเล็กๆ ที่อาศัยอยู่แถวชานเมือง ครั้งนี้เจ้าโชคดีที่ได้พบลูกพลับนุ่มๆ เคี้ยวง่าย ดังนั้นจึงประสบความสำเร็จในการสังหารปีศาจ”

“แต่ถ้าท่านได้เจอปีศาจตนอื่นในอนาคต หยานเอ๋ออยากแนะนำให้ท่านหันหลังแล้ววิ่งหนีเสีย อย่าคิดที่จะสังหารปีศาจหรือขับไล่มันไปเลย ท่านโชคดี แต่ใช่ว่าจะโชคจะเข้าข้างท่านได้ทุกครั้งไป”

“ด้วยวิชาตัวเบาที่ท่านมี ก็คงทำให้วิ่งเร็วขึ้นได้บ้าง อย่างน้อยก็ทำให้วิ่งได้เร็วกว่าคนอื่นๆ ดังนั้นก็ไม่น่าจะตายด้วยน้ำมือของปีศาจ”

“อย่าลืมสิ ท่านยังมีลูกของพวกเราอยู่ในท้องนะ”

ซูหยานยิ้มเย็น นิ้วเรียวและอ่อนโยนของนางลูบไล้ไปที่ท้องของคงหนิงผ่านเสื้อผ้าที่ปกปิด “ถ้าความประมาทของท่านทำให้ลูกเราตาย......สามี ท่านย่อมรู้ผลที่จะตามมา”

ความรู้สึกเสียวซ่านเย็นวาบไปทั่วช่องท้องส่วนล่างของคงหนิง

เห็นได้ชัดว่าเล็บของปีศาจสาวในเวลานี้ไม่ได้แหลมคมและเสื้อผ้าของคงหนิงก็ไม่ได้ขาด แต่นิ้วเรียวเล็กที่ปัดป่ายไปที่ช่องท้องส่วนล่างกลับทำให้ช่องท้องเหมือนกับถูกกรีดด้วยใบมีดแหลมคม ความเจ็บปวดยังคงดำเนินต่อไปอีกสักพัก

เหงื่อเย็นเยียบเริ่มออกมาตามหน้าผากของคงหนิง

ความเจ็บปวดกรีดแทงเหมือนเอามีดมากรีดเช่นนี้ก็ไม่ต่างไปจากการทรมาน และไม่ใช่เรื่องที่คนธรรมดาจะทนได้ คงหนิงสามารถกัดฟันทนได้โดยไม่กรีดร้องออกมาเพราะเขาเป็นคนที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว

ซูหยานเห็นว่าคงหนิงตัวสั่นด้วยความเจ็บปวด แต่กัดฟันแน่นไม่พูดอะไรออกมา นางก็ยิ้มชื่นชมกับฉากตรงหน้าเป็นเวลานาน กระทั่งเห็นคงหนิงขบฟันจนแทบทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงดึงนิ้วออก กล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “ในเมื่อสามีตระหนักได้ถึงความจริงจังของเรื่องนี้และจะไม่ทำเรื่องประมาทเลินเล่อแล้ว หยานเอ๋อก็โล่งใจ”

“หวังว่าเมื่อหยานเอ๋อกลับมาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ จะไม่ได้ยินข่าวการตายของสามีภายในศาลาว่าการ”

“ไม่เช่นนั้นหยานเอ๋อคงไม่สามารถหาวิธีรวบรวมครอบครัวกลับมาจากสามีได้อีก”

ซูหยานแฝงความนัยบางอย่างเอาไว้ ในขณะที่คงหนิงเต็มไปด้วยความรู้สึกอันแสนเย็นชา

ปีศาจสาวตนนี้รู้ว่าพวกเขากำลังซุ่มโจมตีปีศาจตนอื่นอยู่

นี่เป็นเพราะมีคนปล่อยข่าว? หรือปีศาจตนนี้คาดเดาได้ด้วยตนเอง?

ความรู้ของนางเกี่ยวกับปีศาจภายในเขตชานหลานคงต้องดีกว่าคงหนิง เป็นเรื่องปกติที่จะคาดเดาได้ว่าคงหนิงและคนอื่นๆ กำลังจะทำการใหญ่ ต่อสู้กับปีศาจ

แต่ว่านาง'จะกลับมาพรุ่งนี้'......คืนนี้ปีศาจตนนี้จะไปไหนกัน?

คงหนิงมองดูแผ่นหลังของหญิงสาวในชุดเขียว และนั่งอยู่ในมุมที่เงียบสงบครู่หนึ่ง โดยไม่พูดอะไรออกไปสักคำ

ดวงตาของเขาดูมืดมนอย่างยิ่ง

---------------------------------------

[1] หัวสิงโตนึ่ง เป็นชื่อเมนูอาหารทำจากหมูสามชั้นสับผสมกับผัก สมุนไพร และเครื่องปรุง ปั้นเป็นก้อนแล้วเอาไปนึ่ง

จบบทที่ ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 10 คู่รักหวานชื่น

คัดลอกลิงก์แล้ว