เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 11 ค่ำมืดดึกดื่น เที่ยงคืนยามสาม

ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 11 ค่ำมืดดึกดื่น เที่ยงคืนยามสาม

ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 11 ค่ำมืดดึกดื่น เที่ยงคืนยามสาม


ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 11 ค่ำมืดดึกดื่น เที่ยงคืนยามสาม

การมาอย่างกะทันหันของปีศาจในบ้านรบกวนอารมณ์ของคงหนิงเล็กน้อย

แม้ว่าจะมีปีศาจมากมายในเขตชานหลาน ซึ่งคงหนิงก็คาดเดาเอาไว้แล้ว แต่ความจริงข้อนี้ได้รับการยืนยันจากปากของปีศาจเอง ก็ทำให้หนาวสั่นอยู่ไม่น้อย

ไม่ใช่แค่คำข่มขู่เหล่านี้ ปีศาจสาวยังทรมานคงหนิงจนได้รับความเจ็บปวดทรมานราวกับถูกมีดแหลมกรีดเข้าที่ท้องอยู่ร่วมครึ่งชั่วโมง

จนกระทั่งนางปีศาจได้จากไป คงหนิงจึงลุกขึ้นได้ ขาที่นั่งแข็งตึงมาเป็นเวลานานก็แอบสั่นเล็กน้อย

เขาไม่มีเวลาตรวจสอบด้วยซ้ำว่าปีศาจที่บ้านตนนั้นกำลังไปไหน

ข่าวการตายของปีศาจกินวิญญาณได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองแล้ว เมื่อพิจารณาจากนิสัยของวิญญาณฝันร้าย ตราบใดที่ฟ้ามืด วิญญาณฝันร้ายก็มีโอกาสโผล่มาได้ทุกเมื่อ คงหนิงต้องจัดการทุกอย่างให้พร้อมสรรพก่อนมืด

หลังจากมองดูซูหยานออกจากศาลาว่าการ คงหนิงก็ลุกขึ้นเดินกลับไปที่ลานด้านหน้า พร้อมกับฉากด้านหลังเป็นพระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าเห็นเป็นแสงสีแดงระเรื่อ

ไม่ได้พูดอะไรมาก เมื่อเห็นคนทั้งหลายรับประทานอาหารเย็นกันเสร็จเรียบร้อย คงหนิงก็กระซิบคำ เชื้อเชิญให้ทุกคนนั่งลง

เขตชานหลานไม่ใหญ่แต่ก็ไม่ได้เป็นเขตที่เล็ก มีมือปราบรวมๆ แล้วมากกว่าสามร้อยคนจากทั้งสามหน่วยและหกหมู่ คงหนิงไม่ต้องการจะใช้คนมากขนาดนั้น จริงๆ แล้วการมีคนมากเกินไปจะทำให้ยุ่งยาก และได้ผลตรงข้ามกับใจหวัง

คงหนิงเลือกคนที่เก่งที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดหกสิบคน มอบหมายงานให้พวกเขา และให้ซ่อนตัวอยู่ในห้องปีกขวาของลานด้านหน้าทั้งสองห้อง โถงศาลาว่าการ และบริเวณมุมต่างๆ

ส่วนร่างของปีศาจกินวิญญาณนั้นถูกแขวนไว้ตรงกลางด้านหน้าศาลาว่าการเพื่อดึงดูดความสนใจของวิญญาณฝันร้าย

รอบๆ เสาที่แขวนตัวกินวิญญาณเอาไว้นั้น พื้นดินถูกขุดออกเป็นหลุม ใส่กับดักไว้ภายในเป็นกับดักหลุมลึกสองเมตร เต็มไปด้วยคมมีด และกลบปิดหลุมอย่างดี วิญญาณฝันร้ายไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ ตราบใดที่มันก้าวเข้าไปในกับดัก ปีศาจตนนั้นจะต้องบาดเจ็บอย่างแน่นอน

และหลังจากเตรียมพร้อมแล้ว ขั้นต่อไปก็คือรอ

เมื่อพระอาทิตย์ตก ศาลาว่าการเขตชานหลานก็เงียบโดยสมบูรณ์ภายใต้ความมืดมิด

ศาลาว่าการที่ดูเหมือนเงียบสงบและไร้ผู้คนถูกจัดฉากขึ้นแล้ว คงหนิงได้ควบคุมให้มันเป็นกับดักขนาดยักษ์ที่มีการป้องกันแน่นหนา เพียงแค่รอคอยการมาถึงของปีศาจ

เขาซ่อนตัวอยู่ในห้องทางด้านซ้ายพร้อมกับหมาลิ่วและมือปราบหน่วยจู่โจมคนอื่นๆ ปิดไฟมืด ไม่พูดอะไรสักคำเดียว ซ่อนตัวอยู่ในความมืดมิด สามารถมองผ่านหน้าต่างกระดาษออกไปได้เท่านั้น

ลานด้านหน้าว่างโล่ง เงียบกริบดั่งป่าช้า มีเพียงแสงจันทร์เย็นเยียบที่สาดลงมาบนศพของตัวกินวิญญาณที่อยู่กลางลาน

ลมกลางคืนในฤดูร้อนพัดพาความอบอ้าวเข้ามา ใบไม้บนยอดไม้สั่นไหวอยู่ลิบๆ แต่มือปราบที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ก็ทำหน้าที่ได้ดี ทำให้คงหนิงโล่งใจไม่น้อย

สิ่งที่เขาได้ทำไปทั้งหมด ก็จัดเตรียมไว้อย่างเต็มที่สุดกำลังแล้ว

หากการซุ่มโจมตีครั้งนี้ยังไม่สามารถสังหารปีศาจได้ เขาก็ทำได้เพียงโทษตนเองสำหรับชีวิตอันเลวร้ายนี้

ด้านข้างของคงหนิง หมาลิ่วกระซิบถาม “คงหนิง ปีศาจจะมาตอนไหน ข้ายังเหลือเวลาไปหอสายลมใบไม้ผลิหรือไม่?”

หมาลิ่วผู้เที่ยวเตร่เร่ร่อนอยู่ซ่องโสเภณีตลอดทั้งปี เป็นเทพแห่งความสำราญในเขตชานหลาน เขาไปซ่องกับพ่อของเขาตั้งแต่อายุสิบสามขวบปี และไม่มีหญิงสาวคนใดในซ่องที่เขาไม่รู้จัก

นอกจากนี้ ชายคนนี้ยังรู้วิทยายุทธ เป็นรองเพียงแค่คงหนิงเท่านั้นในด้านผลงานการจับกุม ด้วยเลือดเนื้อที่แข็งแกร่งและพลังงานไร้ขีดจำกัด เขาได้ใช้เวลาไปกับซ่องมากยิ่งกว่าอยู่บ้านเสียอีกในรอบปี

เวลานี้ ปีศาจกำลังจะมาหา แต่ก็ยังมิวายคิดถึงซ่อง......

คงหนิงจ้องไปที่ชายคนนี้โดยไม่พูดอะไร

หวางหูกร่นด่าออกไปด้วยเสียงต่ำ “ในเมื่อเจ้าหิวโหยมากขนาดนี้ ถ้าปีศาจมาเมื่อไหร่ เจ้าก็ออกไปก่อนเลยแล้วกัน......ถ้าเป็นปีศาจจิ้งจอกล่ะก็ อาจจะทำให้เจ้าใจเย็นได้บ้าง”

ภายในห้องมีเสียงหัวเราะต่ำๆ ดังออกมา

หลังจากที่จางหรง หัวหน้ามือปราบตำหนิ กลุ่มคนทั้งหมดก็หยุดหัวเราะอย่างรวดเร็ว

คงหนิงนอนอยู่ริมหน้าต่าง มองออกไปที่ลานด้านนอก ดูลานโล่งๆ ใต้แสงดาว รู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ

เวลาค่อยๆ ผ่านไปนาทีต่อนาที

เสียงต่างๆ ภายในเขตเมืองค่อยๆ ลดน้อยลงเรื่อยๆ

ในท้ายที่สุดก็เหลือเพียงเสียงที่ดูโรยราและแหบแห้งของยามลาดตระเวนซึ่งดังมาเป็นครั้งคราวในช่วงค่ำคืน

เสียงป่าวประกาศที่ดูไม่พอใจปานประหนึ่งภูตผีร่ำร้อง

“ฟ้ามืด อากาศแห้ง......ระวังเปลวเทียนให้ดี......”

เสียงแหบแห้งนี้ดังมา แล้วก็แว่วไป

กว่าจะรู้ตัว เวลาก็ล่วงเลยมาถึงยามสาม[1]แล้ว

เมืองเล็กๆ ในเขตชานหลานพลันตกอยู่ในความเงียบงัน

ภายใต้แสงจันทร์เย็นเยียบ ลานกว้างหน้าศาลาว่าการ ได้ยินเพียงเสียงลมหวิว พัดใบไม้ปลิวเป็นครั้งคราวเท่านั้น

ในยามนี้ หมาลิ่วที่มีพลังมากล้นก็ยังเอนหลังพิงกำแพงด้วยความเกียจคร้าน ถือมีดพร้อมกับหาวออกมา พยายามจะไม่คิดถึงสาวๆ ในหอสายลมใบไม้ผลิ

คงหนิงยังคงนอนอยู่ข้างหน้าต่าง จ้องมองไปที่ลานด้านนอกผ่านช่องว่างระหว่างหน้าต่างที่ปูทับด้วยแผ่นกระดาษ ไม่กล้าที่จะผ่อนคลาย

พลังปีศาจภายในร่างยังคงโคจรหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ขจัดความเหนื่อยล้าของตนออกไป

นอกศาลาว่าการเขต ชายชรายังคงตีกลองอย่างเกียจคร้านและตะโกนด้วยเสียงแหบแห้ง

“อากาศแห้ง......ระวังเปลวเทียนให้ดี......”

เมื่อเสียงค่อยๆ จางหายไป มือปราบทุกคนในศาลาว่าการก็ทราบว่ายามสามกำลังจะมาถึง

หมาลิ่วซึ่งนอนพิงอยู่ก็ขยับร่างเข้ามาใกล้คงหนิง กำลังจะพูดบางอย่าง แต่มือของคงหนิงได้หยุดเขาเอาไว้

ดวงตาบ่งบอกถึงความตึงเครียด

เพราะในตอนที่เสียงกลองบอกเวลาได้หายไป ทันใดนั้นเงาดำที่ระบุรูปร่างไม่ได้ก็ปรากฏขึ้นภายในศาลาว่าการ

ในตอนแรก เงานั้นปรากฏขึ้นที่ด้านหลังประตูศาลาว่าการ เกือบจะกลมกลืนไปกับเงาของชายคา ถ้าไม่ใช่เพราะสายตาอันเฉียบคมของคงหนิง เขาก็แทบจะไม่สังเกตถึงการมีอยู่ของสิ่งนั้น

แต่ไม่นาน เงาดำนั้นก็ไหลผ่านออกมาจากใต้ชายคาเหมือนแอ่งน้ำหมึกที่กำลังไหลเข้าลานกว้าง และปรากฏตัวอีกทีใต้แสงจันทร์อันเย็นยะเยือก

คืนนี้ในเขตชานหลาน ท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยดวงดาว ไม่มีเมฆบดบัง แสงจันทร์เย็นสาดส่องลงมาบนลานกว้างของศาลาว่าการ และแม้แต่ผู้ที่มีสายตาปกติก็สามารถเห็นเงาดำที่ปรากฏขึ้นมาได้ในทันใด

ร่างกายของหมาลิ่วเกร็งแน่นขึ้นในทันที และมือของเขาก็กระชับเข้าที่ด้ามมีด

ในห้องมืด ลมหายใจของทุกผู้ทุกคนหยุดนิ่งครู่หนึ่ง เต็มไปด้วยความประหม่า

ท้ายที่สุด สิ่งที่อยู่ด้านนอกคือปีศาจ!

หากปราศจากคำสั่งของคงหนิง กลุ่มมือปราบก็จะไม่เร่งรีบเคลื่อนไหว

ตรงหน้าต่างที่บุด้วยกระดาษ คงหนิงจ้องไปที่เงาแปลกๆ ตรงลานกว้าง เห็นเงา“ไหล”ไปยังเสาไม้ตรงกลางลานอย่างเงียบๆ

จากนั้นร่างบางก็ผุดขึ้นมาจากเงาสีดำสนิท

มันยืนอยู่หน้าเสาไม้ที่แขวนร่างตัวกินวิญญาณเอาไว้ เงยหน้าขึ้นมองศพตัวกินวิญญาณที่ดูน่ากลัวใต้แสงจันทร์ มันหัวเราะเย้ยหยันเบาๆ

“กินเศษวิญญาณมนุษย์มาหลายสิบปี แต่สุดท้ายก็ต้องมาตายด้วยน้ำมือมนุษย์.......น่าอนาถ......น่าอนาถจริงๆ!”

ลูกตาของคงหนิงหดตัวลงเล็กน้อย

เพราะร่างสีดำผอมบางและแปลกประหลาดนั่นยืนอยู่บนขอบของกับดักที่ขุดขึ้นมารอบๆ เสาไม้ ตราบใดที่ก้าวออกไปข้างหน้าอีกสักหนึ่งก้าว เงาดำจะต้องตกลงไปในกับดัก

ซึ่งมันก็ไม่ได้อยู่ไกลมาก กลับเลือกยืนอยู่บริเวณขอบ......

ปีศาจตนนี้รู้ว่ามีกับดักอยู่ข้างหน้า!

หัวใจของคงหนิงบีบตัวแน่น จากนั้นก็เขาก็ได้ยินเสียงเยาะเย้ยของเงาประหลาด

“เดิมทีข้าตั้งใจจะมารับร่างของเจ้าแล้วจากไป เพราะพวกเต่าแก่ๆ ในเมืองนี้ปกป้องอาหารของพวกมันมากเหลือเกิน ทว่าไม่คิดว่าจะมีคนรอข้ามากมายขนาดนี้ในศาลาว่าการ......หึหึ......”

“ถ้าไม่กินอาหารที่ถูกส่งมาถึงหน้าประตูบ้านเช่นนี้ ก็คงจะแย่เกินไปหน่อย!”

“น้องสาว ค่ำคืนนี้ พี่สาวคนนี้จะช่วยเจ้าแก้แค้น การสังหารหมู่ในศาลาว่าการจะเริ่มบัดเดี๋ยวนี้!”

-------------------------------

[1] ยามสามหรือยามจื่อ คือเวลาตั้งแต่ 23.00 – 00.59 น. (1 ชั่วยามจึงเท่ากับ 2 ชั่วโมง)

จบบทที่ ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 11 ค่ำมืดดึกดื่น เที่ยงคืนยามสาม

คัดลอกลิงก์แล้ว