- หน้าแรก
- ตระกูลเซียนอย่าซ่า เส้นทางผงาดของหลิงโหย่วเต้า
- บทที่ 45 - ฝูงแมวน้ำขึ้นเกาะท่ามกลางสายฝน
บทที่ 45 - ฝูงแมวน้ำขึ้นเกาะท่ามกลางสายฝน
บทที่ 45 - ฝูงแมวน้ำขึ้นเกาะท่ามกลางสายฝน
บทที่ 45 - ฝูงแมวน้ำขึ้นเกาะท่ามกลางสายฝน
เกาะคลื่นเหินมีขนาดเพียงเท่านี้ นานวันเข้าหลิงโหย่วเต้าก็เริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย
เขาร่ายคาถาเมฆฝนทุกครึ่งเดือน พร้อมกำจัดแมลงไปด้วย เวลาที่เหลือก็เก็บตัวฝึกบำเพ็ญเพียรในกระท่อมไม้
ช่วงแรกยังมีนกทะเลกล้ามาบินวนเวียนแถวนาวิญญาณ แต่หลังจากเขาฆ่านกทะเลที่ฝ่าฝืนกฎไปหลายสิบตัว นกทะเลที่เหลือก็ไม่กล้าเข้าใกล้นาวิญญาณอีกเลย ได้แต่อาศัยอยู่แถวชายป่ารอบนอก
มองดูหญ้าสัมผัสวิญญาณที่ตนปลูกเติบโตขึ้นทุกวัน ในใจเขาก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
"เติบโตได้ดี ตามความเร็วนี้ อีกครึ่งปีหญ้าสัมผัสวิญญาณชุดนี้ก็น่าจะโตเต็มที่ ส่งมอบห้าสิบต้น ข้ายังเหลือส่วนแบ่งอีกจำนวนหนึ่ง"
ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา ครึ่งปีที่ผ่านมามีหญ้าสัมผัสวิญญาณตายไปแล้วสิบเอ็ดต้น
ทว่าสิ่งที่หลิงโหย่วเต้าไม่รู้ก็คือ พวกเขาเหล่านี้กำลังถูกจับตามอง
ในถ้ำฝึกตนบนเกาะแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากเกาะคลื่นเหินไปทางตะวันตกแปดสิบลี้ ผู้ฝึกตนตระกูลเฉียนแห่งวายุพัดสามคนกำลังรวมตัวกัน
ผู้ฝึกตนผมขาวที่นั่งอยู่ตำแหน่งประธานเอ่ยถามอย่างลังเลว่า "เจ้าสืบมาแน่ชัดแล้วหรือ ตระกูลหลิงส่งเจ้าเด็กเมื่อวานซืนพวกนั้นมาประจำการที่เกาะชายขอบจริงหรือ"
ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนยันหนักแน่น "ท่านอา เรื่องนี้จริงแท้แน่นอน หลานไปตรวจสอบด้วยตัวเองแล้ว ทั้งยังสอบถามจากผู้ฝึกตนอิสระที่มาจากทางตะวันออก บนเกาะพวกนั้นมีผู้ฝึกตนตระกูลหลิงประจำการอยู่จริงขอรับ"
"ดีๆ อยู่ทำไมตระกูลหลิงถึงส่งคนมาเฝ้าเกาะพวกนั้น ต้องรู้ก่อนนะว่าเกาะพวกนั้นกันดารมาก ปลูกได้แต่สมุนไพรวิญญาณระดับหนึ่งขั้นกลางถึงต่ำ แถมจำนวนจำกัด ได้ไม่คุ้มเสียชัดๆ"
"ท่านอา เรื่องนี้หลานก็ไม่ทราบ แต่หลานกล้ายืนยันว่าบนเกาะพวกนั้นมีคนตระกูลหลิงอยู่จริง และแต่ละเกาะมีแค่คนเดียว
ด้วยฝีมือพวกเรา เด็กพวกนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้เลย จัดการได้สบายๆ แถมยังได้ทรัพยากรมาฝึกฝนด้วย"
ชายชราครุ่นคิด ครู่หนึ่งก็กล่าวว่า "หากเป็นอย่างที่เจ้าว่าจริง นี่ก็นับเป็นโอกาสทอง แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาลงมือ"
ชายหนุ่มชะงัก "แล้วเมื่อไหร่ถึงจะลงมือได้ล่ะท่านอา"
ชายชราหัวเราะ หึหึ "ก็ต้องรอตอนสมุนไพรวิญญาณโตเต็มที่สิ"
พอชายชราพูดแบบนี้ ชายหนุ่มก็เข้าใจทันที หัวเราะลั่น "ท่านอา ขิงแก่เผ็ดกว่าขิงอ่อนจริงๆ"
ชายชราทำหน้าขรึม "ตามที่เจ้าบอกมา เด็กพวกนั้นเพิ่งมาประจำการเมื่อครึ่งปีก่อน พวกมันน่าจะปลูกสมุนไพรวิญญาณระดับหนึ่งขั้นต่ำที่พบเห็นได้ทั่วไปไม่กี่ชนิดนั้นแหละ"
ชายหนุ่มยิ้ม "หญ้าสัมผัสวิญญาณ หญ้าฟางเหลือง อะไรพวกนี้สินะ"
"ถูกต้อง สมุนไพรพวกนี้ใช้เวลาแค่ปีเดียวก็โตเต็มที่ ตอนนี้ผ่านไปครึ่งปีแล้ว เรารออีกครึ่งปี"
ชายชราคิดแล้วกล่าวต่อว่า "ในเวลาครึ่งปีนี้ เราติดต่อรวบรวมคนในตระกูลแถวนี้ให้มากขึ้น รอจนสมุนไพรวิญญาณสุกงอม เราค่อยไปแย่งชิงมาให้หมด ถือโอกาสฆ่าลูกหลานตระกูลหลิงสักหลายคนด้วย"
...
เรื่องเหล่านี้ หลิงโหย่วเต้าที่อยู่ไกลออกไปบนเกาะคลื่นเหินไม่รู้อีโหน่อีเหน่เลยสักนิด
ตอนนี้เขากำลังเผชิญปัญหาใหญ่ มองดูฝนที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ด้านนอก ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เขาเป็นกังวลยิ่งนัก
"ฝนตกมาห้าวันแล้ว ขืนตกต่อไปแบบนี้ หญ้าสัมผัสวิญญาณไม่ได้รับแสงแดด ต่อให้ไม่ตาย คุณภาพก็คงไม่ดีแน่"
แม้ในใจจะร้อนรน แต่เมื่อเผชิญกับสภาพอากาศธรรมชาติที่เป็นวงกว้าง ด้วยพลังระดับกลั่นลมปราณขั้นเจ็ดของเขา ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้
เขาขี่เรือใบไม้ลอยตัวอยู่เหนือเกาะคลื่นเหิน
มองจากตรงนี้ ส่วนหางของเกาะคลื่นเหินถูกน้ำทะเลท่วมไปชั้นหนึ่งตื้นๆ แล้ว
แมลง หนูนา นกทะเลบนเกาะ ต่างพากันหนีไปทางส่วนหัวของเกาะคลื่นเหิน ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดและปลอดภัยที่สุด
นาวิญญาณของหลิงโหย่วเต้าไม่ได้สร้างไว้ที่จุดสูงสุด แต่อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดสิบกว่าวา
เขามองลงไปที่ผิวน้ำทะเล ฝูงแมวน้ำฝูงหนึ่งกำลังว่ายตรงมายังเกาะคลื่นเหิน ประมาณสามสิบกว่าตัว
"แมวน้ำพวกนี้มาทำไม หรือจะมาหลบฝนบนเกาะด้วย?"
หลิงโหย่วเต้าขับเรือใบไม้ไปเหนือฝูงแมวน้ำ แมวน้ำแต่ละตัวกระโดดโลดเต้นในน้ำ มีทั้งตัวใหญ่ตัวเล็ก
เขาอยู่บนเกาะเบื่อจะแย่ นานๆ จะเจอฝูงแมวน้ำสักที เลยตามฝูงแมวน้ำนี้ไป
เมื่อใกล้จะถึงส่วนหางของเกาะคลื่นเหิน น้ำตื้นขึ้น แมวน้ำตัวหนึ่งที่ตัวใหญ่กว่าแมวน้ำปกติมากก็เผยโฉมออกมา
มองดูแมวน้ำยักษ์ที่ตัวใหญ่กว่าแมวน้ำโตเต็มวัยสามตัวมัดรวมกัน เขาอุทานด้วยความตกใจ "จ่าฝูงแมวน้ำฝูงนี้เป็นสัตว์อสูร!"
แมวน้ำสามสิบกว่าตัวพุ่งขึ้นหาดทรายอย่างรวดเร็ว หลิงโหย่วเต้าคิดว่าคงจบแค่นั้น นึกไม่ถึงว่าพวกมันจะพุ่งเข้าไปในป่าต่อ
เห็นเส้นทางที่พวกมันมุ่งหน้าไป เขาตกใจแทบแย่ "แย่แล้ว แมวน้ำฝูงนี้จะผ่านนาวิญญาณ"
เขารีบขับเรือใบไม้ไปดักหน้าฝูงแมวน้ำ เก็บเรือใบไม้ เรียกกระบี่อัคคีออกมาขวางทางไว้
แม้ฝนจะตกหนัก แต่ก็ไม่อาจส่งผลกระทบต่อเขา
เห็นฝูงแมวน้ำพุ่งเข้ามา เขาปลดปล่อยแรงกดดันระดับกลั่นลมปราณช่วงปลายออกไปทันที
แรงกดดันกดทับร่างแมวน้ำแต่ละตัว ฝูงแมวน้ำแตกตื่นโกลาหล พากันอ้อมหนีหลิงโหย่วเต้าไปทางซ้ายขวา
ทันใดนั้น เสียงคำรามเกรี้ยวกราดก็ดังขึ้น เห็นจ่าฝูงแมวน้ำใช้ร่างอันใหญ่โตพุ่งเข้าใส่หลิงโหย่วเต้า
เรื่องนี้เขาคาดไว้อยู่แล้ว จ่าฝูงแมวน้ำเป็นถึงสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นสูง จะเหมือนแมวน้ำธรรมดาที่ถูกแรงกดดันของเขาขู่จนกลัวง่ายๆ ได้อย่างไร
แมวน้ำใช้ชีวิตในน้ำเป็นหลัก จึงกลัวไฟที่สุด ต่อให้เป็นจ่าฝูงที่เป็นสัตว์อสูรก็ไม่มีข้อยกเว้น
หลิงโหย่วเต้าตวาดกระบี่อัคคี ปราณดาบเพลิงสีแดงฉานพุ่งเข้าใส่จ่าฝูงแมวน้ำระลอกแล้วระลอกเล่า
นี่คือค่ายกลอัคคีที่ติดมากับกระบี่ เพียงแค่เขาถ่ายเทพลังปราณเข้าไป ก็จะเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงทรงพลัง แล้วปล่อยออกมาในรูปแบบปราณดาบ อานุภาพรุนแรง บาดแผลจะถูกไฟกัดกร่อน ยากจะสมานตัวในเวลาสั้นๆ ตัดกำลังคู่ต่อสู้ได้มาก
ทว่าสิ่งที่หลิงโหย่วเต้าคาดไม่ถึงคือ ทันทีที่ปราณดาบเพลิงอันรุนแรงฟันโดนร่างจ่าฝูงแมวน้ำ มันกลับไถลไปตามผิวหนังลื่นๆ ของมัน ไปฟาดโดนต้นไม้แทน จ่าฝูงแมวน้ำไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย
"ฟันไม่เข้าเลยรึ"
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง จ่าฝูงแมวน้ำก็พุ่งมาถึงตัว เขาแตะปลายเท้า เหยียบหลังมัน กะจะกระโดดไปด้านหลัง
แต่หนังของมันลื่นจริงๆ เขาเหยียบพลาด ไถลพรืดออกไปสองสามวา
เขาลุกขึ้นคลึงก้น ประสานมือร่ายเวทย์ น้ำฝนรอบตัวมารวมกันตรงหน้า ก่อตัวเป็นลูกบอลน้ำขนาดใหญ่
"ไป"
ลูกบอลน้ำพุ่งกระแทกจ่าฝูงแมวน้ำ แตกกระจายทันทีที่กระทบร่าง แรงกระแทกส่งมันกระเด็นไปด้านข้างกว่าสามวา
"โฮก"
มันร้องด้วยความเจ็บปวด รู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของหลิงโหย่วเต้า รีบกลับตัว อ้อมไปทางอื่นเพื่อมุ่งหน้าสู่จุดสูงสุดของเกาะคลื่นเหิน
"ไอ้เดรัจฉานนี่หนังลื่นชะมัด การโจมตีธรรมดาทำอะไรมันไม่ได้เลย ช่างเถอะ อย่าเพิ่งไปตอแยมันดีกว่า"
หลิงโหย่วเต้าหันหลังกลับไปมองโดยบังเอิญ เห็นเส้นสีขาวเส้นหนึ่งกวาดมาจากเส้นขอบฟ้า สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที
[จบแล้ว]