- หน้าแรก
- ตระกูลเซียนอย่าซ่า เส้นทางผงาดของหลิงโหย่วเต้า
- บทที่ 10 - ทะลวงสู่ระดับกลั่นลมปราณขั้นเจ็ด
บทที่ 10 - ทะลวงสู่ระดับกลั่นลมปราณขั้นเจ็ด
บทที่ 10 - ทะลวงสู่ระดับกลั่นลมปราณขั้นเจ็ด
บทที่ 10 - ทะลวงสู่ระดับกลั่นลมปราณขั้นเจ็ด
ภายในถ้ำฝึกวิชาของสายที่เจ็ดบนยอดภูผาเขียวขจี หลิงโหย่วเต้านั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะฟาง
เขารวบรวมสมาธิ หรี่ตาลงเล็กน้อย ชักนำพลังปราณภายในถ้ำให้มารวมตัวรอบกาย จนเกิดเป็นหมอกวิญญาณจาง ๆ ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ระดับขั้นของผู้บำเพ็ญเพียรเรียงจากต่ำไปสูงได้แก่ กลั่นลมปราณ สร้างรากฐาน แก่นทองคำ ก่อกำเนิด(หยวนอิง) เปลี่ยนเทพ... ตอนนี้เขากำลังอยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างกลั่นลมปราณขั้นที่หกและเจ็ด หากผ่านไปได้ก็จะเข้าสู่ช่วงปลาย แต่ถ้าไม่ผ่านก็ยังย่ำอยู่ที่ช่วงกลางเหมือนเดิม
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับกลั่นลมปราณเน้นฝึกฝนจุดตันเถียน ทุกครั้งที่เลื่อนขั้นย่อย จุดตันเถียนจะขยายใหญ่ขึ้น ทำให้กักเก็บพลังปราณได้มากขึ้น
การฝึกฝนตามปกติคือการดูดซับปราณธรรมชาติจากภายนอกเข้ามาหล่อเลี้ยงกลุ่มก้อนพลังปราณในจุดตันเถียน
แต่ปราณธรรมชาติที่ดูดซับเข้ามา จะมีเพียงส่วนน้อยนิดเท่านั้นที่ถูกเปลี่ยนเป็นพลังปราณของตัวเอง และผสานเข้ากับก้อนพลังในตันเถียนได้
ยิ่งมีรากวิญญาณดีเท่าไหร่ ก็ยิ่งเปลี่ยนปราณธรรมชาติเป็นพลังปราณได้มากเท่านั้น ทำให้ก้อนพลังในตันเถียนโตเร็วขึ้น
ดังนั้นคนที่มีรากวิญญาณดีจึงฝึกได้เร็วกว่า
เมื่อก้อนพลังในตันเถียนขยายจนเต็มขีดจำกัดของจุดตันเถียน ต่อให้ฝึกแค่ไหนก้อนพลังก็ไม่โตขึ้นอีก นี่แหละที่เรียกว่า "คอขวด"
ทางเดียวที่จะไปต่อได้คือต้องขยายขนาดของจุดตันเถียน ซึ่งก็คือการเลื่อนระดับนั่นเอง
วิธีการขยายจุดตันเถียน โดยทั่วไปคือการทำให้จุดตันเถียนอิ่มตัว หรือถึงขั้นรับภาระเกินขีดจำกัด เพื่อกระแทกผนังตันเถียนทีละน้อย นานวันเข้าผนังก็จะคลายตัว เปิดโอกาสให้ขยายขนาดออกไปได้
คนที่มีรากวิญญาณดี สามารถเปลี่ยนปราณธรรมชาติเป็นพลังปราณได้ทีละมาก ๆ ในคราวเดียว ทำให้เกิดแรงดันมหาศาลกระแทกผนังตันเถียนได้แรงกว่า จึงทะลวงคอขวดได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
ยาชำระไขกระดูกมีสรรพคุณสองอย่าง อย่างแรกคือชำระล้างเส้นชีพจร และช่วยขยายเส้นชีพจร ทำให้ผู้ใช้เปลี่ยนปราณธรรมชาติเป็นพลังปราณได้มากขึ้น นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมมันถึงช่วยเพิ่มพรสวรรค์ได้
อย่างที่สอง ยาจะปลดปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์จำนวนมหาศาลออกมา เพียงแค่ชักนำพลังนี้เข้าสู่จุดตันเถียน ก็จะเกิดแรงกระแทกมหาศาลช่วยขยายผนังตันเถียน ทะลวงคอขวดได้สำเร็จ
ส่วนประกอบหลักของยาชำระไขกระดูกคือ "หญ้าชำระไขกระดูก" ระดับสองขั้นต่ำ "หญ้ารวมวิญญาณ" ระดับสองขั้นต่ำอายุราวหกสิบปี และดอกของ "บัวนิทรา" ระดับหนึ่งขั้นสูง
หญ้าชำระไขกระดูกช่วยล้างสิ่งสกปรกในร่างกาย ทำให้พลังปราณไหลเวียนสะดวก
หญ้ารวมวิญญาณต้องอายุร้อยปีถึงจะมีค่าเป็นสมุนไพรระดับสองขั้นต่ำ แต่ที่อายุหกสิบปีก็มีค่าเทียบเท่าสมุนไพรระดับหนึ่งขั้นสูงทั่วไป
อายุยาของหญ้ารวมวิญญาณต้องไม่มากเกินไป ไม่งั้นพลังจะรุนแรงเกินกว่าที่เส้นชีพจรและจุดตันเถียนของผู้บำเพ็ญเพียรระดับกลั่นลมปราณจะรับไหว แทนที่จะช่วยเลื่อนระดับ จะกลายเป็นทำลายรากฐานแทน
แต่ถ้าน้อยเกินไป พลังก็จะไม่พอทะลวงคอขวด
แม้จะใช้อายุแค่หกสิบปี พลังก็ยังถือว่ารุนแรงอยู่ดี บัวนิทราจึงเข้ามาช่วยทำให้พลังปราณนั้นอ่อนโยนลง และยืดระยะเวลาการปลดปล่อยพลังให้นานขึ้น
หลิงโหย่วเต้ากำลังพยายามทะลวงด้วยกำลังของตัวเองก่อน ส่วนยาชำระไขกระดูกในถุงสมบัตินั้นต้องใช้ในจังหวะที่เหมาะสมที่สุด ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา
ปราณธรรมชาติรอบตัวถูกดูดซับเข้ามาแล้วปล่อยออกวนเวียนไปมา ทำให้จุดตันเถียนอยู่ในสภาวะรับภาระหนักตลอดเวลา
เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ เขาทำซ้ำกระบวนการเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดูดซับ เปลี่ยนเป็นพลัง อัดเข้าตันเถียน กระแทกผนัง
หลังจากเพียรพยายามมานานกว่าครึ่งปี ในที่สุดผนังจุดตันเถียนก็เริ่มมีการสั่นคลอน
ใบหน้าของหลิงโหย่วเต้าปรากฏรอยยิ้มยินดี "ได้เวลาใช้ยานั่นแล้ว"
ก่อนหน้านี้เขาล้มเหลวมาสามครั้ง ทุกครั้งมาตายน้ำตื้นตรงจังหวะนี้แหละ ทั้งที่ผนังเริ่มคลายตัวแล้ว แต่ก็ขาดแรงส่งเฮือกสุดท้ายที่จะก้าวข้ามไป
เขาไม่ลังเลอีกต่อไป รีบหยิบขวดหยกออกมา ลบผนึกที่ปากขวด เทเม็ดยาสีขาวนวลเข้าปาก
ยาชำระไขกระดูกไหลลงท้อง ฤทธิ์ยาค่อย ๆ กระจายตัว หลิงโหย่วเต้าใช้จิตสัมผัสตรวจสอบทั่วร่างกาย มองเห็นการทำงานของยาทุกกระเบียดนิ้ว
เม็ดยาค่อย ๆ เล็กลง พลังปราณที่กระจัดกระจายเริ่มก่อตัวขึ้นในท้อง เขาชักนำพลังเหล่านั้นให้มารวมกันเป็นกลุ่มก้อน
จากนั้นบังคับให้มันไหลไปตามเส้นชีพจร ทุกครั้งที่พลังไหลผ่าน เขาจะรู้สึก "ตึง ๆ" ที่เส้นชีพจรส่วนนั้น แล้วก็ตามมาด้วยความรู้สึกโล่งสบายและผ่อนคลายกว่าเดิม
พลังสายนี้ไหลเวียนไปทั่วร่าง ก่อนจะไปจบที่จุดตันเถียน
จุดตันเถียนที่อิ่มตัวอยู่แล้ว เมื่อได้รับพลังเพิ่มเข้าไปอีก ก็เกิดแรงดันมหาศาลจนหลิงโหย่วเต้ารู้สึกแน่นท้องไปหมด
ขณะที่พลังสายแรกกำลังไหลเวียน ยาในท้องก็ยังคงปล่อยพลังออกมาเรื่อย ๆ
หลิงโหย่วเต้าแบ่งสมาธิครึ่งหนึ่งไปจับตาดูจุดตันเถียน อีกครึ่งคอยรวบรวมพลังที่กระจายตัวจากเม็ดยา ชักนำให้ไหลผ่านเส้นชีพจรเข้าสู่จุดตันเถียนอีกครั้ง
เมื่อพลังสายที่สองไหลผ่าน เส้นชีพจรก็ยิ่งโล่งและผ่อนคลายมากขึ้นไปอีก
พอเข้าสู่จุดตันเถียน ความรู้สึกแน่นท้องก็ทวีความรุนแรงขึ้น
ยาชำระไขกระดูกยังคงทำงานต่อเนื่อง หลิงโหย่วเต้าทำซ้ำกระบวนการเดิมรอบแล้วรอบเล่า
ยิ่งทำมากเข้า เส้นชีพจรก็ยิ่งขยายกว้างขึ้นทีละน้อย หลิงโหย่วเต้าดีใจจนเนื้อเต้น
จุดตันเถียนเหมือนจะระเบิดออกมาให้ได้ เมื่อพลังอัดแน่นถึงขีดสุด ผนังจุดตันเถียนที่แข็งแกร่งก็พังทลายลงดัง "ตูม"
ผนังชั้นในที่อ่อนนุ่มปรากฏออกมา และถูกแรงดันมหาศาลขยายให้กว้างขึ้นในพริบตา
เมื่อขยายตัวแล้ว ผนังที่อ่อนนุ่มจะแข็งตัวลงอย่างรวดเร็ว และจะมีการสร้างผนังอ่อนชั้นใหม่ขึ้นมาข้างในอีก
กระบวนการขยายจุดตันเถียนเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา ถ้าแรงดันในจังหวะนั้นยิ่งมาก จุดตันเถียนก็จะยิ่งขยายได้กว้าง
ถ้าแรงดันน้อย ก็ขยายได้น้อย
นี่คือสาเหตุที่ทำไมคนระดับเดียวกัน ถึงมีปริมาณพลังปราณไม่เท่ากัน
แน่นอนว่าแรงดันต้องไม่มากเกินไปจนผนังฉีกขาด ไม่งั้นจุดตันเถียนจะเสียหายจนเก็บพลังไม่อยู่
ฤทธิ์ยาชำระไขกระดูกยังเหลืออยู่ หลิงโหย่วเต้าจึงใช้พลังที่เหลือชำระล้างเส้นชีพจรต่อ และปรับสมดุลระดับพลังใหม่ให้มั่นคง
[จบแล้ว]