- หน้าแรก
- ตระกูลเซียนอย่าซ่า เส้นทางผงาดของหลิงโหย่วเต้า
- บทที่ 8 - หลานอกตัญญู
บทที่ 8 - หลานอกตัญญู
บทที่ 8 - หลานอกตัญญู
บทที่ 8 - หลานอกตัญญู
ดวงอาทิตย์จวนจะลับขอบฟ้าตอนที่หลิงโหย่วเต้ากลับมาถึงเกาะชางหลี
เขาตรงไปที่สวนสมุนไพรเพื่อรายงานตัวกับหลิงหยวนเซิงว่ากลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว
หลิงหยวนเซิงมองหลานชายด้วยสีหน้าเรียบเฉย "เป็นไง? ทำไมกลับมาเร็วนักล่ะ"
เขามั่นใจในความปลอดภัยของหลิงโหย่วเต้าอยู่แล้ว
หลายปีมานี้เขามอบยันต์ระดับสองให้หลานไปไม่น้อย ตราบใดที่ไม่เจอระดับสร้างรากฐานลงมือเอง ยันต์พวกนั้นก็เกินพอที่จะรักษาชีวิต
อีกอย่าง ระดับสร้างรากฐานผู้สูงส่งคงไม่ลดตัวลงมาสนใจผู้บำเพ็ญเพียรระดับสี่ตัวจ้อย ๆ โดยไร้เหตุผลหรอก
การไป "ฝึกฝน" ที่เกาะกุ้งแดงจึงถือว่าปลอดภัยหายห่วง
หลิงโหย่วเต้ายิ้มเผล่ เกาหัวแก้เขิน
"หลานคิดถึงท่านปู่ ก็เลยรีบกลับมาไงขอรับ"
หลิงหยวนเซิงยิ้มมุมปาก "ปากหวานนักนะ"
แล้วเขาก็แกล้งโบกมือไล่อย่างรำคาญ "กลับมาแล้วก็รีบไสหัวกลับไปได้แล้ว"
หลิงโหย่วเต้าประสานมืออย่างนอบน้อม "รับทราบขอรับ หลานจะกลิ้งกลับไปเดี๋ยวนี้แหละ"
พูดจบเขาก็หมุนตัวทำท่าเหมือนจะกลิ้งออกไปจริง ๆ ทำเอาหลิงหยวนเซิงอดขำไม่ได้
"เจ้าเด็กบ้านี่..."
เขาได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาใจ
ออกจากสวนสมุนไพร หลิงโหย่วเต้ามุ่งหน้าไปยัง "หอกุศล" ที่ตั้งอยู่บริเวณกลางภูผาเขียวขจี
หอกุศลคือสถานที่ที่ตระกูลหลิงประกาศภารกิจ เมื่อทำภารกิจสำเร็จก็จะได้รับแต้มกุศลเป็นค่าตอบแทน
แต้มกุศลในตระกูลหลิงก็เหมือนกับเงินตรา แต่ภายในตระกูลมันมีค่ามากกว่าหินวิญญาณเสียอีก เพราะทรัพยากรล้ำค่าบางอย่างต้องใช้แต้มกุศลแลกเท่านั้น
สาเหตุที่หลิงโหย่วเต้ามาที่นี่ ก็เพื่อจะปล่อย "ของโจร" ในถุงสมบัตินั่นเอง
ไม่นานเขาก็มาถึงหน้าหอกุศล
หอกุศลประกอบด้วยหอสูงสามหลังเรียงติดกัน หอทางซ้ายสำหรับรับส่งภารกิจและแลกแต้ม
หอตรงกลางเป็นที่รับซื้อของ ส่วนหอทางขวาเป็นร้านค้าที่ใช้ทั้งหินวิญญาณและแต้มกุศลซื้อได้
ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าหอกุศล ชายชราผมขาวโพลนกำลังนอนเอกเขนกอยู่บนกิ่งไม้
หลิงโหย่วเต้าเดินเข้าไปคารวะ "โหย่วเต้าคารวะท่านปู่แปด"
ชายชราลืมตาขึ้นมอง ยิ้มให้หลานชาย "อ้าว โหย่วเต้าเองรึ ใกล้จะบรรลุนิติภาวะแล้วสินะ"
ชายชราผู้นี้คือ "หลิงเจี๋ยหราน" หนึ่งในสามผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานรุ่น "เจี๋ย" ที่เหลืออยู่ของตระกูล
"ขอรับ อีกสองปี"
"ระดับสี่ พลังยังต่ำไปหน่อยนะ อย่ามัวแต่ขี้เกียจล่ะ"
หลิงโหย่วเต้ายิ้มเจื่อน "โหย่วเต้าจะจำคำสอนของท่านปู่แปดไว้ให้ขึ้นใจขอรับ"
วิชาปรุงยาของหลิงหยวนเซิงได้รับการถ่ายทอดมาจาก "หลิงเจี๋ยฮ่าว" แห่งสายที่สอง ซึ่งเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของหลิงเจี๋ยหราน ดังนั้นสายที่เจ็ดกับสายที่สองจึงสนิทกันมาก หลิงเจี๋ยหรานถึงได้ถามไถ่เขามากความ
"เอาล่ะ มาหอกุศลก็คงมีธุระ ไปเถอะ อย่ามารบกวนคนแก่พักผ่อน"
พูดจบเขาก็หลับตาลง
"ขอรับ"
หลิงโหย่วเต้ารับคำอย่างนอบน้อม แล้วเดินตรงไปยังหอกลาง
ลึกเข้าไปข้างในมีเคาน์เตอร์ยาวตั้งอยู่ ชายวัยกลางคนยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์
เขาคือ "หลิงเป่า" ศิษย์สายรองรุ่น "ติ้ง" พอเห็นหลิงโหย่วเต้าเดินเข้ามา ใบหน้าก็ยิ้มแย้มจนแก้มแทบปริ
"โหย่วเต้า ผู้อาวุโสเจ็ดให้เจ้าเอาของดีอะไรมาฝากขายอีกแล้วล่ะ?"
"ท่านอา ข้าอุตส่าห์ถ่อมาตั้งไกล น้ำสักแก้วก็ไม่คิดจะเลี้ยงเชียวหรือ?"
หลิงเป่าตบหน้าผากตัวเอง "ดูข้าสิ โหย่วเต้า นั่งก่อน ๆ เดี๋ยวข้าไปชงชามาให้"
ว่าแล้วก็วิ่งไปชงชา หลิงโหย่วเต้ายิ้มขำ พลางหาที่นั่งลง
สักพัก หลิงเป่าก็ยกชาวิญญาณมาวางบนโต๊ะ
เขาหัวเราะร่า "โหย่วเต้า ดื่มชาก่อน แล้วเราค่อยคุยกันยาว ๆ"
หลิงโหย่วเต้าจิบชาคำหนึ่ง แล้วกระซิบเสียงเบา "รอบนี้ข้าเอาของดีมาเพียบเลยนะ"
หลิงเป่าตาเป็นประกาย "เยี่ยมเลย"
แต่พอนึกขึ้นได้ หลิงเป่าก็ทำหน้าสงสัย "เอ๊ะ เดี๋ยวสิโหย่วเต้า ช่วงนี้ไม่เห็นข่าวว่าผู้อาวุโสเจ็ดออกจากเกาะเลยนี่นา"
"ท่านปู่เป็นถึงผู้อาวุโสเจ็ด ระดับสร้างรากฐานขั้นกลาง ท่านจะเข้าจะออก ขนาดข้าเป็นหลานแท้ ๆ ยังไม่รู้ แล้วท่านอาจะไปรู้ได้ยังไง"
หลิงเป่าคิดตามก็เห็นด้วยจริง ผู้อาวุโสจะไปไหนมาไหน ถ้าไม่บอกใคร คนอื่นจะรู้ได้ไง ถ้าขืนรู้กันทั่วก็คงไม่ใช่เรื่องลับแล้ว
"ก็จริงของเจ้า!"
แล้วเขาก็ถามต่อ "รอบนี้ท่านเจ็ดไปปล้น... เอ้ย ไปทำภารกิจ..."
หลิงโหย่วเต้ารีบเอามือปิดปากหลิงเป่า กระซิบเสียงเครียด "ชู่ว์! เบา ๆ หน่อย เรื่องนี้พูดเสียงดังไม่ได้นะ ท่านปู่เป็นถึงผู้อาวุโสเจ็ด ท่านก็ต้องรักษาหน้าตาบ้างสิ
ถ้าเรื่องที่ท่านไป 'แทนคุณฟ้าดินขจัดภัยพาล' หลุดออกไป คนในตระกูลจะนินทาท่านว่ายังไง?
เรื่องนี้รู้กันแค่ท่านปู่ กับเราสองคน ถ้าท่านปู่เอาเรื่องขึ้นมา ข้าไม่เท่าไหร่หรอก อย่างมากก็โดนกักบริเวณไม่กี่เดือน
แต่ท่านอาสิ ถ้าโดนเพ่งเล็งเข้า อนาคตดับวูบเลยนะ!"
หลิงเป่าหน้าซีดเหงื่อตก พยักหน้ารัว ๆ หลิงโหย่วเต้าถึงยอมปล่อยมือ
"โหย่วเต้า บุญคุณนี้ข้าจะไม่ลืม!"
หลิงเป่าประสานมือขอบคุณด้วยสีหน้าจริงจัง
หลิงโหย่วเต้าแสร้งทำเป็นเกรงใจ "ท่านอาพูดอะไรอย่างนั้น"
"ข้าพูดจากใจจริง ถ้าข้าเผลอหลุดปากเรื่องท่านเจ็ดไป คงไม่มีที่ยืนในตระกูลแน่"
ได้ยินแบบนี้ หลิงโหย่วเต้าชักรู้สึกผิดที่เอาปู่มาอ้าง เลยพยายามกู้ภาพลักษณ์ปู่คืนบ้าง
"ท่านอา ท่านคิดมากไปแล้ว ท่านปู่ไม่ใช่คนโหดร้ายขนาดนั้นหรอก อย่างมากก็แค่สั่งย้ายท่านไปที่อื่นเท่านั้นเอง"
หลิงเป่าโบกมือ "โหย่วเต้า เจ้ายังเด็ก ไม่รู้ความน่ากลัวของโลกผู้บำเพ็ญเพียร ข้าเห็นว่าเราสนิทกันถึงกล้าพูดเปิดอกแบบนี้"
หลิงโหย่วเต้ารีบตัดบท "เอาเถอะ เราเลิกคุยเรื่องนี้กันดีกว่า"
ขืนปล่อยให้พูดต่อ ปู่ของเขาคงกลายเป็นจอมมารผู้ชั่วร้ายไปจริง ๆ
หลิงเป่าพยักหน้า "ได้ ไม่พูดแล้ว"
"เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แค่ท่านไม่พูดไปก็จบ แล้วในบัญชีก็ไม่ต้องลงรายละเอียดของพวกนี้ด้วย"
"ตกลง!"
"ท่านช่วยดูหน่อยว่าของพวกนี้ขายได้เท่าไหร่"
หลิงโหย่วเต้าเทของจากถุงสมบัติของชายหน้าบากออกมาวางบนโต๊ะ
หลิงเป่าหยิบอาวุธวิเศษสี่ชิ้นขึ้นมาดูทีละชิ้น "ดาบเล่มนี้ธาตุน้ำระดับสูง ขายได้แปดร้อยหินวิญญาณ ส่วนแส้นี่ธาตุไม้ระดับสูง มีรอยเสียหายหน่อย แถมคนใช้น้อย ขายได้เจ็ดร้อยห้าสิบ
ส่วนเครื่องป้องกันระดับกลางสองชิ้นนี้สภาพดี ขายได้ชิ้นละห้าร้อย"
"รวมถุงสมบัตินี้ไปด้วย"
"ถุงสมบัติระดับกลาง ค่าร้อยห้าสิบ รวมทั้งหมดสองพันเจ็ดร้อยหินวิญญาณ"
หลิงโหย่วเต้าพยักหน้า "ตามธรรมเนียมเดิม ข้าเก้า ท่านหนึ่ง ถ้าขายได้แพงกว่านี้ ส่วนต่างยกให้ท่าน"
หลิงเป่าเก็บของทั้งห้าชิ้น ยิ้มกว้าง "วางใจได้ ขายออกเมื่อไหร่จะรีบเรียกเจ้ามารับเงิน"
หลิงโหย่วเต้าพยักหน้าแล้วลุกขึ้นลา
"อ้าว เสร็จธุระแล้วรึ?"
หลิงเจี๋ยหรานถามทั้งที่ยังหลับตาอยู่
"ขอรับ เรียบร้อยแล้ว โหย่วเต้าขอตัวลา"
"ไปเถอะ"
[จบแล้ว]