- หน้าแรก
- แค้นต้องชำระ จากผู้ถูกทอดทิ้งสู่คู่หูซัคคิวบัสทลายโลก
- บทที่ 25: หวังฉู่! อย่ามัวแต่หดหัวอยู่ข้างใน ฉันรู้นะว่านายอยู่!
บทที่ 25: หวังฉู่! อย่ามัวแต่หดหัวอยู่ข้างใน ฉันรู้นะว่านายอยู่!
บทที่ 25: หวังฉู่! อย่ามัวแต่หดหัวอยู่ข้างใน ฉันรู้นะว่านายอยู่!
"ทีมรบเซี่ยอวี่เข้าดันเจี้ยน 'รังมังกรปฐพี' ไปอีกรอบแล้ว!"
"วันนี้น่าจะทำลายสถิติของทีมรบชงจิงได้สักทีนะ?"
"แน่นอนอยู่แล้ว เมื่อวานก็แค่ผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อย ระดับทีมผู้กล้าอย่างทีมรบเซี่ยอวี่ จะไปพลาดท่าให้ดันเจี้ยนง่ายๆ ได้ยังไง?"
"..."
"เฮ้ย! ทีมรบเซี่ยอวี่ออกมาแล้ว!"
"เป็นไงบ้าง? ทำลายสถิติได้ไหม?"
"เวรเอ๊ย! กัปตันเซี่ยอวี่โดนยำเละกลับมาอีกแล้ว!"
"..."
ณ จุดเทเลพอร์ตหน้าดันเจี้ยน
เจิ้งเซี่ยอวี่มีสีหน้าหมดอาลัยตายอยากถึงขีดสุด
เทียบกับสภาพดูไม่ได้เมื่อวานที่ต้องนอนหามออกมา ครั้งนี้ถือว่ามีพัฒนาการขึ้นเล็กน้อย... อย่างน้อยเธอก็ยังเดินออกมาด้วยขาของตัวเองได้
สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนคือใบหน้าอันบวมปูดเขียวช้ำที่โดนทุบจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้
"กัปตันคะ ยื้อเวลาให้นานกว่านี้อีกหน่อยไม่ได้หรือไง? สกิล 'ศูนย์องศาสัมบูรณ์' ของฉันร่ายเกือบจะเสร็จอยู่แล้วเชียว"
หลี่เสวี่ยชิงขมวดคิ้วมุ่น บ่นด้วยความไม่พอใจ
สิ้นเสียงบ่น ไอลีนก็โพล่งขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดไม่แพ้กัน
"กัปตันยืนแทงค์นิ่งๆ ดึงบอสไว้จุดเดียวไม่ได้เหรอ? เล่นลากมังกรปฐพีวิ่งพล่านไปทั่วแบบนั้น ลูกธนูฉันก็ว่าวหมดสิ!!"
ได้ยินดังนั้น เจิ้งเซี่ยอวี่ถึงกับเดือดดาล!
เธอชี้หน้าด่าหลี่เสวี่ยชิงและไอลีนด้วยนิ้วที่สั่นระริก
"พวกเธอทำดาเมจกันไม่ทันเอง แล้วยังมีหน้ามาโทษฉันอีกเหรอ?"
"ถ้าพวกเธอทำดาเมจได้ไวกว่านี้ ฉันจะจำเป็นต้องลากบอสวิ่งวนไปทั่วไหมฮะ?"
"ให้ฉันที่เป็นนักดาบต้องมาวิ่งลากมังกรปฐพีตั้งสองนาทีเนี่ยนะ มันไม่ง่ายเลยนะโว้ย!"
"ถ้าเก่งนักก็มาทำเองสิ!!"
การเคลียร์มอนสเตอร์ลูกกระจ๊อกตามทางวันนี้ถือว่าราบรื่นมาก
ด้วยพลังโจมตีระยะไกลระดับพรสวรรค์คลาส S ของสมาชิกในทีม พวกเธอเก็บกวาดได้ในพริบตาโดยไม่มีแรงกดดันใดๆ
เดิมทีพวกเธอคิดว่าจะทวงคืนอันดับหนึ่งกลับมาได้อย่างสวยงาม
แต่กลายเป็นว่า ปัญหาดันมาเกิดตอนสู้กับบอสมังกรปฐพีนี่แหละ!
เจิ้งเซี่ยอวี่รับการโจมตีของมังกรปฐพีได้ไม่กี่ทีก็ทนไม่ไหว ต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนลากบอสไปทั่วรัง
นั่นทำให้การโจมตีของเพื่อนร่วมทีมพลาดเป้าไปกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์
และจุดจบก็เหมือนเดิม...
เจิ้งเซี่ยอวี่ถูกมังกรปฐพีตบกระเด็นไปอัดก็อปปี้กับผนังถ้ำอีกรอบ
แองเจล่าลอบสังเกตสีหน้าของทุกคน ก่อนจะรู้สึกว่าต้องพูดอะไรเพื่อปกป้องตัวเองบ้าง
"กัปตัน... ไหนว่าเปลี่ยนเกราะตัวใหม่แล้วไงคะ? มันไม่ช่วยอะไรเลยเหรอ?"
การต้องคอยฮีลเจิ้งเซี่ยอวี่มันกินแรงเกินไป... เธอเหนื่อยจนเหงื่อท่วมตัว กลัวว่าถ้าฮีลพลาดแม้แต่จังหวะเดียว เจิ้งเซี่ยอวี่คงลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงแน่ๆ
ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่แทบไม่ต้องออกแรงรักษาเลยสักนิด
"ช่วยกะผีน่ะสิ..."
เจิ้งเซี่ยอวี่กำลังจะสบถด่า แต่พอเห็นว่าเป็นแองเจล่า เธอก็รีบสงบสติอารมณ์ลงทันควัน
"ก็ช่วยแหละ แต่ช่วยได้ไม่มาก"
ถึงเธอจะเป็นกัปตัน แต่ก็รู้ดีว่าห้ามไปล่วงเกินหมอประจำทีมเด็ดขาด
แองเจล่าเริ่มคิดถึงช่วงเวลาที่มีหวังฉู่อยู่ด้วยจับใจ
ตอนนั้นเธอแทบไม่ต้องทำอะไรเลย วันๆ ได้แต่อู้งาน... คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ
"เฮ้อ... ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนหวังฉู่ไปหาเกราะพวกนั้นมาจากไหนกันนะ"
เจิ้งเซี่ยอวี่เองก็เริ่มตระหนักได้แล้วเช่นกัน
ในฐานะคนที่ใช้เกราะของหวังฉู่มาตลอด เธอสัมผัสได้ถึงความแตกต่างราวฟ้ากับเหว!
ถ้าเกราะของหวังฉู่ยังอยู่ เธอไม่มีทางโดนยำเละจนสภาพดูไม่ได้แบบนี้แน่!
จูปาตั้นทนฟังไม่ไหวอีกต่อไป คนพวกนี้สมองมีปัญหากันหรือไง?
"พวกเธอก็แค่ไปขอให้หวังฉู่ทำให้สิ ยากตรงไหน?"
เจิ้งเซี่ยอวี่รีบเสริมขึ้นทันที
"จริงด้วย เสวี่ยชิง เรื่อง [เชื่อมจิต] เธอก็ถือโอกาสไปขอเกราะจากหวังฉู่มาด้วยเลยสิ"
ไอลีนกลอกตามองบน "ยัยนี่โดนบล็อกไปแล้ว ยังจะไปหวังพึ่งหลี่เสวี่ยชิงอีกเหรอ?"
ขุดเรื่องโดนบล็อกขึ้นมาพูดอีกแล้ว!
หลี่เสวี่ยชิงฉุนขาดทันที!
"นั่นเพราะฉันยังไม่ได้ไปหาเขาต่างหากย่ะ!"
จูปาตั้นมองภาพตรงหน้าด้วยความอึ้งกิมกี่
ในหัวสมองของพวกผู้หญิงกลุ่มนี้ มีแต่ความคิดที่จะเอาของคนอื่นฟรีๆ หรือไงกัน?
"เดี๋ยวนะ?"
"ถ้าหวังฉู่ไม่ให้ฟรี พวกเธอก็ขอซื้อจากเขาตรงๆ ไม่ได้เหรอ?"
"เขายังเป็นแค่นักเรียน มีช่องทางทำเงินได้ เขาคงไม่ปฏิเสธเงินหรอกมั้ง?"
"เผลอๆ ถ้าเขามีวิธีสร้างอักขระแบบนั้นได้จริง ตระกูลจูของฉันพร้อมจะเปิดช่องทางหาเงินให้เขาร่วมด้วยเลยนะ!"
ในฐานะทายาทตระกูลจู
จมูกไวเรื่อง 'เงินๆ ทองๆ' ของจูปาตั้นทำงานทันที!
ถ้าเป็นอย่างที่พวกเธอพูดจริง... ยาราคาถูกกับอักขระที่ประสิทธิภาพเวอร์วังขนาดนั้น
ตระกูลจูของเขาอาจจะผูกขาดธุรกิจนี้ได้สบายๆ!
แองเจล่าปรบมือเห็นด้วย
"โอ๊ะ จริงด้วย~ วิธีนี้เข้าท่าแฮะ!"
แต่เจิ้งเซี่ยอวี่กลับทำหน้าไม่พอใจและสวนกลับทันที
"ทำไมเราต้องเสียเงินด้วย? การที่ทีมผู้กล้าของเรายอมใช้ของของเขา มันก็ถือเป็นเกียรติกับเขาแล้วไม่ใช่หรือไง!"
"นี่เราไม่คิดค่าโฆษณาเขาก็บุญหัวแค่ไหนแล้ว ยังจะให้เราจ่ายเงินซื้ออีกเหรอ?"
หลี่เสวี่ยชิงเองก็แค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา
"ไม่จำเป็นต้องเสียเงินหรอก"
"ไม่ต้องห่วง ฉันรู้นิสัยหวังฉู่ดี ช่วงนี้เขาแค่อารมณ์แปรปรวนไปหน่อยเท่านั้นแหละ"
"ขอแค่ฉันไปเอ่ยปากขอ เขาก็ต้องรีบประเคนให้แน่นอน!"
พูดจบ หลี่เสวี่ยชิงก็หรี่ตาลงอย่างหมายมั่น
ฉันจะต้องกู้หน้านี้คืนมาให้ได้!
...
หลังจากสอบถามจนรู้ว่าหวังฉู่ไม่ได้ไปโรงเรียนเมื่อเช้า
หลี่เสวี่ยชิงจึงออกจากโรงเรียนและมุ่งหน้ากลับมาที่หมู่บ้านสวนสุขสันต์อีกครั้ง
"ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างหวังฉู่จะหนีไปไหนได้!"
เธอแค่นเสียงหึ
ต่อให้ต้องกางเต็นท์นอนเฝ้าหน้าห้อง วันนี้เธอก็ต้องดักเจอตัวหวังฉู่ให้ได้!
ถึงตอนนั้น เธอจะบังคับให้หวังฉู่คุกเข่าขอโทษเธอให้สาสม!
ให้รอสิบนาที จะสั่งให้คุกเข่าหนึ่งชั่วโมง คอยดูสิ!
ทว่า เมื่อเดินมาถึงหน้าห้อง 910 เธอกลับได้ยินเสียงประหลาดดังเล็ดลอดออกมาจากข้างใน
"อื้อ... อื้ม... เบาหน่อย..."
"..."
เสียงนั้นเหมือนกับเสียงของคนที่ถูกเกาโดนจุดคันคะเยอ ฟังแล้วชวนให้หนังหัวชาวาบแปลกๆ
"เสียงอะไรน่ะ??"
"เสียงจากทีวี? หรือเสียงจากมือถือ?"
หลี่เสวี่ยชิงขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความฉงน
แต่ไม่ว่าจะยังไง การที่มีเสียงดังออกมา แสดงว่าหวังฉู่ต้องอยู่ข้างในแน่ๆ
คิดได้ดังนั้น เธอก็เริ่มทุบประตูรัวๆ อย่างไร้ความเกรงใจ
ปัง!
ปัง!
ปัง!
"หวังฉู่! รีบมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
ทันใดนั้น
เสียงในห้องก็เงียบกริบลงทันที!
ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาแม้แต่นิดเดียว!
พอเห็นแบบนี้ หลี่เสวี่ยชิงยิ่งมั่นใจว่าหวังฉู่อยู่ในห้องแน่นอน เธอจึงระดมทุบประตูต่อไม่ยั้ง!
"หวังฉู่! อย่ามัวแต่หดหัวอยู่ข้างในแล้วทำเงียบนะ!"
"ฉันรู้นะว่านายอยู่! มาเปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้!!"
หลังจากทุบประตูเรียกอยู่นานสองนาน
ในที่สุด ประตูห้อง 910 ก็เปิดออก!