- หน้าแรก
- แค้นต้องชำระ จากผู้ถูกทอดทิ้งสู่คู่หูซัคคิวบัสทลายโลก
- บทที่ 24: เทพธิดาคนนี้... คงไม่เกี่ยวกับหวังฉู่หรอกมั้ง?
บทที่ 24: เทพธิดาคนนี้... คงไม่เกี่ยวกับหวังฉู่หรอกมั้ง?
บทที่ 24: เทพธิดาคนนี้... คงไม่เกี่ยวกับหวังฉู่หรอกมั้ง?
เช้าวันรุ่งขึ้น
หวังฉู่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ขณะจ้องมองค่าความเสื่อมทรามที่ค้างอยู่ที่ 79%
อุตส่าห์ตรากตรำกรำศึกหนักมาทั้งคืน แต่กลับยังขาดไปอีกก้าวเดียวก็ยังไม่ถึง 80% เสียที
ช่วงแรกค่าความเสื่อมทรามพุ่งกระฉูดรวดเร็วมาก
อาจเป็นเพราะนี่คือประสบการณ์ครั้งแรกของเฉียนอิงอิง พอได้ลิ้มลองรสชาติ เธอก็เริ่มดำดิ่งไปกับมันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
แต่พอมาถึง 79% ทุกอย่างกลับชะงักงัน
หวังฉู่เข้าใจดีถึงสาเหตุ
การจะทะลวงผ่านกำแพง 80% จำเป็นต้องเคลียร์ "ภารกิจหลัก" ให้สำเร็จอย่างน้อยหนึ่งอย่าง
อย่างกรณีของเฉินลินน่า ด้วยสถานะความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ ภารกิจหลักของเธอคือการก้าวข้ามเส้นแบ่งของ "ความสัมพันธ์ต้องห้าม" โดยอาศัยความรู้สึกผิดบาปเป็นแรงขับเคลื่อน
ส่วนเฉียนอิงอิง...
"เฉียนอิงอิงเป็นคนทะเยอทะยาน เธอไม่มีทางจมปลักอยู่กับเรื่องพวกนี้ไปตลอดหรอก"
"สำหรับเธอ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการบดขยี้ตระกูลจูแห่งไหวไห่ให้จมดิน"
"ตื่นได้แล้ว"
หวังฉู่ใช้เท้าเขี่ยบั้นท้ายกลมกลึงของเฉียนอิงอิงเบาๆ
เฉียนอิงอิงส่งเสียงครางแผ่วด้วยความระบม ก่อนจะปรือตาคู่สวยที่ยังฉ่ำเยิ้มขึ้นมองและบ่นอุบอิบ
"คุณชายหวัง... ขอฉันนอนต่ออีกหน่อยเถอะค่ะ คุณนี่ไม่รู้จักคำว่าถนอมบุปผาเลยจริงๆ"
หวังฉู่เดาะลิ้นจิ๊จ๊ะขณะมองดูสภาพยั่วยวนของเฉียนอิงอิง
แม่จิ้งจอกสาวตัวร้าย... ดูท่าจะต้องจัดยกที่หนึ่ง สอง สาม สี่ ต่ออีกสักรอบกระมัง...!
"ไม่เอาแล้ว!"
"พอแล้วค่ะ พอแล้ว... ยังเจ็บอยู่เลย..."
"ฮือออ ฉันต้องไปทำงานนะ...!"
"..."
กว่าหนึ่งชั่วโมงต่อมา
เฉียนอิงอิงแต่งหน้าเสร็จเรียบร้อย เธอส่งสายตาค้อนขวับให้หวังฉู่
"คุณชายหวัง... ความผิดคุณล้วนๆ เลย ฉันไปสายจนได้"
"คุณเป็นถึงผู้จัดการหอการค้าตระกูลเฉียน ใครจะกล้าว่าอะไรคุณได้ครับ?"
"ไม่มีใครกล้าว่าหรอกค่ะ แต่ใจฉันมันร้อนรนอยากจะรีบไปจัดการงานใจจะขาดแล้ว!!"
"ของสองอย่างที่คุณให้มา... มันจะพลิกโฉมตลาดทั้งหมดในไม่ช้านี้แหละ!"
แววตาของเฉียนอิงอิงเป็นประกายเจิดจ้าด้วยความมุ่งมั่น
"อ้อ จริงสิ"
หวังฉู่เอ่ยขึ้น
"ของพวกนั้น ห้ามขายให้พวกเจิ้งเซี่ยอวี่เด็ดขาด"
เฉียนอิงอิงกลอกตามองบน
"ไม่ต้องบอกก็รู้น่า"
"พวกคนตาต่ำที่กล้ามาเตะเจ้านายฉัน ฉันไม่ลดตัวลงไปเกลือกกลั้วด้วยหรอก"
"ไหนเมื่อกี้ใครไม่ยอมเรียก 'แด๊ดดี้' นะ?"
"ไปไกลๆ เลยย่ะ~"
"ฉันไปล่ะนะ!"
หลังจากออกจากห้องของหวังฉู่
เฉียนอิงอิงยืนรอลิฟต์ด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่นเล็กน้อย ความรู้สึกปวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วร่างกายส่วนล่าง
เมื่อหวนนึกถึงความบ้าคลั่งเมื่อคืน...
ใบหน้านวลเนียนก็แดงซ่านขึ้นมาทันที เธอกัดริมฝีปากแน่นพลางพึมพำกับตัวเอง
"เด็ก... เด็กนิสัยไม่ดี..."
จะว่าไปแล้ว
ด้วยรูปร่างหน้าตาและชาติตระกูลระดับเธอ
มีผู้ยิ่งใหญ่จากเมืองหลวงมากมายยื่นไมตรีจิตมาให้
ลำพังแค่สถานะที่มี เธอก็แทบไม่ต้องดิ้นรนในสมรภูมิธุรกิจให้เหนื่อยยาก ก็สามารถเสวยสุขในฐานะคุณนายไฮโซได้สบายๆ
แต่ทว่า...
ไม่มีชายใดเลยที่เข้าตาเธอสักคน
เพราะเธอยังมีปณิธานอันแรงกล้าที่จะล้างแค้นให้แม่ฝังแน่นอยู่ในใจ
ใครจะไปคิดล่ะว่า... สุดท้ายเธอจะมาตกม้าตายให้กับเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะอายุสิบแปดหมาดๆ แบบนี้
ส่วนเหตุผลว่าทำไม... เธอก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้
รู้แค่ว่าหวังฉู่มีแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้เธออยากเข้าหาไม่หยุดหย่อน
ราวกับปีศาจราคะจำแลงกายมายังไงยังงั้น!!
แน่นอนว่าสิ่งที่ได้รับตอบแทนมาก็นับว่าคุ้มค่ามหาศาล
ยาฟื้นฟูฉับพลันที่เติมพลังเวทได้เต็มเปี่ยมในพริบตา
อักขระป้องกันที่ลบล้างความเสียหายได้สมบูรณ์แบบ
ต่างจากยาและอักขระทั่วไปที่ต้องใช้ระดับสูงกว่าผู้ใช้หลายขั้นถึงจะเห็นผล
คนอื่นอาจต้องซื้อยาฟื้นฟูระดับตะวันจันทราอันแสนแพงเพื่อให้ผู้ใช้ระดับผลัดกระดูกฟื้นฟูพลังเวทได้ทันที
แต่หวังฉู่ทำได้โดยใช้แค่ยาวัตถุดิบระดับผลัดกระดูกธรรมดาๆ
ความแตกต่างนี้ไม่ใช่แค่เล็กน้อย!
แต่มันคือความห่างชั้นระดับมิติที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง!
ยิ่งไปกว่านั้น การฟื้นฟูพลังเวทให้ระดับสื่อเทพได้ในพริบตาแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
เพราะนั่นต้องใช้ยาอย่างน้อยระดับตะวันจันทราขึ้นไป!
ซึ่งแทบไม่มีใครปรุงได้!
แต่หวังฉู่กลับบอกว่า... เขาทำได้!
ยิ่งคิด ลมหายใจของเฉียนอิงอิงก็ยิ่งถี่กระชั้น
"ด้วยไพ่ตายสองใบนี้... ตลาดและสถานะของตระกูลจูในไหวไห่จะต้องพังพินาศ"
"โอกาสที่จะยึดตระกูลเฉียนและบดขยี้ตระกูลจู มีความเป็นไปได้สูงมาก!"
ขณะที่กำลังจมอยู่ในห้วงความคิด
เสียง "ติ๊ง—" ของลิฟต์ก็ดังขึ้น
ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมอง
เฉียนอิงอิงก็พบกับหญิงสาวลุคพี่สาวคนสวยเดินสวนออกมาจากลิฟต์
เสื้อไหมพรมคอเต่าเข้ารูปเน้นสัดส่วนอวบอิ่มที่ไม่ด้อยไปกว่าเธอ เอวคอดกิ่วขนาดมือเดียวโอบรอบ
เสน่ห์ของสาวสะพรั่งช่างยั่วยวนใจยิ่งนัก
เฉียนอิงอิงตาวาววูบ เธอจำได้ว่าเห็นผู้หญิงคนนี้เดินอยู่ข้างล่างเมื่อคืน
ตอนนี้อีกฝ่ายหิ้วถุงของสดพะรุงพะรัง บนถุงยังมีโลโก้ซูเปอร์มาร์เก็ตแถวนี้แปะอยู่
เฉินลินน่าเองก็ตกใจไม่แพ้กัน!
เธอถึงกับเหลือบมองตัวเลขชั้นลิฟต์
นี่มันชั้น 9 จริงๆ ด้วย!
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มีเทพธิดาระดับนี้มาปรากฏตัวที่ชั้น 9?
ดูจากสภาพแล้ว... หรือว่าเธอค้างที่นี่ทั้งคืน?
เพื่อนบ้านคนใหม่?
เดี๋ยวนะ?
เมื่อคืนหวังฉู่ไม่ได้มาที่ห้องเธอ อ้างว่ามีคุยธุรกิจระดับหลายล้าน
หรือว่า...?
คิดได้ดังนั้น เฉินลินน่าก็ส่งสายตาแปลกๆ ไปให้อีกฝ่าย
แม้เฉียนอิงอิงจะไม่เข้าใจความหมายของสายตานั้น แต่เธอก็ยังส่งยิ้มทักทายกลับไปตามมารยาท
มองตามแผ่นหลังเย้ายวนของเฉียนอิงอิงที่เดินเข้าลิฟต์ไป
เฉินลินน่าส่ายหัวเบาๆ
คงไม่ใช่หรอก
ดูจากราศีผู้ดีขนาดนั้น น่าจะเป็นลูกหลานตระกูลเศรษฐี หวังฉู่คงไม่มีวาสนาไปข้องแวะด้วยได้หรอกมั้ง?
...
"วันนี้... เราต้องล้างอายเรื่องเมื่อวานให้ได้!"
ณ หน้าทางเข้าดันเจี้ยน
เจิ้งเซี่ยอวี่ประกาศก้องด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เมื่อวานคือวันที่มืดมนที่สุดในชีวิตของเธอ!
ต้องถูกหามออกมาจากดันเจี้ยนบนเปลพยาบาล แถมในบอร์ดสนทนายังเต็มไปด้วยรูปหน้าตาบวมปูดดูไม่ได้ของเธอว่อนไปหมด
ร้อนถึงต้องรีบจ้างคนไปไล่ลบรูปพวกนั้นแทบไม่ทัน
"กัปตันเซี่ยอวี่ วันนี้จะวางแผนยังไงคะ? คุณจะรับดาเมจไหวไหม?"
ไอลีนถามด้วยความกังวลเล็กน้อย
เจิ้งเซี่ยอวี่ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบ
"พวกมอนสเตอร์ลูกกระจ๊อกข้างหน้า ให้พวกเธอที่เป็นสายโจมตีระยะไกลสลับกันยิงเก็บกวาดให้เรียบในทีเดียว"
"ฉันจะออมแรงไว้แทงค์บอส 'มังกรปฐพี' ตัวสุดท้ายทีเดียว"
ไอลีนพยักหน้า ก่อนจะหันไปหาหลี่เสวี่ยชิง
"เสวี่ยชิง เรื่อง [เชื่อมจิต] ของเธอตกลงยังไง? เมื่อไหร่จะใช้เอฟเฟกต์ [เชื่อมจิต] ได้สักที?"
หลี่เสวี่ยชิงตอบเสียงเรียบ
"เมื่อวานยุ่งๆ เลยไม่มีเวลาไปตามหามัน เอาไว้คราวหน้าละกัน"
ไอลีนกลอกตามองบน
ขี้โม้ชะมัด
ถ้าหาไม่เจอก็บอกมาตรงๆ เถอะ
หลี่เสวี่ยชิงทำเป็นมองไม่เห็นสายตานั้น แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องไปลงที่จูปาตั้นทันที
"ปาตั้น วันนี้นายเตรียมยามาพร้อมหรือเปล่า?"
จูปาตั้นทำหน้าเลิ่กลั่ก
อ้าว?
ทำไมหวยมาออกที่ตูอีกแล้ววะ?
"เมื่อวานพวกเธอก็ไปทั้งหอการค้าตระกูลฉัน ทั้งหอการค้าตระกูลเฉียนมาแล้วไม่ใช่เหรอ?"
"ถ้าไม่ใช่ยาฟื้นฟูระดับสื่อเทพ มันไม่มีทางมียาที่ไหนเติมมานาระดับผลัดกระดูกให้เต็มได้ในพริบตาหรอก..."
หลี่เสวี่ยชิงโบกมืออย่างเย็นชา
"งั้นไอ้ที่ฉันเคยดื่มเมื่อก่อนก็คงเป็นยาระดับสื่อเทพสินะ"
"เป็นถึงนายน้อยตระกูลจู ยาฟื้นฟูระดับสื่อเทพขวดละแสนแค่นี้ไม่มีปัญญาซื้อหรือไง? หรือขี้เหนียวไม่อยากจ่ายกันแน่"
จูปาตั้น: "..."
พูดอะไรออกมาได้ยินเสียงตัวเองบ้างไหมเนี่ย?
จะเอายาขวดละแสนมาใช้ลงดันเจี้ยนกระจอกๆ เนี่ยนะ??
มานาของหล่อนทำมาจากเพชรหรือไงวะ?