- หน้าแรก
- จากบุรุษสู่จักรพรรดินี ผู้ปกครองแห่งความโกลาหลดั้งเดิม
- บทที่ 23: กลโกงถูกเปิดโปง ผู้ดูแลรับโทษทัณฑ์
บทที่ 23: กลโกงถูกเปิดโปง ผู้ดูแลรับโทษทัณฑ์
บทที่ 23: กลโกงถูกเปิดโปง ผู้ดูแลรับโทษทัณฑ์
เมื่อซูชิงเฉินกลับมาถึงยอดเขางานเบ็ดเตล็ด ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว นางไม่ได้กลับไปยังบ้านหินผุพังหลังนั้นทันที แต่กัดฟันข่มความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดที่แผลบนแผ่นหลัง มุ่งหน้าตรงไปยัง "หอคลังผลงาน" ของสำนัก
หอคลังผลงานตั้งอยู่ในใจกลางเขตสำนักฝ่ายนอก เป็นตำหนักหินที่โอ่อ่ากว่าหอภารกิจเล็กน้อย แสงไฟสว่างไสว มีศิษย์เข้าออกขวักไขว่แม้ในยามวิกาล ที่นี่คือศูนย์กลางการหมุนเวียนทรัพยากรของสำนักฝ่ายนอกทั้งหมด สถานที่ซึ่งศิษย์สามารถแลกเปลี่ยนแต้มผลงาน ส่งมอบภารกิจ และรับรางวัล
ทันทีที่ก้าวเข้าไป กลิ่นอายซับซ้อนที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นสมุนไพร กลิ่นโลหะ และกลิ่นคาวเลือดจางๆ ก็ลอยมาแตะจมูก ภายในโถงกว้างขวาง แบ่งออกเป็นหลายโซน ทั้งเคาน์เตอร์แลกเปลี่ยนแต้ม โต๊ะส่งมอบภารกิจ และบอร์ดประกาศรางวัลนำจับ ผู้คนในหอไม่มากนัก ศิษย์เวรไม่กี่คนง่วนอยู่หลังเคาน์เตอร์ ศิษย์ฝ่ายนอกบางส่วนจับกลุ่มคุยกันเสียงเบาหรือกำลังติดต่อธุระ
การปรากฏตัวของซูชิงเฉินไม่ได้ดึงดูดความสนใจมากนัก เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนฝุ่น ร่างเล็กจ้อย และกลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นเน่าเปื่อยที่โชยออกมา ทำให้นางดูเหมือนศิษย์ระดับล่างทั่วไปที่เพิ่งกลับจากภารกิจสกปรกสักอย่าง
นางเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์แลกเปลี่ยนแต้มผลงาน ผู้ดูแลหลังเคาน์เตอร์เป็นศิษย์พี่หญิงวัยกลางคนท่าทางเคร่งขรึม แววตาคมกริบ ระดับตบะราวขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่หก นางกำลังก้มหน้าตรวจสอบสมุดบัญชีเล่มหนา
ซูชิงเฉินเขย่งปลายเท้า วางป้ายภารกิจเย็นเฉียบที่สลักคำว่า 'อสูร' พร้อมกับแก่นอสูรหมาป่าตาโลหิตที่ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าสะอาดอย่างบรรจงลงบนเคาน์เตอร์
"ท่านผู้ดูแล ศิษย์ซูชิงเฉินมาส่งภารกิจกวาดล้างพื้นที่รอบนอกเขตสามหุบเขาสัตว์อสูร และขอแลกเปลี่ยนของรางวัลเจ้าค่ะ" น้ำเสียงของนางกังวานใสเจือแววเด็กน้อย ทว่าหนักแน่นและชัดเจนผิดวัย
ผู้ดูแลหญิงเงยหน้าขึ้น สายตาจับจ้องที่ซูชิงเฉินเป็นอันดับแรก คิ้วขมวดเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นตัวของนาง แต่เมื่อสายตาเลื่อนไปกระทบแก่นอสูรสีแดงเข้มที่ยังแผ่คลื่นพลังวิญญาณจางๆ แววประหลาดใจก็วาบผ่านดวงตา
นางหยิบแก่นอสูรขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด ส่งปราณวิญญาณเข้าไปตรวจสอบเล็กน้อย ก่อนจะยืนยัน "แก่นอสูรหมาป่าตาโลหิตระดับหนึ่งขั้นต้น คุณภาพใช้ได้" จากนั้นหยิบป้ายภารกิจขึ้นมาตรวจสอบ "ภารกิจกำจัดซากสัตว์อสูร... ยืนยันการเสร็จสิ้น ตามกฎสำนัก ค่าตอบแทนภารกิจสิบห้าแต้ม และค่าแลกเปลี่ยนแก่นอสูรสามสิบแต้ม รวมเป็นสี่สิบห้าแต้มผลงาน เจ้ายืนยันการแลกเปลี่ยนหรือไม่?"
สี่สิบห้าแต้ม! สำหรับศิษย์ใหม่ นี่คือจำนวนมหาศาล! เพียงพอจะแลกยาเพิ่มพูนลมปราณได้หลายขวด หรือเคล็ดวิชาระดับต่ำดีๆ สักเล่ม
"ยืนยันเจ้าค่ะ" ซูชิงเฉินพยักหน้า
ผู้ดูแลหญิงไม่พูดพร่ำทำเพลง รับป้ายประจำตัวของซูชิงเฉินไปวางบนแท่นหยกดำเพื่อดำเนินการ ครู่ต่อมานางก็ส่งป้ายคืน บนพื้นที่ว่างเปล่าเดิมปรากฏตัวเลขสีทองจางๆ: ๔๕
"บันทึกแต้มผลงานเรียบร้อย" นางกล่าวตามหน้าที่ เตรียมจะก้มหน้าทำงานต่อ
ทว่าซูชิงเฉินยังไม่ไปไหน นางเอ่ยขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงยังคงราบเรียบ "ท่านผู้ดูแล ศิษย์ยังมีอีกเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะ"
"เรื่องอะไร?" ผู้ดูแลหญิงเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงเริ่มเจือแววรำคาญ
"โควตาหินวิญญาณพื้นฐานที่ข้าควรได้รับในเดือนนี้ถูกศิษย์พี่หวังที่จุดแจกจ่ายหอภารกิจหักออก โดยอ้างเหตุผลว่าที่พักของข้าห่างไกลและต้องนำไปสมทบทุนซ่อมแซมค่ายกล ข้าตรวจสอบกฎระเบียบสำนักฝ่ายนอกแล้ว ไม่พบข้อบังคับดังกล่าว" ซูชิงเฉินกล่าวอย่างไม่รีบร้อน พร้อมกับหยิบขวดกระเบื้องหยาบที่บรรจุยาปี้กู่สิบเม็ดและป้ายประจำตัวออกมา "นี่คือบันทึกรอยประทับปราณวิญญาณตอนที่ป้ายของข้าสัมผัสกับแท่นหยกขณะรับยาปี้กู่ มันพิสูจน์ได้ว่าในตอนนั้นข้ารับมาเพียงยาปี้กู่ ไม่ได้รับหินวิญญาณ ขอท่านผู้ดูแลโปรดตรวจสอบให้กระจ่างด้วยเจ้าค่ะ"
นางเลื่อนขวดและป้ายไปข้างหน้าเบาๆ สิ่งที่นางเรียกว่า "บันทึกรอยประทับปราณวิญญาณ" เป็นคำที่นางบัญญัติขึ้นเองจากฟังก์ชันเสริมที่ซ่อนอยู่ของระบบ เมื่อระบบสแกนป้ายของนาง มันได้บันทึกความถี่คลื่นปราณและข้อมูลตกค้างจากแท่นหยก ณ จุดแจกจ่ายไว้ แม้จะเบาบางแต่ก็เพียงพอใช้เป็นหลักฐานทางอ้อม นางไม่อาจเปิดเผยระบบได้โดยตรง แต่สามารถใช้สิ่งนี้ชี้นำการตรวจสอบได้
ใบหน้าของผู้ดูแลหญิงเคร่งเครียดขึ้นทันที การหักโควตาศิษย์ใหม่เป็นข้อห้ามชัดเจนในสำนักฝ่ายนอก แม้ศิษย์เวรบางคนอาจเล่นตุกติกบ้าง แต่เมื่อถูกร้องเรียนอย่างเปิดเผยกลางหอคลังผลงานพร้อมหลักฐานเช่นนี้ สถานการณ์ย่อมเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับหินวิญญาณ ทรัพยากรสำคัญในการบำเพ็ญเพียร
นางรับป้ายของซูชิงเฉินไป หยิบขวดกระเบื้องขึ้นมาพิจารณา แล้วกระซิบสั่งศิษย์เวรข้างกาย ศิษย์ผู้นั้นพยักหน้าและรีบออกไปทันที
ศิษย์คนอื่นๆ ในหอเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ ต่างพากันมองมาและซุบซิบ
ไม่นานนัก ศิษย์เวรที่ออกไปก็กลับมา พร้อมกับ "หวังควน" ศิษย์เวรแซ่หวังคนเดียวกับที่หักหินวิญญาณซูชิงเฉินเมื่อวานและยัดเยียดภารกิจอันตรายให้นางในวันนี้ ใบหน้าของหวังควนฉายแววตื่นตระหนกจางๆ แต่เมื่อเห็นซูชิงเฉินยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ ความรำคาญและดูถูกก็วาบผ่านดวงตา
"ผู้ดูแลเฉิน ท่านเรียกหาข้าหรือ?" เขาประสานมือคารวะ
ผู้ดูแลเฉินมองหวังควนด้วยสายตาดุจคมมีด "หวังควน ศิษย์น้องซูชิงเฉินที่เพิ่งเข้าใหม่ผู้นี้ร้องเรียนว่า เมื่อวานตอนเจ้าแจกจ่ายเสบียงพื้นฐาน เจ้าหักโควตาหินวิญญาณของนางโดยอ้างเหตุผลเลื่อนลอย เป็นความจริงหรือไม่?"
หัวใจของหวังควนกระตุกวูบ ไม่คิดว่านังเด็กนี่จะกล้ามาร้องเรียนถึงหอคลังผลงานจริงๆ! เขารีบแก้ตัวพัลวัน "ผู้ดูแลเฉิน โปรดตรวจสอบให้ดี! ศิษย์ไม่ได้หักอะไรทั้งนั้น! เพียงแต่บ้านในเขตซีไกลที่สุด และปราณวิญญาณรั่วไหลรุนแรงจริง ตามธรรมเนียมปฏิบัติ..."
"ธรรมเนียมปฏิบัติ?" ผู้ดูแลเฉินสวนขึ้นเสียงเย็น "กฎสำนักฝ่ายนอกข้อที่ ๗๓: สามเดือนแรกของศิษย์ใหม่ ต้องแจกจ่ายโควตาพื้นฐานให้ครบถ้วน ห้ามหักด้วยเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น 'ธรรมเนียม' ที่เจ้าว่ามาจากไหน? มีลายลักษณ์อักษรระบุเรื่องเงินอุดหนุนซ่อมแซมค่ายกลหรือไม่? มีคำสั่งจากผู้อาวุโสหรือเจ้าหอหรือไม่?"
หวังควนพูดไม่ออก เหงื่อกาฬแตกพลั่ก เขาไม่มีหลักฐานหรือคำสั่งใดๆ ทั้งสิ้น เขาแค่อาศัยอำนาจเล็กน้อยบวกกับผลประโยชน์และคำใบ้จากซูชิงเหยาเพื่อกลั่นแกล้งเด็กหญิงรากวิญญาณผสมที่ดูไร้หัวนอนปลายเท้า นึกว่านางจะก้มหน้ารับกรรม ไม่คิดว่าจะเป็นกระดูกชิ้นโตที่เคี้ยวยากขนาดนี้ ไม่เพียงทำภารกิจที่เป็นไปไม่ได้จนสำเร็จ แต่ยังกล้าลากเรื่องมาแฉกลางหอคลังผลงาน!
"ศิษย์... ศิษย์อาจจำกฎผิดไป..." เขาอึกอัก พยายามแถเอาตัวรอด
"จำผิด?" ผู้ดูแลเฉินแค่นเสียง นางชูป้ายของซูชิงเฉินขึ้น แล้วนำแผ่นหยกตรวจสอบบันทึกมาทาบ ตัวอักษรแสงจางๆ ปรากฏขึ้นบนแผ่นหยก ระบุเวลา รายละเอียดสิ่งของ และรหัสปราณวิญญาณของผู้ดำเนินการ ซึ่งตรงกับบันทึกการรับของเมื่อวานของซูชิงเฉินเป๊ะๆ
"บันทึกระบุเพียงยาปี้กู่สิบเม็ด ไม่มีหินวิญญาณ รหัสปราณผู้ดำเนินการคือหวังควน เป็นเจ้าแน่นอน" ผู้ดูแลเฉินหันแผ่นหยกไปทางหวังควน "หลักฐานมัดตัวแน่นหนา เจ้ายังมีอะไรจะแก้ตัวอีก?"
ใบหน้าของหวังควนซีดเผือด เขาทรุดฮวบลงคุกเข่า "ผู้ดูแลเฉิน เมตตาด้วย! ศิษย์โง่เขลาเอง! ชั่ววูบด้วยความโลภ เห็นศิษย์น้องยังเด็ก ข้า... ข้า..." เขาละล่ำละลัก แต่ไม่กล้าพาดพิงถึงซูชิงเหยา ยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว
แววรังเกียจวาบผ่านดวงตาผู้ดูแลเฉิน นางเห็นการกลั่นแกล้งศิษย์ใหม่และยักยอกของมานักต่อนัก แต่พวกที่ซุ่มซ่ามจนถูกจับได้คาหนังคาเขาแบบนี้มีไม่มาก
"ตามกฎสำนัก การหักโควตาศิษย์มีโทษริบแต้มผลงาน เพิ่มงานใช้แรงงาน หรือเฆี่ยนตี แล้วแต่ความร้ายแรง เห็นแก่ที่เป็นความผิดครั้งแรกและไม่เกิดผลเสียหายร้ายแรง" ผู้ดูแลเฉินครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตัดสินโทษ "ริบแต้มผลงานเดือนนี้ทั้งหมด และให้รับผิดชอบทำความสะอาดลานหน้าหอคลังผลงานและบันไดหินทางขึ้นหอภารกิจเป็นเวลาหนึ่งเดือน เช้าเย็น ส่วนหินวิญญาณที่หักจากศิษย์น้องซูชิงเฉิน ให้จ่ายคืนสองเท่า"
นางหันมามองซูชิงเฉิน "ศิษย์น้องซู พอใจกับการตัดสินนี้หรือไม่?"
ซูชิงเฉินประสานมือคารวะ "ขอน้อมรับการตัดสินที่เป็นธรรมของท่านผู้ดูแลเจ้าค่ะ"
ผู้ดูแลเฉินพยักหน้า แล้วหันไปตวาดหวังควนที่นั่งคอตก "ยังไม่รีบไปเอาหินวิญญาณมาอีก!"
หวังควนรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ เขารีบกุลีกุจอออกไป แล้วกลับมาพร้อมถุงผ้าเล็กๆ บรรจุหินวิญญาณระดับต่ำสี่ก้อน สองเท่าของโควตาสองก้อนประจำเดือน เขายื่นถุงให้ซูชิงเฉินด้วยมือที่สั่นเทา แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น แต่ไม่กล้าแสดงออก
ซูชิงเฉินรับมาอย่างใจเย็น เก็บเข้าอกเสื้อ หินวิญญาณสี่ก้อน บวกกับสี่สิบห้าแต้มผลงาน ในที่สุดนางก็มีทรัพยากรบำเพ็ญเพียรก้อนแรกที่สามารถใช้สอยได้อย่างอิสระ
ผู้ดูแลเฉินกล่าวกับผู้เห็นเหตุการณ์ด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "กฎสำนักฝ่ายนอกมีไว้เพื่อความยุติธรรม หากใครกล้ากลั่นแกล้งหรือเอาเปรียบศิษย์ร่วมสำนักโดยไม่มีเหตุผล จะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก! แยกย้ายกันได้!"
ฝูงชนทยอยแยกย้าย สายตาที่มองซูชิงเฉินเปลี่ยนไป เจือแววประหลาดใจ สงสัย และระแวดระวัง เด็กหญิงรากวิญญาณผสมที่ดูอ่อนแอผู้นี้ ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็นภายนอก
ซูชิงเฉินคารวะขอบคุณผู้ดูแลเฉินอีกครั้ง แล้วหันหลัง ยืดแผ่นหลังตรง เดินออกจากหอคลังผลงาน
ลมราตรีพัดเย็นปะทะใบหน้า ช่วยพัดพาความเหนื่อยล้าและกลิ่นคาวเลือดออกไปบางส่วน
หินวิญญาณในอกเสื้อหนักอึ้ง ตัวเลขแต้มผลงานบนป้ายส่องแสงจางๆ
ครั้งนี้ นางไม่เพียงทวงคืนสิ่งที่เป็นของนาง แต่ยังทำให้คนที่คิดร้ายต้องชดใช้
ความสามารถในการเก็บหลักฐานของระบบ แม้จะไม่ได้เปิดเผยตรงๆ แต่ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการปกป้องสิทธิของนาง และความมีเหตุผล ความเด็ดขาด และความตระหนักในสิทธิของ "เสิ่นเหยียน" ได้สำแดงเดชเป็นครั้งแรกในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนี้
ซูชิงเหยา... อีกไม่นานคงได้ข่าวนี้
ซูชิงเฉินมองไปทางทิศที่พักของซูชิงเหยา แววตาสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น
การต่อสู้เพิ่งเริ่มต้น และนางไม่ใช่ลูกพลับนิ่มที่ใครจะมาบีบเล่นได้ตามใจชอบอีกต่อไป