เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21: ลูกพี่ลูกน้องกลั่นแกล้ง กีดกันอย่างประสงค์ร้าย

บทที่ 21: ลูกพี่ลูกน้องกลั่นแกล้ง กีดกันอย่างประสงค์ร้าย

บทที่ 21: ลูกพี่ลูกน้องกลั่นแกล้ง กีดกันอย่างประสงค์ร้าย


ชีวิตในสำนักฝ่ายนอกของสำนักชิงเสวียนเปรียบประดุจสระน้ำลึก แม้ผิวน้ำจะดูสงบนิ่ง ทว่าเบื้องล่างกลับมีคลื่นใต้น้ำโหมกระหน่ำ ซูชิงเฉินก็เหมือนก้อนกรวดที่ถูกโยนลงไป ย่อมต้องสัมผัสได้ถึงแรงเสียดทานและแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทางในทันที

ในช่วงไม่กี่วันแรก นางใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและเก็บตัว นอกจากฝึกกำหนดลมหายใจประจำวันแล้ว นางยังศึกษาเกณฑ์ของสำนักฝ่ายนอกอย่างละเอียด ทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของยอดเขางานเบ็ดเตล็ด และแวะเวียนไปสังเกตการณ์ที่หอภารกิจเพื่อลู่ทางหา "แต้มผลงาน"

นางบำเพ็ญเพียรด้วย "เคล็ดวิชาชิงหยวน" ที่ได้รับการปรับแต่งจาก "ระบบ" จนประสิทธิภาพเหนือล้ำกว่าฉบับดั้งเดิม แม้ไร้โอสถช่วย และอาศัยเพียงปราณวิญญาณอันเบาบางที่ตีนเขางานเบ็ดเตล็ด แต่ระดับการบำเพ็ญเพียรของนางก็เพิ่มขึ้นอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง ภายใต้ฉากหน้าที่ดูธรรมดา รากวิญญาณโกลาหลกำลังดูดซับปราณวิญญาณทุกหยาดหยดอย่างตะกละตะกลาม เปลี่ยนเป็นรากฐานอันบริสุทธิ์ นางสัมผัสได้ว่าอีกไม่นานคงบรรลุ "ขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่สอง"

ทว่าความขาดแคลนทรัพยากรเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่ฉุดรั้งความก้าวหน้า ยาปี้กู่คุณภาพต่ำสิบเม็ดต่อเดือนทำได้เพียงประทังชีวิต แต่ไร้ประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียร นางต้องการแต้มผลงาน โอสถ และปราณวิญญาณอย่างเร่งด่วน

วันนี้เป็นวันแจกจ่ายเสบียงพื้นฐานประจำเดือน ซูชิงเฉินไปรอที่จุดรับของในโถงข้างของหอภารกิจแต่เช้าตรู่ เมื่อถึงคิว นางยื่นป้ายคำสั่งเอวผ้าสีเทาให้แก่ผู้ดูแล

ผู้รับผิดชอบเป็นศิษย์เวรชายผู้มีใบหน้าซีดเหลืองแววตาลอกแลก พลังฝีมืออยู่ราวขั้นสี่ของขอบเขตกลั่นลมปราณ เขารับป้ายไป กวาดตามองชื่อและใบหน้าอ่อนเยาว์ของซูชิงเฉิน รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากเพียงชั่วแวบแทบสังเกตไม่เห็น

เขาหยิบถุงผ้าหยาบออกมาอย่างเชื่องช้า แต่แทนที่จะยื่นให้เหมือนศิษย์คนก่อนๆ เขากลับเปิดถุงดูแล้วขมวดคิ้วเดาะลิ้น

"ศิษย์น้อง" เขาลากเสียงยาว "โควตายาปี้กู่เดือนนี้สิบเม็ดถูกต้องแล้ว แต่ว่า..." เขาเว้นจังหวะ แววตาฉายแววหยอกล้อแกมกลั่นแกล้ง "ที่พักของเจ้าคือเรือนที่ห่างไกลที่สุดในเขตซีใช่หรือไม่? ตามกฎแล้ว ห้องที่ว่างมานานจนปราณวิญญาณเสื่อมสลาย ศิษย์ใหม่ที่ย้ายเข้าต้องถูกหักทรัพยากรบางส่วนในสามเดือนแรกเพื่อนำไปสมทบทุนซ่อมแซมค่ายกล ดังนั้น... โควตาหินวิญญาณของเจ้าในเดือนนี้จึงถูกระงับชั่วคราว"

พูดจบ เขาหยิบขวดเล็กที่มียาปี้กู่สีเทาสิบเม็ดออกจากถุงแล้วโยนลงบนเคาน์เตอร์ "ส่วนหินวิญญาณ? ไว้รอลุ้นเดือนหน้าแล้วกัน"

สายตาของซูชิงเฉินคมกริบขึ้น หักโควตาหินวิญญาณ? นางอ่านกฎสำนักมาหลายรอบ ไม่เคยมีกฎข้อนี้! สำหรับศิษย์ใหม่ที่ย้ายเข้า ไม่ว่าสภาพห้องจะเป็นเช่นไร ทรัพยากรพื้นฐานสามเดือนแรกย่อมถูกกำหนดตายตัว นี่คือหลักประกันขั้นต้น ชายผู้นี้กุเรื่องขึ้นมาเพื่ออมส่วนแบ่งของนางชัดๆ!

นางเงยหน้าสบตาศิษย์เวรผู้นั้นอย่างใจเย็น "ศิษย์พี่ ข้าทบทวนกฎระเบียบของสำนักฝ่ายนอกแล้ว ไม่มีการระบุเรื่องการหักส่วนแบ่งเช่นนี้ รบกวนศิษย์พี่ชี้แจงระเบียบข้อดังกล่าวให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่?"

ใบหน้าของศิษย์เวรเคร่งขรึมลง ดูเหมือนไม่พอใจที่ถูกโต้แย้ง "กฎน่ะตาย แต่คนน่ะเป็น! ข้าบอกว่ามีก็คือมี! เด็กผู้หญิงที่เพิ่งเข้าสำนักอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร รับของแล้วรีบไสหัวไป อย่ามาถ่วงเวลาคนข้างหลัง!"

เขาตะคอกเสียงดังจนดึงดูดความสนใจของผู้คนรอบข้าง สายตาเหล่านั้นส่วนใหญ่เฉยเมย หรือไม่ก็เจือแววขบขันเหมือนกำลังดูละครฉากหนึ่ง การที่เด็กใหม่ที่มีรากวิญญาณผสมถูกศิษย์เวรกลั่นแกล้งเป็นเรื่องปกติธรรมดาจนชินชาในสำนักฝ่ายนอก

ซูชิงเฉินเข้าใจแจ่มแจ้ง นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ นางเป็นเด็กใหม่ไม่เคยล่วงเกินใคร คนเดียวที่มีแรงจูงใจและอำนาจพอจะสั่งการศิษย์เวรให้เล่นละครตบตาเช่นนี้ได้มีเพียงคนเดียว... ซูชิงเหยา

ดูเหมือนการแก้แค้นของลูกพี่ลูกน้องจะมาเร็วกว่าและตรงไปตรงมากว่าที่คิด การกั๊กหินวิญญาณแม้เป็นเพียงทรัพยากรพื้นฐาน แต่มันทำให้เส้นทางการฝึกตนที่ยากลำบากอยู่แล้วของนางยิ่งยากขึ้นไปอีก

นางไม่ต่อความยาวสาวความยืด การเถียงตอนนี้มีแต่จะไร้ความหมาย รังแต่จะทำให้เรื่องบานปลายและเปิดช่องให้อีกฝ่ายหาเรื่องเพิ่ม นางเก็บขวดยาปี้กู่คุณภาพต่ำเข้าอกเสื้ออย่างเงียบเชียบ แล้วหันหลังเดินจากไป แผ่นหลังของนางเหยียดตรง ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง ราวกับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ

ศิษย์เวรมองตามหลังนางแล้วถ่มน้ำลาย สบถพึมพำ "คนเนรคุณ ไร้ค่าสิ้นดี"

ซูชิงเฉินเดินออกมา แววตาเย็นเยียบ ซูชิงเหยา นี่หรือคือฝีมือของเจ้า?

ทว่านางประเมินความริษยาของซูชิงเหยาต่ำไป หรืออาจกล่าวได้ว่า นางประเมินความมุ่งมั่นที่จะใช้อำนาจกดขี่นางต่ำเกินไป

เช้าวันรุ่งขึ้น ซูชิงเฉินไปที่หอภารกิจตามปกติเพื่อดูว่ามีงานระดับต่ำที่เหมาะกับศิษย์ใหม่หรือไม่ ผู้คนมากมายมุงดูบอร์ดประกาศภารกิจ ชี้ชวนกันสนทนา นางเบียดตัวเข้าไปดูและเห็นว่ามีภารกิจเบ็ดเตล็ดชุดใหม่ถูกติดประกาศ

หนึ่งในนั้นเขียนด้วยตัวอักษรสีแดงสะดุดตา:

"ภารกิจด่วน: กำจัดซากสัตว์อสูรระดับต่ำที่สะสมบริเวณรอบนอกโซน ๓ ของหุบเขาสัตว์อสูร ข้อกำหนด: ศิษย์ที่มีระดับต่ำกว่าขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นสามสามารถรับได้ ต้องกล้าหาญ ละเอียดรอบคอบ และไม่กลัวความสกปรก แต้มผลงาน: ๑๕ แต้ม ระยะเวลา: ต้องทำให้เสร็จภายในสองวัน"

สิบห้าแต้มผลงาน! มากกว่าค่าตอบแทนภารกิจดูแลสวนสมุนไพรทั้งเดือนถึงสามเท่า! สำหรับศิษย์ใหม่ที่ร้อนเงินย่อมเป็นสิ่งเย้ายวนใจมหาศาล

แต่ศิษย์รุ่นพี่ที่ยืนอยู่หน้าบอร์ดส่วนใหญ่กลับแสดงสีหน้ารังเกียจหรือหวาดระแวง พลางกระซิบกระซาบ

"รอบนอกหุบเขาสัตว์อสูร? แม้จะมีแค่สัตว์ชั้นต่ำอย่างหมูป่าขนเหล็กกับหนูพิษเน่าเปื่อย แต่มันเหม็นเน่าสกปรกสุดๆ การทำความสะอาดทั้งเสียเวลาและกินแรง แถมยังเสี่ยงอันตราย บางทีอาจมีสัตว์มีพิษหรือสัตว์อสูรที่หลงเหลืออยู่"

"สิบห้าแต้มดูเหมือนเยอะ แต่ไม่คุ้มค่าเหนื่อยเลย ไปรับงานเก็บสมุนไพรที่มั่นคงกว่าดีกว่า"

"ใช่ แถมเวลาจำกัดแค่สองวัน ไม่มีทางทำทัน ถ้าไม่เสร็จโดนหักแต้มอีก คนโง่เท่านั้นที่จะรับ"

ซูชิงเฉินฟังบทสนทนาและชั่งน้ำหนักในใจอย่างรวดเร็ว มีความเสี่ยงจริง แต่แต้มผลงานก็น่าสนใจ นางมั่นใจในความอดทนของตนเองและมีความสามารถในการวิเคราะห์ของ "ระบบ" คอยช่วย บางทีอาจจะพอลองดูได้?

ขณะที่นางกำลังลังเล เสียงหญิงสาวที่เจือแววเยาะเย้ยก็ดังขึ้นด้านหลัง "อ้าว แม่น้องสาวอัจฉริยะแห่งตระกูลซู สนใจงานสกปรกโสโครกแบบนี้ด้วยหรือ?"

ซูชิงเฉินหันกลับไปเห็นซูชิงเหยามายืนอยู่ที่หน้าบอร์ดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ ด้านหลังมีศิษย์หญิงรุ่นพี่สองคนเดินตามราวกับผู้ติดตาม ซูชิงเหยาสวมชุดศิษย์สายนอกสีเขียวอ่อนชุดใหม่ ขับให้ใบหน้าดูผุดผ่องดั่งหยก ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับเต็มไปด้วยความมุ่งร้ายอย่างปิดไม่มิด

ซูชิงเฉินละสายตาและทำเป็นไม่สนใจ

แต่ซูชิงเหยาไม่คิดจะปล่อยนางไป นางก้าวออกมาข้างหน้า ชี้ไปที่ภารกิจกำจัดซากสัตว์อสูร พลางพูดเสียงดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน "ศิษย์พี่หวัง ข้าว่าศิษย์น้องซูมีความกล้าหาญน่ายกย่อง เหมาะกับงานนี้ที่สุด ยกภารกิจนี้ให้นางเถอะ จะได้ช่วยแบ่งเบาภาระศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่นๆ ไม่ต้องไปทนลำบาก"

"ศิษย์พี่หวัง" ที่นางเอ่ยถึง ก็คือศิษย์เวรที่กั๊กหินวิญญาณของซูชิงเฉินเมื่อวานนั่นเอง เขายืนอยู่ใกล้ๆ และรีบรับลูกด้วยรอยยิ้มทันที "ศิษย์น้องชิงเหยาพูดถูก ซูชิงเฉิน เจ้าเพิ่งมาใหม่ควรหาประสบการณ์ ภารกิจนี้แต้มเยอะ ข้ามอบหมายให้เจ้าแล้วกัน เวลาสองวันเริ่มนับพรุ่งนี้ เอ้า รับป้ายภารกิจไป!"

พูดจบ เขาก็ยัดป้ายเหล็กเย็นเฉียบใส่มือซูชิงเฉิน บนป้ายสลักคำว่า 'อสูร' ไว้อย่างชัดเจน

สายตาของศิษย์รอบข้างมองมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย บ้างสงสาร บ้างเฉยเมย แต่ส่วนใหญ่กลับสมน้ำหน้า ทุกคนรู้ดีว่าภารกิจนี้คือกับดัก การยัดเยียดงานหินให้เด็กใหม่ที่เพิ่งอยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่ง คือการกลั่นแกล้งรังแกกันซึ่งหน้า

ซูชิงเหยาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย มองมาที่ซูชิงเฉิน แววตาเหมือนจะบอกว่า: ดูสภาพเจ้าสิ นังขยะ คราวนี้มาดูกันว่าเจ้าจะตายอย่างไร

ซูชิงเฉินกำป้ายภารกิจเย็นเฉียบในมือแน่น ปลายนิ้วออกแรงกดเล็กน้อย

นี่สินะสิ่งที่รอคอยนางอยู่ การกั๊กหินวิญญาณเป็นเพียงแค่น้ำจิ้ม การยัดเยียดงานใช้แรงงานที่อันตรายและแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะทำสำเร็จนี้ต่างหากคือไม้ตาย ถ้าทำภารกิจล้มเหลว ก็จะถูกหักแต้มผลงาน เท่ากับว่านางไม่เพียงทำงานฟรี แต่ยังต้องเป็นหนี้ ตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ที่ดิ้นไม่หลุด หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างทำความสะอาด อาจถึงขั้นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ช่างเป็นแผนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ทั้งใช้งานนางฟรีๆ และส่งนางไปตาย

นางเงยหน้าสบตาอันมุ่งร้ายของซูชิงเหยา ใบหน้าเรียบเฉย ไร้ความโกรธหรือหวาดกลัว

นางเพียงถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้อกำหนดระบุว่าศิษย์ต่ำกว่าขั้นสามรับได้ ข้ายินดีรับ แต่ถ้าข้าทำสำเร็จตามเวลา แต้มผลงานจะได้รับเต็มจำนวนใช่หรือไม่?"

ศิษย์พี่หวังชะงักไปกับคำถามนั้น แล้วตอบอย่างรำคาญ "แน่นอน! เจ้าคิดว่ากฎสำนักจะโกงแต้มเล็กน้อยแค่นี้หรือ? ข้าแค่กลัวเจ้าจะทำไม่เสร็จมากกว่า!"

"ดี" ซูชิงเฉินพยักหน้า ไม่พูดอะไรอีก นางเก็บป้ายภารกิจ หันหลังเดินออกจากหอภารกิจทันที

เมื่อเห็นแผ่นหลังที่ผอมบางแต่เหยียดตรงของนางหายลับไป ความลำพองใจบนใบหน้าของซูชิงเหยาก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเคียดแค้นที่ลึกล้ำกว่าเดิม นังขยะนี่ ทำไมมันถึงยังสงบนิ่งอยู่ได้? มันเอาความมั่นใจมาจากไหน?

ศิษย์พี่หวังกระซิบข้างหู "ไม่ต้องห่วงศิษย์น้องชิงเหยา พื้นที่รอบนอกหุบเขาสัตว์อสูรนั่น... อย่าว่าแต่เด็กผู้หญิงขั้นหนึ่งเลย ต่อให้เป็นศิษย์เก่าขั้นสามก็ยังยากจะจัดการให้เสร็จในสองวัน นางต้องได้รับบทเรียนสาสมแน่"

ซูชิงเหยาแค่นเสียงเย็น "ขอให้จริงเถอะ"

ในขณะเดียวกัน ซูชิงเฉินที่เดินออกจากหอภารกิจไม่ได้หยุดฝีเท้า แต่ในสมองกำลังคำนวณอย่างรวดเร็ว

พื้นที่รอบนอกหุบเขาสัตว์อสูรอันตรายและสกปรกก็จริง แต่ความสามารถในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของ "ระบบ" อาจช่วยให้นางหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาดได้ ที่สำคัญกว่านั้น กฎระเบียบระบุเพียงให้ "กำจัดซาก" แต่ถ้าระหว่างนั้นนางพบ "วัสดุ" มีค่าที่คนอื่นมองข้ามล่ะ? เช่น กระดูก หรือขนของสัตว์อสูรระดับต่ำที่ยังไม่ปนเปื้อน หรือแม้แต่... เศษเสี้ยวของแก่นอสูร?

ท่ามกลางความเสี่ยง ย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ

การขัดขวางอย่างประสงค์ร้ายของซูชิงเหยา อาจกลายเป็นการผลักดันให้นางเปิดประตูสู่พื้นที่อันตรายที่ซ่อนขุมทรัพย์ไว้ก็เป็นได้

นางกลับถึงบ้านหินผุพัง ปิดประตู แล้วนั่งขัดสมาธิ

วันพรุ่งนี้คือเวลาที่จะก้าวเข้าสู่หุบเขาสัตว์อสูร

นางรับคำท้านี้ ไม่เพียงแต่รับไว้ แต่นางจะใช้มันเพื่อเบิกเส้นทางของตนเอง

จบบทที่ บทที่ 21: ลูกพี่ลูกน้องกลั่นแกล้ง กีดกันอย่างประสงค์ร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว