เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18: กับดักการประเมิน ระบบทะลวงด่าน

บทที่ 18: กับดักการประเมิน ระบบทะลวงด่าน

บทที่ 18: กับดักการประเมิน ระบบทะลวงด่าน


หลังจากการทดสอบรากวิญญาณ เด็กที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ถูกพาไปรวมตัวกันที่ด้านหนึ่งของลาน ผู้ดูแลหลิวแห่งสำนักชิงเสวียนสั่งให้ลูกศิษย์จัดวาง ค่ายกล ง่ายๆ ขึ้น มีเพียงธงค่ายกลเจ็ดต้น ปักเรียงเป็นรูปดาวเหนือ ตัวอักษรคาถาบนธงกระพริบไหว ส่งคลื่นพลังงานจางๆ ที่ทำให้รู้สึกเวียนศีรษะเล็กน้อย นี่คือบททดสอบที่สอง ด่านมายาถามใจ แม้จะเป็นฉบับย่อ แต่ก็เพียงพอจะทดสอบจิตใจและไหวพริบของเด็กขั้นกลั่นลมปราณระยะต้นเหล่านี้ได้

ซูชิงเหยาและเด็กอีกหกคนที่ผ่านรอบแรกยืนหน้าค่ายกลด้วยสีหน้าต่างกันไป บ้างตื่นเต้น บ้างประหม่า สายตาทุกคู่ในลานจับจ้องมาที่นี่ โดยเฉพาะที่ซูชิงเหยา ความคาดหวังฉายชัดในแววตาของผู้คน

หัวหน้าตระกูลซูเจิ้งหงและเหล่าผู้อาวุโสเองก็เฝ้ามองด้วยสีหน้าจริงจัง แม้จะเป็นการคัดเลือกของสำนักระดับสาม แต่นี่ก็เกี่ยวกับหน้าตาและอนาคตของตระกูล

ผู้ดูแลหลิวยืนไพล่หลัง เสียงของเขาชัดเจนเข้าหูเด็กๆ "ค่ายกลนี้ชื่อ เจ็ดดาวลวงใจ  ภายในมีมายาลวงตาและเส้นทางที่ไม่ตายตัว เปลี่ยนแปลงตามจิตของผู้เข้าค่ายกล พวกเจ้าต้องหาทางออก—ประตูรอด —ให้เจอภายในครึ่งชั่วยาม ห้ามใช้กำลังทำลายฐานค่ายกล ห้ามจงใจขัดขวางผู้อื่น ฝ่าฝืนปรับตก เริ่มได้"

เด็กทั้งเจ็ดคนสูดหายใจลึก ก้าวเข้าไปในรัศมีแสงจางๆ ของธงค่ายกลทีละคน ร่างของพวกเขาไหววูบเหมือนระลอกน้ำแล้วหายไป

ลานกว้างเงียบกริบ ทุกคนกลั้นหายใจรอ แสงของค่ายกลไหลเวียน มองเห็นหมอกหมุนวนอยู่ภายในเลือนราง แต่ไม่รู้สถานการณ์แน่ชัด

หลิวอวิ๋นยืนกอดซูชิงเฉินในมุมมืด สายตาเผลอมองไปที่ค่ายกล รู้สึกกังวลแทนเด็กเหล่านั้นและมีความเศร้าหมองจางๆ หากเฉินเอ๋อร์ของนางพรสวรรค์ดีกว่านี้... ความคิดเพิ่งผุดขึ้นก็ถูกนางกดทับลงไป และกอดลูกสาวแน่นขึ้น

ซูชิงเฉินกลับเกิดความสนใจอย่างยิ่งในค่ายกลนี้ ด่านมายาถามใจ? เขาวงกตลวงตา? ฟังดูเหมือนการทดสอบจิตใจผสมการหาทิศทาง นางรวบรวมสมาธิ ลองใช้ระบบตรวจสอบกระแสพลังของค่ายกล

ทันทีที่จิตสัมผัสแตะถูกความผันผวนขอบค่ายกล หน้าต่างระบบสีน้ำเงินเข้มในหัวก็สว่างวาบ

「ตรวจพบสนามพลังมายาระดับต่ำแบบผสม กำลังวิเคราะห์... สแกนสภาพแวดล้อม... สร้างโมเดลตรรกะมายาพื้นฐาน... วิเคราะห์จุดพลังงานเสร็จสิ้น... อนุมานตัวแปรการรบกวนเส้นทาง...」

ข้อมูลชุดใหญ่ไหลผ่านอย่างรวดเร็ว ในที่สุด แผนที่โครงข่ายพลังงานแบบพลวัต  ที่เรียบง่ายแต่ชัดเจนก็ปรากฏขึ้นในจิตสำนึกของซูชิงเฉิน! ธงค่ายกลเจ็ดต้นเปรียบเสมือนจุดแสงเจ็ดจุด เชื่อมต่อกันด้วยเส้นพลังงานซับซ้อน ก่อตัวเป็นเขาวงกตขนาดย่อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จุดแสงแทนตัวเด็กเจ็ดคนกำลังเคลื่อนที่ช้าๆ ในค่ายกล จุดของซูชิงเหยาเคลื่อนที่เร็วกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนจะมีภูมิต้านทานหมอกมายาบางธาตุโดยธรรมชาติ

และในเส้นพลังงานที่ซับซ้อนเหมือนเขาวงกตนั้น ระบบได้ใช้เส้นประสีเขียวจางๆ ลากเส้นทางกระแสพลังที่นำไปสู่ทางออกได้หลายเส้นทาง! เส้นทางเหล่านี้ไม่ตายตัว แต่ปรับเปลี่ยนตลอดเวลาตามจังหวะชีพจรพลังงานของค่ายกลและการรบกวนทางจิตของผู้เข้าทดสอบ ทว่าระบบกลับสามารถคำนวณล่วงหน้าในระยะสั้นได้!

นี่มัน... นี่คือฟังก์ชัน อนุมานเส้นทาง  ของระบบหรือ? หรือเป็นการประยุกต์ใช้การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมร่วมกับการอนุมาน? มันใช้กับค่ายกลมายาได้ด้วย?

ซูชิงเฉินตื่นเต้น ความอยากรู้อยากเห็นพุ่งพล่าน นางเข้าค่ายกลด้วยตัวเองไม่ได้ แต่ถ้านางใช้ความสามารถวิเคราะห์นี้ทำความเข้าใจหลักการทำงานของค่ายกลล่ะ? หรือแม้แต่... จำลองสถานการณ์ว่าถ้านางเข้าไป นางจะเลือกทางไหน?

นางเพ่งสมาธิทันที ไม่เพียงแค่รับภาพสแกนอย่างเดียว แต่ลองส่งจิตไปตามเส้นประสีเขียวที่ระบบระบุว่าเป็นทางที่ดีที่สุด จำลองการเดินในหัว

เส้นทางไม่ได้ตรงไปตรงมา บางครั้งต้องอ้อม บางครั้งต้องรอจังหวะที่จุดพลังงานอ่อนแรงลง บางครั้งต้องปล่อยปราณธาตุเฉพาะออกไปเล็กน้อยเพื่อหักล้างกับดักหมอกมายาข้างหน้า ระบบถึงขั้นมีคำแนะนำสั้นๆ เมื่อจำลองถึงจุดสำคัญ: 「เลี้ยวซ้ายสามก้าว กลั้นปราณ; เดินหน้าห้าลมหายใจ กระตุ้นผนังหมอกขวาด้วยปราณธาตุทองอ่อนๆ; หยุดรอ คลื่นธาตุน้ำด้านหน้าสงบลง...」 นี่มันเหมือนมีแผนที่พร้อมบทเฉลยแบบเรียลไทม์ชัดๆ!

ในขณะเดียวกัน สถานการณ์จริงในค่ายกลกลับต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

ซูชิงเหยามีพรสวรรค์โดดเด่นจริง รากวิญญาณคู่ไม้-ไฟทำให้นางต้านทานมายาธาตุไม้และไฟได้ดี บวกกับความมั่นใจและเป้าหมายที่ชัดเจน นางฝ่าด่านไปได้อย่างรวดเร็ว ทิ้งคนอื่นไว้ข้างหลัง ลึกเข้าไปกลางค่ายกล แต่แล้วนางก็เจอทางแยกที่มีหมอกมายาธาตุน้ำหนาทึบ สัมผัสวิญญาณถูกบดบัง สองทางดูเหมือนกันเปี๊ยบ นางลังเลครู่หนึ่ง เลือกทางซ้ายด้วยสัญชาตญาณ โดยไม่รู้ว่าเป็นทางอ้อมที่เต็มไปด้วยกับดัก

เด็กคนอื่นยิ่งแย่กว่า บางคนติดในภาพหลอนความกลัว เดินวนเป็นวงกลม บางคนหลงระเริงในภาพนิมิตความโลภ บางคนหลงทางโดยสมบูรณ์ เดินกลับไปกลับมาที่ทางเดิม

เวลาผ่านไปทีละน้อย คนดูในลานเริ่มซุบซิบ ฮูหยินโจวขมวดคิ้ว เริ่มไม่สบายใจ

ซูชิงเฉินกลับดำดิ่งอยู่กับการจำลองของระบบ นางพบว่าการอนุมานไม่ได้แม่นยำ 100% ตลอดเวลา มันขึ้นอยู่กับสภาวะพลังงานขณะนั้น ยิ่งค่ายกลเปลี่ยนรูปรุนแรง การอนุมานยิ่งมีผลสั้นลง ต้องอัปเดตตลอด แต่ถึงอย่างนั้น ประสิทธิภาพก็เหนือกว่าการคลำทางมืดบอดหลายขุม

นางจำลองตัวเองที่มีตบะเพียงขั้นกลั่นลมปราณ 1 ทำตามคำแนะนำระบบอย่างระมัดระวัง ในจินตนาการ นางเข้าใกล้จุดพลังงานอ่อนแอที่เป็นทางออกได้เร็วกว่าซูชิงเหยาที่ติดอยู่ในค่ายกลจริงเสียอีก!

เวลาครึ่งชั่วยามผ่านไปเกินครึ่ง

ในค่ายกล ซูชิงเหยาในที่สุดก็รู้ตัวว่าเลือกทางผิด นางถอยกลับมาที่ทางแยกด้วยความหงุดหงิดและเลือกทางขวา คราวนี้โชคดี นางเลือกเส้นทางหลักได้ แต่เสียเวลาไปมาก นางกัดฟันเร่งความเร็ว

ในขณะเดียวกัน การจำลองในหัวของซูชิงเฉินมาถึงด่านสุดท้ายก่อนทางออก—กำแพงพลังงานที่ต้องเปิดด้วยการรักษาสมดุลปราณห้าธาตุพร้อมกันในช่วงเวลาสั้นๆ ด่านนี้โหดร้ายมากสำหรับผู้มีรากวิญญาณธาตุเดี่ยวหรือธาตุคู่ เพราะต้องควบคุมพลังให้แม่นยำ วิธีแก้ของระบบคือให้แตะจุดชีพจรห้าจุดที่สอดคล้องกันด้วยความเร็วสูงโดยใช้หลักการธาตุส่งเสริมกัน

ในความเป็นจริง ซูชิงเหยาก็มาถึงด่านสุดท้ายนี้ มองดูกำแพงที่ต้องใช้ปราณห้าธาตุประสานกัน ความได้เปรียบของรากวิญญาณคู่ไม้-ไฟกลับกลายเป็นจุดอ่อน นางพยายามใช้ไม้ก่อเกิดไฟเพื่อโจมตี แต่กลับกระตุ้นการตีกลับของธาตุอื่นในกำแพง ทำให้นางกระเด็นถอยหลัง หน้าซีดเผือด นางลองวิธีอื่นก็ล้มเหลว จนเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก

เหลือเวลาไม่ถึงจิบชา

บรรยากาศในลานตึงเครียด หรือจะไม่มีใครในตระกูลซูผ่านด่านสองนี้ได้เลย? แม้แต่ซูชิงเหยา?

ในมุมมืด ซูชิงเฉินทำขั้นตอนสุดท้ายในการจำลองสำเร็จ ตามแผนของระบบ พลังวิญญาณจำลองอันอ่อนแอของนางแตะจุดตามลำดับ และกำแพงก็เปิดออกเกิดเสียง กริ๊ก เผยช่องว่างพอให้คนลอดผ่าน

จำลองสำเร็จ

นางค่อยๆ ถอนสติจากสมาธิ กลับมามองแสงค่ายกลในโลกความจริง

แสงค่ายกลสั่นไหวรุนแรง ร่างหนึ่งซวนเซออกมาจากค่ายกลในสภาพดูไม่ได้—คือซูชิงเหยา ใบหน้าซีดเผือด หายใจหอบ แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บใจและพ่ายแพ้ นางล้มเหลว ไม่สามารถฝ่าด่านสุดท้ายได้

ตามมาด้วยเด็กอีกสามสี่คนที่ถูกค่ายกลดีดออกมา ทุกคนดูงุนงงและสิ้นหวัง

ผู้ดูแลหลิวมองดูนาฬิกาทรายที่เม็ดทรายเม็ดสุดท้ายตกลงมา แล้วประกาศเสียงเรียบ: "หมดเวลา ไม่มีใครผ่านด่านที่สอง"

เสียงฮือฮาดังลั่นลานกว้าง ความผิดหวัง เสียงถอนหายใจ และความไม่พอใจแพร่กระจาย ฮูหยินโจวหน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด

ซูชิงเหยากัดริมฝีปากแน่น ขอบตาแดงก่ำ ยอมรับผลนี้ไม่ได้ นางคืออัจฉริยะรากวิญญาณคู่! จะมาแพ้แค่ค่ายกลมายาพื้นๆ ของสำนักระดับสามได้อย่างไร?

ผู้ดูแลหลิวกลับไม่แปลกใจ เขาเพียงกล่าวเรียบๆ "จิตใจ ไหวพริบ และการควบคุมพลัง ล้วนเป็นรากฐานของการบำเพ็ญเพียร พรสวรรค์รากวิญญาณไม่ใช่ทุกสิ่ง ในเมื่อครั้งนี้ไม่มีใครผ่าน ก็รอปีหน้า ผู้ที่ผ่านด่านแรกให้ตามข้ากลับไปฝึกที่สำนักนอกได้"

คำพูดนี้ถือว่าไว้หน้าตระกูลซูบ้าง แต่ก็ชี้ให้เห็นจุดอ่อนชัดเจน

แม้ซูชิงเหยาและคนอื่นจะผิดหวัง แต่การได้เข้าสำนักนอกก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายพื้นฐาน เพียงแต่ความสุขนั้นถูกบดบังด้วยความล้มเหลวในด่านสอง

ฝูงชนทยอยแยกย้าย หลิวอวิ๋นก็อุ้มซูชิงเฉินหันหลังกลับเงียบๆ เตรียมกลับเรือนจิ้งซิน

ซูชิงเฉินหันไปมองธงค่ายกลที่ถูกศิษย์สำนักชิงเสวียนเก็บกู้เป็นครั้งสุดท้าย หัวใจเกิดความรู้สึกบางอย่าง

ค่ายกลเจ็ดดาวลวงใจนี้ ไม่มีความลับในสายตานางอีกแล้ว ความสามารถวิเคราะห์และอนุมานของระบบแสดงให้เห็นความได้เปรียบที่ท่วมท้นเมื่อต้องรับมือกับค่ายกลระดับต่ำเช่นนี้

และนี่เป็นเพียงการประยุกต์ใช้ขั้นพื้นฐานที่สุด

นางฉุกคิดขึ้นมาว่า หากในอนาคตต้องเจอกับค่ายกลที่ซับซ้อนกว่านี้ เขตอาคม หรือแม้แต่เขาวงกตตามธรรมชาติที่อันตราย ความสามารถของระบบนี้จะเป็นหนึ่งในอาวุธที่ร้ายกาจที่สุดของนาง

การชิงไหวชิงพริบ ไม่เคยจำกัดอยู่แค่แผนการระหว่างคนกับคน

การต่อสู้กับฟ้า สู้กับดิน และสู้กับค่ายกล ก็เป็นการประลองปัญญาเช่นกัน

นางละสายตากลับมา ซุกหน้าลงกับซอกคออุ่นๆ ของมารดา

วันนี้ แม้นางจะไม่ได้เข้าค่ายกล แต่นางได้บดขยี้ "อัจฉริยะ" ในจินตนาการไปอย่างราบคาบแล้ว

เขาวงกตมายาไม่อาจขังนางผู้มีระบบวิเคราะห์ได้ เส้นทางข้างหน้าก็เช่นกัน

ในทิศทางสู่เรือนจิ้งซิน ป่าเขาเงียบสงบ ราวกับรอคอยให้นางกลับไปปลดล็อกความเป็นไปได้ที่มากกว่าเดิม

จบบทที่ บทที่ 18: กับดักการประเมิน ระบบทะลวงด่าน

คัดลอกลิงก์แล้ว