เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10: ทดสอบรากวิญญาณครั้งแรก ความโกลาหลในคราบเบญจธาตุ

บทที่ 10: ทดสอบรากวิญญาณครั้งแรก ความโกลาหลในคราบเบญจธาตุ

บทที่ 10: ทดสอบรากวิญญาณครั้งแรก ความโกลาหลในคราบเบญจธาตุ


เหตุการณ์ผงกัดวิญญาณจบลงอย่างรวบรัด โดยมีสาวใช้ล้างผักชั้นผู้น้อยรับผิดฆ่าตัวตายหนีอาชญากรรม และผู้จัดการโรงครัวใหญ่สองคนถูกสั่งย้ายพร้อมตัดเบี้ยหวัดครึ่งปี คนตาดีที่ไหนก็ดูออกว่านี่เป็นเพียงแพะรับบาป ตัวการที่แท้จริงย่อมยังซ่อนกายอยู่ในเงามืด

ทว่า เรื่องนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย เพราะแม้แต่ฮูหยินโจวมารดาเอกยังถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างน้อยที่สุด บนหน้าฉาก การตรวจสอบอาหารการกินในเรือนชั้นในก็เข้มงวดขึ้นมาก ส่วนแบ่งของเรือนทิงจู๋ก็กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติชั่วคราว ไม่มีใครกล้ายักยอกอย่างโจ่งแจ้งอีก

ซูชิงเฉินรู้ดีว่านี่เป็นเพียงความสงบสุขชั่วคราว จิตสังหารของผู้อาวุโสรองไม่มีทางจางหายเพียงเพราะเรื่องนี้ วิธีการของเขาจะยิ่งแยบยลขึ้นเท่านั้น อาศัยช่วงเวลาหายใจหายคอหลังความวุ่นวาย ประกอบกับความช่วยเหลือจากระบบในการใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรในลานเรือน ในที่สุดนางก็ทำภารกิจชำระกายพื้นฐานของระบบสำเร็จทันเส้นตายสามเดือนพอดี

เมื่อเสียงแจ้งเตือนภารกิจสำเร็จดังขึ้นในหัว พร้อมกระแสพลังเย็นเยียบผสานเข้าสู่ดวงจิต และค่าประสบการณ์สิทธิ์เข้าถึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซูชิงเฉินแทบหลั่งน้ำตา ตลอดสามเดือนมานี้ นางต้องย่างเท้าบนแผ่นน้ำแข็งบางเฉียบทุกก้าวย่าง

ทันทีหลังจากนั้น ข้อมูลโดยละเอียดของ "เคล็ดวิชาซ่อนปราณ" ก็หลั่งไหลเข้าสู่ความทรงจำ มันมิใช่วิชาที่ซับซ้อนด้วยมนตรา แต่เป็นความเข้าใจโดยสัญชาตญาณในการควบคุมปราณอันละเอียดอ่อน รวมถึงเทคนิคจำลองความผันผวนของต้นกำเนิดรากวิญญาณ ด้วยระดับตบะและพลังวิญญาณปัจจุบัน นางทำได้เพียงส่วนพื้นฐานที่สุด—คือหลังจากรากวิญญาณตื่นรู้และสร้างความผันผวนของพลังที่เสถียรแล้ว นางจะสามารถใช้วิชาเพื่อปลอมแปลงมันเป็นรากวิญญาณธาตุเดี่ยวหรือธาตุผสมที่มีระดับต่ำกว่าของจริงหนึ่งหรือสองขั้น ทั้งยังไม่อาจคงสภาพได้นานและสิ้นเปลืองพลังมาก

แต่สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน เพียงเท่านี้ก็เกินพอแล้ว

เมื่อการชำระกายเสร็จสมบูรณ์ ซูชิงเฉินสัมผัสถึงความแตกต่างของร่างกายได้ชัดเจน ชีพจรยืดหยุ่นไหลลื่น เลือดลมสูบฉีดแข็งแรง ประสาทสัมผัสทั้งห้าเฉียบคมขึ้นมาก ที่สำคัญที่สุด การรับรู้ถึงปราณธรรมชาติที่ล่องลอยในอากาศชัดเจนขึ้นอย่างยิ่ง ตามความรู้ทั่วไปของโลกนี้ นี่คือสัญญาณบ่งบอกว่ารากวิญญาณของนางกำลังจะตื่นรู้ตามธรรมชาติ

และก็เป็นไปตามคาด ไม่กี่วันถัดมา การทดสอบรากวิญญาณประจำปีของตระกูลซูสำหรับเด็กเล็กก็มาถึง ทายาททุกคนที่อายุครบห้าขวบ หรือผู้ที่อายุต่ำกว่าหกขวบแต่มีสัญญาณการตื่นรู้ชัดเจน จำเป็นต้องเข้าร่วม

เรือนทิงจู๋ได้รับเทียบเชิญอย่างเป็นทางการ หลิวอวิ๋นถือกระดาษแผ่นบางประทับตราตระกูลด้วยมือที่สั่นเทา นี่เป็นทั้งโอกาสและบททดสอบ คุณสมบัติรากวิญญาณจะกำหนดสถานะในตระกูลและชะตาชีวิตของลูกสาวนางโดยตรง

"เฉินเอ๋อร์..." หลิวอวิ๋นมองบุตรสาววัยแปดเดือนในอ้อมแขน ผู้มีดวงตาสุกใสเกินวัย หัวใจนางเต็มไปด้วยความคาดหวังและความหวาดกลัว นางกลัวว่าพรสวรรค์ของลูกจะดีเกินไปจนดึงดูดความริษยา และก็กลัวว่ามันจะแย่เกินไปจนลูกต้องจบชีวิตลงอย่างไร้ค่าในเรือนลึกแห่งนี้เช่นเดียวกับนาง

ซูชิงเฉินยื่นมือน้อยๆ แตะใบหน้ามารดาและส่งยิ้มให้กำลังใจ นางได้ตัดสินใจแล้ว

วันทดสอบ ลานหน้าศาลบรรพชนตระกูลซูคึกคักไปด้วยผู้คน เด็กๆ นับสิบคนหลากวัยรอคอยอยู่พร้อมผู้อาวุโสในสายตระกูล ที่โตหน่อยอายุห้าหกขวบ ที่เล็กสุดอย่างซูชิงเฉินยังต้องให้อุ้ม สายตรงและสายรองถูกแบ่งแยกชัดเจน แม้แต่บทสนทนาก็แฝงความห่างเหิน

ผู้คุมการทดสอบคือผู้อาวุโสสาม "ซูหมิงไห่" และผู้ดูแลจากหอถ่ายทอดวิชา ผู้อาวุโสรองซูหมิงหยวนไม่ได้ปรากฏตัว แต่ซูชิงเฉินสัมผัสได้ถึงสายตาคมกริบที่แอบมองมาจากมุมมืด กวาดผ่านจุดที่นางยืนอยู่เป็นระยะ

การทดสอบนั้นเรียบง่าย เพียงวางมือลงบน "ศิลาวัดวิญญาณ" หน้าศาลบรรพชนที่สืบทอดมารุ่นต่อรุ่น แล้วทำจิตใจให้สงบ ศิลาจะแสดงแสงสีและความเข้มข้นที่ต่างกันตามคุณสมบัติและศักยภาพของรากวิญญาณ

การทดสอบดำเนินไปตามลำดับความสำคัญของสายเลือด

"ซูชิงเหยา ก้าวออกมา" ผู้ดูแลขานชื่อ

เด็กหญิงวัยประมาณห้าขวบ สวมชุดผ้าไหมสีเหลืองอ่อน หน้าตางดงามราวตุ๊กตาหยก ก้าวออกมาจากฝูงชน นางคือลูกพี่ลูกน้องอัจฉริยะของซูชิงเฉิน ใบหน้าเล็กๆ ฉายแววหยิ่งทะนงเกินวัย ขณะทาบมือน้อยๆ ลงบนศิลาอย่างมั่นคง

ทันใดนั้น ศิลาวัดวิญญาณก็ระเบิดแสงสีเขียวและแดงเจิดจ้า สีเขียวเข้มข้นดั่งป่าทึบ สีแดงร้อนแรงดั่งเปลวเพลิง สองสีพัวพันกันส่องสว่างอยู่นานหลายอึดใจกว่าจะค่อยๆจางลง

"ดี!" ผู้อาวุโสสามซูหมิงไห่เผยรอยยิ้มหายาก "รากวิญญาณคู่ ไม้-ไฟ โดยมีไม้เป็นหลัก ไฟเป็นรอง ความบริสุทธิ์ยอดเยี่ยม! เสี่ยวเหยา ไม่เลวเลยจริงๆ"

เสียงชื่นชมด้วยความอิจฉาดังเซ็งแซ่ รากวิญญาณคู่นับเป็นพรสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่งในเมืองชิงหลาน เป็นความหวังของการก้าวสู่ระดับสร้างรากฐาน หรือแม้แต่โอกาสอันริบหรี่สู่ระดับแก่นทองคำ ซูชิงเหยาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย กวาดตามองฝูงชน และหยุดสายตาที่ซูชิงเฉินด้วยความเหนือกว่าอย่างไม่ปิดบัง

ถัดมา ทายาทสายตรงอีกหลายคนก้าวออกมา ส่วนใหญ่เป็นรากวิญญาณสามธาตุหรือสี่ธาตุ มีรากวิญญาณคู่น้ำ-ดินโผล่มาบ้างแต่ความบริสุทธิ์เทียบซูชิงเหยาไม่ได้เลย ส่วนทายาทสายรองนั้น ส่วนใหญ่เป็นรากวิญญาณสี่ธาตุหรือรากวิญญาณผสมห้าธาตุ มีถึงสองคนที่ศิลาไม่ตอบสนอง ถูกตัดสินให้เป็นคนธรรมดา

ในที่สุด ก็ถึงตาของซูชิงเฉิน

"สายรอง บุตรีซูเหวินหยวน ซูชิงเฉิน ก้าวออกมา" เสียงของผู้ดูแลราบเรียบไร้อารมณ์

หลิวอวิ๋นอุ้มบุตรสาว ก้าวเดินไปยังศิลาวัดวิญญาณด้วยฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อ สายตารอบด้านจับจ้องมา—มีความอยากรู้อยากเห็น ตรวจสอบ เฉยเมย และบางสายตาที่เย็นชา

ภายใต้การประคองของมารดา ซูชิงเฉินวางมือขวาลงบนผิวเย็นเฉียบของศิลาวัดวิญญาณเบาๆ

ทันทีที่สัมผัส นางเปิดใช้งาน "เคล็ดวิชาซ่อนปราณ" ที่เพิ่งฝึกสำเร็จ พลังวิญญาณของนางชักนำกระแสพลังอันเบาบางในร่าง—ซึ่งตื่นตัวจากการชำระกายแต่ยังไม่ก่อรูปร่างชัดเจน—ให้จำลองความผันผวนของพลังธาตุทั้งห้าแบบพื้นฐานที่สุดตามเคล็ดวิชา

ในเวลาเดียวกัน ลึกลงไปในดวงจิต ต้นกำเนิดรากวิญญาณที่แท้จริงซึ่งถูกกดทับและซ่อนเร้นไว้ สั่นสะท้านเล็กน้อยภายใต้การกระตุ้นของศิลา ชั่วพริบตานั้น ซูชิงเฉินเหมือนได้เห็นร่างแท้จริงของรากวิญญาณตนเอง—มันมิใช่สีใดสีหนึ่ง แต่เป็นรัศมีแสงประหลาดที่ดูสับสนวุ่นวายและไม่ชัดเจน ทว่ากลับดูเหมือนจะครอบคลุมต้นกำเนิดของทุกสรรพธาตุ ลึกล้ำ โบราณ และแฝงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัด

รากวิญญาณโกลาหล (Chaos Spiritual Root)! รากวิญญาณผสมปริศนาที่ระบบตรวจพบในตอนแรก แท้จริงคือรากวิญญาณโกลาหลในตำนาน!

แต่ความตื่นตระหนกที่แท้จริงนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาก่อนจะถูกพลังของเคล็ดวิชาซ่อนปราณกลบมิด

ในโลกภายนอก แสงบนศิลาวัดวิญญาณสว่างขึ้น

ทว่า แสงนั้นช่างริบหรี่และกระดำกระด่าง ห้าสี—แดง เหลือง เขียว ขาว ดำ—ปรากฏขึ้นพร้อมกัน พัวพันยุ่งเหยิง ไม่มีสีใดโดดเด่น และยังขัดแย้งกันเอง จนทำให้ความสว่างโดยรวมยังด้อยกว่ารากวิญญาณสี่ธาตุเสียอีก

รากวิญญาณผสมห้าธาตุ แถมยังมีความบริสุทธิ์ต่ำมากและธาตุขัดแย้งกันอย่างเห็นได้ชัด

ในโลกผู้บำเพ็ญเพียร นี่คือคำพ้องความหมายของ "ขยะ" การมีครบห้าธาตุฟังดูเหมือนจะดี แต่ในความเป็นจริง ธาตุทั้งห้าจะหักล้างกันเอง ทำให้การบำเพ็ญเพียรเชื่องช้าราวเต่าคลาน และการทะลวงคอขวดแทบจะเป็นไปไม่ได้ หากไม่มีวาสนาพลิกฟ้าเปลี่ยนรากวิญญาณ ชาตินี้คงไม่มีทางแม้แต่จะก้าวสู่ระดับสร้างรากฐาน

ลานกว้างเงียบกริบไปชั่วขณะ ก่อนจะมีเสียงซุบซิบดังขึ้น ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความสมเพช เยาะเย้ย หรือโล่งใจ

"สมแล้วที่เป็นลูกอนุสายรอง พรสวรรค์แบบนี้... รากวิญญาณผสมห้าธาตุ จุ๊ๆ เป็นคนธรรมดาเสียยังจะดีกว่า"

"เห็นเมื่อก่อนมีเรื่องราวใหญ่โต นึกว่าจะเป็นยอดคน ที่แท้ก็แค่พวกดาดดื่น"

ใบหน้าของหลิวอวิ๋นซีดเผือด มือที่โอบลูกสั่นเทา ดวงตาเต็มไปด้วยความผิดหวังและความกังวลที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ด้วยพรสวรรค์เพียงเท่านี้ ชีวิตในตระกูลของลูกสาวนางคงจะยากลำบากยิ่งกว่าเดิม

ผู้อาวุโสสามซูหมิงไห่ปรายตามองศิลา แววตาฉายความรู้สึก 'ก็นึกไว้แล้ว' ก่อนจะกลับมาทำหน้านิ่งและเอ่ยเสียงเรียบ "รากวิญญาณผสมห้าธาตุ ระดับล่าง จดบันทึก"

ผู้ดูแลขานรับ และจรดพู่กันเขียนต่อท้ายชื่อซูชิงเฉิน: 'รากวิญญาณผสมห้าธาตุ ชั้นเลว'

บนหอสูง ผู้อาวุโสรองซูหมิงหยวนที่เฝ้าดูจากเงามืด แสยะยิ้มเย็นชา "รากวิญญาณขยะ... ดูท่าสวรรค์ก็ไม่เข้าข้างเจ้า ด้วยพรสวรรค์แค่นี้ ต่อให้มีปัญญาฉลาดเฉลียวแต่เล็ก ก็เป็นแค่ดอกไม้ไฟวูบเดียว ชะตากรรมของเจ้าคือมดปลวกในอนาคต" การกระทำก่อนหน้านี้ของเขาดูเหมือนจะขี่ช้างจับตั๊กแตนไปหน่อย ลูกอนุที่มีรากวิญญาณขยะ ไม่คุ้มค่าให้เขาเปลืองสมองอีกต่อไป ปล่อยให้มันดิ้นรนไปเองเถอะ เขาละสายตาและเลิกสนใจในที่สุด

มีเพียง ผู้อาวุโสห้า ซูเฉิงเยว่ ที่ยืนอยู่ตรงขอบเงาของศาลบรรพชน หรี่ตาที่ฝ้าฟางลงเล็กน้อยเมื่อตอนที่ศิลาส่องแสง "ห้าธาตุกระดำกระด่าง... แต่ดูเหมือนจะสมดุลเกินไปหน่อยไหม? และในชั่วพริบตานั้น ข้ารู้สึกเหมือนศิลาวัดวิญญาณมันชะงักไปนิดนึง เป็นเพราะวิญญาณที่แปลกประหลาดของเด็กคนนี้รบกวน หรือว่า..." เขามองซูชิงเฉินที่ถูกหลิวอวิ๋นอุ้มกลับไปและก้มหน้าซุกอกแม่ราวกับเสียใจในผลลัพธ์ แล้วส่ายหัว ปัดความสงสัยเล็กๆ นี้ทิ้งไป บางทีเขาอาจคิดไปเอง เด็กแปดเดือนจะทำอะไรได้?

การทดสอบดำเนินต่อไป และไม่มีใครปรายตามองซูชิงเฉินอีก

ซูชิงเฉินซบไหล่มารดา ใบหน้าเล็กๆ ซ่อนอยู่ในเงา

นางทำสำเร็จแล้ว

รากวิญญาณโกลาหล ที่สะเทือนเลื่อนลั่นปฐพี ถูกปลอมแปลงได้อย่างสมบูรณ์แบบกลายเป็น รากวิญญาณขยะห้าธาตุ ที่ใครๆ ก็รังเกียจ

นับจากนี้ ฉายา 'ลูกอนุสายรองรากวิญญาณขยะ' จะเป็นยันต์กันภัยที่ปลอดภัยและไม่สะดุดตาที่สุดของนาง

สายตามุ่งร้ายเหล่านั้นควรถอยห่างไปชั่วคราวแล้วใช่หรือไม่?

นางสามารถซ่อนตัวในมุมมืด และใช้ร่างขยะนี้ บำเพ็ญเพียร วิถีแห่งความโกลาหล ที่ผสานได้กับทุกสรรพสิ่ง อย่างเงียบเชียบ โดยไร้ผู้รบกวน

เส้นทางแห่งการแกล้งหมูเพื่อกินเสือ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงนับจากวินาทีนี้

แสงแห่งเคล็ดวิชาซ่อนปราณวาบขึ้นลึกในดวงตานาง ก่อนจะกลับสู่ความสงบนิ่ง

จบบทที่ บทที่ 10: ทดสอบรากวิญญาณครั้งแรก ความโกลาหลในคราบเบญจธาตุ

คัดลอกลิงก์แล้ว