- หน้าแรก
- จากบุรุษสู่จักรพรรดินี ผู้ปกครองแห่งความโกลาหลดั้งเดิม
- บทที่ 7: ภารกิจระบบกับเดิมพันแห่งการอยู่รอด
บทที่ 7: ภารกิจระบบกับเดิมพันแห่งการอยู่รอด
บทที่ 7: ภารกิจระบบกับเดิมพันแห่งการอยู่รอด
ยามซูชิงเฉินตื่นลืมตา แสงตะวันได้สาดส่องลอดบานหน้าต่างไม้ฉลุเข้ามา ทอดเงากระดำกระด่างภายในห้อง
มารดาของนาง หลิวอวิ๋น ดูเหมือนจะนอนหลับไม่สนิทเมื่อคืน ใต้ตาปรากฏรอยคล้ำจางๆ ทว่ามือที่โอบอุ้มนางไว้นั้นยังคงนุ่มนวลอ่อนโยน แม่นมหลี่นำน้ำข้าวอุ่นๆ เข้ามาแต่เช้าตรู่และกำลังป้อนนางอย่างระมัดระวัง หลังผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อวาน บรรยากาศในเรือนยังคงอึมครึม ทว่าอย่างน้อยความสงบสุขก็กลับคืนมาสู่เบื้องหน้า
ซูชิงเฉินให้ความร่วมมือด้วยการกลืนน้ำข้าวรสจืดชืดลงคอ ขณะเดียวกันก็ดำดิ่งจิตสำนึกเข้าสู่ห้วงความคิด
หน้าต่างระบบสีน้ำเงินเข้มนั้นยังคงลอยเด่นอยู่อย่างเงียบงัน ปล่อยแสงเรืองรองจางๆ อย่างมั่นคง ข้อมูลการตรวจสอบสถานะได้รับการอัปเดตแล้ว รายการสภาพร่างกายเปลี่ยนจาก "อัตราการเต้นของหัวใจเร็วเล็กน้อยหลังผ่านความตกใจ" เป็น "ฟื้นคืนสู่สภาวะปกติ" ส่วนข้อมูลอื่นๆ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก
นางพยายามใช้ความคิดสัมผัสพื้นที่ฟังก์ชันที่มืดมัวเหล่านั้น แต่ยังคงได้รับผลตอบกลับว่าสิทธิ์เข้าถึงไม่เพียงพอ ดูเหมือนว่าการปลดล็อกฟังก์ชันเพิ่มเติม จำเป็นต้องหาหนทางยกระดับสิทธิ์ของตนเสียก่อน
ขณะที่นางกำลังไตร่ตรองว่าจะเริ่มต้นอย่างไร แสงสว่างสายใหม่ก็เริ่มก่อตัวขึ้นใจกลางหน้าต่าง ใต้ข้อความต้อนรับอันกระชับเหล่านั้น
ต่างจากการแจ้งเตือนสีแดงฉานเมื่อวาน ครานี้แสงเป็นสีทองอ่อนนุ่มนวล ไหลเวียนช้าๆ ก่อนจะก่อตัวเป็นตัวอักษรอธิบายภารกิจที่ชัดเจน:
ภารกิจแนะนำมือใหม่ถูกปลดปล่อย
ชื่อภารกิจ: เดิมพันแห่งการอยู่รอดก่อนรากวิญญาณตื่นรู้
รายละเอียดภารกิจ: สถานการณ์ปัจจุบันของโฮสต์น่าเป็นห่วง จิตมุ่งร้ายจากภายในตระกูลและวิกฤตที่ซ่อนเร้นกำลังคืบคลานเข้ามา รากวิญญาณคือรากฐานของการบำเพ็ญเพียรในโลกนี้ และเป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดสถานะและการจัดสรรทรัพยากรของโฮสต์ภายในตระกูล ก่อนการตื่นรู้ตามธรรมชาติของรากวิญญาณ โฮสต์จำเป็นต้องเสริมสร้างรากฐานของตนให้แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ และหลบหลีกการโจมตีทั้งในที่แจ้งและที่ลับ เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบและพื้นที่สำหรับการอยู่รอดในอนาคต
เงื่อนไขภารกิจ: ภายในสามเดือน ต้องสำเร็จการชำระกายพื้นฐานก่อนรากวิญญาณตื่นรู้ตามมาตรฐานของระบบ
รางวัลภารกิจ: ค่าประสบการณ์สิทธิ์เข้าถึงจำนวนเล็กน้อย ทักษะพิเศษ—เคล็ดวิชาซ่อนปราณ (ฉบับพื้นฐาน)
หมายเหตุ: เคล็ดวิชาซ่อนปราณสามารถช่วยโฮสต์ปรับแต่งและอำพรางความผันผวนของปราณ รวมถึงลักษณะของรากวิญญาณที่แสดงออกสู่ภายนอกได้ในระดับหนึ่ง ผลลัพธ์ของทักษะขึ้นอยู่กับระดับการบำเพ็ญเพียรและความลึกซึ้งในการเข้าใจเคล็ดวิชาของโฮสต์
บทลงโทษเมื่อภารกิจล้มเหลว: ไม่มี (คำใบ้จากระบบ: ทว่าสภาพแวดล้อมในการเอาชีวิตรอดอาจเลวร้ายลงไปอีก)
เมื่อมองดูภารกิจที่ปรากฏขึ้นกะทันหัน ความคิดของซูชิงเฉินก็หมุนวนอย่างรวดเร็ว
เดิมพันแห่งการอยู่รอด... ช่างเป็นชื่อที่เหมาะสมยิ่งนัก ในเวลานี้นางเปรียบเสมือนกำลังเล่นเกมเดิมพันด้วยชีวิต โดยมีคู่ต่อสู้คือขุมกำลังภายในตระกูลซูที่จ้องเล่นงาน และกระดานหมากก็คือเรือนทิงจู๋แห่งนี้ หรืออาจรวมถึงจวนตระกูลซูทั้งหลัง
เป้าหมายภารกิจชัดเจนมาก เวลาสามเดือนเพื่อสำเร็จการชำระกายพื้นฐาน นางย่อมรู้จักการชำระกายดี มันคือกระบวนการขัดเกลากายเนื้อ ทะลวงชีพจร และเตรียมพร้อมสำหรับการชักนำปราณในระยะเริ่มต้นของการบำเพ็ญเพียร โดยปกติแล้ว ก่อนที่เด็กๆ จะเข้ารับการทดสอบรากวิญญาณเมื่ออายุห้าหรือหกขวบ ตระกูลที่มีฐานะดีหน่อยจะใช้สมุนไพรแช่ตัวฤทธิ์อ่อนหรือวิชาชี้นำพลังเพื่อช่วยเด็กๆ ในการชำระกาย โดยหวังว่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในการทดสอบ
แต่การชำระกายพื้นฐานที่ "ได้มาตรฐานของระบบ"... นางเกรงว่าคงมิใช่สิ่งที่วิธีการทั่วไปสำหรับศิษย์ตระกูลซูจะทำได้ นั่นหมายความว่านางต้องการทรัพยากรที่ดีกว่าหรือวิธีการที่มีประสิทธิภาพยิ่งกว่า
และรางวัลภารกิจนั้นทำให้หัวใจนางเต้นแรง เคล็ดวิชาซ่อนปราณ! อำพรางรากวิญญาณ!
นี่มันเหมือนกับการส่งหมอนมาให้ในยามง่วงงุนโดยแท้ นางครอบครองสิ่งที่เรียกว่า "รากวิญญาณผสม" ซึ่งแม้แต่ระบบยังระบุว่าไม่ทราบแน่ชัด ใครจะรู้ว่าจะเกิดเรื่องวุ่นวายอันใดขึ้นเมื่อมันตื่นรู้? หากมันโดดเด่นเกินไป สำหรับบุตรีอนุภรรยาที่ไร้รากฐานเช่นนาง มันอาจไม่ใช่พรวิเศษ แต่กลับจะเป็นตัวดึงดูดความโลภและอันตราย หากมันดูไร้ค่าเกินไป นางก็จะเสียสิทธิ์ในการช่วงชิงทรัพยากร
ด้วยเคล็ดวิชาซ่อนปราณนี้ นางจะมีช่องทางให้พลิกแพลง จะเลือก "แกล้งหมูเพื่อกินเสือ" หรือเปิดเผย "พรสวรรค์" บางส่วนเพื่อแลกกับผลประโยชน์ก็ย่อมได้ ในระยะเริ่มต้น คุณค่าของทักษะนี้อาจเหนือกว่าเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรระดับสูงเสียอีก
ส่วนบทลงโทษที่ว่า "ไม่มี" แม้จะเขียนไว้เช่นนั้น แต่ประโยคต่อมาที่ว่าสภาพแวดล้อมจะเลวร้ายลง ก็เหมือนเป็นระฆังเตือนสติยิ่งกว่าการลงโทษโดยตรงเสียอีก นั่นหมายความว่าหากนางทำไม่สำเร็จภายในสามเดือน ฝั่งผู้อาวุโสรองคงไม่ปล่อยให้นางได้หายใจหายคออีกต่อไป
สามเดือน... เวลากระชั้นชิดนัก
นางต้องเริ่มลงมือทันที
อย่างแรกคือทรัพยากรสำหรับการชำระกาย เบี้ยหวัดรายเดือนที่ตระกูลซูมอบให้แก่นางและมารดา หลังจากถูกหักหัวคิวไปเป็นทอดๆ ก็เหลือเพียงของใช้ประทังชีวิตพื้นฐานกับหินปราณคุณภาพต่ำไม่กี่ก้อน หากนำมาใช้ชำระกายก็คงเหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ จะให้ไปขอจากตระกูลโดยตรงหรือ? ด้วยสถานะของพวกนาง เป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิงและมีแต่จะชักนำความสงสัยและการกดขี่
เช่นนั้น นางคงต้องหาทางอื่น
สายตาของซูชิงเฉินมองลอดช่องว่างระหว่างท่อนแขนของมารดา ไปตกอยู่ที่เครื่องเรือนเรียบง่ายในห้อง ดวงตาค่อยๆ กวาดผ่านกระถางดินเผาใบเล็กบนขอบหน้าต่าง ซึ่งมีพืชสีเขียวใบหนาที่ดูไม่สะดุดตาขึ้นอยู่ไม่กี่ต้น นั่นเป็นหญ้าป่าที่แม่นมหลี่ขุดมาจากข้างนอก ว่ากันว่ามีสรรพคุณช่วยสงบจิตใจได้บ้าง มันไม่มีราคาค่างวดและไม่มีใครใส่ใจ
แต่ทันทีที่นางเพ่งมองหญ้าป่านั้น ถัดจากส่วนตรวจสอบสถานะบนหน้าต่างระบบในห้วงความคิด บรรทัดตัวอักษรเล็กๆ สำหรับวิเคราะห์วัสดุก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง:
การวิเคราะห์พืช: หญ้าสงบจิต อายุไม่ถึงสิบปี มีปราณธาตุไม้เจือจางและส่วนประกอบระงับประสาท น้ำจากใบเมื่อใช้ภายนอกช่วยสงบจิตใจได้เล็กน้อย แต่ไร้ผลเมื่อรับประทาน หากใช้ปริมาณมากอาจสกัด "สารสกัดพืชไม้" ออกมาใช้เป็นส่วนผสมเสริมในการแช่สมุนไพรชำระกายเบื้องต้นได้ แม้ฤทธิ์จะอ่อนก็ตาม
มันใช้ได้!
จิตใจของซูชิงเฉินคึกคักขึ้นมา ระบบสามารถวิเคราะห์แม้กระทั่งหญ้าข้างทางเช่นนี้เชียวหรือ? นั่นหมายความว่านางสามารถใช้ความสามารถในการวิเคราะห์ของระบบเพื่อค้นหาสิ่งที่ผู้อื่นมองข้ามแต่กลับเป็นประโยชน์ต่อนางได้ใช่หรือไม่?
เรือนทิงจู๋แห่งนี้ตั้งอยู่ในที่ห่างไกล ใกล้กับป่าไผ่หลังภูเขา บางทีอาจมีพืชพรรณที่มีคุณค่าซ่อนเร้นเติบโตอยู่ที่นั่น และยังมีมารดาของนาง หลิวอวิ๋น แม้จะมีตบะเพียงขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่สี่ซึ่งถือว่าต่ำต้อย แต่บางทีท่านแม่อาจเก็บสะสมของใช้ส่วนตัวบางอย่าง เช่น วัสดุที่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับต่ำใช้กันทั่วไป ซึ่งอาจมีปราณแฝงอยู่?
นางต้องการข้ออ้างเพื่อจะให้แม่นมหลี่หรือมารดาช่วยเก็บรวบรวมของ "แปลกๆ" เหล่านี้ ทารกน้อยที่สนใจพืชหรือก้อนหินบางอย่างแล้วคว้ามาเล่นเป็นครั้งคราว—เหตุผลนี้น่าจะไม่ก่อให้เกิดความสงสัยมากนัก
อย่างที่สองคือวิธีการชำระกาย ระบบให้เพียงมาตรฐานแต่ไม่มีแผนการฝึกที่แน่ชัด นางต้องคิดค้นเอง บางทีอาจเริ่มจากการเคลื่อนไหวร่างกายพื้นฐานที่สุด? ร่างกายทารกทำท่าทางซับซ้อนไม่ได้ แต่การยืดเหยียดง่ายๆ หรือการนวดสัมผัสอาจพอช่วยได้ เมื่อประกอบกับสารสกัดพืชไม้ที่อาจหามาได้ นางน่าจะค่อยๆ ปรับปรุงกายเนื้อได้
สุดท้ายและสำคัญที่สุด คือจะทำอย่างไรให้รอดพ้นจากสายตาของคนในตระกูลระหว่างกระบวนการชำระกาย โดยเฉพาะการจับตาดูจากฝั่งผู้อาวุโสรอง แม้เรือนทิงจู๋จะห่างไกลแต่ก็มิได้ตัดขาดจากโลกภายนอก หลังเกิดเรื่องขัดแย้งเมื่อวาน ยากจะรับประกันได้ว่าจะไม่มีใครคอยจับตามองอยู่ในเงามืด
เคล็ดวิชาซ่อนปราณ... หากนางสามารถครอบครองมันล่วงหน้าได้ แม้จะเป็นเพียงผลลัพธ์ขั้นต้น มันจะช่วยนางอำพรางความผันผวนของปราณหรือการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการชำระกายได้หรือไม่?
ซูชิงเฉินรวบรวมสมาธิไปที่คำอธิบายภารกิจและพยายามสื่อสารกับระบบ เพื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะขอรับรางวัลบางส่วนล่วงหน้า หรือขอคำแนะนำในการชำระกายที่ละเอียดกว่านี้
หน้าต่างระบบสั่นไหวเล็กน้อย ส่งข้อความสั้นๆ ตอบกลับมา: รางวัลภารกิจสำหรับมือใหม่ไม่สามารถเบิกถอนล่วงหน้า คำแนะนำในการชำระกายโฮสต์ต้องค้นคว้าด้วยตนเอง หรือปลดล็อกฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องหลังยกระดับสิทธิ์ ระบบทำหน้าที่เพียงตรวจสอบสถานะและช่วยวิเคราะห์วัสดุบางส่วนเท่านั้น
เป็นไปตามคาด มันไม่ง่ายดายเช่นนั้น ทุกอย่างยังคงต้องพึ่งพาตนเอง
นางมิได้ท้อแท้ แต่กลับจุดไฟแห่งการต่อสู้ให้ลุกโชน ในชาติภพก่อน นางสร้างฐานะในเมืองใหญ่จากมือเปล่าได้ก็ด้วยจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้และมันสมองที่รู้จักฉกฉวยทุกเงื่อนไขมาใช้ประโยชน์ ในชาตินี้ เมื่อมีระบบคอยช่วยหนุนอย่างไม่คาดฝัน นางยิ่งไม่มีเหตุผลให้ถอยกลับ
หลิวอวิ๋นผู้เป็นมารดาดูเหมือนจะรู้สึกว่าทารกในอ้อมแขนเงียบผิดปกติ นางก้มลงมองเห็นบุตรสาวกำลังจ้องมองหญ้าป่าบนขอบหน้าต่างตาแป๋ว ดวงตากลมโตดำขลับใสกระจ่าง ริมฝีปากเล็กเม้มนิดๆ ราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก—ช่างดูน่าเอ็นดูและน่าสงสารระคนกัน
หัวใจของหลิวอวิ๋นอ่อนยวบลง ความหวาดกลัวและความขุ่นข้องหมองใจจากเมื่อวานดูเหมือนจะจางหายไปบ้างเพราะร่างเล็กๆ นี้ นางขยับท่าทางอุ้มให้กระชับขึ้นและกระซิบเสียงเบา "เฉินเอ๋อร์มองอะไรอยู่หรือลูก? นั่นมันก็แค่หญ้าธรรมดา ไม่เห็นน่าสนุกตรงไหน"
ซูชิงเฉินละสายตากลับมามองมารดา ทันใดนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างอวดเหงือกไร้ฟัน เป็นรอยยิ้มบริสุทธิ์ของทารกที่ไร้ซึ่งความหม่นหมอง พร้อมกับยื่นมือน้อยๆ พยายามไขว่คว้าไปทางขอบหน้าต่าง
หลิวอวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมา "เฉินเอ๋อร์ชอบหญ้าต้นนั้นหรือ? แม่นม ยกกระถางเล็กนั่นมาใกล้ๆ ให้เฉินเอ๋อร์ดูหน่อยเถิด"
แม่นมหลี่ขานรับและยกกระถางใบเล็กเข้ามาใกล้ ซูชิงเฉินยื่นมือน้อยที่ขาวผ่องนุ่มนิ่มออกไปสัมผัสใบหนาๆ เหล่านั้นเบาๆ ผิวสัมผัสเย็นชื้นเล็กน้อย แน่นอนว่านางไม่ได้สนใจหญ้าจริงๆ นี่เป็นเพียงแผนขั้นแรก—ทำใ้ห้ท่านแม่และแม่นมหลี่คุ้นเคยกับความอยากรู้อยากเห็นในสิ่งของที่ "ดูไม่สะดุดตา" ของนาง
ในขณะเดียวกัน นางก็รวบรวมสมาธิ พยายามสัมผัสความผันผวนของปราณจากหญ้าสงบจิตนี้ให้ละเอียดขึ้นผ่านระบบ ความรู้สึกนั้นแผ่วเบายิ่งนัก ราวกับเปลวเทียนกลางสายลม หากไม่มีระบบคอยระบุ นางคงไม่อาจตรวจจับได้เลย
หนทางต้องเดินทีละก้าว
ซูชิงเฉินวางแผนเงียบๆ ในใจ วันนี้ทำความคุ้นเคยกับหญ้าสงบจิต พรุ่งนี้นางอาจส่งสัญญาณว่าอยากไปดูป่าไผ่ในลานเรือน ภายในสามเดือน นางต้องใช้เวลาทุกวันให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อวางศิลาฤกษ์ก้อนแรกให้ตนเองอย่างเงียบเชียบในมุมที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
เดิมพันแห่งการอยู่รอดก่อนรากวิญญาณตื่นรู้ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
และคู่ต่อสู้ของนางอาจยังคงรอคอยโอกาสต่อไปที่จะสร้างปัญหา แต่พวกเขาไม่มีทางจินตนาการได้เลยว่า ทารกหญิงวัยห้าเดือนที่พวกเขามองเป็นดั่งมารทารกหรือมดปลวกนั้น ได้ลืมตาตื่นขึ้นมองทะลุโลกหล้า และกำกุญแจดอกแรกที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตไว้ในมือแล้ว
เคล็ดวิชาซ่อนปราณนี้—นางมุ่งมั่นที่จะคว้ามันมาให้ได้