เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 ภัยพิบัติมา ตัวใครตัวมัน

บทที่ 14 ภัยพิบัติมา ตัวใครตัวมัน

บทที่ 14 ภัยพิบัติมา ตัวใครตัวมัน


บทที่ 14 ภัยพิบัติมา ตัวใครตัวมัน

เจียงโยวซิทอัพครั้งสุดท้ายเสร็จ ก็นั่งพักผ่อนคลายกล้ามเนื้ออยู่สิบกว่านาที จากนั้นจึงเริ่มกระโดดกบต่อ

"ปัง! ปัง! ปัง!"

"ปัง! ปัง! ปัง!"

"เปิดประตูด้วย ช่วยด้วย!"

เสียงทุบประตูดังรัวเร็วและร้อนรน

"ฉันรู้นะว่ามีคนอยู่ข้างใน ได้โปรดเปิดประตูให้พวกเราเข้าไปหลบหน่อย! ซอมบี้มันตามมาแล้ว!"

เจียงโยวถือดาบยาวไว้ในมือขวา ส่วนมือซ้ายยกขึ้นส่องดูที่ตาแมว

ที่หน้าประตูมีหนุ่มสาวคู่หนึ่งยืนอยู่ ฝ่ายหญิงมีสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด ส่วนฝ่ายชายเนื้อตัวเปื้อนเลือด ในมือถือมีดปังตอเล่มใหญ่

"ฉันเป็นลูกบ้านชั้นล่าง ไม่ใช่คนเลว! ได้โปรดเถอะ เปิดประตูหน่อย!"

หญิงสาวทุบประตูไม่หยุด พลางร้องไห้คร่ำครวญเสียงสั่นเครือ

เจียงโยวตอบกลับผ่านประตูไปว่า "ฉันไม่เปิด เสียเวลาอยู่ที่นี่ สู้หนีไปทางอื่นดีกว่า"

ในวันสิ้นโลก สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ซอมบี้ แต่เป็นมนุษย์ด้วยกันเอง

ใครจะรับประกันได้ว่า หลังจากเปิดประตูไปแล้ว พอเห็นเธอเป็นผู้หญิง พวกมันจะไม่เกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมา?

เธอเคยได้รับบทเรียนราคาแพงมาแล้ว

เมื่อได้ยินเสียงผู้หญิง ฝ่ายชายก็ถีบประตูอย่างบ้าคลั่งพร้อมตะโกนด่าทอ "เธอจะยืนดูพวกเราโดนสัตว์ประหลาดกัดตายหรือไง? แค่เปิดประตูมันยากนักเหรอ ทำไมถึงได้เลือดเย็นอำมหิตขนาดนี้!

คนชาติเดียวกันแท้ๆ ภัยมาถึงตัวขนาดนี้ควรร่วมมือช่วยเหลือกันสิ! แต่นี่กลับยืนดูพวกเราตายโดยไม่ยื่นมือเข้าช่วยเนี่ยนะ!"

เจียงโยวตอบกลับเรียบๆ "งั้นฉันจะหลับตา จะได้ไม่ต้องดู"

สิ้นเสียงเธอ เสียงถีบประตูก็ดังสนั่นกว่าเดิม

คำด่าทอหยาบคายสารพัดสัตว์พรั่งพรูออกมาจากปากของชายหญิงคู่นั้น

เจียงโยวไม่ห่วงว่าประตูนิรภัยจะพัง สิ่งแรกที่เธอทำตอนเช่าห้องคือเปลี่ยนประตูเป็นเกรดป้องกันภัยระดับสูงสุดและแข็งแรงที่สุด ไม่ใช่ประตูนิรภัยกลวงๆ ยัดไส้กระดาษลังแบบทั่วไป

"อีสารเลว! อีชาติชั่ว! ขอให้มึงตายโหง!"

"พี่เฮ่า รีบหนีเถอะ ซอมบี้ตามมาทันแล้ว!!"

แม้ฝ่ายชายจะโกรธจัดจนแทบคลั่ง แต่ก็รู้ว่าขืนเสียเวลาต่อไปมีแต่ตายกับตาย จึงรีบพาผู้หญิงวิ่งหนีขึ้นบันไดไป

ไม่ถึงหนึ่งนาทีหลังจากทั้งคู่จากไป เจียงโยวก็มองเห็นซอมบี้สภาพแขนขาบิดเบี้ยวสองตัวไต่ขึ้นมาจากชั้นล่างผ่านช่องตาแมว

พวกมันดมฟุดฟิดที่หน้าประตู ส่งเสียงคำรามต่ำๆ ก่อนจะตามกลิ่นเลือดไปทางทิศที่หนุ่มสาวคู่นั้นหนีไป

ชายหญิงคู่นั้นหนีตายขึ้นไปข้างบนอย่างไม่คิดชีวิต

นอกจากต้องระวังซอมบี้ที่ไล่หลังมา ยังต้องคอยระวังซอมบี้ที่อาจโผล่มาดักหน้า

แต่สิ่งที่กลัวมักจะเกิดขึ้นจริงเสมอ

พอเลี้ยวตรงมุมตึก จู่ๆ ซอมบี้สองตัวก็โผล่มาดักหน้าพวกเขา

หญิงสาวหน้าซีดเผือดด้วยความกลัว

"พี่เฮ่า ท...ทำยังไงดี!" เธอถอยไปชิดแฟนหนุ่มอย่างหมดหนทาง หน้าหลังล้วนมีแต่ซอมบี้ ไร้ทางหนีทีไล่

ชายหนุ่มที่กำมีดปังตอแน่นก็ตัวสั่นด้วยความกลัวเช่นกัน

"ไม่... ยังไม่หมดหนทางเสียทีเดียว" ริมฝีปากเขาสั่นระริก จู่ๆ ก็หันไปจ้องหน้าแฟนสาว "ใช่... มันไม่ได้ไร้หนทางเสมอไป"

หญิงสาวมองเขาด้วยความประหลาดใจ "พี่เฮ่า ฉันรู้ว่าพี่ต้องมีทางออก!"

พูดยังไม่ทันจบ ลำคอของเธอก็ถูกสันมีดปังตอกระแทกอย่างแรง

ใบหน้าชายหนุ่มบิดเบี้ยวเหี้ยมเกรียม "ถ้ามีเหยื่อล่อ ก็ใช่ว่าจะหนีไม่รอด"

หญิงสาวเบิกตากว้างมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ "พี่เฮ่า..."

"หรงหรง อย่าโทษพี่เลย โทษโลกใบนี้เถอะ ภัยพิบัติมาถึงตัว ผัวเมียยังทิ้งกันได้ นับประสาอะไรกับแค่แฟน"

เห็นซอมบี้ขยับเข้ามาใกล้ทุกที เขาฟันซ้ำอีกหลายครั้งจนใบหน้าเธอเสียโฉม แล้วผลักร่างเธอใส่ฝูงซอมบี้ด้านหลัง

ด้านหลังมีซอมบี้เป็นโขยง ด้านหน้ามีแค่สอง

ถ้าใช้ร่างของหรงหรงถ่วงเวลาพวกข้างหลัง เขาจะมีโอกาสรอด

และเป็นดังคาด พอเห็นเหยื่อสดๆ ซอมบี้พวกนั้นก็กรูเข้ามารุมทึ้ง แฟนสาวแสนสวยถูกฉีกร่างและกัดกินในพริบตา ซอมบี้หลายตัวถึงกับแย่งกันควักเครื่องในออกมา

ชายหนุ่มแสยะยิ้มเย็นชา "ไม่เห็นแก่ตัว ฟ้าดินลงโทษ!"

จากนั้นมือข้างหนึ่งก็คว้าเราบันไดสแตนเลส แล้วดีดตัวกระโดดข้ามบันไดช่วงที่ซอมบี้รุมกินโต๊ะอยู่ ลงไปด้านล่างอย่างแรง

พวกซอมบี้กำลังสาละวนกับการแย่งชิงเนื้อสดๆ สองตัวข้างบนที่อยากจะตามเขามาก็ถูกฝูงพวกเดียวกันขวางทาง ได้แต่คำรามอย่างเกรี้ยวกราด

ชายหนุ่มรอดพ้นขีดอันตรายในที่สุด

เขาย้อนกลับทางเดิม มายืนหยุดอยู่หน้าประตูบานนั้นอีกครั้ง รอยยิ้มเย็นยะเยือกผุดขึ้นที่มุมปาก

ถ้าหูไม่ฝาด เสียงคนข้างในเป็นผู้หญิง ฟังดูอายุน้อยเสียด้วย

ถ้ามีผู้ชายหรือคนเก่งๆ อยู่ในบ้าน คงไม่ปล่อยให้เด็กสาวมารับหน้า

สรุปได้เพียงอย่างเดียว

ในห้องนั้นมีแค่เด็กผู้หญิง!

วันแรกของวันสิ้นโลก เขาลงมือฆ่าแฟนสาวที่เป็นดาวโรงเรียนด้วยมือตัวเอง แม้จะรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกฮึกเหิมลำพองใจกลับพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

เขาคิดว่าผู้หญิงทุกคนควรอยู่ใต้อาณัติของเขา ใครไม่เชื่อฟังก็ฆ่าทิ้งซะ

เขากดกริ่งประตูอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาติดหวานแสร้งทำสีหน้าตื่นตระหนกขอความช่วยเหลือ

"ช่วยด้วยครับ ช่วยด้วย แฟนผมโดนซอมบี้ฆ่าตายแล้ว ช่วยผมด้วย!!!! ขอร้องล่ะ แค่คุณเปิดประตู จะให้ผมทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น!!!"

แต่มือที่ไพล่หลังกำมีดปังตอแน่น เตรียมฟันได้ทุกเมื่อ

วันสิ้นโลกแล้ว ใครจะสนผิดถูกชั่วดี?

ลูกผู้ชายมันต้องใจดำอำมหิต!

ในที่สุด ประตูก็เปิดออก

ชายหนุ่มลอบกระหยิ่มใจ ผู้หญิงพวกนี้แพ้คนหล่อเสมอ สมัยเรียนสาวๆ ก็ชอบหน้าตาเขา

บางคนถึงกับเรียกเขาว่า 'เจ้าชายเย็นชา' แม้แต่แฟนคนเมื่อกี้ที่คบกันก็เพราะบ้านรวย

แต่ตอนนี้บ้านรวยจะมีประโยชน์อะไร?

เงินเก็บเยอะแค่ไหนก็สู้มีดปังตอเล่มเดียวไม่ได้!

เขาจ้องเขม็งที่ประตูนิรภัย เตรียมพุ่งเข้าไปสังหารเด็กสาวทันทีที่ประตูเปิด

ประตูเปิดออก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมเพิ่งปรากฏบนใบหน้า มีดข้างหลังยังไม่ทันได้ง้าง

วินาทีถัดมา รอยยิ้มอำมหิตนั้นก็ถูกคมดาบผ่าแยกออกจากกัน

"ในเมื่อยอมทำทุกอย่าง งั้นก็ไปตายซะ"

จบบทที่ บทที่ 14 ภัยพิบัติมา ตัวใครตัวมัน

คัดลอกลิงก์แล้ว