เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 สิ่งล่อใจของอาหารเลิศรส

บทที่ 16 สิ่งล่อใจของอาหารเลิศรส

บทที่ 16 สิ่งล่อใจของอาหารเลิศรส


บทที่ 16 สิ่งล่อใจของอาหารเลิศรส

วันนี้เฉินกวนยังคงไม่พบถ้ำแห่งนั้น แม้จะบังเอิญเจอจิ้งจอกอัคคีสองตัว แต่ก็ไม่ใช่ตัวเดียวกับเมื่อวาน

เฉินกวนเก็บ 'แก่นอสูรจิ้งจอกอัคคี' สองเม็ดบนพื้นด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ ตอนนี้เขามีเหตุผลเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งข้อในการไล่ล่าพวกจิ้งจอกอัคคี เพราะสัตว์อสูรชนิดอื่นไม่มีอัตราการดรอปของสูงขนาดนี้

แทนที่จะไปหาเรื่องสัตว์อสูรตัวอื่น เฉินกวนมุ่งหน้าตรงไปยังถิ่นที่อยู่ของ 'ราชันย์อสรพิษน้ำแข็งชาด' ทันที

เฉกเช่นเดียวกับที่เขาจำกลิ่นอายของจิ้งจอกอัคคีตัวนั้นได้ ราชันย์อสรพิษน้ำแข็งชาดเองก็จำกลิ่นอายของเขาได้เช่นกัน เฉินกวนไม่จำเป็นต้องเสียเวลาค้นหา ทันทีที่เขามาถึง มันก็พุ่งตัวออกมาจากป่าทึบด้วยความเกรี้ยวกราด หมายมั่นจะล้างอายความพ่ายแพ้เมื่อวันวาน

ทว่า... เฉินกวนเตรียมตัวมาพร้อมสรรพ สภาพร่างกายและพลังของเขาไม่ใช่เฉินกวนคนเดิมอีกต่อไป จะมีเหตุผลใดให้ต้องเกรงกลัว? เขากระชับดาบใหญ่ในมือแน่นแล้วพุ่งเข้าปะทะกับมันซึ่งๆ หน้า

เท้าก้าวเดินด้วยท่วงท่า 'ย่างก้าวเมฆา' หลบหลีกพิษร้ายกลิ่นเหม็นเน่าที่พ่นออกมาได้อย่างพลิ้วไหว พร้อมกันนั้นก็ระเบิดพลังเคล็ดวิชา 'ห้วงสมุทรไร้ขอบเขต' มนุษย์และอสรพิษเข้าปะทะกันด้วยพละกำลังที่รุนแรงที่สุด

ราชันย์อสรพิษน้ำแข็งชาดได้เปรียบด้วยพละกำลังมหาศาลตามธรรมชาติของสัตว์อสูร ขณะที่เฉินกวนใช้ทักษะและชั้นเชิงเข้าสู้ การโจมตีของเขาประดุจระลอกคลื่นที่โหมกระหน่ำ ลูกแล้วลูกเล่า แต่ละลูกรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากการปะทะครั้งแรกที่เขาถูกกระแทกถอยหลังไปกว่าสิบก้าว จนกระทั่งคลื่นลูกที่ยี่สิบ เขาก็สามารถยืนหยัดต่อกรกับมันได้อย่างสูสี

แน่นอนว่าการผลาญพลังปราณในร่างกายก็น่าตกใจเช่นกัน เพียงครู่เดียวก็สูญเสียไปถึงหนึ่งในสิบส่วน

โชคดีที่เขาฝึกฝนเคล็ดวิชาระดับ 'เสวียน' (ลึกลับ) หากเป็นเคล็ดวิชาระดับ 'หวง' (เหลือง) เขาคงหมดแรงนอนแผ่ให้มันเชือดเล่นไปตั้งแต่สองสามกระบวนท่าแรกแล้ว

"ฮ่าๆ เข้ามาอีก!"

การได้ต่อสู้กับราชาอสรพิษอย่างสูสีทำให้เฉินกวนคึกคักเป็นพิเศษ สำหรับเขาแล้ว นี่คือคู่ต่อสู้ที่เหมาะสมที่สุด สามารถสร้างแรงกดดันให้เขาได้โดยไม่ถึงขั้นบดขยี้ ทุกการโจมตีล้วนหมายเอาชีวิต ไม่มีการออมมือ

คู่ต่อสู้แบบนี้หาได้ยากยิ่ง

ด้วยเหตุนี้ เฉินกวนจึงระงับความคิดที่จะสังหารมันในทันที ตัดสินใจเก็บมันไว้เป็น 'หินลับมีด' ชั้นยอดไปก่อน

หนึ่งคนหนึ่งงูต่อสู้กันไปมาเกือบสองชั่วโมง พักยกไปหลายครั้ง ไล่ล่ากันตั้งแต่หัวป่ายันท้ายป่า ทำเอาพื้นที่อาศัยของสัตว์อสูรระดับสองแถบนี้ปั่นป่วนไปหมด

เมื่อดวงตะวันเริ่มคล้อยต่ำ เฉินกวนหยิบโอสถฟื้นฟูพลังปราณระดับสองขึ้นมากิน ไม่คิดจะพัวพันต่อ เขาหันหลังแล้วเผ่นแน่บมุ่งหน้าสู่เขตป่านอก

"เจอกันพรุ่งนี้! เดี๋ยวข้าจะมาเล่นด้วยใหม่นะ"

ราชาอสรพิษไล่ตามไปสักพักก็ยอมถอดใจ บางทีมันอาจเข้าใจคำพูดของเด็กหนุ่ม หรือบางทีมันเองก็เหนื่อยล้าเต็มที พรุ่งนี้ค่อยฆ่ามันก็ยังไม่สาย

ส่วนเฉินกวน หลังจากออกจากเทือกเขาสัตว์อสูร เขาก็มุ่งหน้าตรงไปยังร้านหมื่นโอสถทันที

สู้รบตบมือมาทั้งวันจะไม่ให้มีบาดแผลเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ โชคดีที่ทั้งหมดเป็นเพียงแผลถลอกภายนอก

จริงๆ เขาจะจัดการเองก็ได้ แต่ในเมื่อมีหมอฝีมือดีรักษาให้ฟรีๆ ทำไมต้องปฏิเสธด้วยล่ะ?

ยังไงพวกเขาก็เป็นมืออาชีพกว่าอยู่แล้ว

ตู้โชว์สินค้าที่คุ้นเคย บันไดที่คุ้นตา เมื่อเห็นเฉินกวนที่ดูไม่ได้บาดเจ็บสาหัสอะไรจะเดินขึ้นชั้นสอง ทหารรับจ้างเลือดร้อนบางคนทำท่าจะเข้าไปขวาง

แต่ยังไม่ทันได้ขยับ มือข้างหนึ่งก็วางลงบนไหล่ของเขาเสียก่อน

"คุณชายเฉินเป็นแขกคนสำคัญของร้านหมื่นโอสถเรา" ผู้จัดการฉางบีบไหล่ทหารรับจ้างผู้นั้นแน่น น้ำเสียงหนักแน่นแสดงจุดยืนชัดเจน

"แขกคนสำคัญ? ไอ้หน้าอ่อนนี่น่ะเหรอ?"

"เออๆ ก็ได้ ในเมื่อเป็นแขกสำคัญ ข้าก็จะไว้หน้าร้านหมื่นโอสถ แต่ถ้าเจอข้างนอกเมื่อไหร่ อย่าหวังว่าข้าจะปล่อยไปง่ายๆ"

ผู้จัดการฉางหัวเราะเบาๆ ไม่พูดอะไรต่อ คำเตือนที่ดีมักไร้ผลกับคนที่รนหาที่ตาย ขอแค่ไม่มาสร้างเรื่องวุ่นวายให้ร้านหมื่นโอสถก็พอ

ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าผู้จัดการฉางถึงขุมอำนาจเบื้องหลังเด็กหนุ่มผู้นี้ วันนี้เขาเพิ่งเดินทางไปส่งมอบแก่นบัวเหลืองที่เมืองเจียเจียด้วยตัวเอง และต้องตกตะลึงเมื่อท่านเจ้าเมืองออกมาต้อนรับด้วยตนเอง ให้ความสำคัญกับธุรกิจที่ดูธรรมดานี้อย่างยิ่งยวด

เห็นเพียงจุดเดียวก็เดาได้ทั้งตัว ผู้จัดการฉางตระหนักได้ทันทีว่าตัวตนของเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ธรรมดาแน่

การประจบสอพลออาจทำให้รำคาญ แต่การรับประกันความปลอดภัยของคุณชายภายในร้านหมื่นโอสถ เขาเชื่อว่าเขายังพอมีปัญญาทำได้

อีกด้านหนึ่ง เฉินกวนเดินตามเส้นทางที่คุ้นเคยมาถึง 'คลินิก' ของเซียวอี้เซียน

วันนี้คนไข้ค่อนข้างเยอะ เฉินกวนต้องนั่งรอเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องจะกลับไปหมด

"ช่วยทำแผลให้หน่อยครับ แค่ใส่ยาห้ามเลือดก็พอ"

"ถอดเสื้อออกสิ... นี่เจ้าไปหาเรื่องจิ้งจอกอัคคีมาจริงๆ เหรอ?"

เห็นสภาพมอมแมมของเฉินกวน เซียวอี้เซียนก็เดาเรื่องราวได้ไม่ยาก

"แน่นอน พูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น แต่น่าเสียดายที่ไม่เจอตัวที่ทำข้าเจ็บเมื่อวาน เจอแต่พี่น้องมันสองตัว เลยจับย่างซะเลย นี่ไง ข้าเก็บไว้ให้ท่านตัวนึงตามสัญญา กินได้ไม่ต้องห่วง ข้ากำจัดกลิ่นสาบออกหมดแล้ว"

มองดูเด็กหนุ่มหยิบจิ้งจอกอัคคีย่างออกมาจริงๆ มุมปากของเซียวอี้เซียนกระตุกยิกๆ

นางแค่พูดเล่นๆ ไม่คิดว่าเขาจะทำจริงๆ

แต่ทว่า... มันถูกย่างจนเหลืองกรอบน่ากิน กลิ่นหอมฉุยยั่วน้ำลายไม่เบา

"แค่กๆ ข้าไม่กินหรอก จิ้งจอกอัคคีกลิ่นแรงจะตาย ล้างยังไงก็ไม่หมดหรอก"

เซียวอี้เซียนกลืนน้ำลายลงคอ แสร้งทำเป็นเมินหน้าหนีแล้วจดจ่ออยู่กับการทำแผล แผลถลอกเล็กน้อยไม่จำเป็นต้องพันผ้า แค่ล้างแผลใส่ยาก็เสร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว

"วันนี้ข้าขอหน้าด้านรักษาฟรีละกันนะ ไว้คราวหน้าจะหาของอร่อยมาฝาก"

"เกรงใจเกินไปแล้ว ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณสำหรับสมุดบันทึกที่เจ้าให้มา มันมีประโยชน์มากจริงๆ"

หลังจากส่งเด็กหนุ่มกลับไป เซียวอี้เซียนก็กลับมานั่งที่โต๊ะ จ้องมองจิ้งจอกย่างทั้งตัวที่วางอยู่ นางอดไม่ได้ที่จะยื่นมือเล็กๆ ออกไปหา

มันจะอร่อยอย่างที่เขาคุยโวไว้จริงหรือ?

แค่คำเดียวน่า... แค่คำเดียว!

นางฉีกเนื้อส่วนขาออกมาคำเล็กๆ แล้วค่อยๆ ลิ้มรส กลิ่นหอมของเนื้อย่างฟุ้งกระจายไปทั่วปาก อร่อยใช้ได้เลยแฮะ

แถมไม่มีกลิ่นสาบแปลกๆ นั่นด้วย

นางอดใจไม่ไหวจะเอื้อมมือไปหยิบอีก แต่แล้วก็ชะงัก รีบลุกไปที่ประตู ชะโงกหน้าออกไปดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น แล้วจัดการลงกลอนประตูเสียงดัง 'ปัง'

วันต่อมา เฉินกวนกินข้าว ฝึกวิชา สู้กับราชาอสรพิษ แล้วไปให้เซียวอี้เซียนทำแผล พร้อมของฝากเป็นจิ้งจอกอัคคีนึ่ง

วันถัดมา กิจวัตรเดิม แต่เปลี่ยนของฝากเป็นจิ้งจอกอัคคีตุ๋นพริกแดง

จากนั้นก็จิ้งจอกอัคคีหมักซอสสูตรลับ

จิ้งจอกอัคคีผัดฉ่า

ติดต่อกันกว่าสิบวัน ชีวิตของเฉินกวนเป็นไปอย่างมีระเบียบแบบแผน ทั้งการฝึกฝนและความสัมพันธ์ล้วนรุดหน้า เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ไม่น้อย

หลังจากประมือกันมาร่วมสิบกว่าวัน ตอนนี้เฉินกวนมองทักษะของราชันย์อสรพิษน้ำแข็งชาดออกอย่างทะลุปรุโปร่ง การต่อสู้ครั้งหลังๆ เขาไม่รู้สึกกดดันเหมือนตอนแรกแล้ว สามารถรับมือได้อย่างสบายๆ

เรื่องนี้ทำให้เขาถอนใจ การหาคู่ซ้อมมือที่กดดันเราได้ตลอดเวลาอย่าง 'กังจื่อ' (จ้าวกัง) จากราชวงศ์ หรือเจ้าราชาอสรพิษตัวนี้ ช่างยากเย็นแสนเข็ญนัก

ส่วนที่ร้านหมื่นโอสถ เฉินกวนไปเยือนทุกวัน แม้ช่วงหลังๆ แทบจะไม่มีแผลถลอกแล้ว แต่เขาก็ยังไปไม่ขาดสายไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก

เมนูจิ้งจอกอัคคีสารพัดรูปแบบได้ผลชะงัด ตอนนี้เขากับเซียวอี้เซียนนับเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว

ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันเต็มไปด้วยความรื่นรมย์ หัวข้อสนทนาขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่วิธีการกินจิ้งจอกอัคคี เรื่องราวแปลกประหลาดในทวีป ไปจนถึงเรื่องซุบซิบเกี่ยวกับทหารรับจ้างบางคนที่ทำตัวเป็น 'โจโฉ' (ชอบแย่งเมียชาวบ้าน) และมีการเล่นมุกตลกโปกฮากันบ้างตามประสา

ทั้งสองเพลิดเพลินกับบรรยากาศเช่นนี้ แต่ผู้จัดการฉางแห่งร้านหมื่นโอสถกลับมีเรื่องให้กลุ้มใจเพิ่มขึ้น

เพราะครึ่งเดือนมานี้ เซียวอี้เซียนดูเหมือนจะป่วยเป็นโรคประหลาด เบื่ออาหารอย่างหนัก สำรับข้าวปลาที่ส่งขึ้นไปแทบจะไม่มีรอยแตะต้อง สร้างความกังวลใจให้เขาอย่างยิ่ง

ไม่ใช่ว่าเขาเป็นห่วงเป็นใยเซียวอี้เซียนอะไรขนาดนั้น แต่เพราะนางคือป้ายทองเรียกแขกของร้านหมื่นโอสถ หากนางเป็นอะไรไป ยอดขายของร้านคงตกลงอย่างน้อยยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ไม่ได้พูดเกินจริงเลย

แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขากลุ้มใจได้ยังไง?

ในเวลาเดียวกัน ณ โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง

พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นภายในกาย เฉินกวนลืมตาขึ้น นัยน์ตาสาดประกายเจิดจ้า

"ในที่สุด... คุรุยุทธ์สี่ดาว!"

จบบทที่ บทที่ 16 สิ่งล่อใจของอาหารเลิศรส

คัดลอกลิงก์แล้ว