- หน้าแรก
- กุหลาบบริสุทธิ์ใต้เงาทรราช
- บทที่ 11: ทำไมหูเธอแดงจัง
บทที่ 11: ทำไมหูเธอแดงจัง
บทที่ 11: ทำไมหูเธอแดงจัง
หลังจากเหตุการณ์กลุ่มฮันเตอร์ผ่านพ้นไป วิลล่าก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบ
เมื่อรัตติกาลมาเยือน ตี้ต้าหูยืนเฝ้ายามที่ระเบียง เหมยยาชาเข้าไปทำอาหาร ส่วนเวินเหยาเดินไปหยุดที่หน้าห้องของจี้หมิงเฉิน ยกมือขึ้นเคาะประตู "ขอเข้าไปได้ไหมคะ?"
เสียงเนือยๆ ของชายหนุ่มดังออกมาจากด้านใน "เข้ามาสิ"
ทว่าเมื่อเวินเหยาผลักประตูเข้าไป ก็พบว่าภายในห้องอบอวลไปด้วยไอน้ำ เมื่อม่านหมอกจางลง ชายหนุ่มในอ่างอาบน้ำสีขาวก็สบตาเธอพลางยิ้มถาม "มีอะไรเหรอ?"
ในยามวิกาลที่เงียบสงัด ห้องนอนสไตล์ยุโรปวินเทจขนาดใหญ่ดูว่างเปล่า มีเพียงพรมที่ฝุ่นจับเขรอะและอ่างอาบน้ำสีขาวสะอาดตา
เนื่องจากวงจรไฟฟ้าของวิลล่าเสียหาย ภายในห้องจึงไร้แสงไฟ มีเพียงเทียนไขไม่กี่เล่มจุดอยู่ข้างอ่างอาบน้ำ ท่ามกลางเงาสลัววูบไหว ไอน้ำลอยกรุ่นขึ้นจากอ่าง ชายหนุ่มรูปงามเปลือยท่อนบน เผยผิวขาวจัดและกล้ามเนื้อหน้าอกกับหน้าท้องที่เรียบเนียนได้รูป สะท้อนแสงเทียนสีเหลืองนวลจางๆ
ในมือเรียวที่ชูพ้นน้ำถือแก้วไวน์เปล่าใบหนึ่ง ด้านในมีกลุ่มก้อนเปลวเพลิงลุกโชนดุจดอกกุหลาบไฟ
"..."
ชัดเจนว่าพวกเขากำลังหนีตายในวันสิ้นโลกและอาจเจออันตรายได้ทุกเมื่อ แต่คนคนนี้กลับมีอารมณ์สุนทรีย์มานอนแช่น้ำ สร้างบรรยากาศราวกับกำลังมาพักร้อนเสียอย่างนั้น
เวินเหยาหลุบตาลง "...คุณอาบน้ำอยู่แล้วให้ฉันเข้ามาทำไม? งั้นเดี๋ยวค่อยคุยกันทีหลังแล้วกัน"
จี้หมิงเฉินสั่งเรียบๆ "เสื้อผ้าอยู่บนตู้ข้างประตู ช่วยหยิบมาให้หน่อย"
เวินเหยาถามกลับ "ทำไมไม่หยิบเองล่ะคะ?"
"หืม?" จี้หมิงเฉินตอบหน้าตาย "เมื่อกี้ลืมหยิบมาน่ะ แล้วตอนนี้... แขนฉันก็ยาวไม่พอด้วย"
พูดจบเขาก็วางแก้วไวน์ลง ปรายตามองเวินเหยาพลางทวงบุญคุณ "คุณหนูเวิน เธอติดค้างชีวิตฉันตั้งสองครั้งเชียวนะ"
"..."
แม้จะพูดไม่ออก แต่เวินเหยาก็ยังใจดียอมหยิบกองเสื้อผ้าข้างตัวขึ้นมา
เธอไม่เคยเห็นชุดพวกนี้มาก่อน ดูเหมือนของใหม่แกะกล่อง แถมวันนี้เขาก็เปลี่ยนชุดเป็นชุดที่สามแล้วด้วย
เมื่อเช้าฆ่าคนแล้วเลือดกระเด็นใส่ เขาก็เลยเปลี่ยน ตอนมื้อเที่ยงน้ำมันกระเด็นใส่หยดเดียว เขาก็เปลี่ยนอีก แล้วตอนอยู่ที่โรงพยาบาลเขาก็ใส่เสื้อกาวน์คอสเพลย์ สงสัยจริงๆ ว่าเขามีพลังมิติเก็บของด้วยหรือเปล่า ไม่งั้นไปเอาเสื้อผ้าพวกนี้มาจากไหนเยอะแยะ?
เวินเหยาวางเสื้อผ้าลงบนตู้ข้างอ่างอาบน้ำเงียบๆ ยังไม่ทันจะหันหลังกลับ คนข้างตัวก็ยกนิ้วชี้ไปที่หัวไหล่ตัวเอง "ดูสิ..."
"อะไรคะ?"
จี้หมิงเฉินยิ้ม "เห็นไหม?"
เวินเหยามองรอยแผลเป็นน่าเกลียดสองรอยนั้นด้วยสีหน้างุนงง "ทำไมเหรอ?"
นิ้วของจี้หมิงเฉินเลื่อนไปมาอย่างเชื่องช้า "ตรงนี้ ตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้..."
เวินเหยาไม่รู้ว่าคนโรคจิตคนนี้ต้องการจะสื่ออะไร บรรยากาศแบบนี้ทำให้เธออึดอัดสุดๆ
จี้หมิงเฉินมองเธอด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล และแฝงความกำกวมเป็นพิเศษ "รอยพวกนี้เธอเป็นคนฝากไว้บนตัวฉันทั้งนั้น ไม่รู้สึกคุ้นเคยบ้างเหรอ?"
"..."
เวินเหยาไปต่อไม่ถูก เธอขมวดคิ้ว "การลบรอยแผลเป็นไม่ใช่เรื่องยาก ทำไมคุณถึงเก็บมันไว้ล่ะ?"
จี้หมิงเฉินเอานิ้วแตะหางตา ทำท่าครุ่นคิดจริงจัง "ก็เก็บไว้ให้เธอมาชื่นชมสักวันนึงไง แล้วโอกาสก็มาถึงแล้วไม่ใช่เหรอ..."
เวินเหยา "..."
เมื่อกี้ยังรู้สึกเห็นใจอยู่หน่อยๆ แต่พอประโยคนี้หลุดออกมา ความเห็นใจอันน้อยนิดก็มอดดับลงทันที
พูดตามตรง ที่ผ่านมาที่เขาโดนแทงแต่ละแผล ไม่มีแผลไหนเสียเปล่าเลยจริงๆ
แม้แสงเทียนจะสะท้อนผิวน้ำในอ่างจนระยิบระยับทำให้มองเห็นอะไรไม่ชัดเจนนัก แต่เวินเหยาคิดว่าบรรยากาศแบบนี้ไม่เหมาะจะคุยธุระ เธอจึงตัดสินใจว่าจะมาคุยใหม่ทีหลัง
แต่พอหันหลังกลับ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างเอาแต่ใจดังมาจากด้านหลัง "เห็นอะไรเข้าล่ะ? ทำไมหูเธอแดงจัง..."
เวินเหยาหมดความอดทน "จี้หมิงเฉิน!"
มีดฉันอยู่ไหน?
ตี้ต้าหูที่เดินผ่านมาได้ยินเสียงพอดีเลยชะโงกหน้าเข้ามา แถมยังส่องไฟฉายเข้ามาในห้องอีกต่างหาก เขาเห็นบอสนอนแช่น้ำ ส่วนคุณหนูเวินดูเหมือนกำลังจู๋จี๋กับบอสอยู่
เขาตกใจจนรีบปิดไฟฉายและดึงประตูปิดตามหลังทันควัน "เชิญต่อเลยครับ เชิญต่อเลย ผมไม่เห็นอะไรทั้งนั้น"
"..."
เวินเหยาสูดหายใจเข้าลึก ไม่สนใจจะแก้ตัวแล้วรีบเดินดุ่มๆ ออกจากห้องไป
จี้หมิงเฉินขบขันกับท่าทางหงุดหงิดของเธอ ผ่านไปครู่ใหญ่ รอยยิ้มในดวงตาและคิ้วถึงได้ค่อยๆ จางลง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา จี้หมิงเฉินเดินออกมาจากห้องด้วยการแต่งกายเรียบร้อย เหมยยาชาเตรียมมื้อเย็นเสร็จพอดี บนโต๊ะกาแฟมีเทียนไขจุดอยู่ พร้อมจานสี่ใบวางเรียงราย ดูราวกับดินเนอร์ใต้แสงเทียน
หลังมื้ออาหาร ตี้ต้าหูและเหมยยาชาออกไปเฝ้ายามตามปกติ จี้หมิงเฉินรู้กาลเทศะขึ้นมาบ้างแล้วจึงถามเวินเหยาว่า "เมื่อกี้เธอมาหาฉันมีธุระอะไร?"