- หน้าแรก
- ข้าคือเซียนดาบแห่งสำนักเทียนสุ่ย
- บทที่ 23 ตู๋กูโป๋ผู้ต้องการยกหลานสาวให้
บทที่ 23 ตู๋กูโป๋ผู้ต้องการยกหลานสาวให้
บทที่ 23 ตู๋กูโป๋ผู้ต้องการยกหลานสาวให้
บทที่ 23 ตู๋กูโป๋ผู้ต้องการยกหลานสาวให้
"เยี่ยนเยี่ยน มาจัดการปัญหาเรื่องร่างกายของเจ้าก่อนเถอะ"
ภายใต้การนำทางของตู๋กูโป๋ เมิ่งชิวและอีกสองคนก็มาถึงที่พักภายในธาราสองขั้วหยินหยาง
"นี่เป็นห้องของเยี่ยนเยี่ยน ตาแก่เช่นข้าต้องหลบฉากไปก่อนไหม?"
ตู๋กูโป๋ขยิบตาอย่างมีความนัย ใบหน้าสวยของตู๋กูเยี่ยนแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีเพราะเข้าใจความหมายของคุณปู่
"ไม่จำเป็นหรอกขอรับ"
เมิ่งชิวทำหน้าบอกบุญไม่รับ
เขาพอจะเดาความคิดของตู๋กูโป๋ได้
จริงอยู่ที่ตามพล็อตนิยายทั่วไป เวลาช่วยสาวงามรักษาอาการเจ็บป่วย การถอดเสื้อผ้าถือเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้และชวนให้วาบหวาม
ทว่าเมิ่งชิวไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น
เขาใช้พลังวิญญาณช่วยตู๋กูเยี่ยนแก้ปัญหา
เสื้อผ้าเพียงแค่นี้ไม่อาจขวางกั้นพลังของเขาได้
เมื่อได้ยินดังนั้น ตู๋กูโป๋และตู๋กูเยี่ยนต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดาย
ปฏิกิริยานี้ยิ่งทำให้เมิ่งชิวพูดไม่ออกหนักกว่าเดิม
ทำไมการที่ไม่ต้องถอดเสื้อผ้าถึงกลายเป็นเรื่องน่าเสียดายไปได้ล่ะ?
สำหรับตู๋กูเยี่ยนน่ะเขาพอเข้าใจ
ท้ายที่สุดนางก็แสดงออกชัดเจนขนาดนั้น ไม่ว่าจะอย่างไรเมิ่งชิวก็คงไม่ซื่อบื้อจนดูไม่ออกว่านางรู้สึกอย่างไร
แต่ตู๋กูโป๋นี่สิ เป็นอะไรไปกับเขาด้วย?
ไหนท่านอยากให้ข้าอยู่ห่างๆ ตู๋กูเยี่ยนไม่ใช่หรือ?
แล้วทำไมตอนนี้ถึงมาทำท่าไม่พอใจเสียได้?
เมิ่งชิวไม่รู้เลยว่าสภาพจิตใจของตู๋กูโป๋เปลี่ยนไปแล้ว
เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าตู๋กูโป๋ในตอนนี้ นอกจากจะไม่กีดกันการติดต่อระหว่างพวกเขาสองคนแล้ว ยังปรารถนาให้ตู๋กูเยี่ยนรีบรวบหัวรวบหางเขาให้สำเร็จโดยเร็วเสียอีกด้วยซ้ำ
"หน้าไม่อาย หน้าไม่อาย!"
ในห้วงจิตสำนึก 'ฮั่วฉู่เอ๋อร์' ยังคงบ่นพึมพำคำเดิมซ้ำๆ
เมิ่งชิวเลิกสนใจความสงสัยเหล่านั้น แล้วกลับมาทำสีหน้าเคร่งขรึม เขาชี้ไปที่เบาะรองนั่งสำหรับฝึกฝนซึ่งอยู่ไม่ไกลแล้วเอ่ยว่า
"เยี่ยนเยี่ยน เจ้าไปนั่งตรงนั้นสิ"
"อื้อ" ตู๋กูเยี่ยนพยักหน้า แล้วเดินไปนั่งขัดสมาธิบนเบาะอย่างว่าง่าย
เมิ่งชิวนั่งขัดสมาธิซ้อนอยู่ด้านหลังนาง วางฝ่ามือลงบนแผ่นหลังของตู๋กูเยี่ยน แล้วเริ่มเดินพลังวิญญาณ
ทันทีที่หัวใจของตู๋กูเยี่ยนเริ่มเต้นแรงจากการสัมผัสของเมิ่งชิว นางก็ได้ยินเสียงเตือนสติจากเขา
"ทำสมาธิ อย่าต่อต้านการชักนำจากพลังวิญญาณของข้า!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ตู๋กูเยี่ยนก็รีบระงับความฟุ้งซ่านในใจ หลับตาลงอย่างว่าง่าย และตั้งใจสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย
พลังวิญญาณธาตุน้ำแข็งของเมิ่งชิวค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่ร่างของตู๋กูเยี่ยน
ด้วยการเปิดรับอย่างเต็มใจของตู๋กูเยี่ยน เมิ่งชิวจึงส่งผ่านพลังวิญญาณไปทั่วร่างกายของนางได้อย่างง่ายดาย
พลังวิญญาณธาตุน้ำแข็งเข้าไปกระตุ้นพิษร้ายที่กระจายอยู่ทั่วร่างของนาง แล้วค่อยๆ ชักนำพวกมันไปรวมกันที่จุดตันเถียน
เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังวิญญาณธาตุน้ำแข็งของเมิ่งชิว พิษที่เคยร้ายกาจก็เปรียบเสมือนกระต่ายที่เชื่องช้า ไม่กล้าต่อต้านแม้แต่น้อย
"เยี่ยนเยี่ยน ใช้พลังวิญญาณของเจ้า แล้วทำตามการชักนำของข้า ค่อยๆ ดึงพิษเข้ามา" เมิ่งชิวกล่าวสั่งการ
ตู๋กูเยี่ยนโคจรพลังวิญญาณตามคำสั่ง ควบคุมการไหลเวียนของพิษในร่างกายโดยมีการช่วยเหลือและชี้แนะจากพลังวิญญาณของเมิ่งชิว
ดีมาก
เมื่อสัมผัสได้ว่าพิษเหล่านั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของพลังวิญญาณตู๋กูเยี่ยนแล้ว เมิ่งชิวก็เริ่มขั้นตอนสุดท้าย
พลังวิญญาณธาตุน้ำแข็งค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเส้นชีพจรจำลองหลายสายภายในร่างของตู๋กูเยี่ยน ลำเลียงพิษจากทุกส่วนของร่างกายเข้าสู่จุดตันเถียน
"เรียบร้อย"
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เมิ่งชิวก็ค่อยๆ ลดมือลง
เมื่อได้ยินคำยืนยัน ตู๋กูโป๋ก็รีบพุ่งเข้ามา วางมือลงบนไหล่ของตู๋กูเยี่ยนและตรวจเช็คอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง
เมื่อมั่นใจว่าพิษในร่างของตู๋กูเยี่ยนเข้าสู่สภาวะเสถียรแล้วจริงๆ ตู๋กูโป๋ก็ดีใจจนเนื้อเต้น หัวเราะร่าราวกับคนบ้าอยู่ข้างๆ
ปัญหาเรื่องพิษในร่างของหลานสาวถูกแก้ไข ความกังวลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาก็หมดไป
เมื่อจิตใจปลอดโปร่ง คอขวดพลังวิญญาณของตู๋กูโป๋ที่ไม่ขยับเขยื้อนมาหลายปี ก็เริ่มส่งสัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
"ข้าใช้พลังวิญญาณสร้างระบบไหลเวียนที่สมบูรณ์ขึ้นภายในร่างของเยี่ยนเยี่ยน ทำให้นางสามารถควบคุมพิษและนำมาใช้เป็นพลังของตนเองได้"
"เยี่ยนเยี่ยนเพียงแค่ต้องโคจรพลังตามเส้นทางที่ข้าสร้างไว้เพื่อชักนำพิษให้ไหลเวียนในจุดตันเถียน หลังจากนี้สักพัก ต่อให้ไม่มีพลังวิญญาณธาตุน้ำแข็งของข้าช่วย นางก็จะสามารถควบคุมพิษในร่างกายได้เองและไม่ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตอีกต่อไป"
เมิ่งชิวไม่ได้เลือกใช้วิธีขับพิษแบบธรรมดา แต่ใช้วิธีที่คล้ายกับการสร้างเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรด้วยพิษให้กับตู๋กูเยี่ยน
ด้วยวิธีนี้ ตู๋กูเยี่ยนไม่เพียงแต่จะปลอดภัยจากพิษในร่างกาย แต่ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการต่อสู้ของนางได้อย่างมหาศาล เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
สาเหตุที่ตู๋กูโป๋ไม่เคยใช้วิธีนี้มาก่อน ไม่ใช่เพราะเขาคิดไม่ได้ แต่เพราะเขาทำไม่ได้
ลำพังพลังวิญญาณของพวกเขาเอง ไม่สามารถสร้างระบบไหลเวียนและการใช้งานพิษทั่วทั้งร่างได้หากปราศจากตัวช่วยภายนอก
และตัวช่วยภายนอกที่ว่านี้ก็มีเงื่อนไขที่เข้มงวดอย่างยิ่ง
นอกจากพลังวิญญาณธาตุน้ำแข็งของเมิ่งชิวซึ่งถือว่าเป็นจุดสูงสุดของมนุษย์แล้ว พลังวิญญาณอื่นๆ ย่อมไม่สามารถควบคุมการทำงานของพิษภายในร่างตู๋กูเยี่ยนได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่ทำอันตรายนาง
ต้องรู้ว่าในระหว่างกระบวนการนี้ หากพิษเกิดความผิดปกติแม้เพียงนิดเดียว สิ่งที่รอตู๋กูเยี่ยนอยู่ก็คือความตาย
"ผู้อาวุโสตู๋กู ตาของท่านแล้ว"
หลังจากจัดการเรื่องของตู๋กูเยี่ยนเสร็จ เมิ่งชิวก็เริ่มขั้นตอนการถอนพิษให้ตู๋กูโป๋
ทว่า เนื่องจากความแตกต่างของระดับพลังและปริมาณพิษที่น่าสะพรึงกลัวในร่างของตู๋กูโป๋ เมิ่งชิวจึงไม่สามารถช่วยสร้างระบบไหลเวียนพิษให้เขาเหมือนกับที่ทำให้ตู๋กูเยี่ยนได้
ดังนั้น เขาจึงเลือกใช้อีกวิธีหนึ่ง
คล้ายกับวิธีของถังซานในต้นฉบับ เมิ่งชิวใช้เลือดของตนซึ่งยังมีฤทธิ์ยาของหญ้าน้ำแข็งแปดแฉกและผลแอปริคอตเพลิงหลงเหลืออยู่
หลังจากใช้เลือดช่วยขจัดพิษจำนวนมากออกจากร่างตู๋กูโป๋เป็นการชั่วคราว เมิ่งชิวก็ฉวยโอกาสใช้พลังวิญญาณธาตุน้ำแข็งผนึกพิษที่เหลือในร่างของเขาเอาไว้
วิธีนี้ด้อยกว่าวิธีที่ใช้กับตู๋กูเยี่ยนมากนัก
ไม่เพียงแต่จะไม่ช่วยเพิ่มพลังการต่อสู้ให้ตู๋กูโป๋ แต่เมื่อเวลาผ่านไปและพิษเริ่มสะสมตัวขึ้นใหม่อีกครั้ง ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะกำเริบขึ้นมาได้
ต้องรอจนกว่าเมิ่งชิวจะมีพลังเหนือกว่าตู๋กูโป๋ในอนาคต เขาถึงจะสามารถแก้ปัญหาให้ตู๋กูโป๋ได้อย่างถาวร
เมิ่งชิวบอกความจริงข้อนี้แก่ตู๋กูโป๋อย่างตรงไปตรงมา
"เรื่องก็เป็นเช่นนี้แหละขอรับ ผู้อาวุโสตู๋กู ผนึกน้ำแข็งที่ข้าสร้างไว้ในร่างท่านจะคงอยู่ได้ประมาณยี่สิบปี"
"ไม่เป็นไร แค่นี้ก็ดีมากแล้ว!"
ตู๋กูโป๋โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ เขารู้สึกเบาสบายตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ช่วงเวลานี้ตู๋กูโป๋อารมณ์ดีเป็นพิเศษ
สิ่งที่เมิ่งชิวพูดมาไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด
ผนึกอยู่ได้ยี่สิบปี
ไม่ใช่ว่าตู๋กูโป๋เชื่อใจเมิ่งชิวแบบหน้ามืดตามัว แต่มันคือความจริงที่เห็นอยู่ตรงหน้า
ด้วยพรสวรรค์ของเจ้าเด็กนี่ อย่าว่าแต่ยี่สิบปีเลย
ตู๋กูโป๋รู้สึกว่าบางทีไม่เกินสิบปี ระดับการฝึกฝนของตนอาจจะถูกเจ้าเด็กนี่แซงหน้าไปแล้วก็ได้
สิบปี จากราชาวิญญาณสู่ราชทินนามพรหมยุทธ์
เรื่องนี้อาจดูเหมือนเรื่องเพ้อฝันสำหรับคนอื่น แต่ถ้าเป็นเมิ่งชิว มันดูสมเหตุสมผลขึ้นมาทันที
เพราะก่อนหน้านี้ ตู๋กูโป๋ก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีใครสามารถเลื่อนระดับได้ถึงสิบสองขั้นในวันเดียว หรือบรรลุระดับราชาวิญญาณได้ตั้งแต่อายุไม่ถึงสิบสองปี
ด้วยคำเชิญชวนแกมบังคับอย่างแข็งขันของตู๋กูโป๋และตู๋กูเยี่ยน เมิ่งชิวที่เดิมทีตั้งใจจะกลับโรงเรียนเทียนสุ่ยทันที จึงต้องพักอยู่ที่ธาราสองขั้วหยินหยางต่ออีกระยะหนึ่ง