- หน้าแรก
- ข้าคือเซียนดาบแห่งสำนักเทียนสุ่ย
- บทที่ 24 ของขวัญจากสมุนไพรอมตะ
บทที่ 24 ของขวัญจากสมุนไพรอมตะ
บทที่ 24 ของขวัญจากสมุนไพรอมตะ
บทที่ 24 ของขวัญจากสมุนไพรอมตะ
ณ โรงเรียนเทียนสุ่ย
หลังจากพำนักอยู่ที่ธาราสองขั้วหยินหยางเป็นเวลานาน ในที่สุดเมิ่งชิวก็เดินทางกลับมายังโรงเรียนเทียนสุ่ย ท่ามกลางสายตาอาลัยอาวรณ์ของตู๋กูเยี่ยน
"ศิษย์น้องเล็ก!"
สุ่ยเยว่เอ๋อร์ที่เพิ่งเสร็จสิ้นการฝึกฝนและเตรียมจะกลับเรือนพักของตน บังเอิญเห็นร่างที่คุ้นเคย แวบแรกนางขยี้ตาด้วยความไม่อยากเชื่อ คิดว่าตาฝาดไปเอง
แต่เมื่อมั่นใจว่าไม่ใช่ภาพหลอน สุ่ยเยว่เอ๋อร์ก็กรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะกระโจนเข้าใส่เมิ่งชิวอย่างจัง
"เยว่เอ๋อร์!"
เมิ่งชิวที่ถูกจู่โจมกะทันหันรีบตั้งหลักทรงตัว แล้วยื่นมือไปประคองบั้นท้ายงอนงามของสุ่ยเยว่เอ๋อร์เอาไว้ เพราะกลัวนางจะร่วงลงไป
สุ่ยเยว่เอ๋อร์กอดรอบคอของเมิ่งชิวแน่น เรียวขาขาวผ่องเกี่ยวกระหวัดรัดรอบเอวสอบ สายตาคู่งามจ้องมองเขาเขม็งราวกับอยากจะหลอมรวมร่างเข้าไปเป็นหนึ่งเดียว
"ศิษย์น้องเล็ก ทำไมท่านถึงหายไปนานขนาดนี้?"
"โดนแม่นางจิ้งจอกสาวตู๋กูเยี่ยนขโมยวิญญาณไปแล้วหรือไง?"
สุ่ยเยว่เอ๋อร์มองเมิ่งชิวพลางทำปากยื่นปากยาวด้วยความน้อยใจ
ตกลงกันไว้ว่าจะไปเป็นแขกแค่ชั่วคราว แต่กลายเป็นว่าหายจ้อยไปถึงสองเดือนเต็ม
นี่เป็นครั้งแรกที่สุ่ยเยว่เอ๋อร์ไม่ได้เจอหน้าเมิ่งชิวนานขนาดนี้
นางมีเหตุผลเพียงพอที่จะสงสัยว่าศิษย์น้องเล็กของนางถูกแม่นางจิ้งจอกตู๋กูเยี่ยนล่อลวงไปแน่ๆ
ไม่อย่างนั้นจะเป็นแขกประสาอะไรถึงใช้เวลานานขนาดนี้?
ยิ่งคิด สุ่ยเยว่เอ๋อร์ก็ยิ่งเจ็บใจ
ทำไมนางถึงล่อลวงศิษย์น้องเล็กบ้างไม่ได้นะ?
นางเองก็อยากเป็นนางจิ้งจอกสาวที่ขโมยหัวใจศิษย์น้องเล็กได้เหมือนกัน!
สุ่ยเยว่เอ๋อร์แอบเปรียบเทียบตัวเองกับตู๋กูเยี่ยนในใจ
ในแง่ของหน้าตา นางมั่นใจว่าตนเองไม่ด้อยไปกว่าตู๋กูเยี่ยน
ทั้งคู่ต่างเป็นสาวงามล่มเมืองที่มีดีคนละแบบ
แต่ในแง่ของรูปร่าง...
พอนึกถึงภูเขาตั้งตระหง่านของตู๋กูเยี่ยน แล้วก้มมองพื้นที่ราบเรียบของตนเอง สุ่ยเยว่เอ๋อร์ก็อดรู้สึกห่อเหี่ยวใจไม่ได้
นางรู้ซึ้งแล้วว่าตัวเองแพ้ตรงไหน
แต่ขนาดหน้าอกมันสำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ?
ของแบบนั้นใหญ่ไปก็เกะกะไม่ใช่หรือไง?
ขนาดของนางนี่แหละกำลังดีที่สุด!
ผู้ชายมันก็มองแต่เปลือกนอกกันทั้งนั้น!
สุ่ยเยว่เอ๋อร์ก่นด่าในใจเพื่อปลอบใจตัวเอง
แต่ยิ่งด่าก็ยิ่งรู้สึกหดหู่
สุดท้ายนางก็หลอกตัวเองไม่สำเร็จ
หรือว่านางไม่อยากมีต้นทุนแบบนั้น ไม่อยากเป็นเศรษฐีนีเจ้าของที่ดินราบเรียบตั้งแต่อายุน้อยๆ งั้นหรือ?
ความจริงแล้วสุ่ยเยว่เอ๋อร์เคยแอบหาวิธีเพิ่มขนาดมาบ้างแล้ว แต่ก็ไม่เห็นผลสักนิด
ยิ่งนึกถึงพี่สาวอย่างสุ่ยปิงเอ๋อร์ สุ่ยเยว่เอ๋อร์ก็ยิ่งช้ำใจ
แม้ขนาดของสุ่ยปิงเอ๋อร์จะไม่ได้ใหญ่อลังการจนสะเทือนเลื่อนลั่น แต่ก็ถือว่ามีทรวดทรงองค์เอว แตกต่างจากความราบเรียบของนางอย่างสิ้นเชิง
แถมสุ่ยปิงเอ๋อร์ยังไม่ได้ใช้วิธีพิเศษอะไรเลยด้วยซ้ำ
ชัดเจนว่าเป็นพี่น้องคนละแม่ที่มีพ่อคนเดียวกันแท้ๆ ทำไมถึงแตกต่างกันได้ขนาดนี้?
สุ่ยเยว่เอ๋อร์ลองเปรียบเทียบแม่ของนางกับแม่ของสุ่ยปิงเอ๋อร์ แล้วก็ต้องเศร้าหนักกว่าเดิมเมื่อพบว่าปัญหาดูเหมือนจะไม่ได้มาจากตรงนั้นเช่นกัน
การเป็นเจ้าหญิงจอแบนคงเป็นชะตาลิขิต และพันธุกรรมก็เป็นสิ่งที่ยากจะเปลี่ยนแปลง
แน่นอนว่าเมิ่งชิวไม่รู้ว่าสุ่ยเยว่เอ๋อร์กำลังคิดอะไรฟุ้งซ่านอยู่
เขาอยู่ที่ธาราสองขั้วหยินหยางนานขนาดนั้น ย่อมไม่ใช่เพราะโดนตู๋กูเยี่ยนขโมยหัวใจอย่างที่สุ่ยเยว่เอ๋อร์กล่าวหา
การรั้งตัวของตู๋กูเยี่ยนและตู๋กู๋ปั๋วเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่อีกเหตุผลหนึ่งคือการทะลวงระดับพลังวิญญาณของเมิ่งชิวในวันนั้นรุนแรงเกินไป เขาจึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับสมดุลร่างกาย
ดังนั้นเขาจึงถือโอกาสพักอยู่ที่นั่นเพื่อทำให้รากฐานการฝึกฝนมั่นคงยิ่งขึ้น
กระบวนการนี้กินเวลาไปถึงสองเดือนเต็ม
ตลอดสองเดือนนี้ ระดับพลังของเมิ่งชิวไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย ยังคงอยู่ที่ระดับห้าสิบสามเท่าเดิม แต่รากฐานพลังของเขานั้นเสถียรและมั่นคงอย่างสมบูรณ์แล้ว
ตอนนี้เมิ่งชิวสามารถควบคุมพลังที่ได้รับจากราชามังกรวารีและอัคคีได้ในระดับเบื้องต้น
เมื่อรู้สึกว่าทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว เมิ่งชิวจึงร่ำลาตู๋กูเยี่ยนและเดินทางกลับมายังโรงเรียนเทียนสุ่ย
"เยว่เอ๋อร์ ลงมาได้แล้ว"
เมิ่งชิววางสุ่ยเยว่เอ๋อร์ที่เกาะหนึบเป็นปลาหมึกให้ลงยืนกับพื้นอย่างนุ่มนวล พลางลูบศีรษะนางเบาๆ แล้วกล่าวว่า
"ไปตามพี่ปิงเอ๋อร์และคนอื่นๆ รวมถึงท่านอาจารย์มาหน่อย ข้าเตรียมของขวัญมาฝากพวกท่านด้วย"
"จริงเหรอ?"
ทันทีที่ได้ยินว่ามีของขวัญ ดวงตาคู่สวยของสุ่ยเยว่เอ๋อร์ก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
ไม่ใช่ว่านางสนใจของขวัญอะไรนักหนาหรอก
สิ่งที่นางสนใจคือคนให้ต่างหาก
ของขวัญจากอาเมิ่ง ไม่ว่าจะเป็นอะไร นางก็จะเก็บรักษาไว้อย่างดีราวกับสมบัติล้ำค่า
หรือถ้าไม่มีอะไรจะให้จริงๆ นางก็ยินดีรับตัวเขาเป็นของขวัญแทน
"ศิษย์น้องเล็ก ท่านกลับไปรอที่เรือนก่อนนะ ข้าจะรีบไปตามท่านอาจารย์กับพี่ปิงเอ๋อร์เดี๋ยวนี้แหละ"
เมื่อคิดได้ดังนั้น สุ่ยเยว่เอ๋อร์ก็วิ่งปรู๊ดออกไปอย่างกระตือรือร้น
มองดูท่าทางร่าเริงของนาง เมิ่งชิวส่ายหน้าด้วยความเอ็นดูระคนอ่อนใจ ก่อนจะเดินกลับไปยังเรือนพักของตน
ความเร็วของสุ่ยเยว่เอ๋อร์นั้นน่าทึ่งมาก เมิ่งชิวเพิ่งกลับถึงเรือนได้ไม่นาน นางก็พาเหล่าสาวงามอย่างสุ่ยปิงเอ๋อร์และคนอื่นๆ มาถึงแล้ว
ทันทีที่เห็นเมิ่งชิว เหล่าหญิงสาวก็เข้ามารุมล้อม ต่างคนต่างแย่งกันพูดคุยเพื่อระบายความคิดถึงที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน
อย่างอวี๋ไห่โหรวและเสิ่นหลิวอวี้ที่ค่อนข้างกล้าแสดงออก ถึงกับฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งเมิ่งชิวท่ามกลางความชุลมุน
"อะแฮ่ม"
เสียงกระแอมไอของหลิวซวงดังขึ้น ทำให้เหล่าสาวๆ ยอมสงบลง แต่สายตาอันร้อนแรงยังคงจับจ้องไปที่เมิ่งชิวไม่วางตา
"เสี่ยวเมิ่ง ได้ข่าวว่าเจ้ามีของขวัญมาฝากพวกศิษย์พี่งั้นรึ?"
หลิวซวงพยายามข่มกลั้นความคะนึงหาในใจ เพื่อรักษามาดของอาจารย์เอาไว้ แล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ
"ครับท่านอาจารย์ ข้าเตรียมของขวัญมาให้ท่านและพวกศิษย์พี่ด้วย"
เมิ่งชิวหยิบดอกไม้สีฟ้าครามออกมาจากถุงร้อยสมบัติสารพัดนึกที่ตู๋กู๋ปั๋วมอบให้ แล้วยื่นส่งให้สุ่ยปิงเอ๋อร์
"พี่ปิงเอ๋อร์ นี่คือสมุนไพรอมตะที่ข้าเก็บมาให้ท่าน 'แก่นหยกผลึกน้ำแข็ง' หลังจากกินเข้าไป มันไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มพลังวิญญาณ แต่ยังช่วยยกระดับธาตุน้ำแข็งของวิญญาณยุทธ์เทพอัสนีบาตน้ำแข็งของท่าน และมีโอกาสที่จะก้าวไปสู่ระดับน้ำแข็งสุดขั้วได้"
ใช่แล้ว ของขวัญที่เมิ่งชิวนำมาฝากสาวๆ ก็คือเหล่าสมุนไพรอมตะจากธาราสองขั้วหยินหยางนั่นเอง
ตู๋กู๋ปั๋วอนุญาตให้เมิ่งชิวนำสมุนไพรอมตะออกไปได้โดยไม่ลังเล
เพราะเมิ่งชิวช่วยพวกเขากำจัดพิษร้ายในร่างกาย ตู๋กู๋ปั๋วจึงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
อีกอย่าง แม้สมุนไพรพวกนี้จะล้ำค่า แต่เขาก็ไม่รู้จักพวกมันส่วนใหญ่ เก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์ อย่างมากก็เป็นแค่ไม้ประดับสวน
เมิ่งชิวไม่ได้แค่กอบโกยออกมาฝ่ายเดียว เขาไม่ลืมส่วนของตู๋กู๋ปั๋วและหลานสาว
เขาเลือกสมุนไพรที่เหมาะสมให้ทั้งสองคนและให้พวกเขากินเข้าไปแล้ว
หลังจากได้รับสมุนไพรบวกกับการขจัดพิษ พลังวิญญาณของตู๋กู๋ปั๋วก็พุ่งทะยานขึ้น ในช่วงสองเดือนนี้เขาก้าวเข้าสู่ระดับเก้าสิบสี่ได้อย่างราบรื่น
ในที่สุดเขาก็หลุดพ้นจากฉายา 'ผู้เฝ้าประตูระดับราชทินนามพรหมยุทธ์' เสียที
แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นกับตู๋กูเยี่ยน
หลังจากกิน 'แตงมังกรปฐพีทองคำ' ที่เมิ่งชิวเลือกให้ ไม่เพียงแต่พลังวิญญาณของนางจะทะลุระดับสี่สิบ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือวิญญาณยุทธ์ของนางเกิดการเปลี่ยนแปลง
วิญญาณยุทธ์อสรพิษมรกตของตู๋กูเยี่ยนไม่ได้วิวัฒนาการไปเป็นจักรพรรดิอสรพิษมรกตเหมือนปู่ แต่กลับแปรเปลี่ยนไปในอีกทิศทางหนึ่ง
วิญญาณยุทธ์อสรพิษมรกตที่ตู๋กูเยี่ยนครอบครองในตอนนี้มีกลิ่นอายของความเป็นมังกรเจือปนอยู่
ควรจะเรียกว่า 'มังกรเขียว' น่าจะเหมาะสมกว่า
ยิ่งไปกว่านั้น นี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด หากตู๋กูเยี่ยนล่าสัตว์วิญญาณที่มีสายเลือดมังกรมาเป็นวงแหวนวิญญาณในอนาคต นางยังมีโอกาสพัฒนาต่อไปจนกลายเป็นมังกรเขียวที่สมบูรณ์แบบได้!
ส่วนเหตุผลที่เมิ่งชิวรู้จักสมุนไพรพวกนี้นั้นง่ายมาก
นอกจากไม่กี่ชนิดที่ระบุไว้ในต้นฉบับดั้งเดิม เขาเองก็ไม่รู้จักตัวอื่นๆ หรอก
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา
เขาไม่รู้ แต่ 'สองราชามังกร' ในตัวเขารู้นี่นา!
ภายใต้คำแนะนำของราชามังกรวารี เมิ่งชิวจึงเลือกสรรสมุนไพรที่เหมาะสมกับทุกคนได้อย่างง่ายดาย
ทันทีที่เมิ่งชิวกล่าวจบ ทุกคนต่างตกตะลึง
ยกระดับวิญญาณยุทธ์?!
นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะ!
อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับวิญญาณยุทธ์ถือเป็นปาฏิหาริย์แห่งฟ้าดินทั้งสิ้น!
"ไม่ได้หรอก ข้ารับไว้ไม่ได้ เสี่ยวเมิ่ง เจ้าเก็บไว้ใช้เองเถอะ"
เมื่อรู้ซึ้งถึงคุณค่าของสมุนไพรในมือ สุ่ยปิงเอ๋อร์ก็ล้มเลิกความคิดที่จะรับมันไว้ทันที และเตรียมจะส่งคืนให้เมิ่งชิว
เมิ่งชิวจึงต้องอธิบายว่า
"พี่ปิงเอ๋อร์ รับไว้เถอะ ข้ากินสมุนไพรอมตะตัวอื่นไปแล้ว กินเพิ่มไปก็ไม่มีผลอะไรหรอก"
เพื่อยืนยันคำพูด เมิ่งชิวจึงปลดปล่อยวงแหวนวิญญาณทั้งห้าออกมา
เมื่อเห็นวงแหวนวิญญาณห้าวงล้อมรอบกายเขา สุ่ยปิงเอ๋อร์จึงวางใจ นางหาที่นั่งขัดสมาธิและเริ่มดูดซับแก่นหยกผลึกน้ำแข็งในมือทันที
หลังจากนั้น เมิ่งชิวก็แจกจ่ายสมุนไพรที่เตรียมไว้ให้กับสาวๆ คนอื่น
"ท่านอาจารย์ นี่ของท่านครับ"
เมิ่งชิวหยิบสมุนไพรที่เตรียมไว้ให้หลิวซวงส่งให้
"เสี่ยวเมิ่ง ช่างรู้ความจริงๆ"
หลิวซวงไม่มากเรื่อง นางรับสมุนไพรไปและเริ่มดูดซับทันที
เมื่อมองดูเหล่าหญิงสาวที่เริ่มมีกลิ่นอายพลังพุ่งสูงขึ้น เมิ่งชิวก็รู้สึกพอใจ
พรสวรรค์ของพวกนางไม่ได้ด้อยเลย โดยเฉพาะสุ่ยปิงเอ๋อร์ พรสวรรค์ของนางอาจกล่าวได้ว่าเหนือกว่าทุกคนในต้นฉบับ ยกเว้นถังซานกับเอ้าซื่อข่า
ตอนนี้เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากสมุนไพรอมตะ สุ่ยปิงเอ๋อร์อาจมีโอกาสก้าวไปสู่ระดับเทพได้เช่นกัน
คนที่ดูดซับได้เร็วที่สุดคือหลิวซวงที่มีระดับพลังสูงสุด
เมื่อดวงตาของนางค่อยๆ ลืมขึ้น อุณหภูมิในลานกว้างก็เริ่มลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด
สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังวิญญาณบนร่างของหลิวซวง เมิ่งชิวอดไม่ได้ที่จะก้าวเข้าไปแสดงความยินดี
"ท่านอาจารย์ ยินดีด้วยครับที่ทะลวงระดับแปดสิบเก้า!"
หลิวซวงเก็บซ่อนความปีติยินดีไว้ไม่อยู่
นางสัมผัสได้ว่าอีกไม่นาน นางจะก้าวเข้าสู่ระดับเก้าสิบและเข้าสู่ทำเนียบจุดสูงสุดของโลกวิญญาณจารย์อย่างแท้จริง
"เสี่ยวเมิ่ง อาจารย์รักเจ้าที่สุดเลย!"
เวลานี้หลิวซวงไม่สนมาดอาจารย์อีกต่อไป นางรวบตัวเมิ่งชิวเข้ามากอดแน่น ใบหน้าของเขาจมหายเข้าไปในอกนุ่มหยุ่นราวกับกำลังนวดหน้าด้วยโฟมล้างหน้าเกรดพรีเมียม
ตามมาติดๆ ด้วยสุ่ยปิงเอ๋อร์และสุ่ยเยว่เอ๋อร์
ทุกคนต่างมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
โดยเฉพาะวิญญาณยุทธ์เทพอัสนีบาตน้ำแข็งของสุ่ยปิงเอ๋อร์ที่ทะลายขีดจำกัด ก้าวเข้าสู่ขอบเขตน้ำแข็งสุดขั้ว และกลายเป็น 'พญาหงส์เหมันต์' อย่างแท้จริง!
ตอนนี้วิญญาณยุทธ์พญาหงส์เหมันต์ของสุ่ยปิงเอ๋อร์จัดอยู่ในระดับแนวหน้าของทวีป
แม้แต่ค้อนเฮ่าเทียนก็ยังดูด้อยกว่าเล็กน้อย
เกรงว่าจะมีเพียงทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเชียนเท่านั้นที่พอจะข่มนางลงได้บ้าง