เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 ปู่ฉันตายไปตั้งนานแล้วโว้ย!

ตอนที่ 4 ปู่ฉันตายไปตั้งนานแล้วโว้ย!

ตอนที่ 4 ปู่ฉันตายไปตั้งนานแล้วโว้ย!


ตอนที่ 4 ปู่ฉันตายไปตั้งนานแล้วโว้ย!

ชุดกระโปรงลูกไม้ซีทรูที่ดูยังไงก็เหมือนชุดนอนเซ็กซี่มากกว่าชุดลำลอง พอมาอยู่บนเรือนร่างของไป๋เฉียนซวงที่มีสัดส่วนทองคำแบบนี้ มันช่าง... บะลั่กอั้ก!

สำหรับสาวงาม การมองแวบแรกคือการให้เกียรติ แต่การจ้องไม่วางตาคือการให้เกียรติขั้นสูงสุด! นี่มันตรรกะไหนวะ?

แน่นอนว่าเย่ชวนก็มีความละอายใจอยู่บ้างนิดหน่อย พอเห็นสาวเจ้ารีบคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวปิดบังความขาวออโม่ เขาก็แกล้งกระแอมไอแก้เขิน แล้วหยิบกระดาษสัญญาเช่าออกมาสะบัด พรึ่บ

“โอ้ว แม่สาวน้อย! มาทำสัญญากันเถอะ!”

ไป๋เฉียนซวง: “?”

เห็นหน้านางงงเป็นไก่ตาแตก เย่ชวนก็รีบอธิบายคอนเซปต์การเช่าบ้านแบบรวบรัด โดยละเว้นเรื่องแอปพลิเคชันระบบไว้ก่อน ขืนอธิบายเรื่องระบบตอนนี้มีหวังคุยกันยาวจนลิงออกลูก แถมเรื่องแบบนี้มันเป็นความลับระดับสุดยอด จะให้ใครรู้ไม่ได้

แต่ผิดคาด ไป๋เฉียนซวงส่ายหน้าปฏิเสธ “เรื่องเช่าที่พักคงไม่จำเป็น ข้าคงรบกวนอยู่ที่นี่ไม่นาน”

“หาาา?!” เย่ชวนร้องเสียงหลง

งานเข้าแล้วครับพี่น้อง! ไอ้ที่เขาอุตส่าห์ลงทุนลงแรงไปทั้งหมดนี่จะสูญเปล่าเหรอ?!

เย่ชวนร้อนรนจนแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ ระบบตัวเงินตัวทองอุตส่าห์โผล่มาทั้งที แล้วจะปล่อยให้ 'ต้นไม้ผลิตเงิน' เดินหนีไปดื้อๆ แบบนี้ได้ไง! เงินวันละสองพันหยวนเชียวนะเว้ย!

ความกระหายเงินเข้าครอบงำจิตใจจนหมดสิ้น ตอนนี้ในหัวเย่ชวนไม่มีเรื่องตัณหาราคะใดๆ ทั้งนั้น มีแต่ตัวเลขในบัญชีธนาคารเท่านั้นที่สำคัญที่สุด

เขากำลังถังแตก เป็นโรคร้าย และไม่อยากตาย โอกาสรวยทางลัดมาจ่ออยู่ตรงหน้าแล้ว เขาต้องคว้าไว้ให้แน่นที่สุด!

“ฉันมีวิธีส่งเธอกลับบ้านได้นะ!” เย่ชวนโพล่งออกมา

ทันทีที่พูดจบ สายตาของไป๋เฉียนซวงก็ล็อกเป้ามาที่เขาทันที นางจ้องเขานิ่งด้วยแววตาจริงจัง

“คำพูดนี้... เชื่อถือได้จริงหรือ?”

“อืม... แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้นะ ต้องรอไปก่อน”

เย่ชวนพยักหน้าตีเนียน เขาเดาว่าการที่นางโผล่มาที่นี่ได้ต้องเกี่ยวข้องกับระบบแน่ๆ ถ้าเขาอัปเกรดระบบไปเรื่อยๆ หรือปลดล็อกฟังก์ชันใหม่ๆ สักวันมันต้องมีวิธีส่งนางกลับต่างโลกได้แหละน่า

พอได้ยินว่าต้องรอ แววตาของไป๋เฉียนซวงหม่นลงเล็กน้อย แต่ไม่นานก็กลับมามุ่งมั่นเหมือนเดิม

อย่างน้อยก็ยังมีความหวัง ดีกว่าออกไปเดินงมเข็มในมหาสมุทรข้างนอกนั่น การพักรักษาตัวอยู่ที่นี่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด...

ถ้าหากชายผู้นี้ไม่ได้โกหกล่ะก็นะ

แต่ก็นั่นแหละ ถ้าเขาจะทำร้ายนางจริงๆ คงทำไปนานแล้ว ไม่จำเป็นต้องมานั่งเจรจาให้เสียเวลา

“ข้าเข้าใจแล้ว” ไป๋เฉียนซวงรับปากกาที่เย่ชวนยื่นให้ แม้รูปทรงปากกาจะดูประหลาดตาไปบ้างแต่นางก็จับมันได้อย่างมั่นคง ภายใต้สายตาลุ้นระทึกของเย่ชวน นางจรดปลายปากกาลงบนกระดาษ

【ไป๋เฉียนซวง】

ทันทีที่ปลายปากกาตวัดจบ มือถือในกระเป๋าของเย่ชวนก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น

【ผู้เช่ารายใหม่: ไป๋เฉียนซวง เข้าพักสำเร็จ】

【รายได้วันแรกโอนเข้าบัญชีเรียบร้อย】

【ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ: บัญชีลงท้าย 4399 ของท่าน มียอดเงินเข้า 2,000.00 หยวน เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. เวลา 17:24 น. ยอดคงเหลือ 2,003.10 หยวน】

【ข้อมูลผู้เช่า: ไป๋เฉียนซวง

ระดับพลัง: แก่นทองคำขั้นต้น

สถานะ: บาดเจ็บ, ความทรงจำการกลับชาติมาเกิดยังไม่ตื่นรู้

รายได้รายวัน: 2,000 หยวน พร้อมโอกาสได้รับไอเทมสายบำเพ็ญเพียร

แต้มสะสมรายวัน: 10 แต้ม

เนื้อเรื่องบทที่ 1: ยังไม่ปลดล็อก

เนื้อเรื่องบทที่ 2: ยังไม่ปลดล็อก

เนื้อเรื่องบทที่ 3: ยังไม่ปลดล็อก

...

โปรดพยายามเพิ่มค่าความประทับใจ】

ในหน้าจอแอปฯ ปรากฏรูปอวตารเวอร์ชันหัวโตตัวเล็กของไป๋เฉียนซวงขึ้นมา ดูน่ารักน่าชังจนใจเจ็บ

เย่ชวนกำหมัดแน่น ตะโกนลั่นห้องด้วยภาษาต่างประเทศ

“เยส!”

ไป๋เฉียนซวงสะดุ้งโหยง มองท่าทางดีใจจนออกนอกหน้าของเย่ชวนด้วยความงุนงง

เย่... ซื่อ... ท่านปู่... ตาย?

(เพื่อคนไม่ทันมุข ครับ เย่ (爷 / Yé): แปลว่า ปู่ ซื่อ (死 / Sǐ): แปลว่า ตาย นางเอกมันฟังเพี้ยนไม่รู้จักภาษาอังกฤษ)

ท่านปู่ตาย... แล้วทำไมต้องดีใจขนาดนั้นด้วย? คนโลกนี้ช่างอกตัญญูยิ่งนัก

“เยี่ยมไปเลย! เดี๋ยวฉันไปทำกับข้าวมาให้กินนะ เธอนอนรออยู่ตรงนี้แหละ ห้ามลุกไปไหนเด็ดขาด!” เย่ชวนสั่งกำชับให้แม่นางก้อนทองคำนอนพักผ่อน ส่วนตัวเองรีบแจ้นไปเข้าครัวทำอาหาร เพราะคนป่วยต้องกินอิ่มถึงจะหายไวๆ แถมยังผลิตเงินให้เขาได้นานๆ

“โอ้?”

ไป๋เฉียนซวงพยักหน้ารับแบบงงๆ แต่ในใจลึกๆ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนเอาเปรียบชอบกล

ไม่นานนัก เย่ชวนก็กลับเข้ามาพร้อมจานผัดมะเขือเทศใส่ไข่และผัดผักอีกหนึ่งจาน กลิ่นหอมฉุยลอยฟุ้งไปทั่วห้อง

“เอ้า ท้องร้องแล้วล่ะสิ กินซะหน่อยนะ”

ไป๋เฉียนซวงมองอาหารบ้านๆ ตรงหน้าแล้วส่ายหน้าเบาๆ “พวกข้าผู้บำเพ็ญเพียรเข้าสู่วิถีงดอาหารมานานแล้ว อาศัยเพียงกายเนื้อบริสุทธิ์ดูดซับปราณฟ้าดิน ไม่แตะต้องธัญญาหารทางโลก”

โครกคราก~

ยังพูดไม่ทันขาดคำ ท้องเจ้ากรรมของนางพญาก็ร้องประท้วงเสียงดังลั่นห้อง

เย่ชวน: “......”

ไป๋เฉียนซวง: “......”

“ฉันก็ไม่รู้นะว่าไอ้วิธีเซียนๆ ของเธอมันเป็นยังไง แต่โลกนี้น่ะมันไม่มีพลังปราณให้เธอดูดซับหรอกนะ” เย่ชวนยัดตะเกียบใส่มือนาง “เมื่อก่อนเธออาจจะอิ่มทิพย์ได้ แต่ตอนนี้ยังไงก็ต้องกินข้าว กฎทรงพลังงานน่ะรู้จักไหมแม่คุณ? ไม่กินก็ไม่มีแรงนะเว้ย”

ไป๋เฉียนซวงจนด้วยคำพูด จริงอย่างที่เขาว่า หากนางดูดซับปราณไม่ได้ นอกจากพลังจะไม่ฟื้นแล้ว การเคลื่อนไหวร่างกายก็จะกลายเป็นเรื่องยากลำบาก

โครกคราก~

เสียงท้องร้องดังขึ้นอีกระลอก ท่ามกลางความเงียบสงัด ใบหูของไป๋เฉียนซวงแดงซ่านด้วยความอับอาย นางรับตะเกียบจากมือเย่ชวนมาอย่างเก้ๆ กังๆ แล้วเริ่มคีบข้าวเข้าปากทีละคำเล็กๆ อย่างสำรวม

“รสชาติดี...” ไป๋เฉียนซวงตักผัดมะเขือเทศใส่ไข่เข้าปาก รสเปรี้ยวหวานกลมกล่อมทำให้นางเบิกตากว้างด้วยความแปลกใจ

“ของฟรีก็ต้องอร่อยอยู่แล้วสิ” เย่ชวนเห็นนางยอมกินก็ยิ้มแก้มปริ “ว่าแต่ปกติพวกเธอฝึกวิชาแล้วกินอะไรกัน? ผลไม้ทิพย์เหรอ?”

“สมุนไพรวิเศษและของล้ำค่าทางธรรมชาติ” ไป๋เฉียนซวงตอบ “แต่รสชาติ... มิค่อยน่าอภิรมย์นัก”

“ชีวิตลำบากน่าดูเลยนะ เอ้า กินผักเยอะๆ จานนี้ใส่ผงชูรส... เอ้ย ใส่ใจทำพิเศษเลยนะ”

อาจเป็นเพราะอาการบาดเจ็บและพลังที่เหือดแห้ง พอได้ลิ้มรสอาหาร ไป๋เฉียนซวงก็เริ่มเจริญอาหารขึ้นมาทันที แม้จะตักคำเล็กๆ แต่ความเร็วในการเคี้ยวตุ้ยๆ นั้นไม่ธรรมดา แป๊บเดียวข้าวก็พร่องไปเกือบครึ่งถ้วย

เย่ชวนนั่งเท้าคางมองดูนางกินข้าวอย่างเพลิดเพลิน ขนตายาวงอน ดวงตากลมโตที่มีไฝเสน่ห์ใต้ตาเม็ดเล็กๆ นั่น ไม่เพียงแต่ไม่ทำให้ความสวยลดลง กลับยิ่งขับให้ใบหน้าดูมีเสน่ห์เย้ายวนชวนมองมากขึ้นไปอีก

สวยจริงๆ สวยวัวตายควายล้ม สวยแบบไม่เกรงใจชาวบ้านชาวช่อง

“คุณชาย... มีข้อสงสัยอันใดหรือ?” สัญชาตญาณของไป๋เฉียนซวงเฉียบคมมาก นางรู้สึกได้ว่าถูกจ้องมองอยู่

“เปล่าหรอก แค่ไม่ค่อยได้เห็นผู้หญิงสวยขนาดนี้ ก็เลยมองเพลินไปหน่อย” เย่ชวนตอบตรงๆ พร้อมรอยยิ้มกวนๆ

“สวย...” ไป๋เฉียนซวงชะงัก ในโลกของนาง ผู้บำเพ็ญเพียรต่างชำระล้างไขกระดูกและผลัดผิวพรรณจนงดงามเป็นเรื่องปกติ แต่พอโดนชมซึ่งๆ หน้าแบบนี้ นางก็อดรู้สึกขัดเขินไม่ได้ ได้แต่ก้มหน้าก้มตากินข้าวกลบเกลื่อนใบหูที่แดงก่ำ

“อ้อ ลืมแนะนำตัวไปเลย ฉันชื่อ เย่ชวน”

“เย่ชวน”

“อืม”

ไป๋เฉียนซวงจดจำชื่อนี้ไว้ในใจเงียบๆ

หลังมื้ออาหารจบลง ขณะที่เย่ชวนกำลังเก็บจานชาม ไป๋เฉียนซวงก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

“เย่ชวน... ท่านไม่เสียใจหรือ?”

“เสียใจเรื่อง?”

ไป๋เฉียนซวงถามต่อ “เรื่องท่านปู่ของท่านที่ตาย... เหตุใดท่านถึงดูมีความสุขยิ่งนัก?”

“ห๊ะ?” เย่ชวนงงเป็นไก่ตาแตก “ปู่ฉันเหรอ? แกไปเฝ้ายมบาลตั้งนานแล้วเว้ย! จะให้มานั่งร้องไห้หาพระแสงอะไรตอนนี้เล่า!”

จบบทที่ ตอนที่ 4 ปู่ฉันตายไปตั้งนานแล้วโว้ย!

คัดลอกลิงก์แล้ว