- หน้าแรก
- ตึกเช่าร้างท้ายซอย ผมเก็บเซียนกระบี่สาวสวยมาเลี้ยง
- ตอนที่ 3: ชุดราคาถูกกับความงกที่เข้าเส้นเลือด
ตอนที่ 3: ชุดราคาถูกกับความงกที่เข้าเส้นเลือด
ตอนที่ 3: ชุดราคาถูกกับความงกที่เข้าเส้นเลือด
ตอนที่ 3: ชุดราคาถูกกับความงกที่เข้าเส้นเลือด
1 หยวน เท่ากับ 5 บาท โดยประมาณ วันล่ะหมื่นราวๆนี้ครับ
ตราบใดที่แม่นางคนนี้ยอมย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน เงินสดๆ วันละสองพันหยวนก็จะลอยเข้ากระเป๋าทุกวี่ทุกวัน
นี่มันยิ่งกว่าต้นทานตะวันปั๊มแสงแดดในเกมปลูกผักซะอีก!
ฉับพลันนั้น สายตาที่เย่ชวนมองไปที่ไป๋เฉียนซวงก็เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่สายตาที่มองหญิงสาว แต่เป็นสายตาที่มอง "ก้อนทองคำเดินได้" ต่างหาก วันละสองพัน เดือนนึงก็ปาเข้าไปหกหมื่นเชียวนะ!
ด้วยเม็ดเงินระดับนี้ ต่อให้ต้องบวกกับซอมบี้ที่ไหนเขาก็พร้อมจะฉีกอกมันด้วยมือเปล่า
เย่ชวนมือสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น รีบควักเครื่องคิดเลขออกมาจิ้มยิกๆ เสียงระบบสังเคราะห์ดังขึ้นทำลายความเงียบ
“ล้างค่า... สองพัน คูณ สามสิบ เท่ากับ... หกหมื่น!”
“หือ? ใช้ได้เลยนี่หว่า คนเดียวหกหมื่น ถ้าหามาได้สักสิบคนก็หกแสนเลยดิ?”
ในขณะที่เย่ชวนกำลังฝันหวานคำนวณตัวเลขในบัญชีอย่างมีความสุข จู่ๆ ร่างบางบนเตียงก็ส่งเสียงครางแผ่วเบา คิ้วเรียวสวยบนใบหน้าอันงดงามขมวดเข้าหากันด้วยความทุกข์ทรมาน
ตอนแรกเย่ชวนนึกว่าเธอกำลังจะตื่น แต่แล้วหยาดน้ำใสๆ ก็ไหลรินออกจากหางตาของไป๋เฉียนซวง หยดลงบนหมอนจนเปียกชื้นเป็นวงกว้างเหมือนดอกเหมยที่เบ่งบาน นางพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงใจจะขาด
“ท่านแม่... ท่านอาจารย์...”
จากนั้นร่างกายของเธอก็เริ่มขดตัวเข้าหากัน สั่นเทาเหมือนลูกแมวน้อยที่ถูกทิ้งไว้ข้างถนนท่ามกลางพายุฝน
รอยยิ้มหน้าเงินของเย่ชวนแข็งค้างไปชั่วขณะ เขาค่อยๆ หุบยิ้มลงแล้วมองดูเด็กสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่สงบนิ่งลง
ชายหนุ่มยื่นมือออกไป ใช้มุมผ้าขนหนูอุ่นที่ยังสะอาดอยู่ซับคราบน้ำตาบนใบหน้าของเธออย่างเบามือ จากนั้นก็ช่วยจัดผ้าห่มให้เข้าที่ ก่อนจะลุกเดินออกจากห้องไปเงียบๆ
...
สภาพภายนอกตัวบ้านเต็มไปด้วยพื้นปูนซีเมนต์ที่แตกร้าว ตามรอยแยกมีตะไคร่น้ำและวัชพืชขึ้นรกชัฏ กลิ่นอับชื้นของราและน้ำขังโชยมาแตะจมูก เพราะที่นี่คือสลัมในซอยลึก ถนนหนทางชาวบ้านต้องลงขันซ่อมกันเอง เอาแค่พอเดินได้ไม่สะดุดหัวทิ่มก็บุญแล้ว
เย่ชวนเดินมาจนสุดทางโค้งของถนน ย่านนี้มีร้านรวงเปิดอยู่ประปราย เขาพุ่งตรงเข้าไปยังร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่งทันที
สภาพในร้านดูรกเหมือนกองขยะ เสื้อผ้ากองพะเนินเทินทึกอยู่บนโต๊ะ บ้างก็แขวนระโยงระยางอยู่บนตะแกรงเหล็ก เน้นปริมาณไม่เน้นคุณภาพ
“อ้าว ลมอะไรหอบพ่อหนุ่มเย่ชวนมาถึงนี่ได้ล่ะจ๊ะ?” ป้าเจ้าของร้านเดินยิ้มแฉ่งเข้ามาทักทาย
“ป้าครับ พอจะมีเสื้อผ้าถูกๆ บ้างไหม?” เย่ชวนกวาดสายตามองกองผ้ามือสองอย่างรวดเร็ว
“แหม พูดอะไรอย่างนั้น ร้านป้ามีของแพงที่ไหนกันล่ะ?”
“เอาแบบชุดผู้หญิง ตัวละสิบหยวนมีไหมครับ?”
พอสิ้นเสียงเย่ชวน ป้าแกก็ทำหน้าเหม็นเบื่อทันที “ไม่มีหรอกพ่อรูปหล่อ สิบหยวนน่ะป้ายังไม่ได้ทุนคืนเลย”
“ว่าแต่เอ็งเป็นผู้ชายอกสามศอก จะซื้อชุดผู้หญิงไปทำไม?” ป้าทำหน้าสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทำตาโตเหมือนบรรลุธรรม
“อ๋อ! ป้ารู้ละ ช่วงนี้เขาฮิตกันใช่ไหม ที่ผู้ชายลุกขึ้นมาแต่งหญิงไลฟ์สดเรียกยอดวิวน่ะ?”
“ผมจะแต่งเองทำบ้าอะไรล่ะป้า ซื้อให้คนอื่นใส่เว้ย” เย่ชวนทำหน้าตาย
ไอ้เรื่องแต่งหญิงไลฟ์สดน่ะเคยลองแล้ว... ไม่ได้ตังค์สักแดงเดียว อย่าให้พูดถึงมันเลย
“อ้าว แล้วซื้อให้ใครล่ะ? แฟนเหรอ?” ป้าเริ่มเปิดต่อมเผือก “หรือว่าจะเป็นหนู ลั่วซี? ยัยหนูที่เป็นดาวโรงเรียนน่ะนะจะมาชอบเอ็ง? เป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง?”
ลั่วซีที่ป้าพูดถึงคือเพื่อนสมัยเด็กของเย่ชวนที่โตมาด้วยกันในซอยนี้นี่แหละ
“ใช่สิครับ คนอย่างเธอจะมาแลอะไรผม ผมก็เลยไปคว้าสาวสวยคนใหม่มาดามใจซะเลย”
เย่ชวนตอบส่งๆ ไปอย่างนั้น แต่ป้าเจ้าของร้านกลับหลุดขำก๊ากออกมา ตบไหล่เขาดังป้าบๆ จนหลังแทบทรุด
“ขำอะไรของป้าเนี่ย?”
“เปล่าๆ แค่นึกเรื่องตลกขึ้นมาได้เฉยๆ” ป้าหันไปคุ้ยกองภูเขาเสื้อผ้าอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะดึงชุดกระโปรงสีดำตัวหนึ่งออกมาแล้วยัดใส่ถุงกระดาษ “เอ้า เอาไป สิบหยวนขาดตัว”
“เยี่ยมเลยป้า” เย่ชวนควักเงินใบสุดท้ายในกระเป๋าตังค์ส่งให้ แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นถุงพลาสติกสีแดงบนโต๊ะที่มีผักผลไม้วางอยู่ เขาไม่รอช้า รีบคว้ามาเขือเทศลูกโตติดมือมาด้วยหน้าตาเฉย
“ป้า ซื้อกับข้าวมาเหรอ? แถมมะเขือเทศให้ผมสักลูกดิ”
ป้าตาโตเท่าไข่ห่าน “เฮ้ย! นี่เอ็งจะเอาทั้งลดทั้งแถมเลยเรอะ?!”
“หยิบมาแล้วอ่ะป้า”
“เออๆ ไปๆๆ เอาไข่ไก่ไปด้วยเลยไป รำคาญจริง!”
เย่ชวนเดินออกจากร้านด้วยความฟิน ในมือหิ้วทั้งชุดใหม่ ทั้งมะเขือเทศและไข่ไก่ฟรี ก่อนไปไม่ลืมหันมาหยอดคำหวาน
“ป้าครับ รอผมรวยก่อนนะ เดี๋ยวมาเหมาหมดร้าน”
“เชอะ รอเอ็งเรียนจบก่อนเถอะค่อยมาคุย!”
...
กลับมาที่ห้องนอน
ไป๋เฉียนซวงรู้สึกตัวตื่นขึ้นอีกครั้ง นางมองเพดานห้องที่ไม่คุ้นตาแล้วค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง
“ที่นี่มิใช่ทวีปเทียนเสวียน... ที่นี่ไร้ซึ่งพลังปราณ”
นางสัมผัสได้ว่าพลังในกายแทบจะแห้งเหือด นัยน์ตาสวยดุจอัญมณีเริ่มฉายแววเศร้าหมอง หากพลังไม่ฟื้นคืน การจะล้างแค้นให้ท่านแม่และท่านอาจารย์คงเป็นได้แค่ฝันลมๆ แล้งๆ
แถมบุรุษผู้นั้นดูท่าทางอยากจะไล่นางออกจากบ้านเต็มแก่
ไป๋เฉียนซวงโซซัดโซเซลุกขึ้นยืน
ไปเสียเถิด อย่าอยู่เป็นภาระให้ผู้อื่นเลย
ขณะที่นางกำลังหิ้วกระบี่คู่กายเตรียมจะเดินออกจากห้องด้วยท่าทีอ่อนแรง ประตูห้องก็เปิดออก แกร๊ก เย่ชวนเดินเข้ามาพอดี เห็นสภาพนางยืนโงนเงนเหมือนต้นกล้วยต้านลมพายุ เขาก็รีบร้องทัก
“เฮ้ยๆ ทำบ้าอะไรของเธอ? กลับไปนอนเดี๋ยวนี้เลย!”
“ข้ามารบกวนท่านมากพอแล้ว...”
“รบกวนบ้าบออะไร จะให้อยู่ที่นี่ตลอดชีวิตก็ยังได้ หรือถ้าจะให้ดีก็อยู่ไปยาวๆ เลยยิ่งชอบ”
พอเห็น 'ต้นไม้ผลิตเงิน' กำลังจะหนี เย่ชวนรีบพุ่งเข้าไปประคองร่างบางทันที แต่พอปลายนิ้วสัมผัสโดนตัว ไป๋เฉียนซวงก็สะดุ้งเฮือก รีบสะบัดตัวออกจากการเกาะกุม
“ข้า... ดูแลตัวเองได้”
นางกลับไปนั่งลงที่ขอบเตียง กอดกระบี่แนบอกแล้วเงยหน้ามองเย่ชวนด้วยแววตาสับสน “คุณชาย... ท่านประสงค์ให้ข้าอยู่ที่นี่หรือ?”
เมื่อครู่ยังทำท่ารังเกียจเดียดฉันท์ไล่ตะเพิดกันอยู่เลย ไฉนจู่ๆ ถึงเปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเช่นนี้?
“ก็บอกให้พักรักษาตัวอยู่ที่นี่แหละ” เย่ชวนย้ำ “ฉันมีห้องว่างให้เช่า สนใจไหม?”
เช่า?
ไป๋เฉียนซวงนิ่งคิด แล้วตอบเสียงเรียบ “ถุงเอกภพของข้าหายไป ตอนนี้ข้าไม่มีสิ่งใดติดตัวเลย... ยกเว้นกระบี่เล่มนี้”
ความหมายคือ ไม่มีเงินจ่าย และอย่าหวังว่าจะเอากระบี่ไปจำนำ
เย่ชวนเข้าใจความหมายทันที เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ “นี่เธอเห็นฉันเป็นโจรหรือไง? ถ้าฉันจะปล้นเธอจริงๆ ป่านนี้คงโดนจับทำมิดีมิร้าย กินตับจับทำเมียไปตั้งแต่ตอนสลบแล้ว ไม่รอให้ตื่นมามองตาแป๋วแบบนี้หรอก”
ไป๋เฉียนซวงนิ่งอึ้ง แม้จะไม่เข้าใจคำศัพท์แปลกๆ อย่าง 'กินตับ' แต่ความหมายโดยรวมก็พอเดาได้ ถ้าชายผู้นี้คิดร้ายจริง นางคงไม่รอดมานั่งคุยแบบนี้แน่ ในสภาพร่างกายที่อ่อนแอเช่นนี้ นางทำอะไรไม่ได้สักอย่าง
“ขออภัย...” นางก้มหน้าขอโทษอย่างว่าง่าย
“เอ้า เอาชุดนี้ไปเปลี่ยนซะก่อน” เย่ชวนยื่นถุงกระดาษในมือให้ “ชุดที่เธอใส่อยู่มันขาดรุ่งริ่งหมดแล้ว ขืนใส่ออกไปข้างนอกคนเขาจะนึกว่าเป็นคนบ้าหลุดออกมา”
ไป๋เฉียนซวงรับถุงมา มองหน้าเย่ชวนแวบหนึ่งก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
เย่ชวนเดินผิวปากออกจากห้องไป
สักพักใหญ่ๆ เมื่อเขากลับเข้ามาอีกครั้ง ก็พบว่าไป๋เฉียนซวงนั่งขดตัวอยู่ในผ้าห่มจนเหลือแต่ลูกกะตา ใบหน้าขาวผ่องแดงระเรื่อเป็นลูกตำลึงสุก นางมองมาที่เย่ชวนด้วยสายตาแปลกประหลาด
“เป็นอะไร? ใส่ไม่ได้เหรอ?” เย่ชวนเลิกคิ้ว
“อาภรณ์ชุดนี้... มันวิปริตยิ่งนัก”
“วิปริตตรงไหน แถวนี้เขาใส่กันแบบนี้ทั้งนั้นแหละ ชุดเธอนั่นแหละที่ประหลาด”
พอโดนเย่ชวนยืนยันหนักแน่น ไป๋เฉียนซวงก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ค่อยๆ เลิกผ้าห่มออก
ภาพที่ปรากฏทำเอาเย่ชวนตาค้าง...
เด็กสาวอยู่ในชุดกระโปรงสายเดี่ยวสีดำเนื้อผ้าลูกไม้บางเบา ขับผิวขาวเนียนให้ดูผ่องอำไพยิ่งกว่าเดิม เรียวขาขาวสวยคู่หนึ่งโผล่พ้นชายกระโปรงออกมาล่อตาล่อใจเสือป่า
ไป๋เฉียนซวงรีบเอามือตะปบชายกระโปรงไว้ด้วยความเขินอาย ท่าทางเงอะงะแต่ดาเมจพุ่งทะลุปรอท เล่นเอาเย่ชวนสตั๊นไปสามวิ
เดี๋ยวนะ... ไอ้ป้าร้านเสื้อแกเอาชุดนอนไม่ได้นอนมาขายให้เด็กผู้ชายอายุสิบแปดเนี่ยนะ?!