- หน้าแรก
- ตึกเช่าร้างท้ายซอย ผมเก็บเซียนกระบี่สาวสวยมาเลี้ยง
- ตอนที่ 5: ของลับฉบับเซียนและคนลามก
ตอนที่ 5: ของลับฉบับเซียนและคนลามก
ตอนที่ 5: ของลับฉบับเซียนและคนลามก
ตอนที่ 5: ของลับฉบับเซียนและคนลามก
หลังจากเคลียร์ความเข้าใจผิดเรื่อง "ปู่ตาย" จบไป เย่ชวนก็มานั่งกุมขมับต่อ เขาตระหนักได้ว่ายัยหนูตกอับคนนี้จำเป็นต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตในโลกยุคปัจจุบันอย่างเร่งด่วน ขืนปล่อยให้เด๋อด๋าออกไปข้างนอก มีหวังโดนจับส่งสวนสัตว์แน่
แต่จะเริ่มสอนจากตรงไหนดีล่ะ?
“เอาประวัติศาสตร์ห้าพันปีของชาติเราก่อนไหม? หรือจะเริ่มตั้งแต่ตำนานผานกูเบิกฟ้าผ่าพิภพดี?”
“หรือเอาเรื่องนาจาถล่มทะเล? หงอคงอาละวาดบนสวรรค์?”
เย่ชวนพยายามร่ายยาวประหนึ่งครูวิชาสังคม แต่ยังเล่าไม่ทันถึงตอนเจ้าแม่หนี่วาปั้นมนุษย์ แม่นักเรียนดีเด่นอย่างไป๋เฉียนซวงก็เริ่มสัปหงกซะแล้ว ศีรษะเล็กๆ ผงกขึ้นลงเหมือนไก่จิกข้าวเปลือก เปลือกตาบางใสที่มีขนตายาวงอนเริ่มหนักอึ้ง จนในที่สุด...
ตุบ
ศีรษะของนางเอนมาซบลงที่ไหล่ของเย่ชวนเข้าอย่างจัง
สัมผัสหนักอึ้งที่หัวไหล่ทำให้เย่ชวนชะงักไปครู่หนึ่ง เสียงลมหายใจสม่ำเสมอข้างหูยืนยันว่านางเข้าเฝ้าพระอินทร์ไปเรียบร้อยแล้ว
ดูท่าทางแม่คุณคงจะเหนื่อยสายตัวแทบขาดมาจริงๆ การหนีตายจากการถูกไล่ล่าคงทำให้นางไม่ได้หลับไม่ได้นอนมานาน พอมาเจอที่ปลอดภัยก็เลยน็อคกลางอากาศแบบนี้
เย่ชวนค่อยๆ เอียงคอไปมอง กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ระบุไม่ได้ว่าเป็นดอกไม้อะไรลอยมาเตะจมูก มันหอมละมุนชวนให้เคลิบเคลิ้ม แต่สิ่งที่เด็ดดวงกว่ากลิ่นคือภาพเบื้องหน้า...
จากมุมสูงระดับสายตาของเขา สามารถมองลอดคอเสื้อที่เปิดกว้างลงไปเห็นเนินหิมะขาวโพลนด้านในได้อย่างชัดเจน
อื้ม... จมูกเริ่มร้อนผ่าวๆ เหมือนมีอะไรจะไหลออกมาแล้วสิ
“ดูท่าพวกเซียนวิเศษเวลาเรียนหนังสือก็ง่วงเหมือนเด็กหลังห้องเลยแฮะ ข้อนี้ถือว่าเราเหมือนกัน” เย่ชวนบ่นพึมพำแก้เขิน ก่อนจะค่อยๆ ประคองร่างบางให้นอนราบลงบนเตียงอย่างเบามือ
เขาบรรจงห่มผ้าให้อย่างดี แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นผมยาวสลวยของนางแผ่สยายเต็มหมอน กลัวว่าจะนอนทับผมตัวเองจนเจ็บ เขาเลยต้องค่อยๆ เกลี่ยผมออกให้อย่างทะนุถนอม
แหม่... ต้นไม้ผลิตเงินของเสี่ย ต้องดูแลดีๆ หน่อย เดี๋ยวใบช้ำราคาตก
หลังจากจัดการห่มผ้าและแอบส่องกำไรเรียบร้อยแล้ว เย่ชวนก็หยิบชุดคลุมยาวสีขาวเน่าๆ ของนางติดมือออกมาจากห้อง
หลังจากเย่ชวนเดินออกไปได้ไม่นาน เปลือกตาคู่สวยของไป๋เฉียนซวงก็ขยับเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้น นางมองไปทางประตูที่เขาเพิ่งเดินออกไป แล้วก้มมองผ้าห่มอุ่นๆ ที่คลุมกายอยู่ นิ่งคิดอะไรบางอย่างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งเข้าสู่ห้วงนิทราจริงๆ
...
ณ ห้องนั่งเล่นสภาพซอมซ่อ
เฟอร์นิเจอร์มีแค่ตู้ไม้แดงเก่ากึก กับทีวีจอตู้รุ่นคุณปู่ และเก้าอี้พลาสติกสีแดงที่ผ่านศึกมาจนสีซีดขาว บนผนังยังแขวนภาพมงคลรูปเด็กอ้วนใส่เอี๊ยมแดงอุ้มปลาคาร์ป ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นปู่สู่รุ่นหลาน
เย่ชวนนั่งลงบนเก้าอี้พลาสติก หยิบกล่องเข็มกับด้ายออกมาเตรียมจะโชว์สกิลแม่บ้านเย็บผ้า
“หือ? นี่มันผ้าเกรดไหนวะเนี่ย?”
เย่ชวนขมวดคิ้วเมื่อพบว่าเข็มในมือแทงไม่เข้า!
เนื้อผ้าดูนุ่มนิ่มแท้ๆ แต่พอจะจิ้มเข็มลงไปกลับเหนียวหนึบยิ่งกว่าหนังควายชุบแป้งทอด พยายามออกแรงกดจนนิ้วแทบหักก็ยังเจาะไม่เข้าสักรู
หลังจากพยายามอยู่นานสองนาน เย่ชวนก็โยนเข็มทิ้ง “ยอมแพ้! ของใช้พวกเซียนนี่มันเถื่อนจริงๆ เสื้อผ้าบ้าอะไรเหนียวอย่างกับถุงปุ๋ย”
นี่ถ้าเอาไปทำผ้าขัดตัว คงถูขี้ไคลไม่ออกแถมหนังถลอกหมดแน่
หากไป๋เฉียนซวงรู้ความคิดนี้ นางคงกระอักเลือดตายรอบสอง เสื้อคลุมระดับสมบัติวิเศษเอามาเปรียบกับผ้าขัดตัวเนี่ยนะ!
ระหว่างที่กำลังหงุดหงิด เย่ชวนก็นึกขึ้นได้ว่าระบบมันบอกว่ามีโอกาสสุ่มได้ไอเทมจากตัวละครนี่นา
“ไหนดูซิว่าวันนี้ป๋าจะได้อะไร?”
ทันใดนั้น มือถือก็สั่นครืด
【ท่านได้รับไอเทมที่เกี่ยวข้องกับ 'ไป๋เฉียนซวง' ต้องการนำออกมาหรือไม่?】
“โอ๊ะ! พูดปุ๊บมาปั๊บ ของดีต้องมาแล้วจังหวะนี้!” เย่ชวนตื่นเต้นจนเนื้อเต้น กดปุ่มยืนยันทันที
วินาทีถัดมา มีแสงสว่างวาบ แล้ววัตถุชิ้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ
มันคือผ้าสีขาวนุ่มนิ่มผืนหนึ่ง ลักษณะเป็นวงกลมคล้ายท่อ ขอบผ้าปักลวดลายเมฆสีทองจางๆ สีเดียวกับชุดคลุมของนางเป๊ะ แถมยังอุ่นๆ เหมือนเพิ่งถอดออกมาจากตัว
“เอ๋? ไม่ใช่ยาวิเศษหรือคัมภีร์ยุทธ์หรอกเหรอ?” เย่ชวนพลิกผ้าไปมาด้วยความงุนงง “นี่มันเครื่องประดับรึไง?”
“หรือจะเป็น... ผ้าคาดเอว?”
เย่ชวนลองดึงๆ ยืดๆ ดู เนื้อผ้ามีความยืดหยุ่นสูงมาก เขาเผลอยกขึ้นมาดมฟุดฟิด... กลิ่นหอมอ่อนๆ แบบเดียวกับตัวของไป๋เฉียนซวงลอยมาแตะจมูก
หอมชื่นใจ... เอ้ย! ไม่ใช่เวลามาโรคจิต!
“เอาเถอะ ผ้าคาดเอวก็ผ้าคาดเอววะ ถึงจะดูไม่มีประโยชน์กับเราเท่าไหร่ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย” เย่ชวนเกาหัวแกรกๆ ตัดสินใจเก็บผ้าผืนนั้นไว้ก่อน แล้วหันไปซักชุดคลุมยาวต่อ
...
ดึกสงัด คืนนั้น
“แค่กๆ... แค่กๆๆ!”
เย่ชวนสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะหายใจไม่ออก เขาไอโขลกๆ จนตัวงอ หน้าดำหน้าแดงพยายามสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาต้องตื่นมาทรมานแบบนี้ นับตั้งแต่ตรวจเจอภาวะหัวใจล้มเหลว การนอนหลับให้สนิทกลายเป็นเรื่องหรูหราที่เขาเอื้อมไม่ถึง
เขาเดินไปเปิดไฟส่องกระจก เห็นใบหน้าตัวเองซีดเผือด ริมฝีปากม่วงคล้ำเหมือนศพเดินได้
“สภาพดูไม่ได้เลยกู...” เย่ชวนถอนหายใจ รู้ตัวดีว่าถ้านอนราบต่อมีหวังได้ไหลตายคาที่แน่ เขาเลยตัดสินใจนั่งพิงหัวเตียง หลับนกไปจนเช้า
จนกระทั่งแสงแรกของวันสาดส่องเข้ามา เย่ชวนลากสังขารออกไปซื้อโจ๊กกับปาท่องโก๋มาเป็นมื้อเช้า
เขากลับมาเคาะประตูห้องไป๋เฉียนซวงเบาๆ แล้วผลักเข้าไป เห็นแม่นางเอกลิเกยังคงนอนขดตัวเป็นกุ้งแห้งท่าเดิมไม่เปลี่ยน เขาจึงวางอาหารเช้าไว้ที่โต๊ะหัวเตียง พร้อมกับชุดคลุมยาวที่ซักตากจนแห้งแล้ว
และไม่ลืมวาง "ผ้าคาดเอว" ที่ได้จากระบบทับไว้บนชุดอย่างเรียบร้อย
ทำหน้าที่พ่อบ้านดีเด่นเสร็จแล้ว เย่ชวนก็หยิบมือถือขึ้นมาเช็คยอดเงินเพื่อเป็นกำลังใจในการมีชีวิตอยู่
【ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ: ยอดเงินเข้า 2,000.00 หยวน เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. เวลา 00:00 น. ยอดคงเหลือ 4,003.10 หยวน】
“แจ่ม! เงินเข้าตรงเวลาเป๊ะ!”
เย่ชวนยิ้มกริ่ม อย่างน้อยวันนี้ก็ไม่ได้ของเกลือๆ อย่างเสื้อผ้าอีก เขาหวังว่าพรุ่งนี้ระบบจะใจดีส่งยาอายุวัฒนะมาให้บ้าง
เขามองไปที่ไป๋เฉียนซวงด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักในเม็ดเงิน ก่อนจะช่วยขยับผ้าห่มให้เข้าที่
เหมือนสัญชาตญาณจะทำงาน ไป๋เฉียนซวงปรือตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย เห็นเงาคนยืนอยู่ข้างเตียง “อือ...?”
“อรุณสวัสดิ์แม่ตัวเงินตัวทอง... เอ้ย แม่นางเซียน” เย่ชวนยิ้มหวาน “ฉันซื้อข้าวเช้ามาวางไว้ให้แล้วนะ หิวก็ลุกมากินล่ะ”
“เดี๋ยวฉันต้องไปโรงเรียนแล้ว”
“สำนักศึกษา?” ไป๋เฉียนซวงค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย ปอยผมตกลงมาคลอเคลียริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ ดวงตาฉ่ำน้ำที่ยังตื่นไม่เต็มตานั้นดูเซ็กซี่ขยี้ใจแบบไม่ได้ตั้งใจ
“อืม พรุ่งนี้วันหยุด เดี๋ยวฉันจะสอนวิชา 'การใช้ชีวิตในโลกมนุษย์ฉบับพื้นฐาน' ให้เธอเอง”
เย่ชวนกำชับสั้นๆ แล้วรีบชิ่งออกจากห้องไป ปล่อยให้สาวงามนั่งงงอยู่ในภวังค์
ไป๋เฉียนซวงนั่งสะลึมสะลืออยู่บนเตียงสักพัก สายตาก็เหลือบไปเห็นโจ๊กหอมกรุ่น และชุดคลุมตัวเก่งที่ถูกพับวางไว้อย่างเป็นระเบียบ
นางยื่นมือออกไปหมายจะหยิบชุดมาเปลี่ยน เพราะชุดนอนลูกไม้ซีทรูตัวนี้มันใส่นอนไม่สบายเอาเสียเลย เย็นวูบวาบไปทั้งตัว
ทว่า... นิ้วเรียวของนางกลับชะงักค้างอยู่กลางอากาศ
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็น "ผ้าแถบสีขาววงกลม" ที่วางทับอยู่บนเสื้อคลุม
ใบหน้าขาวผ่องของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำลามไปถึงใบหูทันควัน มือข้างหนึ่งรีบยกขึ้นมากอดหน้าอกตัวเองไว้โดยอัตโนมัติ
นั่นมันไม่ใช่ผ้าคาดเอว...
“จะ... เจ้าโจรราคะ!”