- หน้าแรก
- ใครว่าแดนเนรเทศกันดาร ข้าจะบริหารให้เป็นเกาะสวรรค์
- บทที่ 20 เปิดตลาดหอยเม่น
บทที่ 20 เปิดตลาดหอยเม่น
บทที่ 20 เปิดตลาดหอยเม่น
บทที่ 20 เปิดตลาดหอยเม่น
"พี่หญิง รีบล้างน้ำเร็วเข้า!"
เจียงหว่านเร่งเร้า จนอินหนิงสะดุ้งตื่นจากภวังค์ รีบกุลีกุจอเข้ามาช่วยน้องสาวล้างหอยเม่น
"น้องเล็ก เจ้าจะขายหอยเม่นพวกนี้เท่าไหร่หรือ?"
"ไม่ขายหรอก ให้ฟรีน่ะ"
พูดจบ เจียงหว่านก็ตักไข่หอยเม่นใส่ใบไม้สะอาด แล้วหยิบติดมือไปสองห่อ เดินตรงไปยังรถม้า
"คุณลุงคะ เจ้านายของคุณลุงเป็นลูกค้าคนแรกของร้านเรา นี่เป็นของสมนาคุณค่ะ รบกวนคุณลุงช่วยถามเจ้านายหน่อยนะคะว่าอยากลองชิมไหม"
แม้เธอจะพูดกับคนขับรถม้า แต่แม่ลูกที่นั่งอยู่ข้างในย่อมได้ยินเสียงผ่านผนังไม้ออกมา
ฮูหยินฉินรู้สึกแปลกใจและเริ่มสนใจขึ้นมาบ้าง เห็นว่าเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ จึงไม่ได้เอ่ยปากปฏิเสธ
เจียงหว่านอธิบายวิธีทานไข่หอยเม่นผ่านตัวรถ พร้อมกำชับทิ้งท้ายก่อนจากไปว่า ผู้ที่แพ้อาหารทะเลหรือมีอาการลมแดดห้ามรับประทานเด็ดขาด
แม้เธอจะไม่ได้เรียนแพทย์แผนจีนมาอย่างเป็นกิจจะลักษณะ แต่เพราะชอบกินอาหารทะเลเป็นชีวิตจิตใจ จึงพอรู้เรื่องพวกนี้บ้าง ไข่หอยเม่นมีฤทธิ์เย็นและเป็นของแสลง หากคนที่เป็นลมแดดกินเข้าไป อาการเวียนหัวอาเจียนจะยิ่งกำเริบหนัก ดีไม่ดีอาจถึงขั้นท้องเสียรุนแรงได้
คนที่นั่งรถม้าหรูหราแบบนี้ได้ ย่อมเป็นฮูหยินและคุณหนูจากตระกูลร่ำรวย เธอไม่อาจเสี่ยงทำให้คนพวกนี้ไม่พอใจได้
ฉินเยว่ "..."
ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้ซื่อบื้อขนาดนี้นะ พอแม่ได้ยินแบบนั้นก็คงไม่ยอมให้กินแน่ๆ
ฮูหยินฉินไม่อนุญาตให้ลูกสาวกินจริงๆ และตัวนางเองก็ไม่ได้คิดจะกินด้วย แต่ทว่าเมื่อเลิกม่านขึ้นเห็นสองพี่น้องกินกันอย่างเอร็ดอร่อยด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข ความอยากอาหารของนางก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาทันที ระหว่างทางกลับบ้าน นางจึงอดใจไม่ไหวต้องลองชิมดูบ้าง
"ท่านแม่ รสชาติเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?"
"ก็รสชาติอาหารทะเลธรรมดาๆ ไม่มีอะไรพิเศษหรอก"
ฮูหยินฉินตอบเสียงเรียบ แต่ในใจกลับนึกเสียดายที่ไม่ได้ซื้อติดมือมาเพิ่มอีกสักหน่อย
"น้องเล็ก!! เจ้าเก่งมากเลย!!"
ใบหน้าเล็กๆ ของอินหนิงแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น
น้องสาวของนางช่างเจรจาพาทีเหลือเกิน เพียงครู่เดียวก็ขายได้ตั้งสิบสองอีแปะ! สิบสองอีแปะเชียวนะ!
"พี่จะไปบอกท่านพ่อ!"
อินหนิงวิ่งแจ้นไปแจ้งข่าวดีให้พ่อรู้ เงินสิบสองอีแปะทำให้อินฮว๋ายซานอ้าปากค้าง แล้วจู่ๆ เขาก็รู้สึกละอายใจขึ้นมา ผู้ชายอกสามศอกอย่างเขา กลับหาเงินไม่เก่งเท่าหลานสาวตัวน้อย
ลองคิดดูให้ดี ดูเหมือนเขาจะทำเป็นแค่อ่านออกเขียนได้และทำบัญชี ซึ่งทักษะพวกนี้ไร้ประโยชน์สิ้นดีในหมู่บ้านชาวประมง ตอนนี้น้องสะใภ้ก็เริ่มเตรียมสมุนไพรไปขาย หลานสาวกับลูกสาวก็เริ่มขายน้ำสมุนไพร นี่เขาจะต้องเกาะผู้หญิงกินไปตลอดชีวิตเลยหรือไง?
ไม่ได้การ เขาต้องหาลู่ทางหาเงินบ้างแล้ว
อินฮว๋ายซานครุ่นคิดอย่างขมขื่นพลางสานตะกร้าสะพายหลังอย่างรวดเร็ว
ในขณะนั้นเอง มีคนเดินทางผ่านมาบนถนน เจียงหว่านตาไวเห็นคุณชายสามคนขี่ม้ามาแต่ไกล จึงหันไปกำชับพี่สาวทันที "เดี๋ยวพอพวกเขาเข้ามา พี่หญิงแกล้งทำปากเบี้ยวแล้วก็ยิ้มไว้นะ"
เจียงหว่านทำให้ดูเป็นตัวอย่าง และอินหนิงก็เลียนแบบได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ไม่ใช่ว่าเจียงหว่านจะหลงตัวเอง แต่กันไว้ดีกว่าแก้ เผื่อคุณชายพวกนี้เป็นพวกอันธพาลมักมากในกามจะทำยังไง?
แม้อินหนิงจะผ่านความลำบากมามากจนผ่ายผอม แต่เค้าโครงหน้าตาก็ยังจัดว่าดี ยากจะรับประกันได้ว่าจะไม่มีคนโรคจิตมาสนใจ แกล้งทำเป็นพิการหน่อยน่าจะปลอดภัยกว่า ลงทุนแค่นิดเดียวเอง
ส่วนตัวเธอเองน่ะเหรอ...
เฮ้อ ตอนนี้เธอเป็นแค่เด็กหญิงอายุสิบสอง แถมผอมแห้งจนดูเหมือนสิบขวบ ถ้ายังมีความเป็นคนอยู่ คงไม่มีใครคิดอกุศลกับเธอหรอก
ทั้งสองเตรียมตัวพร้อม พอเหล่าคุณชายขี่ม้าเข้ามาใกล้ เจียงหว่านก็รีบส่งเสียงทักทายทันที "คุณชายเจ้าขา เดินทางมาไกลเหนื่อยๆ แวะดื่มน้ำสมุนไพรสักถ้วยก่อนไหมเจ้าคะ?"
"น้ำสมุนไพร?"
ฉีเซียวดึงบังเหียนม้าหยุดแล้วหันไปมองเพื่อนทั้งสอง
พวกเขาขี่ม้าโต้ลมมาตลอดทาง แม้แดดจะแรงไปหน่อยแต่ก็ไม่ได้ร้อนอะไรมาก เขาจะดื่มหรือไม่ดื่มก็ได้ ขึ้นอยู่กับเพื่อนๆ มากกว่า
แต่เขาสังหรณ์ใจว่างานนี้คงได้ดื่มแน่ๆ
เพราะแม่หนูน้อยคนขายน้ำชาดูน่าสงสารเหลือเกิน และโรคเก่าของใครบางคนคงกำเริบอีกเป็นแน่
และแล้ว...
"ขี่ม้าตากแดดมาตั้งนานก็เริ่มร้อนแล้วเหมือนกัน แม่หนู รินให้พวกเราคนละถ้วยสิ"
ชายหนุ่มในชุดคลุมยาวสีขาวนวลลงจากม้าแล้วยื่นเหรียญเงินให้เจียงหว่านโดยตรง เจียงหว่านไม่กล้ารับ เหรียญเงินเล็กๆ นี้มีค่าอย่างน้อยหลายร้อยอีแปะ ขืนรับไว้ เธอคงกลายเป็นแม่ค้าหน้าเลือดแน่ๆ
การโขกราคาคนรวยพอสมควรนั้นยอมรับได้ แต่จากสองอีแปะกลายเป็นหลายร้อยอีแปะมันเกินไปหน่อย รับไว้คงร้อนมือแย่
"คุณชายเจ้าขา เงินที่ให้มาหนูไม่มีทอนหรอกเจ้าค่ะ น้ำสมุนไพรของเราชามละแค่สองอีแปะ สามคนก็หกอีแปะ รบกวนคุณชายช่วยจ่ายเป็นเศษเงินย่อยได้ไหมเจ้าคะ?"
ฮั่วฉางชีชักมือกลับอย่างเก้อเขิน แล้วหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากฉีเซียว
ฉีเซียว "..."
ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เขาขี้งกที่สุดในกลุ่มจนพกแต่เหรียญอีแปะล่ะ?
"กลับไปแล้วอย่าลืมคืนข้าด้วยล่ะ"
ฉีเซียวบ่นอุบอิบขณะนับเงินหกอีแปะส่งให้เจียงหว่าน สายตาเขาหยุดอยู่ที่เด็กสาวปากเบี้ยวข้างหลังเจียงหว่านชั่วครู่ ก่อนจะเลื่อนไปมองบนโต๊ะ
"นี่มันตัวอะไรเนี่ย?"
พูดพลางเอื้อมมือจะไปจับ ทำเอาเจียงหว่านตกใจรีบตีมือเขาดังเพียะ
"นี่เรียกว่าหอยเม่นเจ้าค่ะ หนามบนเปลือกมันทิ่มเจ็บมาก แล้วก็มีพิษด้วย อย่าจับนะเจ้าคะ"
พอได้ยินคำว่า 'มีพิษ' สีหน้าของฉีเซียวก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่สนใจเรื่องที่โดนตีมืออีกต่อไป
"ยัยหนู เอาของมีพิษมาวางเล่นบนโต๊ะได้ยังไง"
"ไม่ได้เอามาเล่นเจ้าค่ะ ถึงข้างนอกมันจะดูไม่น่าพิสมัย แต่ข้างในอร่อยมากนะเจ้าคะ คุณชายอยากลองชิมไหมเจ้าคะ?"
ฉีเซียวกระพริบตาปริบๆ ไม่พูดอะไร แต่อีกคนในกลุ่มกลับชะโงกหน้าเข้ามาอย่างสนใจ
"อะไรอร่อยรึ?"
"รู้แต่เรื่องกินจริงๆ เจ้าไม่เคยเห็นไอ้ตัวนี้ด้วยซ้ำ ยังกล้าเอาเข้าปากอีกเรอะ?"
"ก็แม่หนูบอกว่าอร่อยไม่ใช่เหรอ? นางต้องเคยกินมาแล้วสิ จริงไหม?"
ฟู่หยวนหลิงมองเจียงหว่าน แววตาเป็นประกายวิบวับแบบที่พวกตะกละตัวยงมักจะเป็น เจียงหว่านเห็นแล้วคุ้นเคยดี
โอ๊ะโอ ดูท่าวันนี้หอยเม่นจะได้เปิดตลาดจริงๆ ซะแล้ว!
เจียงหว่านยิ้มหวานหยดย้อยพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ "เคยกินแน่นอนเจ้าค่ะ วันนี้เราขายไปได้หลายตัวแล้ว ลูกค้าทุกคนที่ได้ชิมต่างยกนิ้วให้ว่าอร่อย แถมหอยเม่นนี่ยังมีสรรพคุณบำรุงร่างกายด้วยนะเจ้าคะ หนูเคยได้ยินท่านหมอชราท่านหนึ่งบอกว่า ไข่หอยเม่นช่วยบำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร บำรุงหยิน และเสริมไต เป็นของดีเชียวนะเจ้าคะ!"
พอได้ฟังดังนั้น ฟู่หยวนหลิงก็ยิ่งคันไม้คันมืออยากกินเข้าไปใหญ่ เขาจิ้มไหล่ฉีเซียวสั่งให้จ่ายเงินทันที
"กลับไปข้าค่อยคืนให้"
ฉีเซียวคลำถุงเงิน แม้จะรู้ว่าเพื่อนสองคนนี้ต้องคืนเงินแน่ๆ แต่เขาก็ยังอดรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ไม่ได้
"หอยเม่นตัวละเท่าไหร่ล่ะ?"
เจียงหว่านเห็นสีหน้าปวดใจของเขาแล้วกลัวว่าลูกค้าจะหนีหาย จึงลองบอกราคาที่ไม่แพงจนเกินไป
"ตัวละสิบอีแปะเจ้าค่ะ"
ฉีเซียวถอนหายใจอย่างโล่งอก สิบอีแปะถือว่าไม่แพงเลย เขานับเงินสิบอีแปะส่งให้เจียงหว่านอย่างไม่อิดออด
เจียงหว่านยิ้มจนตาหยี รับเงินมาแล้วรินน้ำสะระแหน่ให้คุณชายทั้งสามคนละชามก่อน จากนั้นจึงลงมือผ่าหอยเม่นและล้างทำความสะอาดอย่างคล่องแคล่ว
เพื่อไม่ให้คุณชายทั้งสามเห็นสภาพภายในของหอยเม่นจนหมดอารมณ์กิน เจียงหว่านจึงจงใจหันหลังทำ
ยังไม่ทันที่ทั้งสามคนจะหายสดชื่นจากน้ำสะระแหน่เย็นชื่นใจ ไข่หอยเม่นสีเหลืองทองห้ากลีบสวยงามก็ถูกจัดวางอย่างประณีตบนใบไม้ห้าใบเรียบร้อยแล้ว
ตามธรรมเนียมปฏิบัติ เจียงหว่านถามก่อนว่าทั้งสามคนแพ้อาหารทะเลหรือไม่ เพราะถ้าเกิดแพ้ขึ้นมาแล้วป่วย เธอคงไม่มีปัญญาชดใช้ค่าเสียหาย
ฟู่หยวนหลิงรีบบอกว่าเขากินกุ้งกินปลาเป็นอาหารหลักตลอดทั้งปี แล้วคว้าใบไม้ไปใบหนึ่ง เทไข่หอยเม่นเข้าปากทันที
ฉีเซียวมุมปากกระตุก รู้สึกขายขี้หน้าแทนเพื่อน จึงเดินเลี่ยงไปยืนข้างๆ ฮั่วฉางชี เขาตั้งใจจะรอให้เพื่อนกินเสร็จแล้วค่อยถามรสชาติ แต่เจ้าหมอนั่นกลับโซ้ยเอาๆ ทีละคำโดยไม่พูดไม่จาสักคำ
หรือว่าแม่หนูคนนี้จะไม่ได้โม้?
มันอร่อยขนาดนั้นเชียวหรือ?
เขาควรจะลองชิมดูบ้างดีไหมนะ?