- หน้าแรก
- ใครว่าแดนเนรเทศกันดาร ข้าจะบริหารให้เป็นเกาะสวรรค์
- บทที่ 15 ปลาหมึกยักษ์พิษ
บทที่ 15 ปลาหมึกยักษ์พิษ
บทที่ 15 ปลาหมึกยักษ์พิษ
บทที่ 15 ปลาหมึกยักษ์พิษ
"เป็นพี่ชายนั่นเอง~"
เหลียนเยว่รีบพายไม้ไผ่เข้ามาใกล้แพอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าเจียงหว่านไม่ได้แตะต้องหอยเม่นตัวนั้น เขาถึงได้วางใจ
"แม่หนูน้อย ไอ้เจ้านั่นมันทิ่มเจ็บมากนะ ไม่ใช่ของเล่น อย่าไปจับมันเชียว"
"ไม่เป็นไรค่ะ หนูกำลังใช้พลั่ว ไม่ได้ใช้มือ"
เจียงหว่านเขย่าพลั่วในมือ พร้อมส่งยิ้มหวานอย่างว่าง่าย เหลียนเยว่รู้ตัวว่าเข้าใจผิด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเตือนซ้ำ
"ถ้าจะเล่นก็ใช้พลั่วเขี่ยเอา ห้ามเอามือไปจับเด็ดขาดนะ"
"ทราบแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะพี่ชาย พี่ชาย หนูชื่อเจียงหว่าน พี่ชื่ออะไรคะ?"
เจียงหว่านหมายตาแพไม้ไผ่ของพี่ชายคนนี้ไว้ จึงแสร้งทำตัวน่ารักเพื่อผูกมิตร เหลียนเยว่เองก็หลงกล ปกติเขาไม่ค่อยสนใจเด็กๆ เท่าไหร่ แต่กลับยอมบอกชื่อตัวเองกับแม่หนูที่เพิ่งเจอกัน
"พี่ชื่อเหลียนเยว่ พี่ยังมีธุระ ต้องไปก่อนนะ อย่าเล่นน้ำล่ะ ขึ้นฝั่งไปได้แล้ว"
"ค่าๆ!"
เจียงหว่านเดินขึ้นฝั่งอย่างว่านอนสอนง่าย รอจนกระทั่งเห็นเหลียนเยว่พายแพออกไปไกลแล้ว เธอถึงค่อยกลับลงน้ำอีกครั้ง
เมื่อกี้ตอนแพไม้ไผ่ของพี่ชายคนนี้เข้ามาใกล้ เธอเห็นถังไม้ใบใหญ่และกองอวนจับปลาวางอยู่บนนั้น ในถังไม้มีปลาตัวโตหลายตัว กะด้วยสายตาแล้วน่าจะหนักสักหกเจ็ดชั่งได้ เห็นชัดว่าเป็นปลาที่เตรียมเอาไปขาย
เจียงหว่านอยากได้ช่องทางขายปลาและแพไม้ไผ่ของเขา ถ้ามีโอกาส เธออยากจะสร้างสัมพันธ์อันดีกับเขาให้มากที่สุด และถือเป็นการตอบแทนน้ำใจเขาด้วย
แต่ตอนนี้ครอบครัวตระกูลอินไม่มีอะไรติดบ้านเลย แค่หอยสังข์กับปูไม่กี่ตัวคงเอาไปให้ใครไม่ได้ ต้องรอไปก่อน
เจียงหว่านเก็บความคิดเหล่านั้นไว้ แล้วหันมาสนใจการขุดหอยเม่นใส่ตะกร้าต่อ ฤดูกาลนี้เหมาะแก่การกินหอยเม่นสีม่วงที่สุด เมื่อกี้เธอเพิ่งใช้พลั่วตักขึ้นมาลองชั่งน้ำหนักดู ตัวหนึ่งหนักอย่างน้อยสี่ขีด อ้วนท้วนสมบูรณ์มาก
หอยเม่นมีนิสัยชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ถ้าเจอตัวหนึ่ง ก็อาจจะมีตัวที่สอง ตอนนี้เธอลืมเรื่องปูทรายไปเสียสนิท ก้มหน้าก้มตาค้นหาหอยเม่นตามซอกหินใต้น้ำอย่างตั้งใจ
หนึ่ง สอง สาม...
แม่หนูน้อยกำลังสนุกสนาน ในขณะที่เหลียนเยว่ซึ่งอยู่ไม่ไกลกลับทำหน้าบอกไม่ถูก
เขาพายแพออกไปแล้วแท้ๆ แต่พอนึกถึงท่าทางว่าง่ายของเด็กหญิงคนนั้นก็ใจอ่อน ตัดสินใจจะวนกลับมาเอาคีมไม้ไผ่ให้เธอ อันที่จริงเขาทำไว้ใช้เองหลายอัน จะแบ่งให้แม่หนูน้อยสักอันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่พอหันกลับมา ก็เห็นเด็กหญิงที่เพิ่งรับปากดิบดีว่าจะขึ้นฝั่ง กลับลงไปเก็บหอยเม่นในทะเลอย่างกระตือรือร้นอีกแล้ว
เพื่อไม่ให้ต่างฝ่ายต่างต้องกระอักกระอ่วน เขาคิดแล้วคิดอีกจึงตัดสินใจไม่ให้คีมไม้ไผ่ แล้วค่อยๆ พายแพมุ่งหน้าไปยังท่าเรือตงวานอย่างเงียบเชียบ
ท่าเรือตงวานเป็นหนึ่งในท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดนอกเมืองหยวนซี มีการลาดตระเวนตลอดเวลา และควบคุมการจอดเทียบท่าของเรืออย่างเข้มงวด เนื่องจากการเข้าเมืองต้องเสียค่าผ่านทางคนละสองอีแปะ ชาวประมงจึงแทบไม่เข้าเมือง และมักจะขายสัตว์น้ำที่จับได้กันที่ท่าเรือเลย
คนที่มารับซื้อปลาที่ท่าเรือก็มีทั้งพ่อค้าปลาจากในเมือง พ่อบ้านจากตระกูลเศรษฐี และผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของภัตตาคารต่างๆ
เหลียนเยว่มักจะคัดปลาตัวใหญ่ที่สุดมาที่ท่าเรือ และทุกครั้งก็จะขายให้กับผู้จัดการของภัตตาคาร 'ว่านหยูเซียง' (หมื่นมัจฉาหอม) แต่วันนี้เมื่อมาถึงท่าเรือ เขาสังเกตดูสักพักก็เห็นลุงๆ หลายคนที่เคยมารอขายปลาให้ผู้จัดการเฉียน ต่างพากันย้ายไปที่อื่น แถมสีหน้าของทุกคนยังดูไม่สู้ดีนัก
สัญชาตญาณบอกเขาว่ามีบางอย่างผิดปกติ
"เหลียนเยว่ ยังรอผู้จัดการเฉียนอยู่อีกเหรอ? ไม่ต้องรอแล้วล่ะ เมื่อวานร้านว่านหยูเซียงถูกสั่งปิด เพราะมีคนกินอาหารแล้วตายยกโต๊ะเลย"
!!!
"คุณลุงครับ ลุงบอกว่าร้านว่านหยูเซียงมีคนกินแล้วตายเหรอ? พวกเขากินอะไรเข้าไปครับถึงตาย? กะทันหันขนาดนี้..."
"ใครๆ ก็พูดกันทั้งนั้น เมื่อเช้านี้หลายคนได้ยินข่าวยังไม่เชื่อ แต่พอเข้าเมืองไปดูก็รู้ว่าเป็นเรื่องจริง เขาว่ากันว่าตายเพราะกินปลาหมึกยักษ์ คนทั้งโต๊ะล้มพับไปในชั่วเวลาแค่ธูปดอกเดียวยังไม่ทันไหม้หมด แล้วก็สิ้นใจตายกันหมดภายในครึ่งชั่วยาม"
ลุงขายชาเล่าด้วยความเสียใจ ส่วนเหลียนเยว่ที่ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ ถึงกับเหงื่อเย็นไหล่ท่วมหลัง
ที่บ้านตระกูลอินก็มีปลาหมึกยักษ์ แถมคุณย่ายังบอกว่าจะทำเป็นมื้อเที่ยงกินกันวันนี้ด้วย!
เหลียนเยว่หมดอารมณ์จะขายปลาทันที เขาคว้าถังไม้แล้ววิ่งกลับไปที่แพไม้ไผ่ ออกแรงพายกลับอย่างสุดชีวิต
เขาไม่ห่วงคุณย่า เพราะคุณย่ามักจะรอเขากลับมากินข้าวพร้อมกันเสมอ แต่เขาห่วงน้องชาย เจ้าเด็กนั่นมันตะกละ ทุกครั้งที่คุณย่าทำกับข้าว มันจะชอบไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวห้องครัว และต้องได้ชิมสักคำสองคำถึงจะยอมไป
ถ้าปลาหมึกยักษ์ของพวกเขาเกิดมีพิษเหมือนกันล่ะก็...
เขาไม่กล้าจินตนาการถึงผลที่จะตามมา ได้แต่เร่งความเร็วให้มากยิ่งขึ้น
หมู่บ้านอยู่ห่างจากท่าเรือพอสมควร ไปกลับเร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง กว่าอาเยว่จะวิ่งหน้าตั้งกลับมาถึงบ้าน เขาก็เห็นควันไฟลอยขึ้นมาจากปล่องไฟบ้านตัวเองแต่ไกล
"คุณย่า!"
"อาเยว่? ทำไมวันนี้กลับมาเร็วนักล่ะ? กับข้าวคุณย่ายังไม่เสร็จเลยนะ"
หญิงชราท่าทางใจดีชะโงกหน้าออกมาดูพร้อมกับเอ่ยทัก ก่อนจะลุกไปเทน้ำให้หลานชายคนโต เสี่ยวหยวนจื่อที่เฝ้าอยู่หน้าเตาไฟก็รู้หน้าที่ รีบยกน้ำออกมาให้พี่ชายทันที
"พี่ใหญ่คงเหนื่อยแย่ ดื่มน้ำก่อนสิครับ"
เมื่อเห็นน้องชายปลอดภัยดี หัวใจที่ตึงเครียดของเหลียนเยว่ก็คลายลงเปราะหนึ่ง เขารับชามน้ำมาแต่ยังไม่ดื่ม รีบถามคุณย่าว่า "คุณย่า ย่าทำปลาหมึกยักษ์ของพวกเราไปรึยังครับ?"
"ยังเลย ย่ากะว่าจะทำเป็นมื้อเที่ยง"
พอเหลียนเยว่กำลังจะโล่งใจ ก็ได้ยินคุณย่าพูดต่อ
"เมื่อเช้านี้ ย่าขึ้นเขาไปเก็บฟืนไม่ใช่เหรอ? ย่าลื่นล้ม แขนหลุดยังไงก็ไม่รู้ พอดีไปเจอนังหนูบ้านตระกูลอินที่เพิ่งย้ายมาใหม่ เขาบอกว่ารู้วิชาแพทย์ แล้วก็ดึงแขนย่า 'กริ๊ก' เดียวก็เข้าที่เลย ย่าจะให้เงินค่าตอบแทน แต่นังหนูยืนกรานไม่รับ ย่าก็เลยยกปลาหมึกยักษ์ที่หลานจับได้เมื่อวานให้เขาไป"
เคร้ง!
ชามน้ำร่วงหล่นกระแทกพื้น
เหลียนเยว่รู้สึกหนังหัวชาวาบ ไม่มีเวลาอธิบายให้คุณย่าฟัง เขารีบวิ่งออกไปทางท้ายหมู่บ้านทันที
บ้านตระกูลอินเพิ่งย้ายมา อาหารการกินขัดสน วันนี้พวกเขาต้องกินปลาหมึกยักษ์ตัวนั้นแน่ๆ!
เมื่อวานเขาขายปลาหมึกยักษ์ตัวใหญ่ให้ผู้จัดการเฉียนไป แม้จะไม่รู้ว่าใช่ตัวที่เป็นต้นเหตุให้คนตายหรือเปล่า แต่กันไว้ดีกว่าแก้ ปลาหมึกยักษ์ของพวกเขาก็จับมาจากที่เดียวกัน ยังไงก็เสี่ยงไม่ได้ จะปล่อยให้บ้านตระกูลอินกินไม่ได้เด็ดขาด
ในขณะที่เหลียนเยว่กำลังวิ่งหน้าตั้งไปที่บ้านตระกูลอิน ครอบครัวตระกูลอินก็กำลังเพลิดเพลินกับอาหารมื้ออร่อย
"พี่หญิง ปลาหมึกย่างของพี่หอมจังเลย..."
อินหนิงสูดดมกลิ่นหอมลึก แล้วกัดหนวดปลาหมึกคำโต ในเวลานี้หนวดปลาหมึกไม่ได้ให้ความรู้สึกเย็นเยียบและน่ากลัวอีกต่อไป แต่มันทั้งนุ่ม เด้ง และเคี้ยวหนึบ มีรสสัมผัสคล้ายกับเนื้อหอยสังข์
เธอไม่กลัวปลาหมึกยักษ์แล้ว ตอนนี้เธอกำลังกินมันต่างหาก!
เจียงหว่านยิ้มโดยไม่พูดอะไร ตอนนี้พี่สาวลูกพี่ลูกน้องของเธอกินอย่างมีความสุขก็จริง แต่เธอรับรองได้เลยว่า พอไปถึงแนวปะการังเมื่อไหร่ พี่สาวคงได้ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัวอีกแน่ แผลใจไม่ได้หายกันง่ายๆ ภายในเวลาสั้นๆ หรอก
คนในครอบครัวต่างถือไม้ไผ่เสียบปลาหมึกย่าง กินปลาหมึกที่จับได้เมื่อวานและที่ได้รับมาวันนี้กันอย่างเอร็ดอร่อย
เมื่อเหลียนเยว่วิ่งมาถึงและเห็นภาพนี้ เขาก็ถึงกับแข้งขาอ่อนแรง
"อ้าว! พี่ชายเหลียนเยว่! ทำไมพี่มาอยู่ที่นี่ได้ล่ะคะ?"
"ฉัน..."
เหลียนเยว่สูดหายใจลึก แล้วพูดความจริงออกไป "ฉันเพิ่งกลับมาจากท่าเรือตงวาน ได้ยินมาว่าเมื่อวานมีคนกินปลาหมึกยักษ์ที่ร้านว่านหยูเซียงในเมืองแล้วตายยกโต๊ะ พอกลับมาถึงบ้านก็ได้ยินคุณย่าบอกว่าเอาปลาหมึกยักษ์มาให้บ้านพวกเธอ..."
ทันทีที่ได้ยินดังนั้น รสชาติความอร่อยของปลาหมึกในปากของทุกคนในครอบครัวก็หายวับไปทันที