เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 - ไร้คู่ต่อสู้ในขั้นเก้า

บทที่ 10 - ไร้คู่ต่อสู้ในขั้นเก้า

บทที่ 10 - ไร้คู่ต่อสู้ในขั้นเก้า


บทที่ 10 - ไร้คู่ต่อสู้ในขั้นเก้า

แสงแดดเดือนสามสว่างไสวแต่ไม่แสบตา สาดส่องลงบนลานวู่ชวีหน้าตำหนักไคหยาง ทำให้ธงยาวที่ปักตั้งตระหง่านดูโดดเด่นสะดุดตา

“ไร้คู่ต่อสู้ในขั้นเก้า”

บนผืนธงเขียนไว้เช่นนี้ ด้านข้างยังมีตัวอักษรเล็กๆ กำกับว่า “ขั้นเก้าไร้พ่าย ไม่พอใจก็เข้ามา ค่าท้าประลองสองร้อยแต้มความดี ชนะคืนให้ทั้งหมด แถมให้อีกห้าร้อย”

เจียงหลียืนกอดอกอยู่ข้างธงยาว ทำเป็นมองไม่เห็นสายตาของศิษย์คนอื่นๆ ที่จ้องมองมา

เขาเป็นคนลงมือทำจริงเสมอมา ในเมื่อตัดสินใจจะสร้างชื่อ ก็ไม่ลังเล แถมยังหาโอกาสหาแต้มความดีเข้ากระเป๋าที่ว่างเปล่าของตัวเองไปด้วย

ส่วนเรื่องค่าท้าประลองจะทำให้คนอื่นถอดใจหรือไม่ เจียงหลีไม่กังวลข้อนี้เลย

หนึ่ง ห้าร้อยแต้มความดีเท่ากับภารกิจไล่ล่าระดับปกติหนึ่งภารกิจ ผลตอบแทนไม่น้อยเลย ที่ตอนนี้ยังไม่มีใครท้า เพราะกำลังดูท่าทีกันอยู่

สอง...... “ช่างกล้าปากดี”

ศิษย์ชุดเขียวคนหนึ่งเดินเข้ามา รูปร่างสูงใหญ่กำยำ บุคลิกดุดัน แผ่กลิ่นอายคุกคามออกมาตามธรรมชาติ “ศิษย์ฝ่ายนอกหลี่จ้งเยว่ ขอมาทดสอบความไร้พ่ายในขั้นเก้าของเจ้า”

[เจียงหลีถือว่าสูงแล้ว แต่หลี่จ้งเยว่คนนี้สูงกว่าเขาครึ่งศีรษะ รูปร่างสูงใหญ่บึกบึนดูไม่เหมือนศิษย์สายพรต แต่เหมือนขุนศึกทะลวงฟันมากกว่า ใบหน้าเหลี่ยมคมเข้ม แต่สายตาที่มองเจียงหลีแฝงไว้ด้วยความเป็นปฏิปักษ์

คนผู้นี้ อาจเป็นคนตระกูลเจียงเช่นเดียวกับหยางชง]

บันทึกเหตุปัจจัยยังคงทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ท่าทีจะไม่ชัดเจน แต่ขอแค่มี มันก็บรรยายออกมาได้ ทำให้เจียงหลีมั่นใจในตัวตนของอีกฝ่าย

เหตุผลข้อที่สอง ก็คือข้อนี้นี่แหละ

— ไม่เป็นไร ตระกูลเจียงจะลงมือเอง

ในเมื่อเจียงหลีตั้งเวทีประลอง ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีใครขึ้นมา

จุดประสงค์ที่สามของการตั้งธงประลอง — ค้นหาคนของตระกูลเจียง

“จ่ายแต้มความดี”

เจียงหลีหยิบป้ายหยกประจำตัวออกมา หลี่จ้งเยว่ก็ไม่รีรอ นำป้ายหยกของตนมาประกบกับของเจียงหลี

สองร้อยแต้มความดีโอนเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทั้งสองฝ่ายถอยหลังไปสองก้าว ตั้งท่าเตรียมพร้อม

เจียงหลีถือกระบี่ยาวชี้เฉียงลงพื้น มืออีกข้างไพล่หลัง ชายเสื้อพลิ้วไหว เส้นผมปลิวสลวย มาดจอมยุทธ์กระบี่ที่เห็นแล้วพวกสายบ้าพลังต้องอิจฉาตาร้อน

ส่วนหลี่จ้งเยว่ลากกระบี่หนักที่กว้างและยาวกว่ากระบี่ทั่วไปไว้กับพื้น กลิ่นอายดุดันยิ่งทวีความรุนแรง รอบกายมีภาพชุดเกราะสีเงินขาวปรากฏวูบวาบ

นี่ไม่ใช่เพราะหลี่จ้งเยว่มีกำลังภายในสูงส่งจนสร้างรูปลักษณ์ได้ แต่เป็นเพราะผลเต๋าทหารสวรรค์ของเขาใกล้จะสมบูรณ์แล้ว เงาร่างทหารสวรรค์ซ้อนทับกับร่างกาย ขั้นต่อไปคือการผสานรวมอย่างสมบูรณ์

คนผู้นี้ไม่ใช่พวกฝีมือดาดๆ

เมื่อเผชิญหน้ากัน หลี่จ้งเยว่ชิงลงมือก่อน ก้าวเท้าเร็วๆ เข้าหา กระบี่หนักที่ลากพื้นตวัดขึ้น ก่อเกิดลมพายุกรรโชก ปรากฏเป็นวิถีกระบี่สีขาวจางๆ คมกระบี่ดุจขวานยักษ์ผ่าภูเขา ทรงพลังดุดันไร้เทียมทาน

การฟันเสยขึ้นนี้ ทั้งเร็วและหนักหน่วง แรงกว่าหยางชงมาก และความเร็วก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

ที่สำคัญคือ กลิ่นอายอันเข้มข้นผสานเป็นหนึ่งเดียวกับเพลงกระบี่ ทำให้เพลงกระบี่ดูน่าเกรงขาม สะกดข่มขวัญ

หลี่จ้งเยว่ผสาน [ศักดาทหารสวรรค์] เข้าไปในกระบวนท่า ทุกท่าทุกกระบวนล้วนมีอำนาจกระบี่ ไม่ว่าจะในด้านผลเต๋าหรือวรยุทธ์ ล้วนมีความเชี่ยวชาญไม่ธรรมดา

เจียงหลีเผชิญหน้ากับกระบวนท่าอันทรงพลังนี้ สายตาจับจ้องที่คมกระบี่ [คืนสู่ความจริงแท้] ทำให้เขาไม่หวั่นไหวต่ออำนาจกระบี่ ยันต์ตัวเบาบนชุดคลุมสว่างวาบขึ้นทีละแผ่น กระบี่ยาวที่ดูบอบบางเมื่อเทียบกับกระบี่หนัก สาดประกายแสงกระบี่ระยิบระยับ

ทันใดนั้น เสียงกระบี่ปะทะกันดังรัวราวกระดิ่ง เจียงหลีแทงกระบี่ใส่กระบี่หนักเก้าครั้งรวดในชั่วพริบตา

ทุกกระบี่ล้วนผ่านการคำนวณอย่างแม่นยำ แทงเข้าที่จุดรับแรงของกระบี่หนัก แรงสะท้อนอันบริสุทธิ์กระแทกออกไป ผ่อนแรงปะทะสลายพลัง สลายอำนาจของกระบี่หนักไปได้เกือบเจ็ดถึงแปดส่วน

จากนั้นเจียงหลีใช้กระบี่ปัดกระบี่หนักออก ก้าวเท้าไปข้างหน้า กระบี่ยาวตวัดชี้ตรงไปที่ข้อมือของหลี่จ้งเยว่

หลี่จ้งเยว่เห็นท่าไม่ดี รีบพลิกกระบี่ขวาง ใช้ตัวกระบี่หนักรับปลายกระบี่ แล้วใช้ฝ่ามือกระแทกอีกด้านของตัวกระบี่ ปราณแท้กระแทกออก พลังดุจกระแสน้ำเชี่ยว ผลักกระบี่ของเจียงหลีจนงอและดีดกลับ ทำให้เจียงหลีต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

จากนั้น หลี่จ้งเยว่ตวัดกระบี่เหล็กกวาดขวาง ลมพัดหวีดหวิว เตรียมจะไล่ตามโจมตี

แต่ทว่า การกวาดขวางนี้ยังไม่ทันถึงครึ่งทาง ก็ต้องหยุดชะงักกะทันหัน เมื่อเจียงหลีถอยหลังแล้วย่อตัวลง ปลายกระบี่ชี้ขึ้น เตรียมพร้อมรอรับ

หากหลี่จ้งเยว่ฝืนโจมตีต่อ การกวาดครั้งนี้จะแค่เฉียดผ่านศีรษะเจียงหลี แต่กระบี่ของเจียงหลีจะแทงทะลุแขนของหลี่จ้งเยว่

การชี้กระบี่นี้ ทำให้หลี่จ้งเยว่ต้องฝืนรั้งพลังกลับ ปราณแท้ที่ตีกลับทำให้เส้นชีพจรเจ็บแปลบ

เพียงสามกระบวนท่า หลี่จ้งเยว่ก็ตกเป็นรอง ทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่ทันเอาจริง เพราะเจียงหลีไม่ใช่แค่นักบู๊เพียวๆ

“ไม่ผิดแน่”

หน้าตำหนักไคหยาง เงาร่างสองร่างปรากฏตัวเงียบๆ หลัวอี๋อยู่หน้า หยางชงอยู่หลัง เวลานี้ หลัวอี๋มองดูการต่อสู้ในลานวู่ชวี แล้วยืนยันว่า “มือหนึ่งถือกระบี่ มือหนึ่งจับยามสามตาทำนาย นี่คือ 《เพลงกระบี่หอวิวรณ์》”

ตั้งแต่เริ่มสู้จนถึงตอนนี้ มือซ้ายของเจียงหลีไพล่หลังตลอดไม่เคยขยับ ซึ่งเป็นท่าทางที่ผิดปกติมากสำหรับวิชากระบี่

โดยทั่วไป มือกระบี่จะใช้มือขวาถือกระบี่ มือซ้ายทำท่าดัชนีกระบี่เพื่อรักษาสมดุล การไพล่หลังตลอดเวลาเสียเปรียบในการออกกระบี่อย่างมาก ในบรรดาวิชากระบี่ของสำนักติ่งหู คงมีแค่ 《เพลงกระบี่หอวิวรณ์》 ที่มีลักษณะเด่นเช่นนี้

การมองเห็นโอกาสล่วงหน้า คำนวณปัจจัยต่างๆ เป็นเรื่องที่ใช้พลังสมองมหาศาล เว้นแต่จะมีพลังการคำนวณสูงส่งจนคิดในใจได้ ไม่อย่างนั้นก็ต้องใช้มือข้างหนึ่งช่วยนับนิ้วคำนวณ

และนี่ก็กลายเป็นจุดอ่อนเล็กๆ ของเพลงกระบี่หอวิวรณ์

“จ้งเยว่ โจมตีทางซ้าย”

ริมฝีปากของหลัวอี๋ขยับเล็กน้อย ส่งเสียงผ่านลมปราณ

หลี่จ้งเยว่ที่กำลังถูกบีบให้ถอยได้ยินดังนั้น ก็เข้าใจทันที เท้าเหยียบย่างก้าวเมฆา หมุนตัวกวาดกระบี่ใส่ทางซ้ายของเจียงหลี บีบให้เจียงหลีชะลอการบุก จากนั้นขยับเท้าต่อเนื่อง ร่ายรำกระบี่ดุจบิน โจมตีใส่ทางซ้ายของเจียงหลีอย่างบ้าคลั่ง

‘เขารู้ตัวแล้ว’

เจียงหลีรู้สึกได้ กวาดตามองรอบๆ เห็นร่างของหลัวอี๋ ‘ที่แท้หลี่จ้งเยว่ก็เป็นคนตระกูลเจียงจริงๆ’

เห็นหลัวอี๋ เจียงหลีก็หมดข้อสงสัยในจุดยืนของหลี่จ้งเยว่

นี่คือศัตรู

ในเมื่อเป็นศัตรู ก็ควรได้รับจุดจบแบบศัตรู

เจียงหลีถอยหลังฉับพลัน แขนเสื้อขวาสะบัด ยันต์หลายแผ่นพุ่งออกมา

เขาวาดกระบี่ ใช้ปราณดูดกระดาษยันต์ให้ติดกับตัวกระบี่ แล้วแทงออกไปข้างหน้า

“บึ้ม!”

เปลวไฟระเบิดบนตัวกระบี่ ยันต์สายฟ้าอัคคีที่ติดอยู่ถูกกระตุ้น ผสานกับพลังกระบี่กระแทกใส่กระบี่หนัก แรงระเบิดส่งผ่านไปถึงแขนของหลี่จ้งเยว่ ทำให้นิ้วทั้งห้าชาหนึบ ง่ามมือฉีกขาดทันที

หลี่จ้งเยว่ที่เน้นพละกำลัง กลับต้องเจอกับความรุนแรงที่เหนือกว่า

เจียงหลีตวัดกระบี่ฟันขวาง เรียกได้ว่าทุกดาบคือเปลวเพลิง การคำนวณอันแม่นยำทำให้ทุกกระบี่ของเขาผสานกับแรงระเบิดของยันต์สายฟ้าอัคคี สองพลังรวมเป็นหนึ่ง ออกหนึ่งกระบี่ ก็ทำให้หลี่จ้งเยว่ถอยไปหนึ่งก้าว

“ปัง ปัง ปัง ปัง......”

สิบก้าวผ่านไป แขนทั้งสองของหลี่จ้งเยว่ชาจนไร้ความรู้สึกเหมือนถูกไฟช็อต กระบี่หนักที่ยกขึ้นตั้งรับเริ่มสั่นระริกไม่หยุด

กระบี่สุดท้าย

เจียงหลีฟันกระบี่ลงมา เปลวไฟระเบิดออก พลังรุนแรงมหาศาลดุจขุนเขาพันชั่ง หลี่จ้งเยว่ยกกระบี่ขึ้นรับ แต่รู้สึกเหมือนถูกภูเขาไท่ซานทับร่าง เข่าอ่อนยวบ คุกเข่าลงกับพื้น

“ตุบ!”

เข่ากระแทกพื้นเสียงดังทึบ พร้อมกับเสียงกระดูกร้าวเบาๆ

เจียงหลีเก็บกระบี่ กล่าวเสียงเรียบ “คนต่อไป”

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 10 - ไร้คู่ต่อสู้ในขั้นเก้า

คัดลอกลิงก์แล้ว