- หน้าแรก
- หน่วยรบเถื่อน
- บทที่ 331 - สองคนก็พอ
บทที่ 331 - สองคนก็พอ
บทที่ 331 - สองคนก็พอ
โดยปกติแล้ว บ่อน้ำมันขนาดใหญ่จะถูกขุดเจาะและบริหารงานโดยบริษัทเดียวกัน แต่ในซูดานใต้นั้นแตกต่างออกไป
ในพื้นที่อับเยอีมีบ่อน้ำมันขนาดใหญ่หลายแห่ง ปริมาณน้ำมันสำรองที่สำรวจแล้วมีประมาณ 180 ล้านตัน แต่ตอนนี้ที่ซูดานใต้สามารถควบคุมได้ก็มีแค่สองแห่ง หนึ่งในนั้นถูกมอร์แกนครอบครองไปแล้ว ส่วนอีกแห่งหนึ่งถูกบริษัทน้ำมันของจีนร่วมกับรัฐบาลซูดานใต้ขุดเจาะ
มอร์แกนต้องการขายต่อบ่อน้ำมันของเขา ส่วนบ่อน้ำมันของชาวจีนนั้นต้องการขุดเจาะน้ำมันออกมาให้เร็วที่สุด ดังนั้นบริษัทน้ำมันของจีนจึงได้เริ่มงานขุดเจาะแล้ว
ห่างจากค่ายของโคล์มไปประมาณ 60 กิโลเมตร มีค่ายของทีมขุดเจาะชาวจีนอยู่สองแห่ง โคล์มกับทีมขุดเจาะของจีนต่างคนต่างอยู่ ไม่มีการติดต่อกัน ตามปกติแล้ว หากเกิดอะไรขึ้นที่ค่ายของชาวจีนพวกเขาก็จะไม่รู้เรื่อง แต่ในวันนี้ เพื่อนของโคล์มที่เมืองมาลากาลโทรมาหาเขาและแจ้งข่าวว่าค่ายของชาวจีนถูกปล้น และบอกให้โคล์มเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้แน่นหนาขึ้น
โคล์มเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในค่ายของชาวจีนอย่างละเอียด รู้แต่ว่ามีคนบุกเข้าไปในค่ายของชาวจีนและยิงปืน จากนั้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของทีมขุดเจาะชาวจีนก็ยิงตอบโต้สองสามนัดก่อนที่จะหนีกระจัดกระจายไป
หลังจากฟังโคล์มเล่าสถานการณ์โดยคร่าวๆ จบ หลี่จินฟางก็นั่งไม่ติด เขาเป็นทหารจีน อย่างน้อยเขาก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นทหารจีนคนหนึ่ง เมื่อได้รู้ว่าเพื่อนร่วมชาติกำลังเดือดร้อน หลี่จินฟางจึงทำใจให้ยืนดูเฉยไม่ได้
หลังจากลังเลอยู่นาน หลี่จินฟางก็ลุกขึ้นยืน แล้วหันไปหาเกาหยางแล้วพูดว่า
“พี่หยาง ผมต้องไปดูหน่อย ผมแค่จะไปดูสถานการณ์ ดูว่าพอจะช่วยอะไรได้บ้าง มันไม่น่าจะมีอันตราย พี่อยู่ดูแลที่นี่ ผม...”
เกาหยางมองไปที่หลี่จินฟางที่ดูร้อนรน แล้วโบกมือห้ามพร้อมพูดว่า
“ฉันรู้ว่านายคิดอะไรอยู่ อย่าเพิ่งวู่วาม ใจเย็นๆ”
พูดจบ เกาหยางก็หันไปพูดกับโคล์มด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า
“นายพอจะมีวิธีติดต่อทีมขุดเจาะของจีนได้ไหม?”
โคล์มส่ายหน้าแล้วพูดว่า
“ไม่มีเลย ฉันไม่รู้เบอร์ติดต่อพวกเขา และก็ไม่รู้ความถี่วิทยุของพวกเขาด้วย”
เกาหยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
“ในเมื่อทีมขุดเจาะทำงานให้รัฐบาลซูดานใต้ ถ้าพวกเขาถูกปล้น จะมีทหารหรือตำรวจไปคุ้มครองพวกเขาไหม?”
โคล์มหัวเราะออกมาเสียงดัง
“พูดเป็นเล่น ถ้าทหารหรือตำรวจที่นี่พึ่งพาได้ พวกเราจะเสียเงินจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปทำไมล่ะ เอาเข้าจริง ตอนนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าแม้แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่จ้างมาก็พึ่งพาไม่ได้ ตอนนี้ชาวดิงกาและชาวนูเออร์กำลังจะสู้รบกัน ทหารของพวกเขาส่วนใหญ่เป็นชาวดิงกาไม่ก็ชาวนูเออร์ ผมรับรองได้เลยว่ามาลากาลไม่มีทางส่งทหารไปที่นั่นสักคน”
เกาหยางขมวดคิ้วแน่นด้วยความหนักใจ
“นั่นหมายความว่า เวลานี้ ไม่มีใครสนใจชาวจีนพวกนั้นเลยใช่ไหม? แล้วถ้าสถานกงสุลของจีนช่วยพวกเขา จะพอมีทางไหม?”
โคล์มยักไหล่แล้วพูดว่า
“ยกเว้นว่าเจ้าหน้าที่สถานกงสุลจะนำกองทัพไปด้วย แต่ก็เป็นไปไม่ได้ บางทีรัฐบาลซูดานใต้อาจจะส่งทหารจากที่อื่นมาก็ได้ แต่ต้องใช้เวลา ด้วยประสิทธิภาพของพวกนั้น อีกสองสามวันกว่าจะส่งทหารไปถึงค่ายขุดเจาะก็ถือว่าดีมากแล้ว”
หลี่จินฟางทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาพูดเสียงร้อนรนว่า
“พี่หยาง ผมจำเป็นต้องไปดู ไม่สิ ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย”
เกาหยางพยักหน้า หันไปพูดกับโคล์มว่า
“ขอโทษนะเพื่อน พวกเราสองคนอาจจะต้องออกไปข้างนอกสักพัก”
ดัสตินขมวดคิ้วแล้วพูดว่า
“พวกนายจะไปกันเองเหรอ? สองคนมันน้อยไปหน่อย แต่ถ้าเราไปกันทั้งหมด ที่นี่จะทำยังไง”
สีหน้าของโคล์มเองก็ดูหนักใจ
“เพื่อน นายทำแบบนี้ไม่ได้นะ พวกนายควรอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องพวกเรา นายต้องเข้าใจนะว่าตอนนี้ที่นี่ก็อันตรายเหมือนกัน ถ้าพวกนายไปแล้วหากเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่จะทำยังไง?”
เกาหยางถอนหายใจด้วยความหนักใจ
“ขอโทษด้วย แต่คนจีนพวกนั้นเป็นเพื่อนร่วมชาติของฉัน ฉันต้องไปดู ดัสติน ความปลอดภัยของที่นี่ต้องพึ่งพวกนายแล้วนะ พวกเราน่าจะไปไม่นาน”
ดัสตินลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดกับโคล์มด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า
“พวกเราอยู่ที่นี่แล้ว ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยเลย”
โคล์มแบมือออกแล้วยิ้มเจื่อนๆ
“ขอโทษด้วยที่ฉันดูเหมือนเห็นแก่ตัวเกินไป การออกไปช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติเมื่อพวกเขามีภัยเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่ง และมันก็ยิ่งใหญ่มาก แต่พวกเขามีกันแค่สองคน จะทำอะไรได้?”
ดัสตินกับเดวิดและคนอื่นๆ หัวเราะออกมา ตอนนั้นเองเดวิดก็พูดขึ้นว่า
“มีแค่พวกเขาสองคนก็พอแล้ว”
จากนั้นดัสตินก็ตบไหล่เกาหยางและหลี่จินฟางเบาๆ แล้วพูดเสียงหนักแน่นว่า
“ฉันเข้าใจความคิดของพวกนายดี ฉันจะไม่ห้ามพวกนาย ถ้าพวกนายตัดสินใจจะไปจริงๆ ฉันจะไปกับพวกนายด้วย สองคนมันน้อยไปหน่อย เหลือคนไว้ที่นี่สามคนก็พอแล้ว”
เกาหยางคิดแล้วคิดอีก สุดท้ายก็ส่ายหน้า
“ไม่ต้องหรอก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกนาย อีกอย่างที่นี่ก็กำลังเผชิญหน้ากับอันตราย นายอยู่ที่นี่เถอะ มีแค่ฉันกับคางคกก็พอแล้ว ถ้ามีอันตรายจริงๆ ฉันจะขอความช่วยเหลือจากนายเอง”
ดัสตินพยักหน้าแล้วพูดว่า
“ด้วยความสามารถของพวกนายแล้ว ไม่น่าจะมีอันตรายอะไร แต่ต้องจำไว้ว่า ความปลอดภัยต้องมาก่อน อย่าทำอะไรวู่วาม”
โคล์มถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพูดว่า
“ก็ได้ พวกนายสองคนนี่ ฉันไม่รู้จะพูดอะไร เดี๋ยวฉันจะเตรียมรถให้”
เกาหยางเช็ดปากหลังจากกินข้าวเสร็จแล้วลุกขึ้นยืนพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
“สถานการณ์มันฉุกเฉิน ช่วยรีบเตรียมรถและพิกัดให้ด้วย ฉันจะไปเก็บของก่อน ไว้เรากลับมาแล้วค่อยดื่มฉลองกัน”
ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก เกาหยางและหลี่จินฟางต่างคนต่างกลับไปที่ห้องของตัวเองเพื่อแต่งตัวและเตรียมอาวุธ แล้วขับรถกระบะตรงไปยังค่ายขุดเจาะของชาวจีนทันที
ตอนที่หลี่จินฟางมา เขาได้นำอุปกรณ์ของเกาหยางมาทั้งหมด กระสุนก็มีพอสมควร หลี่จินฟางมีแม็กกาซีน 10 อัน และกระสุนอีก 300 นัด ส่วนกระสุนของเกาหยางก็ยังมีอีกกว่า 300 นัด เพียงแต่แม็กกาซีนที่ยิงหมดไปยังไม่มีเวลาบรรจุใหม่
หลังจากขับรถออกจากค่าย ในรถที่สั่นสะเทือน เกาหยางก็บรรจุกระสุนลงในแม็กกาซีนที่ว่างเปล่าทีละนัด หลี่จินฟางมองเกาหยางที่เงียบไปแล้วพูดขึ้นมาทันทีว่า
“ขอโทษนะพี่หยาง ผมเป็นทหาร แต่พี่ไม่ใช่ ผมรู้ว่าถ้าผมจะไป พี่ก็ต้องตามไปด้วย เดิมทีพี่น้องเราไม่ควรพูดเรื่องแบบนี้ แต่ผมยังรู้สึกผิดอยู่ดี”
หลังจากได้ยินคำพูดของหลี่จินฟาง เกาหยางก็มองหลี่จินฟางด้วยความประหลาดใจ ก่อนหัวเราะหยัน
“ถ้าความงี่เง่าเป็นโรคติดเชื้อได้ นายคงโดนกระต่ายแพร่เชื้อมาตอนไหนสักตอนแล้วล่ะ สติปัญญาถอยหลังชัด ๆ เราสองคนนี่กันเอง จะมาพูดอะไรแบบนี้ หา! ไอ้บ้าเอ๊ย!”
เกาหยางรู้สึกโกรธจริงๆ ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหลี่จินฟางแล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากเลย ดังนั้นตอนที่หลี่จินฟางมาช่วยเขา เกาหยางก็ขอบคุณทุกคน ยกเว้นหลี่จินฟาง เพราะมันไม่จำเป็นต้องพูด
หลังจากพูดอย่างเคียดแค้น เกาหยางก็ก้มหน้าลง บรรจุกระสุนต่อไป หลังจากนั้นไม่นานก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยว่า
“อย่าลืมว่าฉันก็เป็นคนจีนเหมือนกัน และต่อไปอย่าพูดแบบนี้กับฉันอีก ฉันโคตรไม่ชอบฟัง”
------
(จบบทที่ 331)