เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 107 - คนคุ้นเคย

บทที่ 107 - คนคุ้นเคย

บทที่ 107 - คนคุ้นเคย


เมื่อไม่มีอะไรให้ทำ เกาหยางก็รู้สึกเบื่อหน่าย เขาเลยรื้อของที่จัดไว้เรียบร้อยออกมาดูอีกทีว่าลืมหยิบอะไรหรือเปล่า

พอรื้อดูจริง ๆ เขาก็พบว่ามีบางอย่างไม่เหมาะ นั่นก็คือมีดพกของเขา

เกาหยางพกอาวุธระยะประชิดสองอย่างติดตัว คือขวานหนึ่งเล่ม กับมีดล่าสัตว์หนึ่งเล่ม

ขวานเป็นของนำโชค เป็นเหมือนเครื่องรางของเขา ต่อให้ไม่พกอะไร เขาก็ต้องพกขวาน ส่วนมีดเล่มนั้นก็มีความสำคัญไม่ต่างกันเลย

มีดเล่มนี้คือสิ่งที่เขาได้มาจากไกด์ล่าสัตว์ในเหตุการณ์เครื่องบินตก มันช่วยให้เขาฆ่าคนคนแรกได้ ถ้าไม่มีมีดเล่มนี้ ตอนนั้นเขาคงตายไปแล้ว และตลอดสามปีที่อยู่ในทุ่งหญ้าซูดาน เขาก็ใช้มีดเล่มนี้ทั้งในฐานะอาวุธและเครื่องมือ ไม่เคยห่างตัวเลย

แม้ในสนามรบยุคใหม่จะไม่ค่อยได้ใช้มีดนัก แต่มีดที่ดีเล่มหนึ่งก็ยังถือเป็นอุปกรณ์จำเป็นอย่างยิ่ง

มีดของเกาหยางนั้นถือว่าดีมาก งานละเอียด ราคาแพง แต่ถ้าจะเอาไปใช้ในสนามรบ มันอาจจะไม่เหมาะนัก

แม้จะรู้สึกเสียดาย แต่เขาก็คิดว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนไปใช้มีดทางยุทธวิธีที่เหมาะกับการรบมากกว่า

ขณะมองฝักหนังหยาบที่เขาเย็บเอง และใบมีดที่มีรอยขาว ๆ เพราะการใช้งาน เกาหยางก็นึกถึงคืนวันในซูดาน และชายชาวแอฟริกาใต้เจ้าของมีดคนก่อน ซึ่งช่วยให้เขารอดชีวิตมาได้หลายครั้ง

ตอนที่เขากลับไปหาพ่อแม่ที่ประเทศจีน พ่อเคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับผู้โดยสารที่ประสบอุบัติเหตุในเที่ยวบินเดียวกัน เนื่องจากเป็นเครื่องบินของบริษัทล่าสัตว์ และเจ้าของบริษัทหนีหายไปทันทีหลังเกิดเหตุ ทำให้ไม่มีใครได้รับค่าชดเชย

เจ้าของบริษัทเป็นชาวจีน ส่วนผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็มาจากจีน ยกเว้นนักบินและไกด์ล่าสัตว์ชาวแอฟริกาใต้คนเดียว เกาหยางเคยดูรายชื่อในสมุดติดต่อของพ่อ และจำที่อยู่กับข้อมูลติดต่อของครอบครัวชาวแอฟริกาใต้นั้นไว้ได้

เขาชื่อว่า ‘จอห์น สมิธ’ เป็นชื่ออังกฤษแท้ ๆ ไม่ใช่ชื่อแบบชาวบูร์ที่เป็นคนกลุ่มใหญ่ของคนผิวขาวในแอฟริกาใต้

บ้านของจอห์นอยู่ที่เมือง ‘ครูเกอร์สดอร์ป’ ซึ่งเดิมทีเกาหยางคิดว่าเป็นชื่อที่ห่างไกลและแปลกตา แต่ตอนนี้ เขารู้แล้วว่ามันคือเมืองบริวารของโจฮันเนสเบิร์ก อยู่แค่ชานเมืองเท่านั้น

ตอนนี้เกาหยางอยู่ใกล้กับบ้านของจอห์นมาก จึงเกิดความคิดว่าอยากไปเยี่ยมครอบครัวของเขา และถ้าเป็นไปได้ ก็อยากไปขอบคุณเขาที่หน้าแผ่นป้ายหลุมศพ

เขาเป็นชอบทำมากกว่าพูด คิดได้ก็ลุกขึ้นทันที เห็นว่ายังเป็นเวลาเช้าอยู่ เขารีบจัดกระเป๋า ใส่มีด โทรศัพท์ แล้วก็ ด้วยความระวังภัยในเมืองนี้ ใส่ปืนพกเข้าไปด้วย

เขาพกเงินแรนด์แอฟริกาใต้ทั้งหมดที่มี (ซึ่งไม่ถึง 100 ดอลลาร์) แล้วเติมเงินสดอีก 2,000 ดอลลาร์เข้าไปในกระเป๋า

เตรียมเสร็จแล้ว เขาก็เดินไปที่หน้าห้องของหลี่จินฟางและฉุ่ยป๋อ แล้วตะโกนว่า

“ฉันจะออกไปทำธุระหน่อย พวกนายจะไปด้วยไหม”

ฉุ่ยป๋อโผล่มาอย่างตื่นเต้น “ฉันไป ฉันไป นายจะไปไหนน่ะ ฉันจะตามไปด้วย”

หลี่จินฟางมองเขาอย่างสงสัย “ไปทำอะไรเหรอ”

เกาหยางตอบว่า “ไม่มีอะไรหรอก ไปหาใครบางคน ไม่รู้จะหาเจอไหม ถือว่าออกไปเที่ยวเล่นแล้วกัน”

หลี่จินฟางพยักหน้า “นายรอในห้องเจ้ากระต่ายก่อนนะ ฉันจะไปด้วย”

เกาหยางก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก ระหว่างนั่งรอในห้องฉุ่ยป๋อ หลี่จินฟางก็วิ่งกลับมา พร้อมกับยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ “ขอโทษทีนะพี่หยาง จู่ ๆ ฉันมีธุระด่วนไปด้วยไม่ได้แล้ว แล้วเจ้ากระต่ายก็อย่าไปเลยนะ”

“หา ทำไมล่ะ”

หลี่จินฟางขมวดคิ้ว “อย่าถามมากน่า บอกว่าไม่ต้องไปก็ไม่ต้องไป ฉันมีธุระจะคุยกับนาย ว่าแต่ พอว่างแล้ว นายมาซ้อมมือกับฉันหน่อยได้ไหม ยังไงวันนี้นายก็ไม่ได้ไปสนามยิงปืนอยู่แล้ว รีบใช้เวลาซ้อมต่อสู้ดีกว่า ไป ตอนนี้เลย”

ฉุ่ยป๋อถึงกับหน้าซีด เขาเคยอยากฝึกต่อสู้กับหลี่จินฟางจริง แต่พอเห็นสภาพเกาหยางตอนโดนซ้อม เขาก็ไม่กล้าขออีกเลย ไม่คิดเลยว่าตอนนี้จะโดนลากตัวไปฝึก

“ไม่ ไม่ วันนี้ไม่ได้จริง ๆ อย่าลืมสิว่าฉันเป็นคนป่วย ฉันเป็นคนป่วยนะ”

“โรคหนองในก็ถือว่าเป็นโรคด้วยเหรอ เลิกพูดมาก ไหน ๆ นายก็เสนอหน้ามาเองแล้ว ฉันจะเปิดตาให้นายเอง ไป อย่าให้ต้องลงมือ”

ขณะที่เกาหยางยังงงอยู่ว่าทำไมหลี่จินฟางถึงเปลี่ยนใจไม่ไป จู่ ๆ เยเลน่าก็ปรากฏตัวที่หน้าประตูพร้อมเสียงร่าเริง

“ไง ฉันเตรียมตัวเสร็จแล้ว ออกเดินทางเลยไหม”

เห็นสีหน้าร่าเริงของเธอ เกาหยางกับฉุ่ยป๋อก็เข้าใจทันทีว่าหลี่จินฟางแอบทำอะไรไว้ ฉุ่ยป๋ออยากจะร้องไห้

“ไอ้คางคก! ถ้าอยากเปิดทางให้เยเลน่าอยู่กับพี่หยาง ฉันก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่นายควรบอกฉันตรง ๆ สิ ทำไมต้องอ้างโน่นนี่ด้วยล่ะ พี่ฟาง ฉันเข้าใจแล้ว ไม่ต้องซ้อมก็ได้มั้ง”

หลี่จินฟางยิ้มแป้นใส่เกาหยาง “ไปเถอะพี่หยาง น้องเขารออยู่นะ ไปละ บ๊ายบาย”

พูดจบ เขาก็คว้าคอเสื้อฉุ่ยป๋อลากไปทางหลังบ้านทันที ฉุ่ยป๋อได้แต่ยอมรับชะตากรรมโดยไม่อาจขัดขืนได้เลย

เยเลน่ามองทั้งสองคนแล้วถามงง ๆ “หยาง นายไม่ได้ชวนฉันไปเหรอ”

เกาหยางตอบทันที “ใช่ ฉันชวนเองแหละ พวกนั้นคงไม่อยากเป็นก้าง เราสองคนไปกันเองก็พอ ไม่ต้องสนใจพวกเขา”

เยเลน่ายิ้มกว้าง ก่อนจะคว้ามือเกาหยางอย่างเป็นธรรมชาติ “เยี่ยมเลย ไปกันเถอะ ฉันไม่ได้ออกไปข้างนอกเลยตั้งแต่มา อยู่แต่ในบ้าน เบื่อจะตายอยู่แล้ว!”

เกาหยางพยายามจะดึงมือออกแต่ก็ทำไม่ลง ได้แต่แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ ปล่อยให้เธอจูงมือเดินออกไป

ในใจเขาได้แต่ภาวนา ‘ขออย่าให้เกรกลอรอฟกับนาตาเลียมาเห็นเขาจับมืออยู่กับเยเลน่าเลย’ เขารีบมองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นใคร จึงเร่งฝีเท้าออกไปให้เร็วที่สุด

ทว่า...ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงดังมาจากที่ไหนสักแห่งในบ้าน

“เที่ยวให้สนุกนะจ๊ะ มื้อเย็นไม่ต้องกลับมากินก็ได้นะ ถ้าไม่กลับบ้านคืนนี้ก็อย่าลืมโทรมาบอกด้วยล่ะ”

เสียงนั้นเป็นของนาตาเลีย...

------

(จบบทที่ 107)

จบบทที่ บทที่ 107 - คนคุ้นเคย

คัดลอกลิงก์แล้ว