- หน้าแรก
- หน่วยรบเถื่อน
- บทที่ 108 - ผลลัพธ์การฝึกหนัก และลูกเตะสุดร้ายกาจ
บทที่ 108 - ผลลัพธ์การฝึกหนัก และลูกเตะสุดร้ายกาจ
บทที่ 108 - ผลลัพธ์การฝึกหนัก และลูกเตะสุดร้ายกาจ
ในอพาร์ทเมนท์เก่าโทรมแห่งหนึ่ง เกาหยางหยุดเดินเพื่อดูเลขห้อง และเมื่อแน่ใจว่าไม่ผิด เขากับเยเลน่าก็เดินเข้าไปด้านใน
ชายชราคนหนึ่งที่นั่งเฝ้าอยู่ตรงประตูอพาร์ตเมนต์สวมเครื่องแบบคล้ายรปภ. กำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ เขาเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า
“เดี๋ยวก่อน พวกคุณมาหาใคร”
เกาหยางตอบว่า “เรามาหาคุณนายจอห์น สมิธ ห้อง 6A ชั้น 3 ครับ”
ชายชราเงยหน้ามองเกาหยางสองสามที แล้วส่ายหัวช้า ๆ
“ผมจำพวกเขาได้นะ ครอบครัวดีเลยล่ะ แต่เสียใจด้วย พวกคุณมาผิดที่แล้ว หรือไม่ก็สายเกินไป คุณนายสมิธกับลูกชายของเธอย้ายออกไปแล้ว เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า เจ้าของเลยไล่ออก”
เกาหยางมองอาคารโทรมตรงหน้าแล้วก็เข้าใจว่า ถ้าแม้แต่ที่แบบนี้ยังอยู่ไม่ได้ ครอบครัวของจอห์น สมิธก็คงลำบากมากทีเดียว
เขาขมวดคิ้ว “คุณพอจะทราบไหมครับว่าพวกเขาไปอยู่ที่ไหน?”
ชายชราทำปากเบ้ “ไม่แน่ใจนะ แต่พวกคุณลองไปดูที่ ‘สวนคอโรเนชัน’ เผื่อโชคดีอาจเจอพวกเขาก็ได้”
“สวนคอโรเนชันเหรอครับ อยู่ไกลไหม”
“ไม่ไกลหรอก นั่งแท็กซี่ไปแป๊บเดียวก็ถึง”
หลังกล่าวขอบคุณ เกาหยางกับเยเลน่าก็ไม่ถามใครอีก แต่เรียกแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังสวนคอโรเนชันทันที
ตอนแรกเกาหยางคิดว่า ‘สวนคอโรเนชัน’ น่าจะเป็นชื่อหมู่บ้านหรือเขตที่อยู่อาศัย แต่แท็กซี่กลับพาพวกเขามาถึงหน้าสวนสาธารณะจริง ๆ
เมื่อคนขับจอดรถ เกาหยางรีบบอก
“พี่ชาย เรามาตามหาคนในสวนคอโรเนชัน แต่นี่มันสวนจริง ๆ เลยนะ ผมไม่คิดว่าในสวนสาธารณะจะหาคนได้ หรือว่ามีสวนคอโรเนชันอีกแห่งที่เป็นหมู่บ้านไหมครับ”
คนขับผิวสีหนุ่มหัวเราะพร้อมรอยยิ้มประจำชาติ
“นายกำลังตามหาคนขาวที่ยากจนใช่ไหม ถ้าใช่ล่ะก็ มาถูกที่แล้ว ที่นี่แหละที่พวกขี้เกียจพวกนั้นอาศัยอยู่กัน”
แม้จะสงสัยอยู่บ้าง แต่เกาหยางก็ตัดสินใจเดินเข้าไปดู เมื่อจ่ายค่าแท็กซี่แล้ว ทั้งสองก็เดินเข้าไปในสวน
ในสนามหญ้าของสวน เด็กผิวสีวิ่งเล่นกันเป็นกลุ่ม บางคนเตะฟุตบอล บางคนก็ปิ้งบาร์บีคิว
เมื่อเห็นเยเลน่า กลุ่มชายหนุ่มผิวสีบางคนก็เป่าปากแซวและชี้ไม้ชี้มือพูดถึงเธอ สายตาเหล่านั้นทำให้เกาหยางไม่พอใจ แต่โชคดีที่ไม่มีใครกล้าเกินเลย
ขณะนั้น เยเลน่าชี้ไปยังมุมหนึ่งของสวน “ดูนั่นสิ ฉันเห็นคนผิวขาวอยู่ตรงนั้น!”
เกาหยางมองตามไป เห็นแคมป์รถพ่วงและเพิงสังกะสีเก่า ๆ ที่นั่นมีเด็กขาวไม่กี่คนกำลังเล่นรักบี้กัน
ทั้งสองเดินไปถึงหน้าเพิงแคมป์ เกาหยางสังเกตว่าเด็กเหล่านั้นทั้งเปื้อนเปรอะและไม่มีรองเท้า เดินเท้าเปล่าแย่งลูกบอลแฟบ ๆ กันอยู่
พื้นที่แคมป์นี้ถูกแบ่งออกจากสวนอย่างชัดเจน มีการวางยางรถเก่าไว้ตามจุดทางเข้า
ข้างในกับข้างนอกเหมือนเป็นโลกคนละใบ เกาหยางกับเยเลน่าเดินลัดเลาะผ่านกลุ่มเด็กไปเรื่อย ๆ จนลึกเข้าไปก็เห็นคนผิวขาวมากมาย ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และคนแก่ สวมเสื้อผ้าเก่าและสกปรก มองพวกเขาด้วยสายตาเฉยชา
บรรยากาศแปลกแถมแฝงความเป็นปรปักษ์ ทำให้เกาหยางเริ่มกังวล เขาสะพายกระเป๋าไว้ด้านหน้า แอบปลดซิป หยิบปืนพกขึ้นลำกล้องไว้ในมือข้างขวาในกระเป๋า พร้อมกับใช้มือซ้ายจับมือเยเลน่าไว้
เขารู้สึกเสียใจที่พาเยเลน่ามาที่แบบนี้ แต่หญิงสาวกลับไม่สนใจเลย แถมยังดูตื่นเต้นด้วยซ้ำ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เกาหยางจับมือเธอก่อน
พวกเขาเดินต่ออีกนิด จนเจอหญิงชราดูท่าทางใจดีคนหนึ่ง เกาหยางหยุดแล้วเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน
“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณรู้จักคุณนายจอห์น สมิธไหมครับ”
เพราะวัฒนธรรมการตั้งชื่อแบบอังกฤษ หลังจากจอห์นเสียชีวิต ภรรยาของเขาก็ยังคงใช้ชื่อว่า “คุณนายสมิธ” ทำให้เกาหยางไม่รู้ชื่อจริงของเธอ แต่เขาก็คิดว่าแค่ชื่อสกุลก็น่าจะพอถามได้
แต่หญิงชรากลับมองหน้าเขานิดเดียว แล้วหันหลังเดินหนี ไม่ตอบอะไรเลย
เกาหยางได้แต่ถอนหายใจ ยักไหล่แล้วเดินต่อ หวังว่าจะเจอใครที่ยอมพูดด้วย
ไม่นานนัก เขาได้ยินเสียงคนตะโกนกันอยู่ไม่ไกล
“ตีมันให้ตาย!”
เมื่อเขาและเยเลน่าเดินไปใกล้ฝูงชน ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของผู้หญิงสองคน เสียงหมัดกระแทกเนื้อ “ปั่ก ๆ” และเสียงด่าทอ
เกาหยางไม่อยากยุ่งเรื่องคนอื่น แต่เขาก็ไม่อยากอยู่ในที่แบบนี้นาน จึงแตะไหล่ชายวัยกลางคนที่ยืนเชียร์อย่างเมามันตรงหน้าแล้วถามว่า
“สวัสดีครับ คุณรู้จักคุณนายจอห์น สมิธไหมครับ ได้ยินว่าเธออาศัยอยู่ที่นี่”
ชายผิวขาวคนนั้นหันมามองด้วยสายตาไม่เป็นมิตร แต่เมื่อเกาหยางพูดจบ เขาก็มองขึ้น ๆ ลง ๆ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงประหลาด
“ฉันรู้จักเธอ แล้วก็รู้จักลูกชายของเธอด้วย”
“เยี่ยมเลยครับ ไม่ทราบว่าเธออยู่ที่ไหน คุณพอจะพาเราไปหาเธอได้ไหม ผมให้ค่าตอบแทน 100 แรนด์”
พอได้ยินว่ามีเงินให้ แววตาของชายคนนั้นก็เป็นประกายทันที เขายื่นมือออกมา และเยเลน่าก็รีบยัดแบงก์ 100 แรนด์ใส่มือเขาก่อนที่เกาหยางจะทันขยับด้วยซ้ำ
หลังรับเงินมา ชายวัยกลางคนนั้นก็ชี้ไปยังใจกลางของกลุ่มคนแล้วพูดว่า
“พวกเขาอยู่ตรงนั้นน่ะแหละ ได้ยินเสียงตะโกนใช่ไหม เสียงผู้หญิงที่ไม่แหลมมากนั่นคือคุณนายจอห์น สมิธ ส่วนเสียงร้องโอดครวญที่ถูกซ้อมนั่นคือลูกชายของเธอ”
พอได้ยินแบบนั้น เกาหยางก็ไม่สนใจคนชี้ทางอีกต่อไป รีบดึงมือเยเลน่าฝ่าฝูงชนเข้าไปทันที
เมื่อฝ่าเข้าไปถึงด้านหน้า เขาเห็นชายวัยกลางคนร่างใหญ่กำลังคร่อมอยู่บนร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง แล้วต่อยหน้าเด็กคนนั้นไม่ยั้ง แม้เด็กหนุ่มจะเสียเปรียบเต็มที่แต่ก็ยังพยายามชกสวนกลับ พร้อมตะโกนด่าด้วยเสียงสั่นเครือ
ข้าง ๆ กัน หญิงชราและสาวรุ่นพยายามร้องไห้ห้ามปรามและดึงตัวชายร่างใหญ่ แต่เขาก็สะบัดพวกเธอออกได้อย่างง่ายดาย
เกาหยางยังไม่รีบลงมือ เขาหันไปถามชายที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ใกล้ ๆ
“ขอโทษครับ ผู้หญิงคนนั้นคือใคร”
“คุณนายจอห์น สมิธน่ะสิ เอ๊ะ แล้วคุณเป็นใคร”
เมื่อได้คำตอบที่ต้องการ เกาหยางก็ไม่สนใจจะตอบกลับ เขาถอดกระเป๋าสะพายยื่นให้เยเลน่า พร้อมกระซิบข้างหู
“ในกระเป๋ามีปืน ถือไว้แต่ยังไม่ต้องเอาออกมา ถ้ามีอันตรายค่อยยิง ระวังตัวด้วยนะ”
จากนั้นเขาก็แตะที่แก้มของเธอเบา ๆ แล้วพุ่งตรงไปที่ด้านหลังของชายร่างใหญ่ ก่อนจะเตะเข้าที่ลำตัวเต็มแรงจนชายคนนั้นกลิ้งไปกับพื้น
ทุกคนตกตะลึงกับการโผล่มาของเกาหยางและการเตะของเขา ขณะนั้นคุณนายสมิธและสาวรุ่นก็รีบเข้าไปดูอาการเด็กหนุ่ม แต่เขากลับปัดมือพวกเธอออก แล้วยังไม่ทันลุกขึ้นดี ก็พุ่งไปหาเจ้าคนที่เพิ่งล้มลงเพื่อจะซัดกลับอีก
เกาหยางถอนหายใจ แล้วตะโกนลั่น
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
เขาพุ่งเข้าไปคว้าเสื้อเด็กหนุ่มแล้วดึงออกมาด้านหลัง จากนั้นก็ชี้ไปยังชายร่างใหญ่ที่กำลังจะลุกขึ้น
“หยุดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะฆ่าแก!”
แม้เด็กหนุ่มยังหอบหายใจอย่างโกรธเคือง แต่ก็ไม่ฝืนคำสั่ง เพราะรู้ว่าเกาหยางอยู่ฝ่ายเดียวกัน เขาถ่มเลือดลงพื้นด้วยความแค้น
แต่ชายร่างใหญ่นั้น กลับฮึดลุกขึ้นแล้วเหวี่ยงหมัดใส่เกาหยางเต็มแรง
เกาหยางเอียงตัวหลบได้ทัน แล้วสวนกลับด้วยลูกเตะอย่างเงียบ ๆ เตะเข้าจุดอ่อนตรงหว่างขาอย่างแม่นยำ
ชายคนนั้นทรุดฮวบลงกับพื้นทันที มือกุมเป้ากางเกงก่อนจะล้มหน้าไปนอนกับพื้นอย่างเจ็บปวด
เกาหยางหมุนตัวจะตามด้วยลูกถีบที่ต้นคอ แต่เขาหยุดเท้าไว้ได้ทัน เปลี่ยนทิศทางไปเหยียบลงข้าง ๆ แทน
เขาไม่ได้ฝึกกับหลี่จินฟางมาหนึ่งเดือนเปล่าๆ สำหรับพวกอันธพาลใช้แต่แรงแบบนี้ เขาไม่มีปัญหาเลย
เทคนิคที่หลี่จินฟางสอนมา คือหลังจากเตะจุดอ่อนแล้ว ต้องตามด้วยลูกถีบซ้ำที่ลำคอหรือต้นคอเพื่อจบศึกทันที แต่โชคดีที่เกาหยางไหวตัวทัน เปลี่ยนการเคลื่อนไหวไว้ทันก่อนจะเผลอฆ่าคนเข้า
หญิงสาวที่พยายามห้ามเมื่อครู่ ตอนนี้ตะโกนว่า “พ่อ” แล้ววิ่งเข้าไปกอดร่างของชายร่างใหญ่นั้นไว้
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ก็ควบคุมได้แล้ว
เกาหยางหันไปถามหญิงวัยกลางคนที่กำลังกอดเด็กหนุ่มร้องไห้อยู่
“สวัสดีครับ คุณคือคุณนายจอห์น สมิธ ใช่ไหมครับ”
เธอกับเด็กหนุ่มที่หน้าเต็มไปด้วยรอยช้ำมองเขาด้วยความตกใจ ก่อนที่หญิงคนนั้นจะตอบเบา ๆ
“ใช่ค่ะ… แล้วคุณเป็นใครกัน”
(จบบทที่ 108)