- หน้าแรก
- หน่วยรบเถื่อน
- บทที่ 97 - ศัตรูหัวใจ
บทที่ 97 - ศัตรูหัวใจ
บทที่ 97 - ศัตรูหัวใจ
อาหารฝีมือภรรยาเกรกลอรอฟถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว แต่ด้วยความเป็นอาหารรัสเซียจ๋า ทั้งขนมปังดำกับซุปบีทรูทมันไม่ได้เข้าปากเกาหยางเลยสักนิด โดยเฉพาะตอนที่เยเลน่าคอยฉีกขนมปังส่งให้เขาทีละชิ้น แล้วยังตักซุปเติมจานให้เขาอีกด้วย เขายิ่งรู้สึกกินไม่ลงเข้าไปใหญ่
ฉุ่ยป๋อกับหลี่จินฟางก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก มีเพียงครอบครัวเกรกลอรอฟที่กินกันอย่างมีความสุข
ในที่สุดเกาหยางก็ส่งสายตาให้สองสหาย ทั้งสามจึงลุกออกจากโต๊ะโดยไม่สนใจมารยาทอะไรมากนัก ข้ออ้างก็แสนดี ไม่อยากรบกวนช่วงเวลาดี ๆ ของครอบครัวเขา
บ้านที่เกาหยางหามาให้แม่ลูกคู่นี้ค่อนข้างใหญ่ มีถึงหกห้องนอน พวกเขาทุกคนจึงได้ห้องส่วนตัว และยังจัดเตรียมเรียบร้อยแล้วด้วย
หลังเข้าไปในห้องหนึ่งที่เตรียมไว้สำหรับพวกเขาสามคน เกาหยางทรุดตัวลงนั่งบนเตียง หน้าซึม เงียบกริบ กอดเข่าก้มหน้าคล้ายลูกหมาโดนตี
ฉุ่ยป๋อที่รู้จักเกาหยางมาหลายปี ไม่เคยเห็นเขาสภาพแบบนี้มาก่อน รู้สึกเป็นห่วง
“พี่หยาง เป็นอะไรเนี่ย เพราะเรื่องยัยเด็กนั่นเหรอ ไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง ก็ไม่ใช่พี่ไปจีบเธอนี่นา เธอจีบพี่ต่างหาก”
เกาหยางพูดเสียงเจ็บปวด
“ไม่ใช่ ไม่ใช่เพราะเยเลน่า อย่างน้อยก็ไม่ใช่ทั้งหมด หลัก ๆ มันคือแคทเธอรีน พวกนายจำเธอได้ใช่ไหม ฉันเคยพูดถึงเธอ”
สองคนพยักหน้าพร้อมกัน
เกาหยางเงยหน้าขึ้น สีหน้าเหมือนคนโดนฟ้าผ่า พูดด้วยน้ำเสียงอาฆาต
“จำไว้เลยนะ คนเราห้ามพูดเล่นไปเรื่อย! มันจะมีเวรกรรมตามทัน ฉันบอกเยเลน่าว่าพวกนายสองคนเป็นเกย์ แถมยังบอกว่าเป็น ‘แฟนกัน’ ด้วย! แล้วดูสิ...ดูสิ...ดูสิ! ผลกรรมมันก็เลยมาตกที่ฉัน”
สองคนนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนหน้าเปลี่ยนสีทันที
ฉุ่ยป๋อกราดเกรี้ยว
“พี่หยาง ขอคำอธิบายหน่อย บอกว่าเราเป็นเกย์เนี่ยนะ แถมยังเป็น ‘แฟนกัน’ อีก”
หลี่จินฟางกำหมัดเสียงดังเป๊าะ ๆ
“ใช่ พี่หยาง! อธิบายมาซะดี ๆ”
เกาหยางปัดมืออย่างหมดแรง
“ฉันไม่อยากเถียง พี่กำลังเจ็บใจอยู่ เห็นไหม พวกนายไปอาบน้ำพร้อมกันเอง จะโทษใครได้ล่ะ”
หลี่จินฟางหน้าถอดสีทันที หันไปล็อกคอฉุ่ยป๋อ
“บอกให้มึงอาบคนเดียวแล้ว มึงนี่แหละ ไอ้กระต่ายบ้า”
เกาหยางถอนหายใจหนัก ๆ
“กลับมาคุยเรื่องจริงจังต่อได้แล้ว เฮ้อ แคทเธอรีนฉันว่าเธอโอเคนะ ยัยเยเลน่าก็ดูเหมือนเด็กแสบ จะพูดตรง ๆ ก็ไม่ได้ ฉันเลยบอกไปว่า ‘มีแฟนแล้ว’ หวังจะให้เธอตัดใจ”
เมื่อเบี่ยงประเด็นได้แล้ว หลี่จินฟางจึงปล่อยคอฉุ่ยป๋อ แล้วทั้งสองพยักหน้าให้เกาหยางเล่าต่อ
เกาหยางถอนใจอีกครั้ง
“ตอนที่พวกนายไปอาบน้ำ ฉันได้ติดต่อกับแคทเธอรีนแล้ว บอกเธอว่าฉันอยู่ที่แอฟริกาใต้ แล้วเธอก็พูดว่าจะมาเที่ยวที่แอฟริกาใต้ด้วย ซึ่งก็อีกประมาณสองเดือนกว่า ๆ จากนั้นฉันก็ดีใจมาก แล้วก็บอกให้เธอแจ้งให้ฉันทราบล่วงหน้าเมื่อเธอจะมา แต่พอฉันคิดดูอีกที บางทีเธออาจจะมีแฟนแล้วก็ได้ ก็เลยคิดว่าถามเธอดูหน่อยก็ดี”
ฉุ่ยป๋อตาลุกวาว
“แล้วไง เธอบอกว่า...จริง ๆ แล้วเธอเป็นผู้ชายเหรอ”
“ไปให้พ้น เจ้ากระต่ายบ้า สมกับเป็นเจ้ากระต่ายบ้าจริง ๆ ฟังฉันพูดให้จบก่อน! ตอนนั้นฉันก็ถามแคทเธอรีนว่า เธอมีแฟนหรือยัง? เธอก็ตอบว่ามีอะไรเหรอ? ฉันก็ตอบว่าถ้ามีแฟนแล้วก็ชวนมาเที่ยวด้วยกันได้นะ แล้ว… แล้ว…”
พูดถึงตรงนี้ เกาหยางก็พูดไม่ออก ได้แต่ทุบเตียงเสียงดัง
หลี่จินฟางสงสัย
“แล้วไง เธอจะพาแฟนมาด้วยเหรอ ก็ไม่เห็นต้องเดือดร้อนอะไรนี่นา ไหน ๆ ก็มีเยเลน่าเป็นตัวสำรองอยู่แล้ว”
เกาหยางตะโกนอย่างสิ้นหวัง
“ถ้าเป็นอย่างที่นายพูดก็ดีสิ แคทเธอรีนบอกฉันว่า เธอไม่มีแฟนผู้ชาย แต่เธอมีแฟนผู้หญิง เธอถามฉันว่าสามารถพาแฟนผู้หญิงมาด้วยได้ไหม เธอเป็นเลสเบี้ยน”
ฉุ่ยป๋อตาโตทันที ส่วนหลี่จินฟางทำหน้าไม่เข้าใจ
“เลสเบี้ยนคืออะไร”
“ก็พวกผู้หญิงที่รักผู้หญิงไงเล่า แล้วเดี๋ยว ๆ ฟังต่อ แคทเธอรีนบอกว่า เธอไม่เคยออกเดทกับผู้ชายเลยตั้งแต่เด็กจนโต จนกระทั่งเธอเข้ามหาวิทยาลัย แล้วได้เจอกับนักเรียนแลกเปลี่ยนคนหนึ่ง เป็นคนอังกฤษ เป็นผู้หญิง และผู้หญิงคนนั้นก็ไม่เคยออกเดทกับผู้ชายเหมือนกัน ทั้งสองคนก็เลยมีเรื่องที่คุยกันถูกคอ ให้ตายเถอะ! เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติในอเมริกาเหรอ? มันไม่ปกติเลย!”
“สรุป”
“สรุปคือ สาวอังกฤษคนนั้น พอได้เจอแคทเธอรีนแล้วก็เหมือนกับว่าเธอได้ค้นพบตัวเอง แล้วก็รู้ว่าตัวเองเป็นเลสเบี้ยน จากนั้นก็เริ่มบุกจีบแคทเธอรีนอย่างหนัก เพื่อที่จะคว้าตัวผู้หญิงในฝันของฉันไปเป็นแฟน ส่วนแคทเธอรีนน่ะ ให้ตายเถอะ เธอดันรู้สึกใจอ่อน แล้วเธอก็มาถามฉันว่าควรทำยังไงดี”
สองคนอึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนพูดพร้อมกัน
“เวร แบบนี้ก็มีด้วย”
เกาหยางตะโกนต่อ
“ตอนแรกฉันก็ลังเลอยู่บ้าง แต่ในสถานการณ์แบบนี้ฉันจะลังเลได้ยังไง ฉันก็เลยรีบบอกเธอว่าต้องเลือกฉันสิ แต่แคทเธอรีนกลับตัดสินใจว่า เธอจะพาผู้หญิงอังกฤษคนนั้นมาเจอฉัน เพื่อให้ฉันช่วยตัดสินใจว่าเธอควรจะเลือกผู้ชายหรือผู้หญิง แล้วยังให้ฉันเก็บเป็นความลับอีก ให้ตายเถอะ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย การที่มีศัตรูหัวใจก็พอทนอยู่แล้ว แต่ศัตรูหัวใจของฉันดันเป็นผู้หญิงนี่สิ ฉันต้องไปแย่งผู้หญิงกับผู้หญิงด้วยกันเอง แบบนี้จะทนได้ยังไง”
หลี่จินฟางถอนหายใจ
“พี่หยาง ผู้หญิงอเมริกันนี่มันร้ายกาจเกินไปแล้ว ช่างมันเถอะ ผมว่าเยเลน่าก็ดีนะ อย่างน้อยก็รออีกไม่กี่ปีไง”
ฉุ่ยป๋อไม่เห็นด้วย
“นายไม่เข้าใจอะไรเลย! พี่หยาง ฟังผมนะ แบบแคทเธอรีนนี่แหละ ต้องรีบคว้าไว้ สาวอเมริกันสวย ๆ ที่ยังไม่เคยมีแฟนชาย แถมยังไม่มั่นใจในรสนิยมตัวเอง นั่นแปลว่าเธอยัง ‘บริสุทธิ์’ อยู่ไง หายากมากนะ”
เกาหยางถอนหายใจอีก
“ไว้ค่อยว่ากันเถอะ ฉันยังมึนอยู่เลย อีกอย่างยังมีเวลาอีกตั้งสองเดือนกว่า ๆ ไม่ต้องรีบหรอก ถ้าเป็นไปได้ก็อยู่ให้ห่างจากผู้หญิงสองคนนั้นไว้ ฉันไม่เล่นกับพวกเธอหรอกนะ แล้วอีกเรื่อง เยเลน่านี่ฉันต้องทำไงวะ ฉันจะอธิบายให้พ่อเธอฟังยังไงดี แล้วไอ้พ่อนั่นก็ไม่รู้จักสังเกตอะไรบ้างเลย ลูกตัวเองแท้ ๆ ไม่พูดอะไรเลยเหรอ แล้วอีกอย่างนะ ไอ้คางคกก็โคตรเท่ ทำไมยัยเด็กนั่นต้องมาเกาะฉันเพื่อความปลอดภัยล่ะ”
หลี่จินฟางถอนหายใจ
“นั่นสิ ผมก็สงสัยเหมือนกัน…”
หลังจากนั้น ทั้งสามก็นั่งเงียบกันไปพักใหญ่ จนในที่สุดหลี่จินฟางก็พูดขึ้น
“พี่หยาง อย่าเศร้าเลยน่า เรื่องแค่นี้เอง ไหนบอกว่าจะฝึกการต่อสู้มือเปล่ากับผมไง เริ่มเลยมั้ย”
“เอาน่า พรุ่งนี้เช้าเถอะ เรื่องด่วนคือต้องหาที่ฝึกยิงให้ฉุ่ยป๋อก่อน ไปหาสนามยิงปืนกัน”
ฉุ่ยป๋อหูผึ่ง
“เออ พี่หยาง! ผมลืมบอกไป! น่าจะให้อุลยานอฟจัดอุปกรณ์ ‘บรรจุกระสุน’ มาด้วย กระสุนที่บรรจุเองนี่ไว้ใจได้ที่สุดแล้ว และความแม่นยำก็สูงด้วย ผมเก็บปลอกกระสุนที่พี่ยิงไว้เพียบเลย ขอบคุณผมซะ”
เกาหยางคิดว่ามันก็จริง ช่วงท้ายที่มิสราตา กระสุนที่บ็อบให้เขาไว้ก็หมดแล้ว ถ้ายังมีพวกกระสุนหัวหนักแบบทำมือ เหตุการณ์ช่วยอาลีคงจะไม่วุ่นวายขนาดนั้น
กระสุนบรรจุเองด้วยมือ หรือ "Handloading" เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก ต้องเก็บปลอกกระสุนที่ใช้แล้ว และต้องเป็นปลอกกระสุนที่ยิงออกมาจากปืนกระบอกนั้น ๆ เท่านั้น ถ้าเป็นปลอกกระสุนที่ยิงจากปืนกระบอกอื่นก็ไม่มีประโยชน์ ต้องใช้สารทำความสะอาดปลอกกระสุนแบบแข็ง วัดปริมาณดินปืนอย่างแม่นยำ ใส่แก๊ปและใส่หัวกระสุน และต้องไม่มีความผิดพลาดแม้แต่น้อย
ทั้งยังต้องเลือกยี่ห้อของดินปืนด้วย เพราะยี่ห้อและชนิดของดินปืนที่แตกต่างกันก็จะมีอัตราการเผาไหม้ที่แตกต่างกัน และหัวกระสุนก็ต้องเลือกอย่างพิถีพิถัน ต้องเลือกหัวกระสุนที่มีน้ำหนักต่างกัน ตั้งแต่เบาไปจนถึงหนัก เพราะยิ่งหัวกระสุนหนักเท่าไหร่ การบินก็จะยิ่งมีเสถียรภาพมากขึ้นเท่านั้น พลังทำลายล้างก็จะยิ่งมากขึ้น และได้รับผลกระทบจากลมน้อยลง แต่ความเร็วในการบินของหัวกระสุนหนักก็จะลดลงเร็วขึ้น วิถีกระสุนก็จะโค้งมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อความแม่นยำ
แต่โชคดีที่บ็อบเคยทำข้อมูลการวัดสูตรต่าง ๆ ไว้ให้แล้ว ถ้าโทรไปหาแค่ครั้งเดียวก็เอาข้อมูลมาใช้ได้เลย
คิดได้แบบนั้น เกาหยางก็ลุกขึ้นทันที
“พวกนายรอฉันแป๊บนึงนะ ฉันจะไปชาร์จโทรศัพท์ แล้วจะโทรหาบ็อบ”
ฉุ่ยป๋อยิ้ม แอบสะกิดหลี่จินฟาง
“เห็นมั้ยล่ะ? แค่เบี่ยงประเด็นหน่อยเดียว พี่หยางก็ลืมเรื่องผู้หญิงทันที”
หลี่จินฟางพยักหน้า แต่ก็ขยับกำปั้นแล้วพูดว่า
“ว่าแต่ ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีเรื่องนายทำให้ฉันโดนกล่าวหาว่าเป็นเกย์เลยนะ ไอ้กระต่าย! ตายซะ!”
---
(จบบทที่ 97)