- หน้าแรก
- ผมเป็นนายกองร้อยบ้านนอก แต่มีระบบร้านค้าสุดโกงฯ
- บทที่ 34 - ลอบโจมตียามวิกาล
บทที่ 34 - ลอบโจมตียามวิกาล
บทที่ 34 - ลอบโจมตียามวิกาล
บทที่ 34 - ลอบโจมตียามวิกาล
เทือกเขาดำ ไม่รู้ว่ากว้างใหญ่เพียงใด หุบเขาที่ลุ่มต่ำบางแห่ง มักมีหมอกพิษลอยฟุ้ง
ภูมิประเทศสูงชัน ปกคลุมด้วยป่าไม้ตลอดปี
จึงกลายเป็นแหล่งซ่องสุมของโจรป่า
แต่ด้วยขนาดของค่ายโจรเสียดเมฆา พวกเขาเข้าไปลึกกว่านี้ไม่ได้ เพราะข้างในเป็นถิ่นของกองทัพเขาดำ ดังนั้นพวกเขาจึงอยู่แค่รอบนอกของเขาดำ
แต่ถึงกระนั้น ลู่หมิงและพรรคพวกที่ซ่อนตัวตอนกลางวันเดินทางตอนกลางคืน ก็ใช้เวลาถึงสองวัน กว่าจะมาถึงบริเวณใกล้ค่ายโจร
ค่ายโจรทั้งค่ายสร้างอยู่บนไหล่เขา ทางขึ้นเขามีเพียงเส้นทางเดียว
และบนหอสังเกตการณ์ที่ประตูค่าย สามารถมองเห็นทางลงเขาได้อย่างชัดเจน
คิดจะบุกขึ้นไปทางประตูหน้า ยากยิ่งกว่ายาก
ทว่า ค่ายโจรเสียดเมฆาไม่เคยมีทหารทางการมาปราบปรามเป็นเวลานาน โจรเฝ้ายามจึงไม่ค่อยเคร่งครัดนัก
การสัปหงกกลางดึก เป็นเรื่องปกติ
กลางคืนคือเวลาที่ดีที่สุดในการโจมตี
"เจิ้งหยง หวังฮั่น พวกเจ้าพาพลกำลังปีนขึ้นไปทางหน้าผา หาโอกาสเปิดประตูค่าย!"
ลู่หมิงยืนสั่งการอยู่ใต้ต้นไม้
"รับทราบ ใต้เท้า!" ทั้งสองรับคำ อาศัยแสงจันทร์อำพรางกาย พาคนมุ่งหน้าไปยังตีนหน้าผา
คนอื่นๆ รออยู่ที่เดิม
ครึ่งชั่วยามต่อมา ใต้หน้าผาด้านข้างค่ายโจร พลกำลังฝีมือดี ภายใต้การนำของเจิ้งหยง คาบดาบไว้ในปาก แบกเชือกไว้บนหลัง ปีนป่ายขึ้นสู่ยอดเขาอย่างเงียบเชียบ
เมื่อชุดแรกขึ้นไปถึง ก็รีบผูกเชือกให้แน่น เพื่อให้คนข้างหลังปีนตามขึ้นไป
อาศัยความมืดและความง่วงของโจรป่าช่วยอำพราง
ทำให้ทุกอย่างราบรื่น
ตอนที่ทิศตะวันออกเริ่มมีแสงรำไร พลกำลังนับพันคน ก็ขึ้นไปอยู่บนหน้าผาแล้ว
ฉวยโอกาสที่แสงอาทิตย์ยังไม่ฉีกกระชากความมืดมิดจนหมดสิ้น
หวังฮั่นโบกมือสั่ง "ย่องไปเงียบๆ หากไม่จวนตัวจริงๆ ห้ามส่งเสียงก่อนถึงประตูค่ายเด็ดขาด!"
สิ้นเสียงคำสั่ง ก็เคลื่อนพลไปข้างหน้า
คนอื่นๆ ติดตามไปติดๆ
โจรป่าคนหนึ่งลุกออกมาฉี่ ด้วยความงัวเงียเห็นคนเดินมา รูม่านตาหดเกร็ง กำลังจะอ้าปากตะโกน
"ฉัวะ!"
คมดาบอันเย็นเยียบของเจิ้งหยงปาดผ่านลำคอของมัน
คนด้านหลังสองคนก้าวเข้ามา คนหนึ่งปิดปาก อีกคนยกขา จับโยนลงหน้าผาไปทันที
จากนั้น ทุกคนก็ก้มตัวเดินหน้าต่อไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย
หลี่เอ้อร์โก่วเป็นหัวหน้าโจรระดับล่างของค่ายโจรเสียดเมฆา รับผิดชอบพาคนลาดตระเวนหน้าประตูค่าย หลายปีมานี้ไม่มีใครกล้าบุกค่าย ปกติก็แค่ทำท่าทีขึงขัง พอตกดึกก็หาที่แอบนอน
แต่วันนี้ฟ้ายังไม่สาง เขาตื่นเพราะปวดฉี่
คลุมเสื้อเดินออกมาปลดทุกข์
ฟังเสียงน้ำไหลโจ๊กๆ สบายท้องขึ้นมาหน่อย ตัวสั่นสะท้านเล็กน้อย เตรียมจะกลับไปนอนต่อ
แต่พอเข้าห้อง กลับนอนไม่หลับแล้ว
เห็นลูกน้องยังนอนกรนสนั่น
ในใจก็หงุดหงิดขึ้นมา "ตื่น ตื่นให้หมด ไอ้พวกเวร ตะวันจะแยงตูดแล้วยังไม่ไปลาดตระเวนกับข้าอีก รอให้หัวหน้าค่ายมาเห็นแล้วโดนเฆี่ยนหรือไง!"
เสียงตะคอกดังขึ้น
โจรป่านับสิบคนที่นอนระเกะระกะไม่กล้าเถียง
ได้แต่จำใจลุกขึ้น เดินตามหลี่เอ้อร์โก่วไปลาดตระเวน
แต่พออ้อมไปหลังบ้าน
ก็เห็นฝูงคนดำทะมึน กำลังมุ่งหน้ามาทางประตูค่าย
ทุกคนถือดาบมือเดียว ก้มตัวต่ำ ฝีเท้าเร่งรีบ
"ใครน่ะ!" หลี่เอ้อร์โก่วตะโกนออกไปตามสัญชาตญาณ
เจิ้งหยงสบถในใจ รู้ว่าความแตกแล้ว ก็ไม่ลังเลอีกต่อไป "ฆ่า!"
ตะโกนจบก็พุ่งเข้าไป
ศีรษะของหลี่เอ้อร์โก่วถูกฟันกระเด็น เลือดสาดกระจาย โจรป่านับสิบคนถูกฟันล้มคว่ำในพริบตา
แต่เสียงนั้นก็ได้ปลุกคนอื่นๆ ในค่ายให้ตื่นตัว
มีคนทยอยวิ่งออกมา
"คนอื่นไม่ต้องสน ยึดประตูค่ายให้ได้ก่อน!" เจิ้งหยงคำรามลั่น
แล้วพุ่งไปข้างหน้าต่อ
ลู่หมิงย่อมได้ยินความเคลื่อนไหวข้างใน
หันไปตะโกนสั่ง "กระแทกประตู!"
ทันใดนั้นพี่น้องในกองพัน ก็ยกซุงไม้พุ่งเข้าชนประตูค่าย
"ตึง ตึง ตึง!"
เสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว
ประตูใหญ่ที่ขาดการซ่อมแซมมานาน เศษดินร่วงกราวลงมาทันที
ประตูไม้หนาหนัก ส่งเสียงร้อง "เอี๊ยดอ๊าด" โหยหวน
ทุกอย่างราบรื่น เพราะพวกเจิ้งหยงฆ่าไปถึงหน้าประตูค่ายแล้ว คนข้างในจึงไม่มีโอกาสมาขัดขวางทหารที่กำลังพังประตู
ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป
"โครม!"
ประตูใหญ่ก็ถูกกระแทกเปิดออก
ลู่หมิงสวมชุดเกราะ เดินอาดๆ เข้าไปในค่าย ด้านหลังตามมาด้วยทหารดาบตัดอาชาหนึ่งพันนาย
หัวหน้าโจรคนหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเขาอย่างไม่กลัวตาย
ลู่หมิงฟาดดาบลงจากบนสู่ล่าง
"ฉัวะ!"
หัวหน้าโจรผู้นั้นถูกผ่าตั้งแต่ไหปลาร้าลงไปถึงหน้าท้อง
เลือดสดๆ ไหลทะลัก "โฮกฮาก" ดูท่าคงไม่รอด
ลู่หมิงไม่สนใจ เดินหน้าต่อ ดาบของเขาหนักหน่วงและรวดเร็วมาก
ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายดุดันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ราวกับสัตว์อสูรบรรพกาล อาละวาดอยู่กลางฝูงชน ไม่มีใครต้านทานเขาได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
โจรป่าวิ่งกรูออกมาจากด้านหลังไม่ขาดสาย แต่ภายใต้คมดาบตัดอาชา ไม่มีใครต้านทานได้จริงๆ
ยามที่คมดาบฟาดลงมา แทบทุกคนถูกผ่าเป็นสองซีก
ค่ายโจรเสียดเมฆาอันเลื่องชื่อ บัดนี้กลายเป็นลานประหาร
ความโหดร้ายทารุณ ไม่ได้ด้อยไปกว่าตอนที่สู้กันในกองพันเลย
โจรป่าที่เพิ่งวิ่งออกมา เริ่มจะวิ่งหนีกลับเข้าไปด้านหลังแล้ว
คนตรงหน้าพวกนี้แข็งแกร่งเกินไป พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้
"อ๊าก!"
แต่ทว่า ในเวลานั้น ด้านหลังค่ายกลับมีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้น คนของกองพันยังบุกไปไม่ถึง
แต่เห็นชัดว่ามีคนตาย
จากนั้น ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ เดินออกมา เขาสวมชุดคลุมยาวสีแดงเข้ม ผมเผ้าปล่อยสยาย บนหน้าผากคาดวงแหวนทองคำ
ดวงตาสามเหลี่ยมกวาดมองไปรอบๆ
รูปร่างกำยำ สูงใหญ่ ให้แรงกดดันมหาศาล
"ใครหน้าไหนกล้าหนีอีก กูจะฆ่าให้หมด บุกเข้าไป ถ้าค่ายแตกอย่าหวังว่าจะมีใครรอด!"
เสียงคำรามแหบพร่าหยาบกร้านดังขึ้น
พวกโจรป่าแห่งค่ายโจรเสียดเมฆา เหมือนได้พบที่พึ่งทางใจ หยุดหนีกันทันที
"หัตถ์ลูบฟ้า ตู้หยุน"
เสียงเรียบเฉยของลู่หมิงดังขึ้น
ชายผู้นั้น สวมถุงมือเหล็กที่มือทั้งสองข้าง เดินลงมาทีละก้าว
สีหน้าย่ำแย่
"ในเมื่อรู้จักข้า เจ้ายังกล้ามา ขวัญกล้าไม่เบา ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใคร แต่วันนี้เจ้าต้องตาย
ไม่ใช่แค่เจ้า แต่รวมถึงครอบครัวเจ้าด้วย ข้าจะใช้ค้อนทุบพวกมันให้แหลกทุกคน"
ตู้หยุนพูดด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด
นัยน์ตาแดงก่ำ เขาไม่ได้เสียท่าหนักขนาดนี้มาหลายปีแล้ว
ลู่หมิงสีหน้าเรียบเฉย ในหัวสมอง ข้อมูลระบบปรากฏขึ้น
【ชื่อ: ตู้หยุน】
【วรยุทธ์: ขั้นโคจรโลหิตระดับปลาย】
【วีรกรรมชั่วร้าย: ก่อนอายุ 20 ปี ฝึกวิชาในสำนัก
อายุ 21 ปี หนีออกจากสำนัก เร่อนไปทั่ว สามปีฆ่าคนไปหลายร้อย
อายุ 25 ปี ก่อตั้งค่ายโจรเสียดเมฆา ลงเขาปล้นชิงหลายครั้ง คนที่ถูกตู้หยุนฆ่า สภาพศพอนาถยิ่งนัก นิยมการทรมานสังหาร
อายุ 30 ปี ฆ่าล้างหมู่บ้านสามแห่งในคืนเดียว ชาวบ้านตายไปกว่าพันคน】
【ภารกิจ: สังหารลู่หมิง ปกป้องค่ายโจรเสียดเมฆาของตน】
【ระดับความโหดเหี้ยมโดยรวม: 60000 คะแนน】
【สังหารได้รับคะแนนโกลาหล: 60000】
[จบแล้ว]