เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 - พร้อมปะทุ

บทที่ 29 - พร้อมปะทุ

บทที่ 29 - พร้อมปะทุ


บทที่ 29 - พร้อมปะทุ

เวลาหนึ่งคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ลู่หมิงยืนอยู่บนลานฝึกยุทธ ถือดาบตัดอาชาเล่มหนึ่งลองกวัดแกว่งดู

เสียงแหวกอากาศบาดหูดังขึ้นข้างหู

"ติง!"

เมื่อใช้นิ้วดีดไปที่ใบดาบ ก็เกิดเสียงกังวานใส

เงาร่างของผู้คนสะท้อนอยู่บนใบดาบอย่างชัดเจน

"ไม่เลว มีดาบเล่มนี้แล้ว เมื่อจัดตั้งค่ายกลดาบตัดอาชาขึ้นมา ต่อให้ทหารม้าบุกมาหลายพันนายก็ฟันให้ตายเรียบได้"

พูดจบเขาก็โยนดาบให้กับจางเหมิงที่อยู่ข้างๆ

ทหารดาบตัดอาชาหนึ่งพันนาย ล้วนมีวรยุทธ์ขั้นขัดเกลากายา บวกกับพลกำลังร่างกายกำยำอีกหนึ่งพันคน หากไม่ยกมาเป็นหมื่น อย่าหวังว่าจะตีตำบลเฟิงเหลยแตก

"ใต้เท้า พวกเราฝึกค่ายกลดาบตัดอาชาจนชำนาญแล้ว ขอแค่ท่านสั่งมาคำเดียว จะให้ฟันใครก็ฟันคนนั้น"

จางเหมิงกล่าวอย่างฮึกเหิม

ลู่หมิงพยักหน้า "ช่วงนี้บอกพวกพี่น้อง ให้เพิ่มเวรยามตอนกลางคืน ส่งหน่วยลาดตระเวนออกไปห้าลี้ ให้ขี่ม้าไปด้วย มีเรื่องอะไรให้รีบมารายงานทันที"

กองทัพรักษาการณ์พ่ายแพ้ ช่วงนี้โจรป่าต้องกำเริบเสิบสานอย่างหนักแน่นอน

เขาไม่อยากเห็นภาพที่ตนนอนหลับอยู่ดีๆ แล้วถูกศัตรูลอบเข้ามาฆ่าในความมืด

"ข้าจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้"

จางเหมิงรีบถอยออกไปอย่างเร่งรีบ

ส่วนลู่หมิงก็หาสถานที่สงบ เริ่มต้นฝึกฝนด้วยตัวเอง

ในยุคโกลาหลเช่นนี้ ความแข็งแกร่งของตัวเองเท่านั้น คือที่พึ่งที่แท้จริง

ณ จวนแม่ทัพรักษาการณ์ เมืองหงตู เฉียนหยงนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน แววตาฉายประกายอันตราย แตกต่างจากตอนที่พบลู่หมิงอย่างสิ้นเชิง

การก้าวขึ้นมาเป็นแม่ทัพรักษาการณ์ประจำเมืองได้ วรยุทธ์ย่อมต้องบรรลุถึงขั้นปราณแท้

เวลานี้เขาขบกรามแน่นจนแทบจะเกิดประกายไฟ

ผู้บังคับการขนนกโลหิต หวังซวิน ยืนค้อมเอวอยู่ด้านล่าง แขนข้างหนึ่งพันผ้าพันแผลเอาไว้

มีเลือดซึมออกมา

ออกไปกันสามผู้บังคับการ มีเพียงเขาคนเดียวที่รอดชีวิตกลับมาได้

"ไอ้สวะ!" เสียงของเฉียนหยงดังก้องไปทั่วห้องโถง

"ตุบ!" หวังซวินเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นทันที

เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มหน้าผาก

"ท่านแม่ทัพไว้ชีวิตด้วย!"

เมื่อเห็นสภาพของเขา สีหน้าของเฉียนหยงจึงคลายลงบ้าง

"ด้วยความสัมพันธ์ของข้ากับเจ้า ข้าคงไม่ฆ่าเจ้าหรอก แต่เรื่องครั้งนี้ ต้องมีคำอธิบาย สามแสนตำลึง ข้าจะจัดการปิดเรื่องนี้ให้ ไม่อย่างนั้นก็รอเบื้องบนลงโทษได้เลย" เฉียนหยงยกถ้วยชาขึ้นจิบ แล้วกล่าวเสียงเรียบ

ดวงตาโตดุจระฆังทองแดง ทอประกายลึกล้ำ

"ท่านแม่ทัพ สามแสนตำลึงมันมากเกินไป..."

"นั่นเป็นเรื่องของเจ้า เจ้าก็รู้ว่าสถานการณ์ในเมืองหงตูเป็นอย่างไร พวกเราก็แค่คนเฝ้าบ้านให้คนข้างบน ท่านผู้เฒ่าหลี่โกรธเรื่องนี้มาก หากไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล คงไม่ใช่แค่เรื่องรักษาเก้าอี้ขุนนางแล้ว ข้าให้เวลาเจ้าสามวัน ไปหาเงินมาซะ"

หลังจากเฉียนหยงทิ้งคำขาด

เขาก็โบกมือไล่หวังซวินออกไป

ผู้บังคับการขนนกโลหิตผู้ห่อเหี่ยว ทำได้เพียงเดินค้อมหลังถอยออกไปอย่างระมัดระวัง

พอออกจากจวนสกุลเฉียน

คนขับรถม้าก็ลากรถเข้ามาหา "นายท่าน จะกลับจวนเลยไหมขอรับ"

"กลับจวนบ้าบออะไร ไปตระกูลหลี่!"เขากัดฟันกรอด

เงินสามแสนตำลึง ถ้าให้เขาจ่ายเอง มีหวังหมดเนื้อหมดตัว

อีกอย่าง ถ้าไม่ใช่เพราะตระกูลหลี่ เขาก็คงไม่ตกอยู่ในสภาพทุลักทุเลเช่นนี้

ดังนั้น เงินก้อนนี้ ตระกูลหลี่สมควรเป็นคนจ่าย

ตำบลเฟิงเหลย เสียงฝึกทหารในกองพันดังไม่ขาดสาย

จนกระทั่งฟ้ามืด เสียงจึงค่อยๆ เงียบลง

ทหารทุกนายต่างนั่งทานข้าวกันอย่างเงียบเชียบ

"ปัง!"

ทันใดนั้น ประตูใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างหนึ่งวิ่งกระเซอะกระเซิงเข้ามา

เป็นพี่น้องหน่วยลาดตระเวนที่ซ่อนตัวอยู่ด้านนอก

ลู่หมิงกำลังถือชามใบใหญ่ แทะกระดูกอย่างเอร็ดอร่อย เงยหน้าขึ้นถาม "เกิดอะไรขึ้น"

สายสืบผู้นั้นวิ่งฝ่ากลุ่มคนเข้ามา "ใต้เท้า เมื่อครู่พบโจรป่ากำลังมุ่งหน้ามายังตำบลเฟิงเหลย ระยะห่างไม่ถึงห้าลี้ จำนวนคนประมาณสามพันกว่าคนขอรับ"

ลู่หมิงลุกพรวดขึ้นยืนทันที

"ซุนเถียน ติดตั้งหน้าไม้!

เจิ้งหยง หวังฮั่น แจ้งพี่น้องเตรียมพร้อมรบ ไม่มีคำสั่ง ห้ามใครออกจากกองพันเด็ดขาด รักษาที่นี่ไว้ให้ดี!

จางเหมิง พาคนหนึ่งกองร้อยไปรับผู้เฒ่าหลี่กับฮูหยินมาที่นี่!"

"รับทราบ!"

ทั้งหมดยกมือรับคำสั่ง แล้วแยกย้ายกันไปทำหน้าที่

ลู่หมิงก้าวขึ้นไปบนกำแพงเมือง มองลอดช่องกำแพงออกไปสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิด

ทหารในกองพันต่างมีสีหน้าเคร่งขรึม

ที่นี่ตั้งอยู่ที่ปากทางเข้าตำบล หากโจรป่าต้องการเข้าสู่ตัวตำบล นี่คือเส้นทางที่ต้องผ่าน

ลู่หมิงตัดสินใจว่าจะรอตั้งรับที่นี่ แม้ว่าด้วยกำลังของกองพันในตอนนี้จะรับมือโจรสามพันคนได้

แต่อาศัยป้อมปราการแห่งนี้ จะจัดการได้ง่ายกว่า

เพียงชั่วครู่ เสียงกระดิ่งรถม้าก็ดังขึ้นที่ใต้กำแพง

เป็นสองผู้เฒ่าตระกูลหลี่นั่นเอง

"รีบเปิดประตู!"

ลู่หมิงสั่งการพร้อมกับเดินลงไปต้อนรับ

"เกิดอะไรขึ้น โจรป่าจะบุกตำบลหรือ" หลี่เหยียนถามเสียงขรึม

เพราะเมื่อสักครู่ ตอนที่จางเหมิงไปรับเขา

หลี่เหยียนพบว่าคนที่คอยคุ้มกันเขาในที่ลับ ได้หายตัวไปแล้ว

เรื่องนี้ทำให้หัวใจเขาดิ่งวูบ รู้ทันทีว่าเป็นแผนการที่พุ่งเป้ามาที่ตน

"โจรป่าสามพันกว่าคน ไม่รู้ว่ามาจากค่ายไหน แต่วางใจเถอะ ขอแค่มีข้าอยู่ จะไม่ยอมให้ท่านทั้งสองเป็นอะไรไป ท่านทั้งสองไปอยู่เป็นเพื่อนซีโหรวที่เรือนหลังก่อนเถอะขอรับ"

ลู่หมิงปลอบโยนผู้เฒ่าทั้งสอง

แต่ก็ต้องนับถือความนิ่งของทั้งคู่ หลี่เหยียนไร้สีหน้าก็ว่าไปอย่าง แต่ฮูหยินจางเองก็ไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย

ราวกับมองข้ามความเป็นความตายไปแล้ว

"เจ้าไปอยู่เป็นเพื่อนแม่หนูซีโหรวเถอะ ข้ากับเจ้าหนูลู่หมิงสองคนปู่หลานจะเฝ้าอยู่ที่นี่ ข้าอยากจะเห็นนักว่าโจรพวกนี้จะมีลูกไม้อะไร"

หลี่เหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

เวลานี้ดูไม่ออกเลยว่าเป็นชายชราไม้ใกล้ฝั่ง

กลับดูกระฉับกระเฉงกว่าปกติเสียอีก

หากไม่ใช่เพราะแสงไฟส่องกระทบผมสีดอกเลาและกระบนใบหน้า คงนึกว่าเป็นชายวัยกลางคน

ฮูหยินจางพยักหน้า แล้วเดินตรงไปยังเรือนหลัง

สองผู้เฒ่าเคยมาที่กองพันแล้ว จึงคุ้นเคยกับสถานที่

เมื่อเห็นภรรยาเดินไปแล้ว หลี่เหยียนก็ให้ลู่หมิงประคองขึ้นไปบนกำแพง

ยามนี้ ร่างกายของเขาดูยืดตรงสง่าผ่าเผย

"เจ้ามั่นใจแค่ไหน"

"พวกมันคนเยอะกว่าเรา แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการกระทำ ข้างหลังคือพ่อแม่พี่น้องชาวบ้าน อย่างไรก็ปล่อยให้พวกมันผ่านไปไม่ได้"

ลู่หมิงกล่าวเสียงเบา

แม้จะตั้งใจพูดให้หลี่เหยียนฟัง แต่ส่วนใหญ่ก็คือความในใจจริงๆ

เพราะหลี่เหยียนจะมีฐานะอะไรกันแน่ เขาก็ไม่รู้แน่ชัด

เพียงแต่คาดเดาจากร่องรอยต่างๆ ได้ว่า อีกฝ่ายไม่ธรรมดา

หลี่เหยียนขมวดคิ้วไม่พูดอะไร ดูเหมือนกำลังครุ่นคิด

"สวบ สาบ!"

ทันใดนั้น ด้านนอกกองพันก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น

พร้อมกับคบเพลิงที่ฉีกกระชากความมืดมิด ชายฉกรรจ์สวมชุดรัดกุมสีดำ สวมเกราะหนังสวมใส่อย่างลวกๆ ปรากฏตัวขึ้น

ราวกกับภูตผีในนรก

ชายที่เป็นหัวหน้าศีรษะล้านเลี่ยน แววตาฉายประกายอำมหิต

แสงไฟส่องกระทบใบหน้าแดงก่ำ หนวดเคราแข็งเหมือนขนแปรง ดูน่ากลัวยิ่งนัก

เขานั่งอยู่บนม้าสีแดงพุทรา มองมาทางกองพันโดยไม่พูดจา เพียงแค่ตอนที่สายตากวาดผ่านหลี่เหยียน นัยน์ตาถึงได้หรี่ลงเล็กน้อย หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาเทียบดู จากนั้นก็โยนใส่คบเพลิงเผาทิ้ง

"ฆ่า อย่าให้เหลือ!"

ฉากนี้ ทำให้หลี่เหยียนมั่นใจยิ่งขึ้นว่า นี่คือการพุ่งเป้ามาที่ตน

เขามองลู่หมิง ดวงตาขุ่นมัวฉายแววกังวล

อยากจะพูดอะไรบางอย่าง

แต่ลู่หมิงได้ออกคำสั่งสวนกลับไปแล้ว "ต้านพวกมันไว้!"

น้ำเสียงหนักแน่น แฝงจิตสังหาร

ในขณะเดียวกัน หน้าต่างระบบในหัวสมอง ก็ปรากฏข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามขึ้นมา

【ชื่อ: สวีซิง】

【วรยุทธ์: ขั้นปราณแท้ระดับต้น】

【วีรกรรมชั่วร้าย: อายุ 18 เข้าร่วมกองทัพเขาดำ ติดตามหัวหน้าค่ายสังหารหมู่ 13 หมู่บ้าน ฆ่าคน 58 คน ข่มเหงสตรี 12 คน

อายุ 23 นำทีมลงเขาปล้นเสบียงครั้งแรก ฆ่าล้างหมู่บ้านหนึ่งแห่ง สังหารคนหลายร้อย

อายุ 32 ปล้นขบวนพ่อค้า ฆ่าคนกว่าร้อย

อายุ 41 ทรมานสังหารชาวบ้านบนเขา 83 คน】

【ภารกิจ: สังหารหลี่เหยียน ให้ทุกคนเข้าใจว่าหลี่เหยียนตายในเหตุการณ์โจรป่าปล้นเสบียงโดยอุบัติเหตุ】

【ระดับความโหดเหี้ยมโดยรวม: 50000 คะแนน】

【สังหารได้รับคะแนนโกลาหล: 50000】

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 29 - พร้อมปะทุ

คัดลอกลิงก์แล้ว