- หน้าแรก
- ผมเป็นนายกองร้อยบ้านนอก แต่มีระบบร้านค้าสุดโกงฯ
- บทที่ 9 - แตกพ่าย
บทที่ 9 - แตกพ่าย
บทที่ 9 - แตกพ่าย
บทที่ 9 - แตกพ่าย
เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่หมิงเดินออกจากห้องด้วยความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
หลี่ซีโหรวยังนอนพักผ่อนอยู่ เขาจึงไม่อยากรบกวน
พอมาถึงเรือนหน้า ก็เห็นคนมารวมตัวกันเยอะแล้ว
"คารวะท่านนายกองร้อย!"
จางเหมิงและจางสวิน รีบเข้ามาทำความเคารพเป็นคนแรก
พอมีเงิน สองคนนี้ก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตา
แม้แต่เสียงพูดยังดังกังวาน
"ใต้เท้า วันนี้พวกเราจะทำอะไรกันดีขอรับ?" จางเหมิงเริ่มคุ้นเคยกับลู่หมิงแล้ว จึงเอ่ยถามก่อน
"ไปเก็บภาษีร้านค้าในตลาด"
ลู่หมิงกระชับดาบที่เอวแล้วเอ่ยตอบ
จากนั้นก็เดินนำออกไปนอกประตู คนอื่นๆ มองหน้ากันแล้วรีบเดินตาม
ในเมื่อเจ้านายจ่ายเงิน สั่งให้ทำอะไรพวกเขาย่อมไม่อิดออด
ซุนเถียนนำทีมหน้าไม้สามคัน จางเหมิงและจางสวินคุมคนคนละสามสิบกว่าคน
ยกขบวนกันออกไปอย่างยิ่งใหญ่
เห็นบ่อนพนันฉางเซิ่งยังปิดเงียบ ลู่หมิงก็ยกยิ้มมุมปาก
ดูท่าตระกูลจางจะยอมถอยจริงๆ เขาพอเดาความคิดของอีกฝ่ายออก
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ยิ่งต้องรีบคว้าโอกาส ยามศัตรูถอยเราต้องรุก ใช้ช่วงเวลานี้ขยายอิทธิพลให้เต็มที่
ส่วนเรื่องอื่น ค่อยว่ากันทีหลัง
จากนั้น เขาก็มุ่งหน้าต่อไป
ถนนสายบ่อนพนันฉางเซิ่ง เต็มไปด้วยบ่อนและหอนางโลม
เป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของตระกูลจาง
เมื่อมาถึงกลางถนน ลู่หมิงกวาดตามองแล้วพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน "ไปตามตัวผู้ดูแลร้านแถวนี้มาให้หมด บอกพวกมันว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป กิจการทั้งหมดต้องจ่ายภาษีการค้าครึ่งหนึ่ง!"
คำสั่งของเขา ลูกน้องย่อมปฏิบัติตามโดยไม่มีข้อแม้
เพียงครู่เดียว ทั้งถนนก็เต็มไปด้วยเสียงโวยวาย
จากนั้น ก็เห็นผู้ดูแลร้านหลายสิบคน พาคนคุมร้านมาล้อมเข้ามา
ทหารของกองร้อยถอยร่นกลับมา เห็นได้ชัดว่ามีการกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย แต่แค่ผลักอกกันไปมา
ยังไม่ได้ลงไม้ลงมือจริงจัง
"ใต้เท้า จะทำเกินไปหน่อยไหม!" หลี่เหอที่เจอเมื่อวาน โผล่หน้ามาอีกแล้ว
"ราชสำนักเก็บภาษีเป็นเรื่องถูกต้องชอบธรรม พวกเจ้าคิดจะขัดขืนกฎหมายบ้านเมืองหรือ?"
ลู่หมิงพูดอย่างไม่ยี่หระ
"ผึง! ผึง! ผึง!"
แต่ในวินาทีถัดมา ลูกดอกหน้าไม้ก็พุ่งแหวกอากาศออกไป
ลู่หมิงสั่งไว้ตั้งแต่ก่อนมาแล้วว่า รอบนี้ถ้าเจอระดับยอดฝีมือของตระกูลจาง เล็งเป้าได้ไม่ต้องรอคำสั่ง ยิงทิ้งได้เลย
สิ้นแสงเย็นวาบ
ร่างของหลี่เหอก็ถูกตรึงติดกับพื้นถนน
"ตั้งค่ายกล ฆ่ามัน!" จางสวินตะโกนลั่น นำทีมลูกน้องพุ่งเข้าใส่พวกคนคุมร้านตระกูลจาง
แม้เขาจะถนัดดาบ แต่พอมาจับหอกยาว ก็ดุดันไม่แพ้กัน
จางเหมิงก็ไม่ยอมน้อยหน้า พาคนบุกตะลุยเข้าไป
ชั่วพริบตา เสียงฆ่าฟันก็ดังสะเทือนถนน
ผู้คนสัญจรต่างพากันวิ่งหนีตาย
ลู่หมิงเองก็ไม่ได้ยืนดูเฉยๆ ชักดาบพุ่งเข้าวงล้อม
คนคุมร้านตระกูลจางคนหนึ่งเพิ่งจะเข้ามาใกล้ ก็ถูกเขาฟันเข้าที่คอ
"ฉัวะ!" เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด
ย้อมตัวเขาจนแดงฉาน
ลู่หมิงไม่สนใจ ยังคงกวัดแกว่งดาบไล่ฆ่า มีหน้าไม้เจาะเกราะคอยเก็บพวกยอดฝีมือ พลังระดับขั้นขัดเกลากายาระดับปลายของเขา ทำให้เขากลายเป็นมัจจุราชในฝูงแกะ
[ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับ 2000 คะแนน]
[ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับ 500 คะแนน]
[ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับ 300 คะแนน]
เสียงแจ้งเตือนดังรัวๆ ในสมอง
ลู่หมิงยิ่งฆ่ายิ่งมันมือ
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน คนตระกูลจางก็แตกฮือหนีไป
ทิ้งศพไว้เกลื่อนถนนหลายสิบศพ
ฝ่ายกองร้อยเอง ก็มีคนบาดเจ็บไม่น้อย
"ยึดทรัพย์ร้านค้าตระกูลจาง แล้วกลับกองร้อย!" ลู่หมิงมองไปรอบๆ แล้วสั่งการทันที
จางเหมิงหอบแฮ่กรับคำ แล้วพาคนที่เหลือบุกเข้าไปในร้านค้าสองข้างทาง
ไม่นาน หีบเงินก็ถูกขนออกมาทีละใบ
ภายใต้การนำของลู่หมิง ทุกคนกลับมาที่ทำการกองร้อย
พอเข้าลานบ้านมาได้ ทุกคนก็ทิ้งตัวลงนอนหมดสภาพ
จางสวินเดินเข้ามาพูดเสียงเบา "ใต้เท้า พวกเราบาดเจ็บสิบแปดคน แต่ไม่สาหัสขอรับ ทำแผลหน่อยก็หาย"
"ไปตามหมอมา รักษาพี่น้องเราให้ดี"
"รับทราบขอรับ!" จางสวินรับคำแล้วถอยออกไป
จากนั้น ลู่หมิงก็หันไปทางจางเหมิง "เจ้าไปที่ร้านตีเหล็ก ให้เขาเอาอาวุธมาส่ง ดาบยาว หัวหอก มีเท่าไหร่เอามาให้หมด คิดเงินรวมมาเลย"
"ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้!" จางเหมิงรีบวิ่งออกไป
เขารู้ดีว่า วันนี้ก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้
ตระกูลจางไม่มีทางยอมจบง่ายๆ แน่
ต่อมา ลู่หมิงก็สั่งให้คนขนเงินไปไว้ที่เรือนหลัง
ให้ทหารออกไปพักผ่อน แล้วให้หลี่ซีโหรวเริ่มนับเงิน
ส่วนตัวเขา เปิดหน้าต่างข้อมูลขึ้นมาดู
รอบนี้ คะแนนที่ได้ทำเอาเขาพอใจมาก รวมกับของเก่า มีตั้งแปดพันสามร้อยแต้ม
ลู่หมิงไม่ลังเล จ่ายหนึ่งพันคะแนน แลกหน้าไม้เจาะเกราะมาเพิ่มอีกสองคัน
จากนั้น สายตาก็ไปหยุดที่ยาเม็ดขัดเกลากายา
แลกมาหนึ่งเม็ดแล้วกลืนลงคอทันที
เขานั่งฝึกฝนอยู่ที่เรือนหลัง ครู่ต่อมารู้สึกว่ารูขุมขนทั่วร่างขยายออก
ผิวหนังร้อนผ่าว
และรู้สึกว่ามันกระชับแน่นขึ้นเรื่อยๆ
"ฟู่ว!"
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ลู่หมิงพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา
ดวงตาฉายแววประหลาดใจ
สมกับเป็นยาวิเศษของพวกลูกหลานตระกูลใหญ่ ตอนนี้เขาบรรลุถึงขั้นขัดเกลากายาระดับปลายขั้นสูงสุดแล้ว วิชา 'ระฆังทองคุ้มกาย' ก็สำเร็จขั้นที่หนึ่ง
ลองดึงผิวหนังที่แขนดูแรงๆ
ร่างกายเหนียวแน่นกว่าเมื่อวาน แถมพละกำลังยังเพิ่มขึ้นมหาศาล
ถ้าบอกว่าเมื่อวานเขายกของหนักห้าร้อยชั่งได้ วันนี้หนึ่งพันชั่งก็ยกไหวสบายๆ
หนึ่งพันชั่ง นี่คือขีดจำกัดของขั้นขัดเกลากายา
หมายความว่า เขาใกล้จะเข้าสู่ขั้นฝึกกระดูกแล้ว
"ท่านพี่ นับเงินเสร็จแล้วเจ้าค่ะ มีตั้งหนึ่งหมื่นสามพันตำลึงแน่ะ"
หลี่ซีโหรวพูดด้วยความตื่นตะลึง
แต่การนับเงินก็เหนื่อยใช่เล่น
แม้จะมีคนช่วย
ใบหน้าสวยก็ยังมีเหงื่อซึม
แต่แววตาตื่นเต้นนั้นปิดไม่มิด
"สงสัยวันหน้าต้องจ้างคนทำบัญชีแล้วล่ะมั้ง" ลู่หมิงคิดในใจ
แล้วยิ้มตอบ "เก็บเกี่ยวได้ไม่เลว วันคืนที่ยากลำบากผ่านพ้นไปแล้วล่ะ"
"เจ้าค่ะ ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านพี่ทำได้!" หลี่ซีโหรวพยักหน้าหงึกหงัก
"เจ้าพักอยู่ข้างหลังนะ พี่จะไปดูข้างหน้าหน่อย"
"เจ้าค่ะ"
ลู่หมิงเดินไปที่เรือนหน้า
ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว หมอสะพายล่วมยากำลังวุ่นวายอยู่
ช่างตีเหล็กพาเด็กในร้านเข็นรถรออยู่ในลานบ้าน เห็นได้ชัดว่ามารอสักพักแล้ว
แต่ไม่มีท่าทีหงุดหงิด กลับดูประหม่าเสียด้วยซ้ำ
พอลู่หมิงเดินเข้ามา ช่างตีเหล็กก็พูดเสียงสั่น "ใต้เท้า ดาบกล้าสามสิบสองเล่ม หัวหอกร้อยสามสิบหัวขอรับ"
"เท่าไหร่?"
"ดาบเล่มละสามตำลึง หัวหอกคิดท่านสิบตำลึงพอขอรับ" ช่างตีเหล็กยิ้มประจบ
นี่คือออเดอร์ใหญ่ ก็เพราะบ้านเมืองวุ่นวาย คนซื้ออาวุธกันเยอะ เขาเลยตุนของไว้บ้าง
ถ้าเป็นเมื่อก่อน คงหามาให้ไม่ได้เยอะขนาดนี้
"นี่ร้อยสิบตำลึง" ลู่หมิงโยนถุงเงินให้ช่างตีเหล็ก
แล้วหันไปสั่งจางเหมิง "เอาอาวุธลง ให้พี่น้องเลือกกันเองเลย"
"ได้เลยขอรับใต้เท้า" จางเหมิงรับคำอย่างตื่นเต้น
แล้วเริ่มขนอาวุธลง
ลู่หมิงพูดต่อ "ซุนเถียน เจ้าตามข้าไปที่คลังเรือนหลัง ยังมีหน้าไม้เจาะเกราะอีกสองคัน เข็นออกมาให้หมด คืนนี้ถ้ามีใครบุกมา ฆ่าให้เหี้ยน"
สั่งจบ ลู่หมิงก็เดินไปทางเรือนหลัง
ซุนเถียนพาคนเดินตามไป
พอเข็นหน้าไม้ออกมา ก็เริ่มประกอบ
ส่วนลู่หมิงกลับเข้าห้อง เปิดร้านค้าดูอีกครั้ง เขายังเหลือคะแนนอีกหลายพัน
วันนี้ก่อเรื่องไว้ขนาดนี้ ตระกูลจางคงทนไม่ไหวแล้ว ต้องดูว่ามีอะไรช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งได้ไวๆ บ้าง
[จบแล้ว]