เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - บุกยึด

บทที่ 5 - บุกยึด

บทที่ 5 - บุกยึด


บทที่ 5 - บุกยึด

ลูกน้องในมือยังไม่มีอาวุธ จะให้ถือจอบถือเสียมไปถล่มบ่อนพนันก็คงดูไม่จืด

ถึงแม้ในร้านค้าของระบบจะมีให้แลก แต่ใช้เงินซื้อเอาคุ้มกว่า

เพราะคะแนนควรเก็บไว้แลกของที่มีประโยชน์กว่านี้ ของที่หาซื้อได้ในโลกความเป็นจริง ไม่มีความจำเป็นต้องใช้คะแนนแลก

ร้านตีเหล็กอยู่ไม่ไกลจากบ้านลู่หมิง เดินข้ามถนนไปก็ถึง

ร้านไม่ใหญ่นัก แต่มีของครบครัน ทั้งดาบยาว จอบ และพลั่ว

"เคร้ง เคร้ง เคร้ง"

ชายร่างเตี้ยล่ำกำลังทุบแท่งเหล็กแดงฉานอย่างขะมักเขม้น

"หัวหอกขายยังไง?"

ดาบยาวนั้นแพงเกินไป ซื้อหัวหอกนี่แหละเหมาะที่สุด แค่หาด้ามไม้มาสวม ก็กลายเป็นอาวุธที่ใช้การได้ดี ที่สำคัญคือราคาถูก

ลู่หมิงเดินเข้าไปถามราคาช่างตีเหล็กทันที

"อุ๊ยตาย ท่านนายกองร้อยเองหรือขอรับ!"

ช่างตีเหล็กเงยหน้าขึ้นมาด้วยความตกใจ รีบวางมือแล้วเดินเข้ามาเช็ดเก้าอี้ข้างๆ ให้

"ข้าไม่นั่งหรอก ซื้อของเสร็จก็จะไปแล้ว"

"ท่านอยากได้หัวหอกสินะขอรับ เดี๋ยวข้าไปหยิบมาให้!"

ช่างตีเหล็กรีบวิ่งไปหลังร้าน

แม้ในสายตาของตระกูลใหญ่ ลู่หมิงอาจจะไม่มีค่าอะไร แต่ในสายตาชาวบ้านตาดำๆ นายกองร้อยก็นับเป็นบุคคลระดับสูงที่ต้องให้ความเคารพ

"ตึง!"

ครู่ต่อมา กองหัวหอกก็ถูกเทลงบนพื้น ประมาณห้าสิบหัวได้

มีสนิมและฝุ่นจับเกรอะกรัง

ถูกร้อยด้วยเชือก น้ำหนักคงไม่ใช่น้อย

มีแต่ช่างตีเหล็กนี่แหละที่มีแรงขนาดนี้

พอตกถึงพื้น ฝุ่นผงก็ฟุ้งกระจายขึ้นมาต้องแสงแดด

ทำเอาลู่หมิงต้องโบกมือไล่ฝุ่น

"ใต้เท้า นี่เป็นเหล็กชั้นดี..."

"ข้าเหมาหมด เท่าไหร่" ลู่หมิงตัดบทก่อนที่ช่างจะสาธยายจบ

"ปกติขายเจ็ดตำลึง แต่สำหรับท่านข้าคิดราคาทุน ห้าตำลึงก็พอขอรับ" ช่างตีเหล็กค้อมตัวยิ้มประจบ

"รับไป!" ลู่หมิงโยนก้อนเงินให้ช่างตีเหล็ก แล้วหิ้วพวงหัวหอกเดินกลับบ้าน

ตลอดทางเขาคอยสังเกตดูรอบๆ พบว่าตระกูลจางยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร

"ท่านนายกองร้อยจะแจกเงินจริงหรือ?"

"จางเหมิง เอ็งอย่ามาหลอกพวกข้านะ ถึงตอนนี้ข้าจะเป็นลูกจ้างรายวันได้เงินไม่เท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็ได้ข้าวซ้อมมือกลับบ้านเดือนละหลายสิบชั่ง ถ้าทิ้งงานนั้นมาแล้วไม่ได้งานนี้ ข้าคงแย่แน่!"

พอลู่หมิงเดินมาถึงหน้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงจอแจดังลั่น

"แอ๊ด..."

เขาผลักประตูเข้าไป

เสียงพูดคุยเงียบกริบทันที

แม้ลู่หมิงจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ก็ยังอดตกใจไม่ได้

ให้ตายสิ มีทหารแก่รุ่นราวคราวลุงสี่สิบกว่าคนยืนรวมกลุ่มกันอยู่

ทุกคนสวมเสื้อกั๊กตัวใหญ่ แต่เพราะไม่ได้ซักมานาน จึงดูดำเมี่ยมสกปรก

มองผ่านสาบเสื้อที่เปิดออก เห็นรอยแผลเป็นเต็มตัวไปหมด

ลู่หมิงฉีกยิ้มกว้าง

ชัดเจนว่านี่คือกลุ่มทหารผ่านศึกตัวจริง เป็นคนที่เคยผ่านสมรภูมิมาแล้ว

"ใต้เท้า คนมาครบแล้วขอรับ พวกพี่น้องเก่าๆ ที่ยังอยู่ในตำบลและยังหายใจกันอยู่ ก็มีเท่านี้แหละ รวมทั้งหมดสามสิบคน!"

จางเหมิงเห็นลู่หมิงดูพอใจ ก็ก้าวออกมาชี้ไปที่เพื่อนทหารด้านหลัง

ลู่หมิงกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วกล่าวว่า "ถ้างานวันนี้สำเร็จ คืนนี้รับเงินได้เลย ต่อไปนี้พวกเจ้าคือคนของกองร้อย!"

"พวกเราพร้อมฟังคำสั่งใต้เท้า!"

อย่างไรเสียเขาก็มีตำแหน่งขุนนาง

เมื่อมีคำมั่นสัญญา คนอื่นๆ ก็ไม่ปฏิเสธ

แถมทหารแก่หลายคนตายังเป็นประกาย

เมื่อก่อนพวกเขาไม่มีเสาหลัก ยอดเบี้ยหวัดไม่ตกถึงท้อง ผู้คนเลยแตกฉานซ่านเซ็น

ครั้งนี้เห็นนายกองร้อยคนใหม่ดูท่าจะเอาจริงเอาจัง ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นดีใจ

มีเงินเดือนเดือนละหนึ่งตำลึง ดีกว่าไปรับจ้างแลกข้าวซ้อมมือข้างนอกตั้งเยอะ

"เคร้ง"

ลู่หมิงโยนหัวหอกลงพื้น

"กินข้าวกันให้อิ่ม แล้วหาไม้มาทำด้ามหอก จากนั้นตามข้าไปทำธุระ!"

"รับทราบขอรับ!"

ทุกคนไม่ถามว่าไปทำอะไร ในเมื่อมีเงินให้ ก็แค่ทำงานให้คุ้มเงิน

ปากท้องแทบจะไม่มีกินอยู่แล้ว อีกอย่างพวกเขาล้วนเป็นพวกเดนตาย เรื่องฆ่าแกงกันเป็นเรื่องปกติ

จางเหมิงเริ่มแจกจ่ายอาหารเช้า

พอกินเสร็จ ก็เริ่มประกอบด้ามหอก

เรื่องแค่นี้ง่ายมากสำหรับพวกเขา

ไม่นานทุกคนก็ได้หอกยาวคนละเล่ม แม้จะดูไม่เป็นทางการนัก แต่ก็ดูมีราศีของกองกำลังขึ้นมาบ้าง

"ซุนเถียน เจ้าไปที่คลังข้างๆ เอาหน้าไม้อีกสองคันออกมา เราจะไปปิดบ่อนพนันที่ขังลูกเจ้าไว้!"

"ได้เลยขอรับ!"

ซุนเถียนรับคำอย่างกระตือรือร้น พาลูกน้องเข้าไปในห้อง ครู่เดียวก็เข็นหน้าไม้สองคันออกมา

คันที่อยู่บนหลังคาก็ถูกถอดลงมาด้วย

หน้าไม้ทั้งสามคัน ทำให้ทหารแก่ที่เพิ่งมาใหม่ตื่นตาตื่นใจกันยกใหญ่

"ออกเดินทาง!"

ลู่หมิงโบกมือใหญ่ กลุ่มคนก็เดินตามหลังเขาเป็นขบวน มุ่งหน้าสู่บ่อนพนัน

บ่อนพนันฉางเซิ่ง เป็นหนึ่งในบ่อนที่ใหญ่ที่สุดของตระกูลจาง

ตั้งอยู่บนถนนสายหลักของตำบลเฟิงเหลย มีนักพนันเข้ามาเสี่ยงโชคกันอย่างคับคั่งตลอดปี

ตอนที่ลู่หมิงและพรรคพวกมาถึง ก็เป็นเวลาเที่ยงแล้ว ผู้คนพลุกพล่าน

พอเห็นคนของกองร้อยเดินมาเป็นขบวน ทุกคนต่างหยุดดู

ชัดเจนว่าเตรียมรอดูเรื่องสนุก

หน้าบ่อนพนัน ชายฉกรรจ์สองคนที่เฝ้าประตูเดินเข้ามา มองหน้าลู่หมิงแวบหนึ่ง คนหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปรายงานในบ่อน

อีกคนยิ้มประจบ "ใต้เท้าลมอะไรหอบมาถึงนี่ อยากจะมาเล่นสักตาหรือขอรับ?"

เขาไม่ได้เกรงกลัวเลยสักนิด ในตำบลเฟิงเหลยแห่งนี้ นอกจากอีกสองตระกูลใหญ่แล้ว ไม่เคยมีใครกล้ามาหาเรื่องตระกูลจาง

"กองร้อยมาทำคดี ไสหัวไป!"

ลู่หมิงผลักอกชายคนนั้นจนเซถอยหลัง

แล้วโบกมือสั่งการ "ค้นให้ทั่ว หาคนให้เจอ ใครขัดขวาง ฆ่า!"

ทหารแก่หลายสิบคนกรูเข้าไปข้างในเหมือนผึ้งแตกรัง

"ข้าดูซิใครจะกล้า นี่ถิ่นตระกูลจางนะโว้ย พวกตาแก่หนังเหนียว อยากตายหรือไง!" คนเฝ้าประตูตระกูลจางพอตั้งหลักได้ ก็ตะโกนด่าทอ

"ฉึก!" ทหารแก่ที่อัดอั้นตันใจมานาน มีหรือจะออมมือ

ในเมื่อฟ้าถล่มก็มีลู่หมิงคอยยันไว้ อีกฝ่ายกล้ามาหาเรื่อง เบื้องหลังย่อมต้องมีคนหนุน

ไม่รู้ใครแทงสวนออกไป

หอกทะลุร่างเป็นรูโบ๋ ชายคนนั้นนอนแน่นิ่งไปทันที

"พวกแกจะทำอะไร!"

"อ๊าก อย่าตีข้า!"

ภายในบ่อนพนัน เกิดความโกลาหลวุ่นวายภายในพริบตา

ผู้คนจำนวนมากวิ่งหนีตายออกมา

"ตึง ตึง ตึง"

ลู่หมิงเดินขึ้นบันได เข้าไปในบ่อนพนัน ก็เห็นชายชุดดำสิบกว่าคนนอนเกลื่อนพื้น

เกือบทั้งหมดถูกแทงทีเดียวตาย

บ้างก็ที่หน้าอก บ้างก็ที่ลำคอ

แม้ทั้งสองฝ่ายจะไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ แต่ทหารผ่านศึกย่อมเหนือชั้นกว่านักเลงหัวไม้

สามสิบกว่าคนรุมกินโต๊ะสิบกว่าคน ใช้เวลาไม่นานก็จบเกม

อีกอย่างบ่อนนี้เดิมทีจางฟู่เป็นคนดูแล แต่เขาตายด้วยน้ำมือลู่หมิงไปแล้ว พอขาดหัวเรือใหญ่ ก็ไร้ซึ่งความสามารถในการต่อสู้

คนพวกนี้ทำเรื่องชั่วช้ามาเยอะ ตายไปก็สมควรแล้ว

"เจอลูกชายซุนเถียนหรือยัง?"

"เจอแล้วขอรับ ถูกมัดอยู่หลังบ้าน โดนซ้อมน่วมเลย!"

จางเหมิงเดินมารายงาน

ปลายหอกในมือเขามีเลือดติดอยู่ ตาแก่นี่คงได้ฆ่าคนไปเหมือนกัน

"ยึดเงินในบ่อนฉางเซิ่งไปให้หมด แล้วติดประกาศหน้าประตู ใครกล้าจับคนของกองร้อยข้าอีก นี่คือจุดจบของมัน!"

"รับทราบ!"

จางเหมิงตาวาวโรจน์ รับคำอย่างตื่นเต้น

จากนั้นก็พาคนไปขนเงิน

บ่อนพนันฉางเซิ่งเป็นบ่อนใหญ่ของตระกูลจาง เงินสดหมุนเวียนย่อมมีไม่น้อย

ครู่เดียวก็ขนหีบเงินออกมาสองใบ

ลู่หมิงพยักหน้าอย่างพอใจ เตรียมจะกลับ

แต่พอเดินมาถึงหน้าประตู ก็มีกลุ่มคนเดินดุ่มๆ เข้ามาด้วยความโกรธเกรี้ยว

"นายกองร้อยลู่ นี่มันหมายความว่ายังไง!"

ผู้นำเป็นชายวัยกลางคน รูปร่างผอมเกร็ง ไว้เคราแพะ แต่ฝ่ามือนั้นผิดปกติ มันใหญ่กว่าคนทั่วไปหนึ่งเท่าตัว

แถมยังเปล่งประกายคล้ายโลหะ

ด้านหลังมีคนติดตามมาเกือบร้อยคน

"นั่นมันพ่อบ้านสามตระกูลจาง หลี่เหอ นี่มันตัวอันตรายเลยนะ นายกองร้อยคนใหม่ซวยแน่"

"ข้าเคยได้ยินชื่อ ยอดฝีมือขั้นฝึกกระดูก ฆ่าคนมาไม่ต่ำกว่าร้อย"

"เฮอะ ข้าบอกแล้วไง กองร้อยไปหาเรื่องตระกูลจาง มีแต่ตายกับตาย!"

เสียงซุบซิบดังเซ็งแซ่ไปทั่ว

ชื่อเสียงความโหดเหี้ยมของตระกูลจางนั้นโด่งดังไปทั่ว

ลู่หมิงมองไปที่ผู้มาใหม่

[ชื่อ: หลี่เหอ]

[ระดับพลัง: ขั้นฝึกกระดูกระดับต้น]

[ประวัติชีวิต: เป็นทาสในเรือนเบี้ยของตระกูลจาง จงรักภักดีต่อตระกูล อายุ 15 ปีเริ่มออกทำงานให้ตระกูลจาง ฆ่าคนวางเพลิงทำมาหมดทุกรูปแบบ

อายุ 21 ปี เคยร่วมมือกับคนตระกูลจางปล้นพ่อค้าเดินทาง ฆ่าไป 3 ศพ

อายุ 27 ปี เพื่อบีบให้คู่แข่งทางการค้าของตระกูลจางถอยไป ได้นำคนบุกบ้านตระกูลโจวยามวิกาล ฆ่าล้างครัว 128 ศพ

อายุ 52 ปี สมคบคิดกับผู้อื่น ลอบสังหารนายกองร้อยของราชสำนัก 1 คน]

[ภารกิจ: ขัดขวางลู่หมิงไม่ให้ยึดบ่อนพนัน รอให้ตระกูลจางตรวจสอบภูมิหลังแน่ชัดแล้วค่อยจัดการ]

[ระดับความโหดเหี้ยม: 2000 คะแนน]

[สังหารจะได้รับคะแนนโกลาหล: 2000]

มองดูหลี่เหอและคนนับร้อยด้านหลัง

ลู่หมิงเลียริมฝีปากที่แห้งผาก

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 5 - บุกยึด

คัดลอกลิงก์แล้ว