- หน้าแรก
- แผนที่สู่เซียน
- บทที่ 64 การซื้อเมล็ดสมุนไพรวิญญาณ
บทที่ 64 การซื้อเมล็ดสมุนไพรวิญญาณ
บทที่ 64 การซื้อเมล็ดสมุนไพรวิญญาณ
บทที่ 64 การซื้อเมล็ดสมุนไพรวิญญาณ
พอถึงสถานที่แล้ว ชายหนุ่มก็จากไป
กู่ฉางฮวนเปิดค่ายกลของถ้ำพำนักที่เช่าใหม่ จากนั้นลงมือวางค่ายกลอีกชั้นหนึ่งด้วยตัวเองก่อนจะมุดเข้าไปในห้องพักแล้วทิ้งตัวลงนอนทันที
หลับยาวไปจนถึงเที่ยงของวันถัดไป
เมื่อตื่นขึ้นมากู่ฉางฮวนรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยก็หยิบหนังสือแนะนำเมืองตลาดหลินเป่าที่หลินกุ้ยขายให้มาเปิดอ่าน
หลังจากอ่านอย่างละเอียดแล้ว กู่ฉางฮวนก็มีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับเมืองตลาดหลินเป่า
เมืองตลาดหลินเป่าแตกต่างจากตลาดอื่น ๆ ตรงที่มีผู้บำเพ็ญเซียนพเนจรมาวางแผงขายของกันมากมาย ของดีมีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ทว่าผู้บำเพ็ญเซียนพเนจรเหล่านี้ล้วนพเนจรอยู่ในเทือกเขาเฉียนหลงมานาน ดวงตาเฉียบแหลมเป็นอย่างยิ่ง คิดจะเอาเปรียบพวกเขาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ทว่า จุดหมายแรกของกู่ฉางฮวนกลับไม่ใช่ชั้นสามซึ่งเป็นลานของผู้บำเพ็ญเซียนพเนจร แต่เลือกไปที่ชั้นสี่โดยตรง
กู่ฉางฮวนขึ้นไปยังชั้นสี่แล้วมุ่งหน้าไปยังร้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในมุมค่อนข้างลึกชื่อว่า "เรือนสมุนไพรพันต้น"
ร้านนี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับสมุนไพรวิญญาณโดยเฉพาะ และก็มีเมล็ดสมุนไพรวิญญาณขายด้วยเช่นกัน
ชื่อเรือนสมุนไพรพันต้นฟังดูยิ่งใหญ่ แต่พอกู่ฉางฮวนเดินเข้าไปก็พบว่าในร้านมีเพียงเจ้าของร้านคนเดียวเท่านั้นที่คอยต้อนรับลูกค้า
“แขกผู้มีเกียรต้าแวะมาถึงที่แล้ว เฒ่าแก่ขอต้อนรับล่วงหน้า หากเสียมารยาทก็ขออภัย แขกผู้มีเกียรต้าเชิญนั่งก่อน ดื่มชาสักถ้วยเถอะ” เจ้าของร้านกล่าวพลางหัวเราะร่า แล้วยื่นชาให้กู่ฉางฮวนด้วยตัวเอง ท่าทางเป็นมิตรยิ่งนัก
กู่ฉางฮวนก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร พ่อค้ามักจะต้อนรับกันเช่นนี้เป็นธรรมดาอยู่แล้ว แต่เขาก็ไม่ได้แตะต้องชานั้นจริง ๆ กล่าวเปิดประเด็นขึ้นมาทันทีว่า “ได้ยินมาว่าร้านเรือนสมุนไพรพันต้นของสหายมีสมุนไพรวิญญาณมากกว่าพันชนิด เรื่องนี้จริงหรือไม่?”
สีหน้าของเจ้าของร้านไม่เปลี่ยนเลย
“สหายพูดเกินไปแล้ว จะมีถึงพันต้นได้อย่างไร ที่คนอื่นเขาว่าเช่นนั้นก็แค่ยกยอเท่านั้นเอง
ที่ร้านเรามีสมุนไพรวิญญาณอยู่ทั้งหมดสามร้อยกว่าชนิด โดยที่ใช้งานเป็นประจำมีอยู่ราวร้อยกว่าชนิดเท่านั้นเอง
ส่วนที่ตั้งชื่อว่าร้านเรือนสมุนไพรพันต้นก็เป็นความตั้งใจของบรรพบุรุษ ที่หวังว่าวันหนึ่งจะสามารถรวบรวมสมุนไพรวิญญาณได้มากกว่าพันชนิด”
สีหน้าของกู่ฉางฮวนยังคงสงบ แต่อดตกใจในใจไม่ได้
สมุนไพรวิญญาณมากกว่าสามร้อยชนิดถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว เทียบกับสวนยาของตระกูลกู่ยังพอสูสีกันได้
“แล้วถ้าถามถึงเมล็ดสมุนไพรวิญญาณล่ะ ในร้านมีทั้งหมดกี่ชนิด?” กู่ฉางฮวนถามต่อ
“ถ้าเป็นเมล็ดสมุนไพรวิญญาณ ก็จะมีมากกว่านั้น มีอยู่ราวห้าร้อยกว่าชนิด แต่ก็ไม่ใช่เมล็ดสมุนไพรวิญญาณทั้งหมด ยังมีเมล็ดของพืชวิญญาณอื่น ๆ รวมอยู่ด้วย อีกทั้งยังมีบางเมล็ดที่ถึงแม้จะเข้าขั้นระดับแล้ว แต่ข้าก็ไม่สามารถระบุชนิดได้ สหายคิดจะซื้อเมล็ดสมุนไพรวิญญาณหรือ?”
กู่ฉางฮวนพยักหน้า “แต่ข้าไม่ได้จะซื้อทั้งหมด เมล็ดสมุนไพรวิญญาณที่ต่ำกว่าระดับหนึ่งขั้นสูงไม่เอา ระดับหนึ่งขั้นสูงขึ้นไป กับเมล็ดที่สหายเจ้าของร้านบอกว่าระบุไม่ได้ ข้าจะเอาอย่างละสิบเมล็ด”
“ระดับหนึ่งขั้นสูงขึ้นไป...จะเอาทั้งหมดเลย?” เจ้าของร้านดูไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
กู่ฉางฮวนพยักหน้าอีกครั้ง “ใช่ เอาทั้งหมด อย่างละสิบเมล็ด”
เจ้าของร้านราวกับเพิ่งตื่นจากฝัน รีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนด้วยความตื่นเต้นเพื่อไปนำของลงมา
แค่ค้าขายครั้งนี้ ครั้งเดียวก็พอเลี้ยงชีพได้ครึ่งปีแล้ว!
ผ่านไปกว่าหนึ่งเค่อ เจ้าของร้านก็ลงมาจากชั้นสองพร้อมกับถุงเก็บของที่พองแน่นใบหนึ่ง
“เชิญแขกผู้มีเกียรต้าโปรดตรวจสอบ”
กู่ฉางฮวนใช้จิตสัมผัสตรวจดูในถุงเก็บของอย่างละเอียด เห็นขวดยาเล็ก ๆ เกือบห้าร้อยขวดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบแน่นขนัด ทุกขวดมีป้ายระบุชื่อเมล็ดสมุนไพรวิญญาณไว้ชัดเจน
ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ!
ดูเหมือนว่าร้านนี้จะสมกับชื่อเสียงที่ร่ำลือกันจริง ๆ
“ทั้งหมดเท่าไร?”
เจ้าของร้านถูมือ “รวมแล้วเจ็ดร้อยแปดสิบหินวิญญาณขั้นต่ำ”
กู่ฉางฮวนพยักหน้า การปลูกสมุนไพรวิญญาณในโลกบำเพ็ญเซียนไม่ใช่เรื่องง่าย จึงทำให้ราคาเมล็ดค่อนข้างต่ำ แต่เมื่อซื้อเป็นจำนวนมากเช่นนี้ ราคานี้ก็ถือว่าสมเหตุสมผล
เขาตบถุงเก็บของเบา ๆ หินวิญญาณมากมายราวกับภูเขาลูกย่อม ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนโต๊ะทันที
เจ้าของร้านตรวจนับอย่างละเอียด พอแน่ใจว่าไม่มีพลาดแล้วก็เดินไปส่งกู่ฉางฮวนออกจากร้านไปไกลหลายมี่เลยทีเดียว
แม้จะซื้อเมล็ดสมุนไพรวิญญาณเสร็จแล้ว ภารกิจของวันนี้ถือว่าเสร็จไปครึ่งหนึ่ง ทว่าใบหน้าของกู่ฉางฮวนกลับยังคงเคร่งเครียดอยู่
เขาไม่อยากจะเปลืองอายุขัยไปกับการปลูกสมุนไพรวิญญาณและถอนหญ้าในไร่สมุนไพรเลย
มีวิธีไหนที่จะแก้ปัญหานี้ได้บ้างนะ?
จับผู้บำเพ็ญเซียนสักสองสามคนโยนเข้าไปในเจดีย์เสวียนเทียนให้ช่วยทำงาน? ถึงจะทำได้แต่ก็ไม่ค่อยเป็นธรรมเท่าไหร่ แถมต้องเปลี่ยนคนใหม่ทุกไม่กี่วันอีกต่างหาก ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าจับผู้บำเพ็ญเซียนพเนจรที่ไม่คุ้นเคยมาใช้แรงงานในเจดีย์เสวียนเทียน พวกเขาก็อาจจะใช้กลอุบายแอบเล่นทีเผลอ ซึ่งไม่ดีแน่ ๆ
มีสิ่งใดที่สามารถแทนที่แรงงานมนุษย์ได้บ้างไหม?
ในโลกปัจจุบันมีเครื่องจักรกล แล้วในโลกบำเพ็ญเซียนล่ะมีอะไร...
หุ่นเชิด!
กู่ฉางฮวนตบต้นขาตัวเองดังป้าบ จากนั้นก็เปิดหนังสือแนะนำเมืองตลาดขึ้นมา พอเจอสิ่งที่ตนต้องการแล้วก็หมุนตัวมุ่งหน้าไปยังร้านที่ชื่อว่า "ตำหนักเปิดฟ้า"
ตำหนักเปิดฟ้าเป็นร้านค้าที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในเมืองตลาดหลินเป่า ผู้บำเพ็ญเซียนพเนจรมักหาซื้ออุปกรณ์เวทที่เหมาะสมกับตนเองได้ที่นี่ แม้ราคาจะสูงอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคา
เบื้องหลังของตำหนักเปิดฟ้านั้น คือหนึ่งในนิกายใหญ่ของแคว้นชิงโจว นิกายห่าวหราน
หน้าร้านของตำหนักเปิดฟ้านั้นใหญ่กว่าร้านเรือนสมุนไพรพันต้นมากกว่าสองเท่า ที่หน้าร้านมีสาวใช้สองคนยืนอยู่ ใบหน้าสวยดุจดอกท้อ ยิ้มละไมดูนุ่มนวล
กู่ฉางฮวนเดินตรงเข้าร้านโดยไม่เหลียวมองสองสาว ใช้จิตแน่วแน่ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใด ๆ
“ยินดีต้อนรับสหายที่มาเยือนตำหนักเปิดฟ้า สหายต้องการผู้นำทางสักคนไหมเจ้าคะ?”
สาวใช้ที่อยู่ใกล้เขากว่า ก้าวเข้ามาเอ่ยถามด้วยเสียงอ่อนโยน
หญิงงามอยู่ใกล้ เสียงหวานกระซิบข้างหู ในเมื่อเป็นบุรุษผู้มีมารยาท ย่อมไม่อาจปฏิเสธได้
“ถ้าเช่นนั้นก็รบกวนแม่นางด้วย”
สาวใช้ยิ้มตอบ “ไม่กล้ารับคำ” จากนั้นก็นำทางกู่ฉางฮวนเข้าไปยังตำหนักเปิดฟ้า
นางกล่าวอย่างแผ่วเบาขณะเดินนำทาง
“ตำหนักเปิดฟ้าของเรานั้น ถือเป็นร้านอุปกรณ์เวทย์อันดับต้น ๆ ในเมืองตลาดหลินเป่า มีอุปกรณ์เวทหลากหลายประเภท ระดับขั้นก็ครบถ้วน อีกทั้งยังสามารถสั่งทำอุปกรณ์เวทเฉพาะตัวได้ ไม่ใช่ข้าโอ้อวดนะเจ้าคะ แต่สหายที่เข้าร้านเราสิบคน มีเก้าคนที่ได้ของกลับไปอย่างพึงพอใจ”
“แค่อยากทราบว่าสหายกำลังมองหาอุปกรณ์เวทประเภทไหน จะได้แนะนำให้เหมาะสม”
เมื่อกู่ฉางฮวนเข้าไปในตำหนักเปิดฟ้า ก็พบว่าภายในมีชั้นวางแสดงสินค้าหลายชิ้น บนแต่ละชั้นวางมีอุปกรณ์เวทจัดวางอยู่ครบทุกแบบ ทั้งดาบ มีด ค้อน กระจก ระฆัง ฯลฯ งดงามสะดุดตา หลากหลายจนอาจทำให้เลือกไม่ถูก
ดูท่ามาที่ตำหนักเปิดฟ้า หากไม่มีผู้นำทาง คงยากจะหาเจอสิ่งที่ต้องการในเวลาอันสั้น
“ไม่ทราบว่าตำหนักเปิดฟ้ามีหุ่นเชิดขายหรือไม่?”
สาวใช้ได้ยินคำถามก็ตกใจเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างสดใสราวดอกไม้ผลิบาน “มีเจ้าค่ะ สหายเชิญตามข้ามาที่ชั้นสอง”
ชั้นสองของตำหนักเปิดฟ้านั้นไม่หรูหราโอ่อ่าเหมือนชั้นล่าง และแทบไม่มีลูกค้าเลย
ผู้บำเพ็ญเซียนคนหนึ่งที่ดูเหมือนเป็นผู้ดูแลร้านเห็นสาวใช้นำแขกขึ้นมายังชั้นสอง ก็รีบออกมาต้อนรับทันที
“แขกผู้มีเกียรต้าเยือนถึงที่ ข้ามิได้ออกมาต้อนรับล่วงหน้า ต้องขออภัยด้วย!”
กู่ฉางฮวนกวาดสายตามองทั่วชั้นสอง พบว่ามีหุ่นเชิดรูปร่างประหลาดหลายสิบตัววางเรียงรายอยู่
“ข้าต้องการซื้อหุ่นเชิดมาดูแลไร่วิญญาณ ไม่ทราบว่าสหายมีแบบที่เหมาะสมจะแนะนำหรือไม่? ระดับขั้นไม่ต้องสูงนัก รูปลักษณ์ก็ไม่สำคัญ แค่ทนทานและทำงานดีเป็นใช้ได้”
กู่ฉางฮวนเอ่ยความต้องการของตนออกมาตรง ๆ