- หน้าแรก
- แผนที่สู่เซียน
- บทที่ 21 อวี้หรูอี้
บทที่ 21 อวี้หรูอี้
บทที่ 21 อวี้หรูอี้
บทที่ 21 อวี้หรูอี้
กู่ฉางฮวนเลี้ยงโม่หลินมาสิบปี ย่อมเข้าใจความหมายของมันดี
“เจ้านี่กินไม่เลือกเลยนะ โอสถสำหรับผู้บำเพ็ญเซียนเจ้าก็กินเข้าไป ข้าไม่มีโอสถแพงอย่างของท่านปู่ให้เจ้าหรอกนะ”
เขาเปิดถุงเก็บของ หยิบขวดยาโอสถเผยหลิงออกมา แล้วหยิบเม็ดยาหนึ่งเม็ดโยนเข้าปากโม่หลิน ขณะนี้เขาบำเพ็ญไม่จำเป็นต้องพึ่งโอสถช่วย จึงกลายเป็นว่าโอสถเหล่านี้ตกเป็นของโม่หลินไป
โม่หลินกลืนโอสถเผยหลิงเข้าไป แล้วหลับตาลงอย่างเกียจคร้าน ดูท่าคงไม่คิดจะลงจากแขนของกู่ฉางฮวน
กู่ฉางฮวนก็ไม่ไล่มัน เขาพาโม่หลินเดินไปยังหอโอสถหมื่นสมบัติที่ห้องปรุงโอสถ แต่ยังไม่ทันจะถึงก็ปะทะเข้ากับกู่ฉางเต๋อเข้าเต็มๆ
“พี่สี่เป็นอะไรไป ทำไมเร่งรีบขนาดนี้?” กู่ฉางฮวนปลอบโม่หลินที่ตกใจตื่นแล้วแลบลิ้นอยู่ พลางถาม
“อวี้หรูอี้จากตระกูลอวี้มาซื้อผงโอสถหยูหลิงสิบชุด ของที่หน้าร้านไม่พอ ข้ากำลังจะไปเอาจากคลัง” กู่ฉางเต๋อพูดสั้นๆ ซึ่งนับว่าแปลก
กู่ฉางฮวนขมวดคิ้ว อวี้หรูอี้เป็นคนของเขาเหยียนซานตระกูลอวี้ อายุยังน้อยแต่บำเพ็ญจนถึงระดับเหลี่ยนชี่ขั้นปลายแล้ว ตระกูลกู่คาดว่าเขาน่าจะเป็นผู้มีรากวิญญาณคู่ ซึ่งแบบนี้ทางตระกูลก็ควรจะเตรียมโอสถสำหรับบำเพ็ญให้ แล้วจะมาซื้อสมุนไพรเองทำไม?
กู่ฉางฮวนยัดโม่หลินเข้าไปในถุงสัตว์วิญญาณ ตั้งใจจะไปดูว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไรกันแน่
“สหายอวี้ ไม่ได้พบกันเสียนาน พี่สี่ไปรับของ เลยให้ข้ามาต้อนรับแทน เผื่อท่านจะไม่สะดวกใจ” กู่ฉางฮวนยิ้มทักพร้อมคารวะ
“ที่แท้คือสหายกู่ฉางฮวน ไม่เจอกันหลายเดือน ขอแสดงความยินดีกับสหายกู่ด้วย บำเพ็ญได้รวดเร็วเหลือเกิน ทำข้าอับอายเสียจริง ข้าในวัยเดียวกับสหาย ยังอยู่แค่ระดับเหลี่ยนชี่ขั้นหกเท่านั้น” อวี้หรูอี้ยิ้ม แต่แฝงความนัยไว้ในคำพูด
“แค่ได้อาศัยบุญคุณของผู้ใหญ่เท่านั้น ทว่าสหายอวี้เองก็บรรลุถึงระดับเหลี่ยนชี่ขั้นเก้าแล้ว เหตุใดถึงยังมาซื้อผงโอสถหยูหลิงที่ใช้ในช่วงปลายของระดับเหลี่ยนชี่เล่า?” กู่ฉางฮวนถามเข้าเรื่องทันที
ใบหน้าอวี้หรูอี้ยังคงสงบนิ่ง
“สหายกู่นี่พูดแปลก ถ้าระดับเหลี่ยนชี่ขั้นเก้าไม่ซื้อผงโอสถหยูหลิง แล้วเหตุใดผู้บำเพ็ญระดับจู้จีถึงยังต้องซื้อโอสถจู้จีด้วยเล่า?”
“สหายอวี้ช่างล้อเล่นนัก พูดถึงโอสถจู้จี หลังงานประมูลอวิ๋นเทียน ข้าคงต้องเรียกสหายว่า ‘ท่านอวี้’ เสียแล้วกระมัง!” กู่ฉางฮวนยกมือคารวะอีกครั้ง
“ข้าขอล่วงหน้าร่วมแสดงความยินดีกับสหายไว้เลย”
อวี้หรูอี้ได้ยินเช่นนั้นก็เผยแววดีใจผ่านสายตา คนในตระกูลอวี้ที่เหมาะสมกับโอสถจู้จีตอนนี้ก็มีแต่เขาเท่านั้น อีกคนแม้จะมีคุณสมบัติบ้าง แต่รากวิญญาณสู้เขาไม่ได้ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด โอสถจู้จีเม็ดต่อไปของตระกูลก็ต้องเป็นของเขาแน่นอน!
ด้วยคุณสมบัติรากวิญญาณคู่ธาตุไฟและไม้ของเขา บวกกับโอสถจู้จีเป็นตัวช่วย การบรรลุขั้นจู้จีก็แทบจะเป็นสิ่งแน่นอน
แต่อวี้หรูอี้ก็ไม่พูดโอ้อวด เพียงถ่อมตนตอบว่า
“สหายกู่พูดเกินไปแล้ว เรื่องโอสถจู้จีไม่ใช่เรื่องที่คนรุ่นข้าอย่างข้าจะมีสิทธิตัดสินใจ ต้องให้ผู้อาวุโสในตระกูลเป็นผู้กำหนด”
พอดีในตอนนั้นเอง กู่ฉางเต๋อก็ออกมาพร้อมกับผงโอสถหยูหลิง
“ไม่ใช่ว่าข้าชมของตัวเองหรอกนะ แต่ผงโอสถหยูหลิงของหอโอสถหมื่นสมบัติของตระกูลกู่เรานี่คุ้มค่าสุดๆ ใครเคยซื้อก็ไม่มีใครบ่นเลย สหายอวี้นี่ช่างตาแหลมคมแท้ๆ!”
พอกู่ฉางเต๋อปรากฏตัวก็พูดไม่หยุด อวี้หรูอี้แอบเช็ดเหงื่อเบาๆ
“สหายกู่ทั้งสอง ข้ายังมีธุระ ขอไม่รบกวนมากไปกว่านี้”
เขารับโอสถแล้ววางหินวิญญาณไว้ก่อนจะรีบจากไปอย่างรวดเร็ว
กู่ฉางฮวนหลุดหัวเราะออกมา ดูท่าคนธรรมดาๆ คงต้านทานวาจาของพี่สี่กู่ฉางเต๋อไม่ได้จริงๆ
พอเขาจากไป ตอนนี้ก็เหลือเพียงเขากับกู่ฉางเต๋ออยู่ตรงหน้าศาลา...
กู่ฉางฮวนอาศัยจังหวะที่กู่ฉางเต๋อนับค่ายา รีบย่องเงียบหนีออกมา
“ไม่เสียแรงเป็นว่าที่ผู้บรรลุจู้จีของตระกูลอวี้!
จู่ๆ ก็ควักหินวิญญาณออกมาได้ตั้งมากมาย ช่างมั่งมีเหลือเกิน!
น้องสิบเจ็ดว่า... เฮ้ย! หายไปไหนแล้ว?”
กู่ฉางเต๋อเพิ่งรู้ตัวว่ากู่ฉางฮวนหนีหายไปตั้งนานแล้ว
“น้องสิบเจ็ดนี่ทำตัวเหมือนโม่หลินเลยนะ โผล่มาโผล่ไปไม่ให้ตั้งตัว”
เขาเกาศีรษะพลางกลับไปจัดการงานของตัวเองต่อ
อวี้หรูอี้เดินออกจากหอโอสถหมื่นสมบัติอย่างเร่งรีบ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาเพิ่งเคยเจอกู่ฉางเต๋อของตระกูลกู่เป็นครั้งแรก ไม่เคยพบใครพูดมากเช่นนี้มาก่อน เขาเหลือบตามองป้ายของหอโอสถหมื่นสมบัติ คาดว่าอีกหลายปีข้างหน้าเขาคงไม่อยากเหยียบย่างกลับมาที่นี่อีก
ส่วนกู่ฉางฮวนนั้น นับว่าเป็นคนที่น่าสนใจ เดิมทีเขานึกว่าอีกฝ่ายเป็นแค่คุณชายที่ได้ดีเพราะบรรพชน คาดไม่ถึงว่าจะเป็นคนที่มีความคิดลึกซึ้ง ทั้งยังบำเพ็ญจนถึงระดับเหลี่ยนชี่ขั้นปลายตั้งแต่อายุยังน้อย แม้จะมีปัจจัยเรื่องที่ได้รับความช่วยเหลือจากกู่หว่านฮ่าวผู้บรรลุจู้จีก็ตาม แต่ก็ประมาทไม่ได้
ว่าไปแล้ว ก็ถือเป็นเรื่องดีอยู่ เพราะสี่ตระกูลแห่งเทือกเขาจิ่วชีมีโชคชะตาร่วมกัน จะร่วมมือกับคนฉลาดยังไงก็ดีกว่าไปร่วมมือกับคนโง่ให้เหนื่อยเปล่า
หลังจากที่กู่ฉางฮวนเข้าสู่ระดับเหลี่ยนชี่ขั้นปลาย ก็เห็นได้ชัดว่ากู่หว่านฮ่าวมีความสุขจนแสดงออกชัดเจน
“อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า จะมีการจัดงานประมูลใหญ่ที่เมืองตลาดอวิ๋นเทียน เจ้าไปกับข้าด้วยจะได้เปิดหูเปิดตา” กู่หว่านฮ่าวลูบเคราพูดขึ้น
เมืองตลาดอวิ๋นเทียนเป็นเมืองตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเทือกเขาอวิ๋นเทียน ซึ่งมีขนาดพอๆ กับเทือกเขาจิ่วชี แต่เทือกเขาอวิ๋นเทียนมีเพียงตระกูลเดียวเป็นผู้ดูแล นั่นคือตระกูลอวิ๋น
ตระกูลอวิ๋นเป็นตระกูลที่มีผู้บรรลุจินตัน ว่ากันว่าบรรพชนของตระกูลอวิ๋นในปัจจุบันเป็นผู้มีรากวิญญาณสวรรค์ และเข้าสู่ขั้นจินตันมาหลายปีแล้ว มีพลังสามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้
ทุกๆ ยี่สิบปี ตระกูลอวิ๋นจะเป็นเจ้าภาพจัดงานประมูลใหญ่ที่เมืองตลาดอวิ๋นเทียน โดยในงานจะมีของล้ำค่ามากมาย ตั้งแต่ของระดับสอง ระดับสาม ไปจนถึงของหายากอย่างโอสถจู้จีซึ่งเป็นสินค้าชิ้นเด่น!
โอสถจู้จีเป็นวิธีที่มั่นคงที่สุดสำหรับผู้บำเพ็ญระดับเหลี่ยนชี่ที่จะก้าวข้ามไปสู่ระดับจู้จี หากไม่มีโอสถจู้จี ผู้บำเพ็ญส่วนใหญ่แทบจะระเบิดร่างตายกลางทาง!
เพราะเช่นนี้ โอสถจู้จีจึงเป็นที่ต้องการอย่างมากของผู้บำเพ็ญระดับเหลี่ยนชี่
สำหรับตระกูล เพียงมีผู้บรรลุจู้จีสักคนเดียว ก็สามารถรักษาความรุ่งเรืองของตระกูลได้ถึงสองร้อยปี!
สำหรับผู้บำเพ็ญเซียนพเนจร โอสถจู้จีคือโอกาสเดียวที่จะทำให้พวกเขามีอนาคต!
จึงไม่แปลกที่มักจะมีผู้บำเพ็ญจำนวนมากยอมทุ่มทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อแย่งชิงโอสถจู้จีเพียงเม็ดเดียว
“งานประมูลอวิ๋นเทียนงั้นหรือ? ต้องมีของล้ำค่ามากแน่ๆ!”
กู่ฉางฮวนคิดในใจ ถ้ามีของธาตุดินระดับสามขั้นสูงก็คงดี แบบนั้นท่านทวดจะมีโอกาสทะลวงจื่อฝู่ได้!
ตอนนั้นเขาเองก็อาจจะลองหาโอกาส ‘เก็บตก’ จากเมืองตลาดบ้าง บางทีอาจจะได้ของดีมาโดยไม่คาดคิด
กู่หว่านฮ่าวเหมือนจะรู้ความคิดของกู่ฉางฮวน
“ตอนนั้นจะมีผู้บำเพ็ญเซียนพเนจรมากมายไปด้วย เจ้าเองก็สามารถฉวยโอกาสปะปนในฝูงชนเพื่อหาสมบัติดูบ้าง แต่ต้องระวัง อย่าซื้อของมากเกินไปจนเป็นจุดสนใจของคนอื่นเข้า”
“ท่านปู่วางใจ ข้ารู้ดี” กู่ฉางฮวนกล่าวอย่างจริงจัง
“เมื่อครู่ อวี้หรูอี้ของตระกูลอวี้แวะมา ข้าได้พูดคุยกับเขาสักหน่อย ดูท่าว่าหากตระกูลอวี้ประมูลได้โอสถจู้จี โอสถนั้นก็น่าจะตกเป็นของเขาแน่นอน”
“ก็คงไม่แปลก เจ้าหนูของตระกูลอวี้นั่นไม่ใช่คนธรรมดา
ฝีมือบำเพ็ญก็ไม่เลว การต่อสู้ก็จัดว่าโดดเด่นในรุ่นเดียวกัน
พูดแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่ารุ่นพวกเจ้าในคราวนี้ มีอัจฉริยะออกมาหลายคนเลยทีเดียว”
กู่หว่านฮ่าวถอนหายใจเล็กน้อย
สี่ตระกูลในเทือกเขาจิ่วชีปักหลักอยู่มานานหลายร้อยปี ประชากรธรรมดาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้มีรากวิญญาณจึงย่อมมากขึ้น การที่มีผู้บำเพ็ญที่มีพรสวรรค์สูงจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
ในรุ่นหนุ่มสาวของยุคนี้ ตระกูลกู่มีทั้งกู่ฉางฮวนและกู่ฉางเฉิงที่มีศักยภาพถึงระดับจื่อฝู่ ตระกูลอวี้ก็มีอวี้หรูอี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด อีกสองร้อยปีข้างหน้า เทือกเขาจิ่วชีจะมีผู้บำเพ็ญระดับจื่อฝู่ถึงห้าคนเป็นอย่างน้อย!
ถึงเวลานั้น พวกเขาก็จะสามารถคืนความรุ่งเรืองในยุคของบรรพชน และอาจขยายอาณาเขตของตระกูลออกไปได้อีก!
******************************************
育靈散 ผงโอสถหยูหลิง = ยาผงบ่มวิญญาณ / ผงโอสถเลี้ยงพลังวิญญาณ
築基丹 โอสถจู้จี = ยาเม็ดที่ช่วยให้สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นจู้จี