- หน้าแรก
- ในวันที่โลกสยองขวัญ ผมต้องมาชงนมให้คายาโกะกับซาดาโกะ
- บทที่ 23 มรดกนี่คงไม่ใช่บ้านผีสิงหรอกใช่ไหม
บทที่ 23 มรดกนี่คงไม่ใช่บ้านผีสิงหรอกใช่ไหม
บทที่ 23 มรดกนี่คงไม่ใช่บ้านผีสิงหรอกใช่ไหม
"คุณมาหาใครคะ"
ซาดาโกะถามผู้มาเยือนผ่านอินเตอร์คอม
ชายหนุ่มสวมสูทผมหวีเรียบแปล้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม "ผมคือ เบน มอสส์ ครับ คุณปีเตอร์ เซลเลอร์ส อยู่บ้านไหมครับ"
"ปะป๊าไม่อยู่ค่ะ ออกไปซื้อของ"
ซาดาโกะขมวดคิ้วถามกลับ "มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ"
เบน มอสส์ ก้มมองนาฬิกา "เป็นธุระของผู้ใหญ่น่ะครับแม่หนูน้อย โชคดีที่ผมมีเวลาเหลือเฟือ ผมรอคุณปีเตอร์ เซลเลอร์ส อยู่ตรงนี้ได้ครับ"
"งั้นก็รออยู่ข้างนอกนั่นแหละค่ะ"
หลังจากพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ซาดาโกะก็เดินกระแทกเท้ากลับไปนั่งที่โซฟาอย่างหัวเสีย
สิ่งที่เธอเกลียดที่สุดคือการที่มีคนมาบอกว่าเธอยังเป็นเด็ก
และนั่นก็พาลทำให้เธอไม่ชอบหน้าคนแปลกหน้าคนนี้ไปด้วย...
สิบนาทีต่อมา ปีเตอร์กลับมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตและพบเบน มอสส์ ยืนรออยู่ที่หน้ารถ
"ผม เบน มอสส์ ทนายความครับ ยินดีที่ได้พบครับ คุณไซรัส"
เบน มอสส์ ยิ้มพลางยื่นมือมาทักทายปีเตอร์
"ยินดีที่ได้พบครับ"
ปีเตอร์พยักหน้ารับ พลางถามด้วยความสงสัย "ขออภัยนะครับคุณมอสส์ แต่ผมจำไม่ได้ว่ามีธุระอะไรเกี่ยวกับทนายความในช่วงนี้"
"อันที่จริง..."
เบน มอสส์ ขยับแว่นตากรอบทอง "เราไม่เคยเกี่ยวข้องกันมาก่อน แต่ตอนนี้เราเกี่ยวข้องกันแล้ว และใกล้ชิดมากด้วยครับ"
พูดจบเขาก็หยิบนามบัตรยื่นให้ปีเตอร์
"ผมเป็นทนายความของคุณลุงของคุณ เคอร์ติส เซลเลอร์ส ครับ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน คุณลุงของคุณเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ผมได้รับมอบหมายให้จัดการกองมรดกของท่าน และคุณ คุณไซรัส คือผู้รับมรดกครับ"
ปีเตอร์รับนามบัตรมาด้วยสีหน้าฉงน
เคอร์ติส เซลเลอร์ส... เขาลองค้นดูในความทรงจำของร่างเดิม ก็จำได้ว่ามีคุณลุงชื่อนี้อยู่จริงๆ
แต่เขาไม่ได้ติดต่อกับลุงคนนี้นานมากแล้ว ทำไมจู่ๆ ถึงยกมรดกให้เขา
ความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในหัว แต่สีหน้าของปีเตอร์ยังคงเรียบเฉย เขาเก็บนามบัตรแล้วเชิญทนายความ "เข้าไปคุยข้างในกันดีกว่าครับ"
ในห้องนั่งเล่น
เบน มอสส์ นั่งลงบนโซฟาแล้วเปิดแล็ปท็อป
ซาดาโกะและคายาโกะนั่งประกบซ้ายขวา จ้องมองทนายความใช้งานคอมพิวเตอร์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ปะป๊าคะ ปะป๊ามีคุณลุงชื่อเคอร์ติสด้วยเหรอคะ"
ซาดาโกะเงยหน้าถามปีเตอร์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
"ใช่ เคยมีน่ะ ปะป๊าเคยเจอลุงเขา 2-3 ครั้งตอนเด็กๆ"
ปีเตอร์นิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนบอกซาดาโกะ "แต่ความสัมพันธ์ของเราไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พ่อของปะป๊าเคยบอกว่าลุงเขาผลาญสมบัติของตระกูลจนหมด..."
ยังไม่ทันที่ปีเตอร์จะพูดจบ ซาดาโกะ ยัยหนูงกเงินตัวน้อยก็ถามแทรกขึ้นมาอย่างตื่นเต้น "เราจะได้สมบัติก้อนใหม่เหรอคะ"
"เปล่า ลุงเขาใช้หมดไปแล้ว"
พอได้ยินคำตอบของปีเตอร์ หน้าของซาดาโกะก็ยับยู่ยี่ด้วยความผิดหวังทันที
เมื่อเห็นซาดาโกะหน้ามุ่ย ปีเตอร์ก็ลูบผมเธอเบาๆ "ถึงจะไม่ได้สมบัติก้อนโต แต่ตอนนี้ลูกก็ได้รู้แล้วว่าลูกเคยมีคุณปู่ทวดที่ล่วงลับไปแล้ว"
ซาดาโกะฟังไม่ค่อยเข้าใจจึงถามปีเตอร์ด้วยความงุนงง "ล่วงลับคืออะไรคะ ปะป๊า"
คายาโกะที่นั่งอยู่ข้างๆ เสริมขึ้นมา "หนูรู้ค่ะ ก็คือไปเที่ยวปรโลกก่อนเพื่อนไงคะ"
ปีเตอร์: "..."
ปีเตอร์หยิกแก้มคายาโกะเบาๆ แล้วดุเสียงเข้ม "ต่อไปห้ามเล่นมุกตลกร้ายแบบนี้อีกนะ"
"อะแฮ่ม..."
คุณมอสส์กระแอมไอแล้วชี้ไปที่หน้าจอแล็ปท็อป พลางบอกปีเตอร์ "นี่คือวิดีโอที่คุณเคอร์ติส เซลเลอร์ส อัดไว้เมื่อหกสัปดาห์ก่อน ท่านสั่งไว้ว่าถ้าท่านเสียชีวิตเมื่อไหร่ ให้ผมเปิดวิดีโอนี้ให้คุณดู"
พูดจบ เขาก็กดปุ่มเล่นวิดีโอ
ในวิดีโอ ชายวัยกลางคนแต่งตัวภูมิฐานราวนักธุรกิจผู้ดีเก่ากำลังนั่งจุดซิการ์อยู่ที่โต๊ะทำงานอันหรูหรา
ด้านหลังเป็นชั้นหนังสือที่ตกแต่งอย่างประณีต เต็มไปด้วยหนังสือเล่มหนามากมาย
"ยินดีที่ได้คุยกับหลานนะ ปีเตอร์"
เคอร์ติส เซลเลอร์ส พ่นควันซิการ์แล้วพูดเนิบๆ ผ่านวิดีโอ "ถ้าหลานได้ดูวิดีโอนี้ แสดงว่าลุงตายไปแล้ว"
"แต่ว่า... หลานและครอบครัวจะได้รับมรดกของลุง ลุงสั่งให้ทนายความ คุณมอสส์ มอบของที่สำคัญที่สุดในพินัยกรรมให้หลาน มอสส์ เอาให้เขาหน่อย"
มอสส์ที่นั่งอยู่หน้าแล็ปท็อปหยิบกุญแจที่มีโครงสร้างวงกลมรูปร่างแปลกตาออกมาจากกระเป๋าเอกสารแล้วยื่นให้ปีเตอร์
"กุญแจ?"
"ใช่ นี่คือกุญแจบ้านหลังใหม่ของหลาน"
ในวิดีโอ เคอร์ติส เซลเลอร์ส พูดกับปีเตอร์ต่อ "บ้านหลังนี้คือผลพวงจากการทำงานหนักมาทั้งชีวิตของลุง"
ขณะพูด ภาพในวิดีโอก็แสดงโครงสร้างและรูปถ่ายของบ้าน
ห้องหับกว้างขวาง การตกแต่งหรูหราอลังการ เหนือกว่าบ้านธรรมดาๆ ที่พวกเขาอาศัยอยู่ตอนนี้อย่างเทียบไม่ติด
"บ้านหลังนี้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร อันที่จริง มันคือบ้านของลุงเอง"
เคอร์ติส เซลเลอร์ส เอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้ววางซิการ์ลง
"ลุงไม่มีอะไรต้องบ่น ชีวิตของลุงมีสีสันและได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์มากมาย แต่... สิ่งเดียวที่ลุงเสียดายคือไม่ได้ทำความรู้จักกับหลานให้ดีกว่านี้ ไม่ได้ใช้ชีวิตสนุกสนานเหมือนหลาน หวังว่าบ้านหลังนี้จะชดเชยช่วงเวลาที่ห่างเหินกันไปได้ หวังว่าหลานจะชอบนะ"
กริ๊ก!
วิดีโอจบลง หน้าต่างป๊อปอัปก็ปิดไป
แต่ขณะที่ปีเตอร์กำลังจะละสายตา จู่ๆ วิดีโอก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าของเคอร์ติส เซลเลอร์ส ปรากฏขึ้นมาใหม่
"อ้อ ลุงลืมบอกไป บางทีเราอาจจะได้เจอกันอีกในช่วงครึ่งหลังของชีวิตนะ"
สิ้นเสียงเคอร์ติส เซลเลอร์ส วิดีโอก็ตัดไป และครั้งนี้มันไม่เด้งขึ้นมาอีก
ปีเตอร์ลูบคางครุ่นคิดหลังจากดูวิดีโอจบ
ถึงจะเป็นมรดกก็เถอะ แต่ทำไมตาแก่นี่ดูมีเลศนัยชอบกล
"คุณลุงของผมเสียชีวิตยังไงครับ"
หลังเงียบไปครู่หนึ่ง ปีเตอร์ก็เอ่ยถามทนายความ
เบน มอสส์ ยักไหล่ "ถูกฆาตกรรมครับ ตำรวจกำลังสืบสวนอยู่ ผมเองก็ไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัด"
ปีเตอร์พยักหน้าแล้วถามต่อ "แล้วบ้านของเขาอยู่ที่ไหนครับ"
"ขับรถจากที่นี่ไปไม่กี่ชั่วโมงครับ ที่เมืองวิลโลว์ ทิวทัศน์ที่นั่นสวยงามดั่งภาพวาด คุณลุงของคุณชอบความเป็นส่วนตัวมาก รอบๆ บ้านไม่มีเพื่อนบ้านเลยครับ"
พูดจบ เบน มอสส์ ก็ลุกขึ้นยืน "ถ้าคุณอยากไปดูโทรหาผมได้ตลอดเวลานะครับ ดึกแล้ว ผมคงต้องขอตัวกลับก่อน"
"ได้ครับ ขอบคุณมาก"
ปีเตอร์จับมือร่ำลาและเดินไปส่งเขา
เมื่อปีเตอร์กลับเข้ามาในห้อง ก็พบว่าลูกสาวทั้งสองนั่งซึมกระทือ
"เป็นอะไรไป ปะป๊าเพิ่งได้บ้านใหม่นะ คายาโกะ ซาดาโกะ ไม่ดีใจเหรอ"
ปีเตอร์เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น นั่งยองๆ ถามลูกสาวทั้งสอง
"แต่... ปะป๊าคะ เราต้องย้ายออกจากที่นี่เหรอคะ หนู... หนูไม่อยากไปจากบ้าน"
ซาดาโกะก้มหน้าเศร้าแล้วพูด "ที่นี่... ที่นี่คือบ้านของหนู เป็นที่วิเศษที่ปะป๊าทิ้งไว้ให้หนู ความทรงจำของหนูกับปะป๊าอยู่ที่นี่ หนูไม่อยากไป"