- หน้าแรก
- ในวันที่โลกสยองขวัญ ผมต้องมาชงนมให้คายาโกะกับซาดาโกะ
- บทที่ 16 นางเอกผู้หลบหนี
บทที่ 16 นางเอกผู้หลบหนี
บทที่ 16 นางเอกผู้หลบหนี
"เจสซี่?"
แนนซี่มองดูเพื่อนร่วมชั้นที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
เจสซี่ดูหดหู่และมีสีหน้าอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
เจสซี่ ลิเวอร์มอร์ แฟนหนุ่มของทีน่าที่กำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และยังเป็นหนึ่งในสมาชิกทีมฟุตบอลของโรงเรียน โดยปกติแล้วเขาเป็นคนบุคลิกสดใส ร่าเริง แต่บัดนี้รอบกายเขากลับแผ่รังสีความมืดมนและอึมครึมออกมา
ก่อนหน้านี้เธอรู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกันที่ไม่เห็นเขาเลยในระหว่างที่ทีน่ายังอยู่โรงพยาบาล
"เธอเป็นอะไรไหม ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยเห็นหน้าเธอเลยนะเจสซี่"
แนนซี่สังเกตสภาพจิตใจของเขา ซึ่งดูไม่ปกติเอาเสียเลย
"ฉันไม่เป็นไร แค่ช่วงนี้เหนื่อยๆ นิดหน่อย... เธอพอจะมีเวลาคุยกับฉันสักครู่ไหม"
เจสซี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยกับเธอ "ฉันอยากคุยเรื่องทีน่า"
"ได้สิ"
แนนซี่ลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยอมเดินตามเขาไปที่มุมตึกเรียนซึ่งปลอดผู้คน
"ฉันไม่เห็นหน้าเธอเลย... หมายถึง ตั้งแต่ทีน่าเข้าโรงพยาบาล ฉันก็ไม่เจอเธออีกเลย ทั้งที่เธอเป็นแฟนทีน่านะเจสซี่"
"ฉัน... ฉันขอโทษ"
เมื่อเผชิญหน้ากับคำตำหนิของแนนซี่ เจสซี่ก็กล่าวขอโทษเธอเสียงอ่อย "ฉันไม่รู้ว่าช่วงนี้ตัวเองทำบ้าอะไรอยู่ สภาพจิตใจฉันย่ำแย่มาก เหมือนตกอยู่ในภวังค์ตลอดเวลา ฉันฝันร้าย... ฝันว่าถูกผู้ชายแปลกหน้าที่มีใบมีดคมกริบ... กรงเล็บเหล็กสี่ใบมีดที่มือ ไล่ล่าหมายเอาชีวิต ฉันกลัวมาก..."
ขณะที่เจสซี่พูด สีหน้าของเขาก็ฉายแววหวาดกลัวออกมา "ฉันไปเยี่ยมทีน่าที่โรงพยาบาล ดูเหมือนเธอยังไม่ฟื้นจากอุบัติเหตุครั้งนั้น ฉันเห็นบาดแผลของเธอ... มันดูเหมือนเกิดจากกรงเล็บเหล็กสี่ใบมีดนั่นเหมือนกัน"
"คนคนหนึ่ง ชายแปลกหน้าคนนั้น... เขาปรากฏตัวทั้งในฝันของฉันและของทีน่า นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่"
เจสซี่มองไปรอบๆ ด้วยสายตาเลื่อนลอยแล้วพูดต่อว่า "บางครั้ง ฉันก็แยกไม่ออกว่าตัวเองกำลังฝันหรืออยู่ในโลกแห่งความจริงกันแน่"
เมื่อได้ฟังสิ่งที่เจสซี่ระบายออกมา สีหน้าของแนนซี่ก็เคร่งขรึมลงทันที
เธอกอดอกและสูดหายใจลึก
"ฉันก็เหมือนกับเธอนั่นแหละเจสซี่ ฉันเองก็ฝันเห็นผู้ชายคนนั้น ดูเหมือนว่าพวกเราทุกคนจะเคยเจอสถานการณ์แบบเดียวกันตอนเด็กๆ ผู้ชายคนนั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับการตายของดีนและอาการบาดเจ็บของทีน่า"
ขณะพูด แนนซี่ก็ทอดสายตามองออกไปรับแสงแดดด้านนอก
แม้ว่าพื้นดินที่อาบไล้ด้วยแสงตะวันจะแผ่ไออุ่นออกมา แต่เธอกลับรู้สึกหนาวสะท้านไปทั่วทั้งร่าง...
...
ตกเย็น
หลังจากกลับมาจากโรงเรียน แนนซี่วางกระเป๋านักเรียนลงด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง
เธอนั่งลงบนโซฟาแล้วนวดขมับเบาๆ ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าของใช้สมัยเด็กของเธอถูกเก็บไว้ในห้องใต้หลังคา
เธอจำได้ว่าของพวกนั้นถูกเก็บไว้ข้างบนนานแล้วโดยไม่มีใครแตะต้อง
แนนซี่ลุกขึ้น หยิบไฟฉายและดึงบันไดห้องใต้หลังคาลงมา
เมื่อมองไปยังช่องทางที่มืดมิดและลึกกลวงราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว แนนซี่ก็สูดหายใจเข้าลึกๆ จับบันไดให้มั่น แล้วปีนขึ้นไปพร้อมกับไฟฉายในมือ
กริ๊ก!
แสงไฟฉายสว่างวาบขึ้น แนนซี่กวาดตามองห้องใต้หลังคาที่เต็มไปด้วยของระเกะระกะ แล้วค่อยๆ เดินลึกเข้าไป
กลิ่นอับชื้นลอยมาแตะจมูกและโอบล้อมรอบตัวเธออย่างรวดเร็ว
เธอขมวดคิ้ว ปัดหยากไย่ออกเบาๆ แล้วเดินตรงไปยังกล่องเก็บของใบหนึ่ง
ในกล่องนั้นบรรจุข้าวของเครื่องใช้สมัยเด็กของแนนซี่
หลังจากปัดฝุ่นที่จับหนาเตอะออก แนนซี่ก็พบชุดกระโปรงสีฟ้าตัวหนึ่ง
มันดูเหมือนชุดสมัยเด็กของเธอ ไม่มีผิดเพี้ยนไปจากชุดที่เธอเห็นตัวเองในวัยเด็กสวมใส่ในรูปถ่ายงานศพของดีน
"นี่ชุดของฉันเหรอ? ทำไมฉันจำไม่ได้เลยล่ะ"
ด้วยความงุนงง เธอหยิบชุดกระโปรงสีฟ้านั้นขึ้นมาพิจารณา และต้องตกตะลึงเมื่อพบรอยฉีกขาดเป็นทางยาวหลายรอยบนตัวชุด
ดูจากร่องรอยแล้ว มันเกิดจากของมีคมอย่างชัดเจน
ขณะถือชุดกระโปรงสีฟ้าและจ้องมองรอยกรีดเหล่านั้น สมองของแนนซี่ก็ว่างเปล่าไปชั่วขณะ
ทำไมถึงมีรอยมีดกรีดบนเสื้อผ้าสมัยเด็กของเธอได้?
"ฝีมือคนคนนั้น... คนที่ทีน่าและเจสซี่พูดถึง คนที่มีเล็บเหมือนใบมีด..."
แนนซี่ก้าวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก
"ไม่ ไม่จริงน่า นี่ไม่ใช่เรื่องจริง"
แนนซี่พึมพำด้วยความหวาดผวา
ในความมืดมิด เธอเหมือนจะเห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้นโผล่ขึ้นมาตรงหน้า แสยะยิ้มเยาะเย้ยเธอ
ปัง!
เธอยัดชุดกระโปรงสีฟ้ากลับลงกล่องอย่างลนลาน แล้วถอยหนีด้วยความตื่นกลัว
ขณะปีนลงมาจากบันไดห้องใต้หลังคา แนนซี่ก้าวพลาดจนเซถลาไปชนแม่ของเธอเข้าอย่างจัง
คุณนายทอมป์สันที่ถูกลูกสาวซึ่งกำลังสติแตกชนเข้า รีบประคองตัวลูกไว้
"เป็นอะไรไหมแนนซี่"
"หนูไม่เป็นไรแม่ หนูมีเรื่องจะถามแม่"
ความอดทนอดกลั้นพังทลายลง แนนซี่ระเบิดคำถามใส่ผู้เป็นแม่ "แม่คะ เสื้อผ้าข้างบนนั่นมันเรื่องอะไรกัน ทำไมถึงมีรอยถูกกรีดขาด ทำไมหนูจำไม่ได้ว่าเคยเจอเรื่องแบบนั้นตอนเด็กๆ แล้วผู้ชายหน้าเน่าเฟะที่โผล่มาในฝันหนูเป็นใครกันแน่"
"ทำไมพวกแม่ถึงพากันปิดบังหนู"
"เปล่านะ เราไม่ได้ปิดบัง แนนซี่"
"โกหก!"
แนนซี่ร้องไห้โฮ "อาปีเตอร์ก็เหมือนกัน เขาให้หนูกินยาเพื่อหยุดฝัน เขารู้ว่าไอ้สัตว์ประหลาดนั่นเป็นใคร แต่ก็เหมือนแม่ เขาไม่ยอมบอกความจริงหนู"
"ทำไมต้องทำกับหนูแบบนี้ เพราะพวกแม่กลัวว่ามันจะฆ่าหนูเหมือนที่ทำกับดีนและทีน่าใช่ไหม!"
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าร้องคำรามลั่นด้านนอก ราวกับขานรับความอัดอั้นตันใจของแนนซี่
"หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะ แต่พวกแม่ก็ทำเหมือนหนูเป็นเด็กอยู่ได้ ดีแต่ทำแบบนี้ตลอดเลย"
"ไม่... ไม่ใช่... แนนซี่ แม่ไม่ได้ตั้งใจแบบนั้น"
หัวใจคนเป็นแม่เจ็บปวดรวดร้าว เธอขยับเข้าไปหมายจะกอดลูกสาวที่กำลังเสียขวัญ
แนนซี่ก้าวถอยหลัง ปฏิเสธสัมผัสจากแม่
"อย่า! อย่ามาแตะตัวหนู!"
หลังจากทิ้งสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังไว้ให้แม่ แนนซี่ก็หันหลังวิ่งหนีออกไป
ปัง!
เธอผลักประตูบ้านและวิ่งหายออกไปข้างนอก
คุณนายทอมป์สันพยายามจะวิ่งตาม แต่แข้งขาอ่อนแรงจนเซถลาไปข้างหน้า
เมื่อเห็นลูกสาวหายลับไปในม่านฝนยามค่ำคืน คุณนายทอมป์สันก็ตั้งสติและรีบผลักประตูตามออกไปอย่างร้อนรน
"แนนซี่! แนนซี่!"
เธอตะโกนเรียกชื่อลูกสาวแข่งกับเสียงฝนและวิ่งฝ่าสายฝนออกไป
ร่างกายเปียกปอนไปด้วยน้ำฝนที่หนาวเหน็บ หัวใจเต็มไปด้วยความวิตกกังวล เธอรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาผู้เป็นสามี
หลังจากอธิบายสถานการณ์ให้สามีฟัง เธอก็นึกถึงปีเตอร์ที่แนนซี่เพิ่งเอ่ยถึง จึงรีบกดโทรศัพท์หาเขา...
...
ณ บ้านตระกูลเซลเลอร์ส
ปีเตอร์ที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นได้รับสายจากคุณนายทอมป์สัน เมื่อทราบข่าวว่าแนนซี่หนีออกจากบ้าน เขาก็พูดปลอบโยนเธอไม่กี่คำ
ปีเตอร์ลุกขึ้น สั่งความคายาโกะและซาดาโกะที่กำลังดูทีวีอยู่สั้นๆ ก่อนจะคว้าได้ร่มและเดินออกจากบ้านไป
ขณะขับรถ ปีเตอร์จ้องมองถนนเบื้องหน้าพลางกดโทรศัพท์หาแนนซี่
แต่ปลายสายไม่สามารถติดต่อได้
เมื่อเห็นว่าฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความกังวล