- หน้าแรก
- ฟ่านอี หนึ่งเนตรครอบจักรวาล
- ตอนที่ 58 ข้าก็คือกฎ
ตอนที่ 58 ข้าก็คือกฎ
ตอนที่ 58 ข้าก็คือกฎ
ตอนที่ 58 ข้าก็คือกฎ
สำหรับการจัดการของฮ่าวต้าจง ฟ่านอีมิได้กล่าวสิ่งใดมาก เพียงรับคำตกลงโดยตรง
คราวก่อน อีกฝ่ายพาเขาไปบ่มเพาะยังแดนกรงเล็บเทพีวาเพียงรอบเดียว ขอบเขตของเขาก็ยกระดับขึ้นไม่น้อย เขาจึงเชื่อมั่นว่า สถานที่ที่ฮ่าวต้าจงเลือกในครานี้ ย่อมผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ เป็นผลดีล้วนๆ หาได้มีโทษไม่
ในสายตาของเขา ชายชราผู้นี้แม้ภายนอกจะดูไม่เป็นโล้เป็นพาย แต่ในใจกลับเอ็นดูเขาอย่างแท้จริง ปฏิบัติต่อเขาราวกับศิษย์ที่ตั้งใจบ่มเพาะด้วยใจจริง
รุ่งเช้าวันถัดมา
ฮ่าวต้าจงมิได้ขี่เมฆเหินฟ้าเช่นเคย หากแต่หยิบเรือน้อยสีเขียวเข้มออกมาลำหนึ่ง ชวนฟ่านอีขึ้นนั่ง แล้วเร่งความเร็วเหินจากไป
“พี่ใหญ่ฮ่าว พวกเราจะออกนอกสำนักหรือ?”
เห็นฮ่าวต้าจงมุ่งหน้าไปยังทิศทางออกจากสำนัก ฟ่านอีจึงอดถามไม่ได้
“อืม ออกนอกสำนัก”
ฮ่าวต้าจงตอบสั้นๆ
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่คิดจะอธิบายเพิ่มเติม ฟ่านอีก็ไม่ซักถามต่อ นั่งอยู่บนเรือน้อยอย่างเรียบร้อย พลางกวาดสายตามองเบื้องล่างไปทั่ว
เขาพบว่า ความเร็วของเรือน้อยลำนี้ เร็วกว่าการขี่เมฆของฮ่าวต้าจงก่อนหน้านี้มาก เห็นได้ชัดว่า สถานที่ที่จะไปในครานี้ อยู่ห่างจากสำนักไม่น้อย
เป็นดังที่คาด ภายใต้ความเร็วอันสูงลิ่วของเรือน้อย ทั้งสองยังต้องใช้เวลาราวหนึ่งวันเต็ม จึงมาถึงเมืองเล็กอันห่างไกลแห่งหนึ่ง นามว่า “ซ่างหยาง”
เมื่อเก็บเรือน้อยแล้ว ฮ่าวต้าจงพาฟ่านอีเดินเท้าเข้าเมือง เลี้ยวไปเลี้ยวมาอยู่พักใหญ่ ก่อนจะหยุดยืนหน้าจวนใหญ่หรูแห่งหนึ่ง
หน้าประตูจวนนั้น มีทหารยามยืนเฝ้าอยู่สองข้าง ฟ่านอีเห็นแล้วอดประหลาดใจไม่ได้ เพราะทั้งสองหาใช่คนธรรมดาไม่ หากแต่เป็นผู้บ่มเพาะขอบเขตหลอมรวมขั้นสาม
ฮ่าวต้าจงก้าวขึ้นบันไดไปตรงๆ หยิบป้ายสำนักออกมา แล้วโยนให้ทหารยามคนหนึ่ง
ทหารยามเหลือบดูป้ายเพียงครู่ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที รีบโค้งคำนับฮ่าวต้าจงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะเตรียมเข้าไปแจ้งข่าวด้านใน
ทว่าฮ่าวต้าจงกลับยกมือห้ามไว้ แล้วพาฟ่านอีเดินเข้าจวนไปอย่างไม่เกรงใจใคร
ทหารยามไม่กล้าขัดขวาง และก็ไม่กล้าละเลย ได้แต่รีบเดินนำหน้า คอยเปิดทางให้ทั้งสอง
ตลอดเส้นทาง ฟ่านอีสังเกตเห็นว่า จวนแห่งนี้ใหญ่โตกว่าจวนตระกูลมู่เสียอีก เห็นได้ชัดว่า เจ้าของสถานที่แห่งนี้ ในโลกสามัญ ย่อมมีฐานะสูงส่งกว่ามู่หยางอยู่มาก
ทว่าก็ยิ่งทำให้ฟ่านอีรู้สึกฉงน ในเมื่อฮ่าวต้าจงบอกว่าจะพามาบ่มเพาะ เหตุใดจึงพาเขามายังดินแดนโลกีย์อันพลังวิญญาณอัตคัดเช่นนี้เล่า
ครู่หนึ่งต่อมา ทั้งสามหยุดยืนอยู่หน้าห้องโถงใหญ่ภายในจวน ฮ่าวต้าจงสั่งให้ทั้งสองรออยู่ด้านนอก ส่วนตนเองผลักประตูเข้าไปเพียงลำพัง
ภายในห้อง ในเวลานั้นมีชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง คิ้วดุจกระบี่ ดวงตาดุจดาว รูปโฉมสง่างามไม่ธรรมดา กำลังก้มหน้าพิจารณาเอกสารบนโต๊ะ พลางเทียบเคียงกับแผนที่ภูมิประเทศบนโต๊ะอีกด้าน สีหน้าแสดงถึงความครุ่นคิดลึกซึ้ง
เมื่อรับรู้ว่ามีผู้เข้ามาในห้อง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แสดงความไม่พอใจ ก่อนจะใช้จิตสัมผัสกวาดออกไปตรวจสอบ
ทว่าเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนคือฮ่าวต้าจง ร่างกายของเขากลับสะดุ้งเฮือก สีหน้าสงบนิ่งเมื่อครู่สลายหายไปในพริบตา แปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก เขารีบลุกขึ้นยืน แล้วก้าวเข้าไปต้อนรับอย่างเร่งร้อน
“หนานหยวนคารวะท่านอาจารย์อาฮ่าว มิได้ออกไปต้อนรับถึงที่ โปรดอภัยให้ศิษย์ด้วย!”
ชายวัยกลางคนประนมมือคำนับอย่างเคารพนอบน้อม
“พอเถอะ ข้าไม่สนพิธีรีตองพวกนี้ วันนี้มามีธุระกับเจ้า นั่งลงเสีย”
ฮ่าวต้าจงโบกมือ สีหน้าแสดงความรำคาญอย่างชัดเจน
กล่าวจบ เขาก็มิได้เกรงใจแม้แต่น้อย ราวกับอยู่ในเรือนของตนเอง เลือกที่นั่งแล้วนั่งลงทันที
“อาจารย์อามีสิ่งใดโปรดสั่ง ศิษย์ยินดีทุ่มสุดกำลังดำเนินการ!”
หนานหยวนรีบรินชาถวาย สีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม
“เรื่องนี้เจ้าทำได้แน่นอน ข้านำเจ้าหนูคนหนึ่งมาด้วย ให้เจ้าจัดเขาเข้าไปอยู่ในหน่วยใดหน่วยหนึ่ง ให้ทำงานอยู่ที่นี่สักสองสามปี”
ฮ่าวต้าจงจิบชาไปคำหนึ่ง เผยรอยยิ้มบาง มองไปยังอีกฝ่าย
“เพียงเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ อาจารย์อาส่งสารมาก็พอแล้ว ไยต้องลำบากมาด้วยตนเองเล่า!”
เมื่อได้ยินว่าสิ่งที่ขอเป็นเพียงเรื่องง่าย หนานหยวนก็ถอนหายใจยาว ความกังวลในใจคลายลงทันที
“ไม่ได้หรอก เจ้าหนูนี่ข้าเป็นคนรับมาเอง ย่อมต้องพามาส่งด้วยตนเอง”
ฮ่าวต้าจงส่ายหน้า ก่อนจะเอ่ยถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนกับฟ่านอี
“อา! ที่แท้เป็นศิษย์ที่อาจารย์อารับไว้ ขอแสดงความยินดีด้วย!”
หนานหยวนใจสะดุ้ง คิดในใจว่าชายชราผู้นี้ไม่รู้ไปกินยาผิดสำแดงอันใดมา ถึงกับยอมรับศิษย์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ก็ไม่ถึงกับเป็นศิษย์หรอก แค่เห็นว่าเจ้าหนูนี่น่าสนใจ อยากเล่นสนุกด้วยเท่านั้น เอาเถอะ ต่อหน้าเขา เจ้าอย่าได้เปิดเผยฐานะของข้า ให้ทำเหมือนว่าเจ้าเป็นเพียงศิษย์พี่ขอบเขตก่อตั้งรากฐานคนหนึ่ง และยังติดหนี้ศิลาวิญญาณข้าอยู่มาก จนต้องจำใจทำตามที่ข้าสั่ง เข้าใจหรือไม่?”
ฮ่าวต้าจงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะกำชับต่อ
“ศิษย์เข้าใจแล้ว”
หนานหยวนเผยสีหน้าขมขื่น รีบขานรับ
เขานึกในใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงเปลี่ยนนิสัย หันมาดูแลศิษย์อย่างจริงจัง ที่แท้ก็เป็นเพียงการเล่นสนุกในนามการรับศิษย์ ไม่รู้ว่าเจ้าหนูผู้ใดกันช่างโชคร้าย ถูกชายชราจอมพิเรนทร์ผู้นี้หมายตาเข้า
“เจ้าหนูนั่นอยู่ข้างนอก ไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษ จัดเขาเข้าไปอยู่หน่วยที่แย่ที่สุดก็พอ แบบนี้ถึงจะสนุก”
ฮ่าวต้าจงชี้ไปทางประตู เอ่ยด้วยท่าทีเอื่อยเฉื่อย
“ได้ ศิษย์เข้าใจแล้ว รับรองว่าจะทำให้อาจารย์อาพอใจ”
หนานหยวนฝืนยิ้ม ประคองคำพูดอย่างสุภาพ
กล่าวจบ เขาแอบใช้จิตสัมผัสกวาดออกไปยังด้านนอก เมื่อเห็นว่าฟ่านอีมีขอบเขตเพียงหลอมรวมขั้นเจ็ดเท่านั้น ก็ถึงกับสะดุ้งในใจ สีหน้าขมขื่นยิ่งทวีขึ้นอีกหลายส่วน
เขาลังเลอยู่เล็กน้อย ทว่าสุดท้ายก็ใจแข็ง กัดฟันเอ่ยขึ้นว่า
“อาจารย์อา… ศิษย์ของท่านมีขอบเขตเพียงหลอมรวมขั้นเจ็ด เรื่องนี้ไม่สอดคล้องกับกฎสำนักเลยนะขอรับ ตามกฎต้องอย่างน้อยหลอมรวมขั้นแปด จึงจะเข้าหน่วยได้ ไม่เช่นนั้นอันตรายจะมากเกินไป…”
“กฎบ้ากฎบออะไร! ข้านี่แหละคือกฎ! พวกเจ้าทั้งหลายอย่าเอาแต่ยกกฎมาพูดกับข้า หรืออยากให้ข้าไปสั่งสอนพวกเจ้าเสียหน่อย ว่ากฎของข้า ฮ่าวต้าจง เป็นอย่างไร?!”
สิ้นคำ ฮ่าวต้าจงก็เดือดดาลขึ้นทันที ฝ่ามือตบลงบนโต๊ะอย่างแรง
“ศิษย์ไม่กล้า… เพียงแต่เรื่องนี้ ศิษย์ตัดสินใจเองไม่ได้ เกรงว่าต้องขอเรียนถามท่านเจ้าสำนักก่อน…”
หัวใจของหนานหยวนจมดิ่ง เขารู้ดีว่าไม่อาจใช้วาจาต่อกรอีกฝ่ายได้ จึงจำต้องยกเอาท่านเจ้าสำนักขึ้นมาเป็นเกราะกำบัง
“ฮึ! จะถามก็ไปถามเถอะ ข้าไม่สนว่าเจ้าคนแก่นั่นจะคิดอย่างไร! ทำเรื่องแค่นี้ยังอืดอาดเชื่องช้า ไร้ซึ่งความก้าวหน้า!”
“ช่างเถอะ เอารายชื่อหน่วยมา ข้าจะเลือกให้เขาเอง!”
ฮ่าวต้าจงยิ่งพูดยิ่งหงุดหงิด สุดท้ายก็ระเบิดอารมณ์ ตวาดใส่อีกฝ่ายอย่างไม่ออมแรง
หนานหยวนเห็นดังนั้น ไหนเลยจะกล้าโต้แย้ง รีบเดินไปที่โต๊ะเอกสาร หยิบม้วนบัญชีรายชื่อหน่วยออกมา ส่งให้ด้วยความเคารพ
“อืม… หน่วยนี้ หัวหน้าชื่อว่า ซีโม่ เจ้าหนูนี่ข้าพอมีความทรงจำอยู่บ้าง นับว่ามีแววอยู่พอสมควร ดี! เอาหน่วยนี้แหละ!”
ฮ่าวต้าจงกวาดสายตาดูรายชื่อหน่วยเรียงแถวบนแผ่นกระดาษอย่างตั้งใจ ครั้นเห็นหน่วยหนึ่งที่อยู่ด้านล่างสุด ดวงตาก็พลันสว่างวาบ ตัดสินใจลงทันทีโดยไม่ลังเล
จากนั้นราวกับนึกบางอย่างขึ้นได้ เขาจึงเอ่ยเสริมต่อ
“อ้อ อีกเรื่อง ต่อไปภารกิจของหน่วยนี้ ข้าจะเป็นคนเลือกเอง เจ้าไม่ต้องจัดการ ข้าจะมาเยี่ยมดูเป็นระยะ”
หนานหยวนเหลือบมองรายชื่อหน่วยนั้น สีหน้าก็อดขมขื่นไม่ได้
ทว่าเขารู้ดีถึงนิสัยของฮ่าวต้าจง ไม่กล้าเอ่ยคำใดเพิ่มเติม ได้แต่พยักหน้ารับอย่างฝืนใจเท่านั้น
(จบตอน)