- หน้าแรก
- รางดาว จูบเดียวเปลี่ยนชีวิต เมื่อเหล่าแฟนเก่ารวมตัวตามล่าผม
- ตอนที่ 42 : ตำราไม่ได้สอนเรื่องนี้
ตอนที่ 42 : ตำราไม่ได้สอนเรื่องนี้
ตอนที่ 42 : ตำราไม่ได้สอนเรื่องนี้
ตอนที่ 42 : ตำราไม่ได้สอนเรื่องนี้
ราตรีดึกสงัดและเงียบเชียบ
หลังจากเล่นสนุกมาทั้งวัน ในที่สุดมีนาก็หมดแรง เธออาบน้ำและรีบมุดตัวลงใต้ผ้าห่มนุ่ม หลับปุ๋ยไปอย่างรวดเร็ว
แต่อาจเป็นเพราะวันนี้เล่นซนมากเกินไป—หรือบางทีส่วนลึกในใจของเธออาจสัมผัสได้ถึงการจากลาที่รออยู่เบื้องหน้า—การนอนหลับของเธอจึงกระสับกระส่าย เธอพึมพำงึมงำเป็นพักๆ ร่างกายขยับเข้าหาหลินเฉินโดยไม่รู้ตัว
หลินเฉินจ้องมองใบหน้ายามหลับที่สงบสุขของเธอ ความรู้สึกหลากหลายปั่นป่วนอยู่ในอก เขาขยับตัวอย่างระมัดระวังเพื่อให้เธอนอนสบายขึ้น
ทว่า มีนาที่กำลังหลับดูเหมือนจะพบแหล่งความอบอุ่น เธอใช้วิชาปลาหมึกพันแข้งพันขาเกาะเขาไว้แน่น
ขาเรียบเนียนพาดทับเอวเขาอย่างถือวิสาสะ แก้มแนบถูไถกับซอกคอเขาเพื่อหาจุดที่สบายที่สุด
สาวงามเนื้อตัวหอมกรุ่นในอ้อมกอด กลิ่นหอมสดชื่นจากผมของเธอลอยวนอยู่ที่จมูก—ร่างกายของหลินเฉินแข็งเกร็ง ลมหายใจเริ่มติดขัด
เขาพยายามขยับตัวหนี แต่ทันทีที่ขยับ เธอก็ส่งเสียงประท้วงงึมงำและกอดเขาแน่นกว่าเดิม
"หลินเฉิน... อย่าไปนะ..." เธอละเมอเสียงเครือ
หัวใจของเขาละลายในทันที ความมุ่งมั่นและเหตุผลเศษเสี้ยวสุดท้ายสลายกลายเป็นความเอ็นดูที่ไม่อาจต้านทาน
เขาถอนหายใจ เลิกดิ้นรน และกอดตอบเธออย่างแผ่วเบา ตบหลังเธอเบาๆ เหมือนกล่อมเด็ก—จังหวะช้าๆ และมั่นคง
"ฉันไม่ไปไหนหรอก นอนซะ" เขาให้คำมั่นสัญญาเสียงทุ้มต่ำที่ข้างหู น้ำเสียงอ่อนโยนจนแทบหยดเป็นน้ำ
ภายใต้การปลอบประโลมของเขา ในที่สุดมีนาก็จมดิ่งสู่ห้วงนิทราที่ลึกขึ้น มุมปากยกยิ้มหวานอย่างพึงพอใจ
หลินเฉินลืมตาโพลง จ้องมองเพดาน สัมผัสถึงลมหายใจสม่ำเสมอและร่างกายที่อบอุ่นในอ้อมแขน—หัวใจเขาสงบ แต่แฝงความกังวลจางๆ ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น
คำเตือนของจันทร์ราตรี, ภารกิจของระบบ, การจากลาที่กำลังจะมาถึง... ทุกอย่างบ่งบอกว่าวันเวลาที่เงียบสงบเหล่านี้ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว
แต่อย่างน้อย ในช่วงเวลานี้ เขายังสามารถปกป้องความสงบสุขชั่วคราวนีไว้ได้
【ติ๊ง! โฮสต์ประสบความสำเร็จในการต้านทานสิ่งยั่วยวนจาก "สาวงาม" และยึดมั่นในหน้าที่ "พี่เลี้ยงเด็ก"—ช่างเป็นการควบคุมตนเองที่น่ายกย่อง! รางวัล : พลังจิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย; แต้มความบันเทิง +250 หมายเหตุระบบ : โฮสต์ ขอบูชาในระดับความ "เลวร้ายยิ่งกว่าเดรัจฉาน" ของท่านจริงๆ ครับ!】
หลินเฉินกลอกตาในใจ เมินเฉยต่อคำแซวของระบบ และเพียงแค่กระชับอ้อมกอดดึงเด็กสาวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลง
กลางดึกสงัด แสงจันทร์สาดส่องราวกับของเหลวสีเงิน
มีนาสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย พบว่าตัวเองกำลังเกาะหลินเฉินแน่นราวกับหมีโคอาล่า แก้มของเธอแดงเถือกในทันที
เธอพยายามขยับตัวออกห่างอย่างระมัดระวัง แต่ใจกลับโหยหาความอบอุ่นและความปลอดภัย สุดท้ายเธอจึงแค่ขยับตัวเปลี่ยนท่าเพียงเล็กน้อย
ในแสงจันทร์สลัว เธอพิจารณาเสี้ยวหน้ายามหลับของเขา—ลมหายใจสม่ำเสมอ ใบหน้าที่มักจะขี้เล่นหรืออ่อนโยน บัดนี้ดูเงียบสงบและนุ่มนวลในห้วงนิทรา
ภาพประกอบและคำบรรยายชวนหน้าแดงจาก 'ตำราคณะกรรมการโอสถ' พวกนั้นผุดขึ้นมาในหัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ ความรู้สึกผสมปนเปกันระหว่างความอยากรู้อยากเห็นอันแรงกล้า ความเขินอาย และความปรารถนาอย่างยิ่งยวดที่จะ "ทิ้งร่องรอยที่ลึกซึ้งกว่าเดิม" งอกงามขึ้นในใจเธออย่างบ้าคลั่ง
"แค่... แค่แตะนิดเดียวเอง... ในหนังสือบอกว่าสามีภรรยาเขาทำกันแบบนี้..." เธอให้กำลังใจตัวเอง หน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู
มือชื้นเหงื่อด้วยความประหม่า กลั้นหายใจ เธอกลั้นใจค่อยๆ เลื่อนมือเล็กๆ ต่ำลงไป—ช้าๆ ระมัดระวัง—จนกระทั่ง ผ่านเนื้อผ้าบางเบาของชุดนอน ปลายนิ้วของเธอก็สัมผัสโดนโครงร่างที่ร้อนผ่าวและน่าตกใจนั้นในที่สุด—
มีนา : "!!!"
เธอตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลน ดวงตาสีฟ้าพาสเทลเบิกกว้างราวกับถูกฟ้าผ่า
นะ-นี่มันอะไรกัน? ทำไมความรู้สึกมันถึงต่างจากในหนังสืออย่างสิ้นเชิง? คู่มือไม่เห็นเคยบรรยายถึงอะไรที่... ชัดเจนและรุนแรงขนาดนี้ "นี่... นี่มันคือ... จริงๆ เหรอ?" ความคิดของเธอพันกันยุ่งเหยิง "ทฤษฎี" ทุกอย่างที่เรียนมาพังทลายลงเมื่อเจอกับของจริง ทำให้เธอทำตัวไม่ถูกโดยสิ้นเชิง
ในตอนนั้นเอง—อาจเป็นเพราะการเคลื่อนไหวของเธอรบกวนการนอนที่ตื้นเขินของเขา หรืออาจเป็นเพราะสัญชาตญาณล้วนๆ
หลินเฉินที่กำลังหลับส่งเสียงครางในลำคอโดยไม่รู้ตัว คิ้วขมวดเข้าหากันขณะที่แขนตวัดรัดแน่นขึ้นตามสัญชาตญาณ ล็อคเจ้าตัวเล็กที่ไม่อยู่นิ่งให้แนบชิดอกยิ่งขึ้น ปลายคางของเขาถูไถกับกลางกระหม่อมที่หอมกรุ่นของเธอ เป็นการปลอบประโลม—หรือกักขัง—ไม่ให้เธอกระดิกตัวไปไหนได้อีก
"อืออ..." ถูกล็อคอยู่ในอ้อมกอดที่แข็งแกร่งและอบอุ่น หน้าเล็กๆ แนบชิดกับอกเขา มีนาได้ยินเสียงหัวใจเขาเต้นเป็นจังหวะหนักแน่นได้อย่างชัดเจน
มือที่ "ก่อเรื่อง" ของเธอตอนนี้ถูกทับอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขา เธอดึงกลับไม่ได้ และความรู้สึกร้อนผ่าวนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้น เผาผลาญไปทั่วทั้งร่างเธอ
กลืนไม่เข้าคายไม่ออก!
เธอพยายามดิ้นขลุกขลักนิดๆ—เพียงเพื่อจะพบว่าแขนที่โอบรอบตัวเธอรัดแน่นขึ้น การหลบหนีเป็นไปไม่ได้
"อย่าขยับ..." หลินเฉินพึมพำขณะละเมอ เสียงแหบพร่า ฟังดูเซ็กซี่จนหูแทบละลาย
มีนาไม่กล้าขยับอีกเลย กลัวว่าจะทำเขาตื่นเต็มตาแล้วเรื่องจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่
หน้าแดงเถือก เธอจ้องมองลูกกระเดือกและสันกรามคมชัดที่อยู่ตรงหน้า รายล้อมไปด้วยกลิ่นอายความเป็นชายที่ชัดเจน... และในที่สุดก็ยอมจำนน หลับตาปี๋ ซุกแก้มที่ร้อนผ่าวลงที่ซอกคอเขา นอนนิ่งสนิทในอ้อมกอด
จบกัน... ตะ-ตำราไม่เห็นบอกแบบนี้เลย...
ในขณะเดียวกัน บน 'เซียนโจวเย่าชิง' ภายในจวนท่านนายพล
เฟยเซียวยืนอยู่ลำพังบนระเบียงสูง ลมราตรีพัดปอยผมสีเงินขาวปลิวไสว จ้องมองไปทางท้องฟ้าดวงดาวเหนือ 'เซียนโจวหลัวฝู' แววตาของเธอคมกริบและดื้อรั้น ปลายนิ้วลูบไล้ 'แถบผ้าปราณดาบ' เก่าๆ ในอ้อมแขนอย่างเหม่อลอย
"หลินเฉิน... คุณไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนกันแน่?" เธอกระซิบ น้ำเสียงเจือความยึดติดและความโดดเดี่ยว
"หลายร้อยปีมานี้—คุณโกหกฉันจริงๆ งั้นเหรอ?"
ทันใดนั้น 'กำไลหยก' ที่ข้อมือของเธอก็สั่นสะเทือน ข้อความเข้ารหัสเด้งขึ้นมา ผู้ส่ง—ฟู่ซวน
รูม่านตาของเฟยเซียวหดเกร็ง เธอเปิดอ่านทันที
ข้อความสั้นกระชับ ตามสไตล์คลาสสิกของฟู่ซวน :
【ยืนยันเป้าหมายที่คุณตามหา อยู่ที่ 'ท่าเรือกลางดวงดาว' เซียนโจวหลัวฝู ลักษณะ : ผมดำ มาพร้อมกับเด็กสาวผมชมพู ความเคลื่อนไหวกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม】
ตัวอักษรไม่กี่ตัวนั้นทำให้กลิ่นอายรอบตัวเฟยเซียวเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีด ในดวงตาสีเขียวอมฟ้าปรากฏแสงสว่างที่เจิดจ้าที่สุดในรอบหลายร้อยปี—ความปิติยินดีที่ไม่อยากจะเชื่อ ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดข่ม และความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมรับคำปฏิเสธ!
นิ้วของเฟยเซียวกำแน่น จิกแถบผ้านั้นแทบจะฝังเข้าไปในฝ่ามือ ผ่านไปเนิ่นนานขนาดนี้ ตาข่ายที่เธอหว่านไว้ ราคาที่เธอจ่ายไป ในที่สุด... ก็สะท้อนกลับมา
"หลินเฉิน..." รอยยิ้มเย็นยะเยือกที่ชวนหยุดหายใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ในที่สุดคุณก็โผล่หัวออกมา!"