- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นข้าราชการต๊อกต๋อย ขอไต่เต้าไปใช้ชีวิตหรูหราในต่างโลก
- บทที่ 41 - ผู้ข้ามมิติย่อมมีความฝัน!
บทที่ 41 - ผู้ข้ามมิติย่อมมีความฝัน!
บทที่ 41 - ผู้ข้ามมิติย่อมมีความฝัน!
บทที่ 41 - ผู้ข้ามมิติย่อมมีความฝัน!
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
หลุยส์ สมิท หัวเราะแล้วพูดว่า "เชียนนัน! ถ้านายจะไปตามหาขุมทรัพย์ ฉันมีไอเดีย ข้างนอกนั่นมีนักผจญภัยเพียบ ค่าจ้างไม่แพง แถมประสบการณ์โชกโชน ปลอดภัยกว่าทีมเล็กๆ ของนายตอนนี้เยอะ"
หลุยส์ สมิท ทำธุรกิจวัตถุเวทมนตร์ สายตาย่อมเฉียบคม เขามองออกว่าในห้าคนของคณะขวานยักษ์ ไม่มีใครเป็นผู้มีพลังพิเศษสักคน ถ้าเจออันตรายก็เป็นได้แค่ตัวล่อกระสุน ปกป้องชาร์ล็อตต์ไม่ได้หรอก เลยแนะนำให้จ้างคนเพิ่ม
แม้ทีมนักผจญภัยข้างนอกส่วนใหญ่จะไม่มีผู้มีพลังพิเศษเหมือนกัน เพราะคนที่ก้าวสู่เส้นทางพลังพิเศษแล้วคงไม่มาขอรับการทดสอบจากหมาป่าขาวเพื่อชิงพลังนักล่าปีศาจ แต่คนเยอะย่อมปลอดภัยกว่า
ดวงตาของชาร์ล็อตต์เป็นประกายขึ้นมาทันที "ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะหลุยส์ เดี๋ยวรอคุณหมาป่าขาวเลือกผู้สืบทอดเสร็จ ผมจะรับสมัครสมาชิกใหม่เพิ่ม"
หมาป่าขาวไม่มีทีท่าว่าจะพักผ่อน เขาสั่งลูกน้องเตรียมอาหารเช้า เชิญหลุยส์และชาร์ล็อตต์ไปที่ห้องอาหาร และยังส่งอาหารให้ลูกน้องของหลุยส์รวมถึงคนของคณะขวานยักษ์ด้วย
หลังมื้อเช้า ทั้งสามคนนั่งคุยกันต่ออีกพักใหญ่ จนฟ้าสว่างโล่ง
หมาป่าขาวเดินออกจากบ้านไม้ซุงด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่า ตะโกนก้องว่า "เจ้าหนุ่มทั้งหลาย ใครอยากได้การสืบทอดของข้าบ้าง?"
เสียงโห่ร้องดังกึกก้องเหมือนฟ้าผ่ามาจากนอกบ้าน เห็นได้ชัดว่ามีคนมาเพิ่มอีกไม่น้อย หลายคนออกจากที่พักมารอหน้าบ้านไม้ซุงกันแล้ว
เป็นผู้ข้ามมิติทั้งที มันก็ต้องมีความฝันกันบ้างสิ!
เดิมทีชาร์ล็อตต์ตั้งใจจะเป็นข้าราชการที่มั่นคง ถ้ามีโอกาสก็พยายามจีบสาวสวยรวยทรัพย์อย่างคุณหนูแอนนี่ บริตทานี เพื่อยกระดับฐานะทางสังคม ไม่ได้มีความทะเยอทะยานอะไรมากมาย
แต่เขาไม่คิดเลยว่าคุณเมนิลแมนที่เขาถือเป็นที่พึ่ง จะถูกดึงเข้าไปพัวพันกับมรสุมทางการเมือง จนตัวเขาเองโดนพัศดีคนใหม่ มาร์กรู เทลเลอร์ เล่นงานจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน
ตอนนั้นถ้าเขาลูงเลแม้แต่นิดเดียว คงโดนบีบให้จนตรอก ต้องทำเรื่องที่ไม่อยากทำอีกเพียบ จุดจบก็คงไม่สวย อย่างเบาะๆ ก็ติดคุกสักหลายสิบปี
เพราะพัศดีคนใหม่ตั้งท่าจะตรวจสอบคดีที่เขายักยอกอาวุธเวทมนตร์ของคุกอย่างละเอียด ขืนโดนคดีนี้เข้าไป ไม่ตายก็คางเหลือง
คำพูดลอยๆ ของหลุยส์ สมิท กลับช่วยถีบประตูบานใหม่ให้เปิดออกต่อหน้าชาร์ล็อตต์อย่างรุนแรง
โลกใบนี้ยังไม่มีแนวคิดที่ว่า "บุคลากรคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุด"
แต่ชาร์ล็อตต์รู้ดีว่า ถ้าเขาสามารถสร้างทีมนักผจญภัยที่มีสมาชิกหลายร้อยคนขึ้นมาได้ นั่นจะเป็นขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน?
เขาถึงขั้นวางแผนไว้แล้วว่าจะบุกเบิกที่ดินทำกิน ก่อกบฏตั้งตนเป็นใหญ่ หรือแผนรวยทางลัดอื่นๆ ขอแค่มีเวลามากพอ เขาก็จะขยายอิทธิพลได้เหมือนปั้นลูกหิมะ
การคัดเลือกผู้สืบทอดของหมาป่าขาวไม่ได้ซับซ้อนอะไร แค่ประกาศเกณฑ์ว่าต้องอายุต่ำกว่ายี่สิบปี แล้วให้หนุ่มๆ ที่อยากเป็นนักล่าปีศาจมาประลองกัน สุดท้ายก็ได้ชายหนุ่มร่างใหญ่กล้ามโตเป็นผู้ชนะ
ตอนที่นักผจญภัยคนอื่นๆ ที่ผิดหวังกำลังจะแยกย้าย ชาร์ล็อตต์ก็เดินออกมาจากบ้านไม้ซุง ตะโกนเสียงดังว่า "ฉันคือเชียนนัน หัวหน้าคณะนักผจญภัยขวานยักษ์! ฉันต้องการคนจำนวนมาก ค่าจ้างสัปดาห์ละหนึ่งโฟล มีใครสนใจจะเข้าร่วมไหม?"
ค่าจ้างสัปดาห์ละหนึ่งโฟลไม่ถือว่าสูง แต่ก็ไม่ต่ำเลย ดึงดูดใจเหล่านักผจญภัยได้ดี โดยเฉพาะพวกที่มาเสียเที่ยวที่เมืองยอร์กและต้องการรายได้มาชดเชยส่วนที่เสียไป
รายได้ของนักผจญภัยระดับล่างไม่มั่นคง เทียบกับข้าราชการไม่ได้เลย พวกเขาแทบจะไม่ปล่อยโอกาสทำเงินให้หลุดมือ
ทันใดนั้นก็มีคนถามขึ้นว่า "คุณต้องการคนแบบไหน?"
ชาร์ล็อตต์ยิ้มตอบ "รอบนี้ฉันต้องขนย้ายของบางอย่าง ยิ่งคนเยอะยิ่งดี ขอแค่พวกคุณมั่นใจว่าแข็งแรงบึกบึนก็เข้าร่วมได้หมด"
"แต่ขอบอกก่อนนะ ฉันจะกั๊กค่าจ้างสัปดาห์แรกไว้ก่อน จะจ่ายให้ในสัปดาห์ที่สอง ก่อนวันจ่ายเงินถ้าใครหนีไปจะไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น แต่พอถึงวันจ่ายเงิน พวกคุณมีอิสระที่จะเลือกว่าจะไปต่อกับฉันหรือแยกทาง"
การหักค่าจ้างบางส่วนไว้เป็นธรรมเนียมปกติของทุกอาชีพในทวีปเก่า ยุคสมัยนี้ถ้านายจ้างจ่ายเงินก่อน ก็ต้องแบกรับความเสี่ยงที่ลูกจ้างจะหายหัวไปในนาทีถัดไป
สมาชิกคณะขวานยักษ์ที่เดินตามออกมาต่างมองชาร์ล็อตต์เป็นตาเดียว มาสันอยากรู้ใจจะขาดว่าชาร์ล็อตต์ไปเป็นหัวหน้าทีมตอนไหน? แต่พอได้ยินค่าจ้างสัปดาห์ละหนึ่งโฟล มาสันลังเลนิดหนึ่งแล้วเลือกที่จะเงียบ แถมยังส่งสายตาบอกลูกทีมอีกสี่คนเป็นนัยๆ ว่าเขาเองก็อยากได้เงินก้อนนี้เหมือนกัน
ฮันนาห์กับเฮอร์โมซาไม่มีปัญหาอยู่แล้ว พวกเธอยิ่งอยากให้ชาร์ล็อตต์ที่ทั้งหล่อทั้งรวยแถมมีพลังพิเศษมาเป็นผู้นำทีมเสียด้วยซ้ำ
เมื่อวานตอนพวกเขามาถึง หน้าบ้านไม้ซุงมีคนอยู่สี่ห้าสิบคน ตอนนี้มีร้อยห้าสิบกว่าคนแล้ว ล้วนเป็นทีมนักผจญภัยขนาดเล็ก นักผจญภัยพวกนี้ปรึกษากับเพื่อนร่วมทีมครู่หนึ่ง ไม่นานก็มีทีมตอบรับกว่าสิบทีม ยินดีรับการว่าจ้างจากชาร์ล็อตต์
เพื่อดึงดูดคนให้มากขึ้น ชาร์ล็อตต์จึงเพิ่ม "ข้อเสนอ" เข้าไปอีก ยิ้มกล่าวว่า "ฉันน่าจะจ้างพวกคุณนานกว่าหนึ่งเดือน เผลอๆ อาจจะถึงสองเดือน!"
พอประโยคนี้หลุดออกไป ก็มีอีกเจ็ดทีมตอบตกลงทันที จำนวนนักผจญภัยที่รับงานพุ่งขึ้นไปเกือบร้อยคน การมีรายได้มั่นคงถึงสองเดือนเป็นเรื่องยากมากสำหรับนักผจญภัย จึงเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจสุดๆ
ชาร์ล็อตต์มองเหล่านักผจญภัยที่รับงานแล้วประกาศเสียงดังว่า "ฉันมาจากทางใต้ บรรพบุรุษของฉันเคยมีสายเลือดออร์ค"
นักผจญภัยหลายคนหลุดขำออกมา ในทวีปเก่าการมีสายเลือดออร์คไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจ โดยเฉพาะเมื่ออาณาจักรออร์คล่มสลายไปนานแล้ว ประชาชนแตกฉานซ่านเซ็น ไปอยู่ที่ไหนก็เป็นได้แค่ชนชั้นต่ำ
แต่นักผจญภัยก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะพวกเขารับจ้างทำงาน นายจ้างจะมีสายเลือดอะไรก็ช่างหัวมัน
ขอแค่จ่ายเงิน นักผจญภัยส่วนใหญ่ยอมทำงานให้แม้กระทั่งราชวงศ์วิหคทมิฬซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตของจักรวรรดิฟาร์สด้วยซ้ำ
ชาร์ล็อตต์พูดต่อ "ฉันเพิ่งได้รับมรดกจากคุณอาท่านหนึ่ง และในของดูต่างหน้าของท่าน ฉันเจอแผนที่ขุมทรัพย์ของอาณาจักรออร์ค ภารกิจครั้งนี้คือการไปตามหาสมบัติโบราณเหล่านั้น ฉันขอสาบานต่อหน้าเทพธิดาที่นี่เลยว่า ถ้าหาสมบัติเจอ ฉันจะแบ่งห้าเปอร์เซ็นต์ให้กับคนที่ร่วมค้นหาจนเจอ"
คราวนี้ แม้แต่นักผจญภัยที่เหลือก็เริ่มหวั่นไหว หลายคนตาลุกวาวด้วยความโลภและไฟปรารถนา บางคนถึงขั้นคิดในใจว่า "ถ้าเจอสมบัติจริง ฆ่าไอ้หนุ่มนี่ทิ้งซะ ไม่ได้ส่วนแบ่งเยอะกว่าเหรอ?"
หมาป่าขาวชำเลืองมองหลุยส์ แล้วกระซิบว่า "เพื่อนนายคนนี้ โกหกเก่งเป็นบ้า"
หลุยส์ยักไหล่ ไม่พูดอะไร
ตอนชาร์ล็อตต์เจอพวกเขา ยังบอกว่าซื้อแผนที่มาจากร้านของเก่าอยู่เลย ตอนนี้กลายเป็นมรดกของคุณอาไปซะแล้ว ต่อให้เขาอยากช่วยแก้ต่างให้ชาร์ล็อตต์ ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง ยิ่งไปกว่านั้นเขามั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าชาร์ล็อตต์ไม่มีทางมีสายเลือดออร์คจากทวีปใต้แน่ๆ คุณหนูตระกูลบริตทานีไม่มีทางคบหากับออร์ค ต่อให้มีเชื้อสายแค่นิดเดียวก็เถอะ
[จบแล้ว]