- หน้าแรก
- การกลับมาของสิบจอมมารไร้เทียมทาน
- บทที่ 25 ความตื่นตระหนกของหมู่บ้านสือ
บทที่ 25 ความตื่นตระหนกของหมู่บ้านสือ
บทที่ 25 ความตื่นตระหนกของหมู่บ้านสือ
บทที่ 25 ความตื่นตระหนกของหมู่บ้านสือ
"กองทัพ" ของสายเลือดโบราณเคลื่อนขบวนอย่างองอาจมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านสือ ผ่านอาณาเขตของเจ้าแห่งอสูรหลายตน ณ แต่ละแห่ง สัตว์อสูรในป่าเขาต่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า โดยคิดว่าเหล่าสายเลือดโบราณได้รวมตัวกันเพื่อการณ์ใหญ่บางอย่าง
กระทั่งพวกมันได้เห็นฉือชางบนหลังของปีศาจวัวเพลิงกัลป์ และได้เห็นแววตาที่เปี่ยมด้วยความเคารพยำเกรงกับท่าทีนอบน้อมของเหล่าสายเลือดโบราณ จึงปักใจเชื่อว่าเจ้าแห่งอสูรเหล่านั้นน่าจะตกเป็นเชลยของยอดคนผู้นี้ไปเสียแล้ว
ทันใดนั้น เหล่าสัตว์อสูรน้อยใหญ่ต่างโห่ร้องด้วยความยินดี วิ่งกระจายข่าวดีออกไป ทำให้สัตว์ทั้งหลายที่เคยถูกกดขี่ด้วยอำนาจบาตรใหญ่ของเจ้าแห่งอสูรได้เฉลิมฉลองกันถ้วนหน้า
พวกมันเคยต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์อันโหดร้ายของเจ้าแห่งอสูรเหล่านี้ จำยอมต้องสยบยอม บัดนี้เมื่อเจ้าแห่งอสูรถูกจับกุมตัวไปหมด ย่อมถือเป็นการปลดแอกโดยธรรมชาติ
เหล่าสายเลือดโบราณที่มีประสาทสัมผัสเฉียบคมล้วนรับรู้เรื่องราวเหล่านี้ได้ทั้งหมด
ปีศาจวัวเพลิงกัลป์ ลิงปีศาจ ราชสีห์ทองคำ และตัวอื่นๆ ต่างแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
เจ้าพวกโง่เง่าคิดว่าพวกข้ากำลังตกระกำลำบากงั้นหรือ? ช่างน่าขบขันสิ้นดี ในเวลานี้ พวกข้าไม่เพียงไม่ลำบาก แต่สถานการณ์กลับดีเยี่ยมอย่างที่สุด
การได้ติดตามบุคคลระดับนี้ ขอเพียงทำตัวให้ดี ผลประโยชน์ในภายภาคหน้าย่อมมีมหาศาล
ต้องรู้ไว้ว่าสติปัญญาของเจ้าแห่งอสูรนั้นมิได้ด้อยไปกว่ามนุษย์ เมื่อประจักษ์ถึงความน่าเกรงขามของฉือชาง พวกมันก็ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะติดตามฉือชางไปจนถึงที่สุด ต่อให้ตอนนี้โดนไล่ตะเพิด ก็คงไม่ยอมจากไปง่ายๆ
เจ้าแห่งอสูรจ้องมองเหล่าสัตว์ป่าที่กำลังกระโดดโลดเต้นดีใจในป่าลึกอย่างเงียบงัน และจดจำพวกที่แสดงอาการดีใจออกหน้าออกตาเอาไว้ในใจ เพื่อจะได้หาเวลาไป "ปรับความเข้าใจ" เป็นการส่วนตัวในภายหลัง
ฉือชางมิได้ใส่ใจในเรื่องพรรค์นี้ กฎแห่งมหาทุรกันดารนั้นโหดร้าย ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะอยู่รอด ไม่จำเป็นต้องมีความเมตตาหรือเข้าไปแทรกแซงแต่อย่างใด
ไม่นานนัก หมู่บ้านสือก็ปรากฏขึ้นในครรลองสายตา
หมู่บ้านเล็กๆ ที่ก่อสร้างด้วยหินธรรมดา มีรูปแบบที่เรียบง่ายและดึกดำบรรพ์ แม้จะไม่ใหญ่โต แต่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะ
เมื่อฉือชางและคณะมาถึง ผู้คนได้มารวมตัวกันที่ลานว่างหน้าหมู่บ้าน ทุกใบหน้าเปื้อนยิ้มด้วยความปิติและตื่นเต้น เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังขึ้นเป็นระยะ ราวกับได้เห็นสิ่งที่เหลือเชื่อ
ข้างฝูงชน ต้นหลิวไหม้เกรียมขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่อย่างเงียบงัน กิ่งหลิวสีเขียวขจีเพียงกิ่งเดียวของมันดูธรรมดาสามัญ พลิ้วไหวไปตามสายลม ดูสงบและร่มเย็น
"นี่คือหมู่บ้านของจอมปีศาจผู้นั้นหรือ? ในที่สุดก็มาถึงเสียที"
เหล่าเจ้าแห่งอสูรครุ่นคิดในใจด้วยความประหลาดใจ ในยามที่พวกมันท่องไปทั่วแดนร้าง ย่อมมีความเข้าใจเกี่ยวกับการกระจายตัวของถิ่นที่อยู่สิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านมนุษย์ ชนเผ่า และอื่นๆ
ในบรรดาแหล่งที่อยู่อาศัยของมนุษย์มากมาย หมู่บ้านสือแห่งนี้นับว่าพิเศษที่สุด เพราะ 'เทพารักษ์' ประจำหมู่บ้าน หรือต้นหลิวไหม้เกรียมต้นนั้น มีความลึล้ำจนยากหยั่งถึง สงสัยกันว่าอาจเป็นเทพเจ้าโบราณ ทำให้ผู้คนรู้สึกยำเกรง กระทั่งเจ้าแห่งอสูรก็ยังไม่อยากไปตอแย
บัดนี้ หมู่บ้านแห่งนี้ยิ่งไม่ธรรมดาเข้าไปอีก นอกจากต้นหลิวที่หยั่งวัดไม่ได้แล้ว ยังมีจอมปีศาจผู้ดุร้ายสุดขีดเพิ่มมาอีกคน
ขนาดตัวของสายเลือดโบราณหดเล็กลงมาก ทว่าจำนวนนั้นมีไม่น้อย เมื่อมารวมกลุ่มกันจึงเป็นจุดสังเกตได้ง่าย
"โอ้ ท่านลุงฉือชางกลับมาแล้ว!" สือฮ่าวผู้ซึ่งกระดูกจอมราชันย์ตื่นขึ้นแล้ว มีพละกำลังเหนือสามัญและประสาทสัมผัสทางจิตวิญญาณที่เฉียบคมยิ่งนัก เหนือกว่าผู้อื่นในหมู่บ้านมากโข เขาจึงเป็นคนแรกที่มองเห็นฉือชางและเหล่าเจ้าแห่งอสูร
เขาแหวกฝูงชนแล้ววิ่งถลันเข้าไปหาด้วยความตื่นเต้น ชาวบ้านเองก็เดินตามเขาออกมา ใบหน้าเปื้อนยิ้มเพื่อต้อนรับการกลับมาของฉือชาง
ปีศาจวัวเพลิงกัลป์มิได้ทำตัวเหินห่าง เมื่อเห็นสือฮ่าว มันกลับรู้สึกถึงความสนิทสนมเป็นพิเศษ จึงควบทะยานพาฉือชางเข้าไปหา
กลุ่มสายเลือดโบราณด้านหลังต่างเผยสีหน้าฉงนสงสัย พวกมันรู้ดีว่าเจ้าวัวตัวนี้ไม่ได้ซื่อบื้ออย่างที่เห็น ภายนอกดูโง่เง่าแต่ภายในนั้นฉลาดเป็นกรด
ความเจ้าเล่ห์ก็เรื่องหนึ่ง แต่มันยังเต็มไปด้วยความร้ายกาจ เห็นได้จากการที่มันหลอกพวกมันให้โดนฉือชางซัดจนน่วมก่อนหน้านี้
บัดนี้มันกลับแสดงความกระตือรือร้นผิดปกติต่อเสี่ยวปู้เตี่ยนที่วิ่งเข้ามา นี่ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ เหล่าเจ้าแห่งอสูรต่างจดจำเหตุการณ์นี้ไว้ในใจ
"ว้าว! สัตว์อสูรเยอะแยะเลย?" เด็กๆ ในหมู่บ้านต่างประหลาดใจเมื่อเห็นฝูงสายเลือดโบราณที่ติดตามฉือชางมา เพราะล้วนเป็นสายพันธุ์ที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน จึงรู้สึกตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก
"ราชสีห์ทองคำตัวโตนั่นมีเขาเดียวด้วย ดูองอาจสุดๆ ไปเลย!" ดวงตาของเจ้าเด็กขี้มูกเป็นประกาย ราวกับได้พบเจอสมบัติล้ำค่า
ราชสีห์ทองคำได้ยินดังนั้นก็ยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ การได้รับคำชมย่อมเป็นเรื่องที่น่าอภิรมย์เสมอ
ทว่าในวินาทีถัดมา มันก็ต้องห่อเหี่ยวลง แทบจะทรุดฮวบลงกับพื้น
เจ้าเด็กขี้มูกที่เพิ่งเอ่ยชมมันเมื่อครู่ จู่ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องไปพูดถึงเมนูอาหารที่ทำจากสิงโตเสียอย่างนั้น
"อืม เขานี่คือส่วนที่เป็นสาระสำคัญที่สุด หากนำไปทำเมนูหัวสิงโตน้ำแดงต้องบำรุงมากแน่ๆ"
ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านรูม่านตาหดเกร็ง พวกเขานึกถึงตำนานเกี่ยวกับราชสีห์ทองคำแล้วพากันเป็นห่วงเจ้าเด็กขี้มูก จึงรีบปรามให้เขาหยุดพูด นี่อาจจะเป็นราชสีห์ทองคำ ตัวราชันย์ผู้ปกครองดินแดนลึกในมหาทุรกันดารก็เป็นได้
"ทำไมลิงตัวนี้ถึงมีปีกด้วยล่ะ? แปลว่ามันบินบนฟ้าและมุดดินได้งั้นหรือ?"
ลิงปีศาจได้ยินเช่นนั้นก็กระพือปีกเนื้อทั้งสองข้าง แล้วลอยตัวขึ้นจากพื้นดิน ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ
กลุ่มเด็กๆ ร้องกรี๊ดกร๊าด พวกเขาไม่เคยเห็นลิงเช่นนี้มาก่อน
"ปู่หัวหน้าเผ่าบอกว่าสมองลิงเป็นยาบำรุงชั้นดี กินแล้วฉลาดขึ้นนะ" เจ้าลิงผอมโพล่งแทรกขึ้นมา
ลิงปีศาจถึงกับสำลัก แทบจะร่วงตกลงมาจากท้องฟ้า
สืออวิ๋นเฟิงมองลิงมีปีกตนนั้น รู้สึกว่ามันช่างเหมือนกับ 'ลิงปีศาจ' ในตำนานเหลือเกิน หรือว่าจะเป็นตัวจริง? เขารีบบอกให้เจ้าลิงผอมหยุดพูด
ส่วนตัวอื่นๆ อย่างเจียวมังกรชาดและวิหคสายฟ้า ต่างก็มีตำนานที่สอดคล้องกัน ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านต่างมีความยำเกรงต่อเจ้าแห่งอสูรที่ครองพื้นที่ส่วนลึกของมหาทุรกันดารสืบทอดกันมาหลายชั่วคน
ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดและไม่ต้องคาดเดาเลยก็คือ 'ซวานหนีทองคำ' ชรา ตนนั้น ร่างกายสีทองอร่าม รูปโฉมทรงพลังน่าเกรงขาม และมีแสงแห่งสมบัติไหลเวียนทั่วร่าง ดูศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก
เหล่าผู้อาวุโสในหมู่บ้านต่างตกตะลึง นี่คือสายเลือดโบราณผู้ทรงพลังที่อยู่ใกล้หมู่บ้านมาก แข็งแกร่งยิ่งกว่าปีศาจวัวเพลิงกัลป์และลิงปีศาจเสียอีก ตามตำนานกล่าวว่ามันแก่ชรามากแล้ว และน่าจะสิ้นอายุขัยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
นึกไม่ถึงเลยว่า ฉือชางจะพามันกลับมาที่หมู่บ้านด้วย
นี่คือซวานหนีทองคำ ร่างกายของมันคือสมบัติทั้งตัว โดยเฉพาะอักขระสมบัติดั้งเดิมที่สลักอยู่บนกระดูก หากใครได้ครอบครอง ก็เท่ากับได้ไขกุญแจสู่คลังสมบัติอันน่าตื่นตะลึง
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เหล่าผู้อาวุโสในหมู่บ้านก็ไม่อาจสงบใจได้อีกต่อไป ดวงตาของพวกเขาจ้องมองซวานหนีชราเขม็ง จนมันรู้สึกอึดอัดและเสียวสันหลังวาบ
หลังจากสืออวิ๋นเฟิงยืนยันได้ว่าพวกนี้คือสายเลือดโบราณที่มีชื่อเสียง เขาก็รู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาทันที เดิมทีคิดว่าหมู่บ้านมีแค่ปีศาจวัวเพลิงกัลป์ก็ดีถมไปแล้ว แต่ฉือชางกลับพาพวกมันกลับมาเพิ่มอีกตั้งมากมายในคราวเดียว ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว! นี่เขาไปกวาดล้างเจ้าแห่งอสูรละแวกใกล้เคียงมาจนหมดเกลี้ยงเลยหรือ?
เขาเดินเข้าไปกระซิบถามฉือชางเกี่ยวกับสายเลือดโบราณเหล่านี้
"ไม่ต้องกังวลหรอกครับ พวกมันไม่กล้าก่อเรื่องในหมู่บ้านแน่ จากนี้ไปพวกมันจะอยู่ที่นี่และคอยปกป้องคุ้มครองหมู่บ้านสือ"
ปีศาจวัวเพลิงกัลป์ที่อยู่ข้างๆ พยักหน้าอย่างกระตือรือร้น ให้ความร่วมมืออย่างสมบูรณ์แบบ