- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นสตรีมเมอร์จอมลวงโลก แต่ดันมีระบบสุ่มการ์ดอัจฉริยะซะงั้น
- บทที่ 41 - ตราประทับตระกูล
บทที่ 41 - ตราประทับตระกูล
บทที่ 41 - ตราประทับตระกูล
บทที่ 41 - ตราประทับตระกูล
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ฟังจากคำพูดของเขา ดูเหมือนว่าในตระกูลจะมีคนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับตัวเองอยู่ไม่น้อย
ถ้าอย่างนั้น...
ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมมีปัญหางั้นเหรอ
หลี่ซานทงเห็นหลี่เต้าเสียนนิ่งเงียบไปนาน คิ้วขมวดมุ่น จึงยิ้มแล้วกล่าวว่า "เต้าเสียน นายคงรู้สึกแปลกใจมากสินะ รู้สึกว่าสิ่งที่พวกเราพูดไม่ตรงกับความทรงจำของนายใช่ไหม"
หลี่เต้าเสียนถามกลับ "ความทรงจำของผมถูกแก้ไข?"
หลี่ซานทงพยักหน้า "แน่นอน คนที่คิดจะออกจากตระกูลหลี่ จะถูกตราประทับตระกูลดึงเอาความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับความรู้ทั้งหมดกลับคืนไป ถ้ามีความทรงจำที่เกี่ยวพันกันมากเกินไป ก็จะสร้างความทรงจำปลอมขึ้นมาทับแทน"
"ยิ่งเป็นคนที่เข้าใจศาสตร์ต่างๆ ลึกซึ้งเท่าไหร่ การล้างความทรงจำก็จะยิ่งหมดจดเท่านั้น"
"โดยเฉพาะอัจฉริยะแบบนายที่ต้องการออกจากตระกูลด้วยตัวเอง การถูกลอกความทรงจำทั้งหมดออกไป ฉันไม่แปลกใจเลย พูดตามตรง ตอนที่รู้ว่านายกลายเป็นครีเอเตอร์ที่มีแฟนคลับเป็นล้าน ฉันยังตกใจเลย สมแล้วที่เป็นเต้าเสียน ต่อให้สูญเสียความทรงจำแล้วต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ก็ยังฉายแววโดดเด่นได้อย่างง่ายดาย"
หลี่เต้าเสียนลองเปรียบเทียบความทรงจำดู ก็พบความผิดปกติเล็กน้อย นั่นคือความทรงจำเกี่ยวกับความรู้ของตระกูลหลายอย่าง มันเลือนรางไปจริงๆ
มีปัญหาจริงๆ ด้วย
เรื่องความทรงจำถูกบิดเบือนน่าจะเป็นเรื่องจริง
ส่วนคำพูดอื่นๆ ของอีกฝ่าย เนื่องจากถูกระงับพลังเวท ทำให้เขาใช้วิชาพินิจใจไม่ได้ จึงยากจะตัดสินว่าจริงหรือเท็จ
ถ้าเป็นอย่างที่อีกฝ่ายพูดจริงๆ ว่าความทรงจำในอดีตล้วนเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น เกรงว่าความเข้าใจต่อความสัมพันธ์ของผู้คนทั้งหมดที่ผ่านมา คงจะมีปัญหาหมด
แต่ว่า... ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ ที่จริงก็ไม่สำคัญแล้ว
ตอนนี้เขาเป็นลูกไก่ในกำมือ ทำได้แค่รอคอยการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น แล้วค่อยดูว่าความจริงเป็นอย่างไร
หลี่เต้าเสียนครุ่นคิด พลางฟังบทสนทนาของทั้งสองคนเงียบๆ เผื่อว่าจะได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม
ช่วงเวลาต่อมา หลี่ซานทงและหลี่ซานซุ่นก็คุยสัพเพเหระกันไปเรื่อย
เดี๋ยวก็เดาว่าถ้าหลี่เต้าเสียนไม่อยู่ในการแข่งแล้ว ระหว่างหยวนหัวกับแคทเธอรีนใครจะมีโอกาสได้แชมป์มากกว่ากัน เดี๋ยวก็คุยว่าหลังจากหลี่เต้าเสียนกลับไปแล้ว สภาอาวุโสจะจัดการกับเขายังไง
ปากคุยไม่หยุด แต่แทบไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์เลย
"อีกสิบห้านาทีจะถึงเมืองวั่นเซี่ยงแล้ว น่าจะส่งตัวกลับไปได้แล้ว..."
ทันใดนั้น ริมฝีปากของหลี่ซานทงก็เม้มแน่น
สองพี่น้องลุกขึ้น แล้วหันขวับกลับไปจ้องมองด้านหลังเขม็ง
ที่ไกลออกไป เปลวเพลิงสว่างเจิดจ้าลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยโซ่ตรวนสีแดงสองเส้นที่พุ่งทะลุหน้าผากของสองพี่น้อง
เปลวไฟอันงดงามส่องประกายวูบวาบ เพียงชั่วพริบตา โซ่สีแดงเพลิงก็เจาะทะลุกะโหลกของทั้งคู่
เงาร่างคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน ในมือกระชากปลายโซ่อีกด้านเอาไว้
หลี่ซานทงยิ้มแล้วพูดว่า "สมแล้วที่เป็นเมนเทอร์กอร์ดอน ผมเป็นแฟนคลับคุณนะ ขอลายเซ็นหน่อยได้ไหม..."
พูดยังไม่ทันจบ เนื้อหนังของสองพี่น้องตระกูลหลี่ก็เริ่มหลุดลอก กลายเป็นเถ้าถ่านปลิวว่อน สุดท้ายเหลือเพียงตุ๊กตาฟางหน้ายิ้มสองตัว ที่สลายหายไปในกองเถ้าถ่านเช่นกัน
"เป็นเด็กที่เจ้าเล่ห์จริงๆ"
กอร์ดอนหันไปมองทิศทางของเมืองวั่นเซี่ยง หลังจากสัมผัสได้ถึงการเชื่อมต่อที่อ่อนแรงลงในชั่วพริบตา เขาก็ดึงโซ่กลับมา บนโซ่เส้นหนึ่งมีแคปซูลใสวางอยู่
เขาทำลายผนึกออกเบาๆ
หลี่เต้าเสียนร่วงลงมาจากแคปซูล เพียงไม่กี่อึดใจก็กลับคืนสู่ร่างขนาดปกติ
"ขอบคุณเมนเทอร์ที่ช่วยชีวิตครับ!"
กอร์ดอนยิ้มแล้วกล่าวว่า "คุณเป็นนักเรียน ผมเป็นเมนเทอร์ การปกป้องคุณเป็นเรื่องที่สมควรทำ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ว่า วิชาป้องกันตัวของคุณ ต้องปรับปรุงหน่อยนะ... โลกของพ่อมด ไม่เคยมีความสงบสุขหรอก"
"ครับ เมนเทอร์!" หลี่เต้าเสียนทำความเคารพอย่างนอบน้อม
"เรื่องคราวนี้ จะไม่เกิดขึ้นในการแข่งขันอีก ผมรับประกัน ต่อไปคุณก็ทุ่มเทเตรียมตัวแข่งให้เต็มที่ ถ้าคุณคว้าแชมป์รายการราชันย์นักปรุงยาครั้งนี้ได้ ผมมีของขวัญชิ้นใหญ่แถมให้!"
กอร์ดอนขยิบตาให้หลี่เต้าเสียน
โซ่ตรวนข้างกายขยับเข้าไปพันรอบนิ้วนางของหลี่เต้าเสียนเบาๆ ความรู้สึกแสบร้อนเล็กน้อยวาบผ่านไป แล้วโซ่ก็คลายออก
ยาคลายกล้ามเนื้อและยาระงับพลังเวทในร่างกายของหลี่เต้าเสียนถูกดูดซับออกไปจนหมด
กอร์ดอนวาดมือเปิดประตูยักษ์สีแดงฉานที่ดูน่าเกรงขาม รอยแยกที่ขรุขระดูราวกับปากขนาดใหญ่ที่อ้าออกเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคม เขาพูดว่า "กลับกันเถอะ แคทเธอรีนเป็นห่วงคุณแย่แล้ว"
กอร์ดอนสะบัดมือ ประตูยักษ์ก็กลืนทั้งสองคนเข้าไป แล้วหายวับไปกับตา...
...
เมืองวั่นเซี่ยง
ณ ที่พักอันมิดชิดแห่งหนึ่ง
บนผนังห้องรับแขกแคบๆ มีประตูมิติสีดำสนิทบิดเกลียวอยู่ หน้าประตูมิติ มีคนร่างสูงและร่างเตี้ยนั่งหลับตาพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้
หลี่ซานทงและหลี่ซานซุ่นร่างกายกระตุกเฮือก ลืมตาขึ้นพร้อมกัน
"ล้มเหลวตามคาดแฮะ... แต่ยังดีที่ได้เลือดมาแล้ว ถึงจะเอาตัวคนมาไม่ได้ แต่ครั้งนี้ขนาดกอร์ดอนยังลงมือเอง พวกตาแก่พวกนั้นคงไม่มีอะไรจะพูดแล้วล่ะ"
หลี่ซานทงเพิ่งจะลุกขึ้น ก็รู้สึกถึงความร้อนระอุที่แผดเผาจิตวิญญาณลุกโชนขึ้นมาจากภายในร่างกาย
เหตุการณ์เดียวกันก็เกิดขึ้นกับหลี่ซานซุ่น
เพลิงนรกที่มีคุณสมบัติแผดเผาทั้งจิตวิญญาณและร่างกาย ลามเลียตามการเชื่อมต่อทางจิตที่ถูกตัดขาดกับตุ๊กตาตัวแทน ตามรอยมาจุดไฟเผาถึงร่างต้น!
ความรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างรุนแรงถาโถมเข้าใส่จิตใจของทั้งคู่
หลี่ซานทงและหลี่ซานซุ่นกัดฟันทนความเจ็บปวด ไม่ทันได้จัดการอะไร ก็พุ่งตัวเข้าไปในประตูมิติ แล้วประตูมิติก็สลายไป...
...
ตึกอาถรรพ์ ชั้นเจ็ด
ที่พักของกอร์ดอน
ดวงตาของหัวกะโหลกปีศาจขนาดมหึมาภายในห้องส่องแสงวาบ ขากรรไกรอ้าออกกว้างกว่าความสูงคนปกติ
เงาร่างสองร่างเดินออกมาจากปากนั้น
หลี่เต้าเสียนสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัว ทั้งห้องตกแต่งด้วยโทนสีแดงเข้ม ริมผนังเรียงรายไปด้วยตัวอย่างและวัตถุดิบรูปร่างน่ากลัว บนผนังมีหัวกะโหลกปีศาจรูปทรงประหลาดแขวนอยู่ไม่น้อย ตามตู้โชว์ก็มีรูปปั้นแกะสลักปีศาจหน้าตาพิสดารตั้งอยู่
เมนเทอร์กอร์ดอนเตือนว่า "พวกเราลงไปรวมตัวกับคนอื่นกันก่อนเถอะ"
ทั้งสองคนลงลิฟต์กลับมาที่ชั้นสอง
ผู้เข้าแข่งขันและเมนเทอร์คนอื่นๆ กลับมาจากโรงพยาบาลเวทมนตร์รักษาอาการบาดเจ็บเซนต์มาเรียมิเนอร์วากันหมดแล้ว ตอนนี้กำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะปฏิบัติการ
พอเห็นหลี่เต้าเสียนปรากฏตัว แคทเธอรีนก็โบกมือให้อย่างดีใจ
"ไฮ้! หลี่เต้าเสียน ทางนี้!"
ยังไม่ทันที่หลี่เต้าเสียนจะเดินไปถึง แคทเธอรีนก็พุ่งเข้ามาหาแล้วพูดว่า "เป็นไงบ้าง ฉันเห็นนายหายไปนาน ส่งข้อความทางเครือข่ายเวทมนตร์ไปหาก็ไม่ตอบ ฉันเลยแจ้งเรื่องให้เมนเทอร์กอร์ดอนรู้ ฉันเตือนไปตั้งหลายรอบ สุดท้ายเขาบอกฉันว่าไม่ต้องกังวล"
แคทเธอรีนขยับเข้ามาใกล้แล้วกระซิบว่า "ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าตอนที่พวกเราเข้าแข่ง พวกเราได้ทำสัญญากับเหล่าเมนเทอร์ไว้แล้ว พวกเขาสามารถรับรู้ตำแหน่งของพวกเราได้ตลอดเวลา..."
"คิดว่านายคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง..."
แคทเธอรีนพูดเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่การที่ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่ง ไปเร่งเร้าเมนเทอร์หลายครั้ง เผลอๆ อาจจะรบกวนการดำเนินรายการด้วยซ้ำ การจะทำแบบนี้ได้ ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก
ยิ่งไปกว่านั้น มันไม่ใช่เพื่อตัวเธอเอง
"ขอบคุณมากนะ!" หลี่เต้าเสียนมองแคทเธอรีนแล้วพูดอย่างจริงจัง "ผมติดหนี้บุญคุณคุณครั้งหนึ่ง ต่อไปถ้ามีอะไรที่ผมทำได้ ผมจะช่วยคุณสุดความสามารถ!"
แคทเธอรีนยิ้มร่า "พวกเราเป็นเพื่อนกันนี่นา จริงๆ ก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ว่าถ้านายเอา 'น้ำคั้นข้าวบาร์เลย์รสเข้ม' คราวก่อนมาให้ฉันอีกสักสองสามถัง ก็คงจะดีไม่น้อยเลย..."
หลี่เต้าเสียนพยักหน้า "ไม่มีปัญหา!"
ดวงตาของแคทเธอรีนเป็นประกาย รอยยิ้มหวานหยดย้อยยิ่งกว่าเดิม "งั้นพรุ่งนี้ฉันไปเอาที่นายนะ"
[จบแล้ว]