- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นสตรีมเมอร์จอมลวงโลก แต่ดันมีระบบสุ่มการ์ดอัจฉริยะซะงั้น
- บทที่ 40 - คาถามายา
บทที่ 40 - คาถามายา
บทที่ 40 - คาถามายา
บทที่ 40 - คาถามายา
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
หลี่เต้าเสียนกำลังครุ่นคิด เขารู้สึกสังหรณ์ใจเหมือนตัวเองมองข้ามอะไรบางอย่างไป
ทันใดนั้น แคทเธอรีนที่อยู่ข้างกายก็พูดเสียงเบาว่า "นายดูจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว มีเรื่องอะไรหรือเปล่า"
หลี่เต้าเสียนส่ายหน้า "ไม่มีอะไรหรอก"
แล้วเขาก็หันไปสนใจผู้เข้าแข่งขันด้านล่าง
เมื่อสังเกตเห็นว่าหยวนหัวเริ่มพยายามแก้ไขกระบวนการปรุงชุดยารักษาผ่านความฝัน โดยผสมผสานเคล็ดวิชาที่ตัวเองใฝ่ฝันลงไป
หลี่เต้าเสียนเปิดใช้งาน "การดูดซับความรู้" อย่างไม่ลังเล แต้มอัจฉริยะที่สะสมไว้ก็เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเวลาแบบนี้
แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ตัวเขากำลังดูการกระทำของหยวนหัว แต่กลับไม่มีความรู้สึกเหมือนตอนที่ดูเมนเทอร์กอร์ดอนและแคทเธอรีนก่อนหน้านี้
ไม่มีผล?
ทำไมกัน...
หลี่เต้าเสียนชะงักไปเล็กน้อย ความรู้สึกไม่สบายใจในอกทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
ไม่ปกติ
ไม่ปกติเอามากๆ
หลี่เต้าเสียนเริ่มย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา พยายามหาต้นตอของความไม่สบายใจนี้ว่ามาจากไหนกันแน่...
ตั้งแต่ตอนที่เขาสัมภาษณ์เสร็จ จนถึงตอนที่มีคนในครอบครัวมาหา จนถึงตอนที่จัดการการต่อสู้...
จู่ๆ แสงสว่างวาบก็ปรากฏขึ้นในสมอง
เหงื่อเย็นไหลพราก...
เขานึกออกแล้วว่ามีอะไรผิดปกติ
มันง่ายเกินไป ขั้นตอนการจัดการพวกหลี่ซานทงมันง่ายดายเกินไป
เขารู้ซึ้งดีถึงความยากและความโหดร้ายของบททดสอบตระกูลหลี่ ยิ่งไปกว่านั้นตระกูลหลี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นตระกูลนักสู้
สมาชิกตระกูลที่ถูกส่งมาทำภารกิจ จะถูกเขาจัดการลงได้ง่ายๆ ในไม่กี่ท่าได้ยังไง...
หลี่เต้าเสียนร้องแย่แล้วในใจ
เขาดำดิ่งลงสู่ห้วงจิต ใช้คาถาสกัดใจเริ่มตรวจสอบสถานะของตัวเอง
เป็นอย่างที่คิด เขาตกอยู่ในคาถามายา
ตัวเขาที่ติดอยู่ในภาพลวงตา จะมองข้ามความไม่สมเหตุสมผลต่างๆ ไปอย่างมาก และใช้ตรรกะที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แต่เต็มไปด้วยช่องโหว่ มาถักทอฝันหวานให้ตัวเองหลงระเริง
หลี่เต้าเสียนสงบจิตใจ หลังจากใช้งานคาถาสกัดใจ โลกเบื้องหน้าก็เริ่มบิดเบี้ยวและเปลี่ยนแปลง เกิดจุดด่างแปลกๆ ขึ้นในครรลองสายตา
เสียงผู้เข้าแข่งขัน เสียงการปฏิบัติงาน และเสียงเชียร์ในสนาม เริ่มดังๆ เบาๆ สลับกันไป
เสียงที่คุ้นเคยดังขาดๆ หายๆ แทรกเข้ามา
"ถือว่าราบรื่น..."
"พี่ครับ เมื่อกี้เหมือนหมอนั่นจะเยาะเย้ยการแสดงของพี่ด้วยนะ..."
"อืม ฉันได้ยินแล้ว ไม่รู้ว่าหมอนั่นฝันเห็นอะไร อยากเห็นจริงๆ เลยแฮะ ที่จริงฉันอยากจะเป็นนักแสดงมากเลยนะ..."
"พี่ครับ เขาตื่นแล้ว"
หลี่เต้าเสียนลืมตาขึ้น การมองเห็นกลับคืนมา เขาพบว่าตัวเองถูกย่อส่วนจนเหลือขนาดเท่ามด อยู่ในแคปซูลโปร่งใส และถูกหลี่ซานซุ่นกำไว้ในมือ
พอมองไปรอบๆ ตอนนี้พวกเขากำลังนั่งอยู่บนหลังอินทรียักษ์ที่กำลังโผบิน ทะยานผ่านท้องฟ้า
เส้นผมของหลี่ซานทงปลิวไสวไปตามแรงลมอยู่ด้านหลัง เขาหันมาทักทายหลี่เต้าเสียนอย่างอารมณ์ดี "ฮัลโหล เต้าเสียน ตื่นแล้วเหรอ"
"น่าเสียดายจัง นายจะนอนต่อในภาพลวงตาอีกหน่อยก็ได้นะ อีกเดี๋ยวเดียวก็ถึงแล้ว ฉันยังอุตส่าห์ให้ซานซุ่นเปิดรายการ 'ราชันย์นักปรุงยา' ถ่ายทอดสดเข้าไปในฝันให้นายดูด้วยนะเนี่ย..."
หลี่ซานซุ่นได้ยินคำพูดของพี่ชาย ก็พูดเสริมเสียงขรึมว่า "พี่เต้าเสียน พี่ควรจะพูดคำว่า 'ขอบคุณ' กับผมนะ ผมเกลียดการปรุงยาที่สุด แต่ผมนั่งดูมาตั้งสามชั่วโมง..."
พูดจบ หลี่ซานซุ่นก็หันไปมองหลี่ซานทง "พี่ครับ คราวหน้าพี่มาคนเดียวได้ไหม"
หลี่ซานทงยืดตัวตรง มองไปข้างหน้า แล้วพูดอย่างจริงจังว่า "ฉันยังมีงานต้องทำอีกนะ อีกอย่าง นายก็ดูสนุกดีไม่ใช่เหรอ"
"พี่รู้ได้ไง"
"ฉันเห็นคอมเมนต์ที่แอคเคานท์นายโพสต์แล้ว..."
สองพี่น้องคุยกันสัพเพเหระไปเรื่อย
หลี่เต้าเสียนสูดหายใจเข้าลึก สำรวจสภาพภายในร่างกาย พร้อมกับตระหนักว่าตัวเองถูกฉีดยาคลายกล้ามเนื้อและยาระงับพลังเวท เครือข่ายเวทมนตร์ถูกปิดกั้น และเขาถูกขังอยู่ในแคปซูลใส ความรู้สึกว่าหมดทางหนีแผ่ซ่านเข้ามาในใจ
"เต้าเสียน อย่าเสียแรงเปล่าเลย หนีไม่ได้หรอกน่า"
หลี่เต้าเสียนเอ่ยถาม "จับตัวผมทำไม"
หลี่ซานทงตอบแบบขอไปที "ใครจะไปรู้ล่ะ... ยังไงก็เป็นคำสั่งจากสภาอาวุโส ฉันเดาว่าน่าจะเกี่ยวกับพ่อของนายมั้ง"
"พี่ครับ เรื่องพวกนี้พูดไม่ได้ไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็โดนสภาอาวุโสลงโทษหรอก"
หลี่ซานทงโบกมือ "ไม่เห็นเป็นไรเลย อย่างมากก็โดนด่าไม่กี่คำ ไอ้แก่พวกนั้น อีกไม่นานก็ต้องสละตำแหน่งแล้ว"
หลี่ซานซุ่นได้ยินดังนั้น ก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย แล้วเงียบไป เห็นได้ชัดว่ากลับเข้าไปท่องโลกอินเทอร์เน็ตเวทมนตร์ต่อแล้ว
พ่อเหรอ?
หลี่กัง?
ในความทรงจำของหลี่เต้าเสียน จำนวนครั้งที่ได้เจอพ่อนั้นน้อยมาก ครั้งที่ได้คุยกันยิ่งนับนิ้วได้ สิ่งที่จำได้แม่นที่สุดคือทุกครั้งที่กลับมา เขาจะโดนซ้อมจนน่วม
หลังจากเขาออกจากตระกูล ก็ไม่เคยติดต่อกับพ่ออีกเลย
นึกไม่ถึงว่าจะได้ยินข่าวของพ่อในสถานการณ์แบบนี้...
ชั่วพริบตา ความรู้สึกเหมือนความทรงจำทั้งหมดไหลบ่าเข้ามาดั่งน้ำหลาก... ปวดหัวแทบระเบิด เหมือนว่ายังมีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง
"อ้อ จริงสิ!"
หลี่ซานทงนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงยิ้มแล้วพูดว่า "นายน่าจะอยากรู้ผลรอบคัดออก เถียนจุนหลงกับกาโบตกรอบ คนอื่นเข้ารอบหมด ก็ไม่ถือว่าแปลกอะไรล่ะนะ..."
"รังแกกันเกินไปแล้ว!" จู่ๆ หลี่ซานซุ่นก็คำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ดวงตาเบิกโพลงราวกับระฆังทองแดง
"เป็นอะไรอีกอีกล่ะ"
หลี่ซานทงพูดอย่างจนใจ น้องชายคนนี้ของเขาดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคืออารมณ์ร้อนเกินไป ตามวิธีของตระกูล ให้ไปนั่งสมาธิใต้น้ำตกเพื่อขัดเกลาจิตใจ สถานที่ฝึกก็เปลี่ยนจากน้ำตกเล็กๆ ในตอนแรก ไปจนถึงมหาอารน้ำตกทิ้งดิ่ง ผลคือจิตใจไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย แต่ร่างกายกลับกำยำล่ำสันขึ้นเรื่อยๆ
"มีคนด่าผม!"
"เพราะเรื่องอะไร"
"มันด่าผมว่าเป็นหมาเลีย ก็ไอ้คนที่บอกว่าจะกินขี้นั่นแหละ แถมยังเยาะเย้ยผมว่าแน่จริงก็มาฆ่ามันสิ"
หลี่ซานซุ่นคิ้วกระตุกด้วยความโกรธ "พี่ครับ จบงานนี้แล้ว เราไปฆ่ามันได้ไหม"
"ซานซุ่น พี่บอกตั้งกี่ครั้งแล้ว ความรุนแรงแก้ปัญหาไม่ได้ทุกเรื่อง เจออะไรเราต้องใช้สมองก่อน... ไม่มีค่าหัว ไม่มีผลกำไร แถมยังต้องควักเนื้อจ่ายค่าเดินทางเอง ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลยนะ"
หลี่ซานซุ่นพยักหน้า "พี่พูดมีเหตุผล"
เขาตัดสินใจปิดเน็ตเวทมนตร์ ล้วงเอาอาหารออกมาจากกระเป๋า แล้วแบ่งส่วนหนึ่งใส่เข้าไปในแคปซูลใส
หลี่ซานทงก็รับส่วนของตัวเองมา แล้วพูดว่า "ถ้าไม่มีอุบัติเหตุอะไร อีกครึ่งชั่วโมงก็น่าจะถึงเมืองวั่นเซี่ยงแล้ว เต้าเสียนนายเองก็ไม่ได้กลับบ้านมานาน ทุกคนคิดถึงนายกันมากนะ จะได้ใช้โอกาสนี้รวมญาติกันสักหน่อย"
หลี่ซานซุ่นพยักหน้าอย่างตื่นเต้น
มีเพียงหลี่เต้าเสียนที่ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่ามีปัญหา
ค้นดูในความทรงจำทั้งหมดของตัวเอง จำได้แค่ว่าบททดสอบของตระกูลหลี่เข้มงวดมาก ความสัมพันธ์ของเขากับทุกคนไม่ดีเลย ถูกโดดเดี่ยวและด่าทอมาตั้งแต่เด็ก ความทรงจำอันเจ็บปวดเหล่านี้คืออดีตที่เจ้าของร่างเดิมไม่อยากจะเอ่ยถึง...
แต่ว่า จากท่าทางและคำพูดของสองคนตรงหน้าที่มีต่อเขา ดูเหมือนจะสนิทสนมกับเขามาก อย่างน้อยก็ไม่เหมือนความสัมพันธ์แบบศัตรู...
นี่มันเรื่องอะไรกันแน่
[จบแล้ว]